ขนมหวานกับท่านประธานจอมดุ

ขนมหวานกับท่านประธานจอมดุ

last updateآخر تحديث : 2026-04-15
بواسطة:  ปะหนันمستمر
لغة: Thai
goodnovel12goodnovel
لا يكفي التصنيفات
67فصول
840وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เมื่อข้อตกลงคือทั้งคู่จะใช้วิธีทางการแพทย์ในการมีลูกเพราะการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากความรัก แต่..สุดท้ายเด็กน้อยกับลืมตาดูโลกด้วยวิธีธรรมชาติที่ไม่ได้อยู่ในข้อตกลง ************ “ผมเป็นผัวคุณนะ คุณยังไม่เคยคิดจะนอนด้วยแล้วมันเป็นใครคุณถึงได้ไปนอนกับมันแบบนั้น” พีรันธรไม่ใช่แค่พูดแต่เขากลับคว้าสองมือของภรรยามาจับไว้ก่อนจะผลักเธอลงบนเตียงและพาร่างใหญ่ของเขาไปนอนกึ่งทับกึ่งคร่อมเธอไว้ “วันนี้ผมจะทำให้คุณรู้ว่าคุณมีสามีแล้วถ้าอยากมากก็มาลงกับสามีตัวเองอย่าเที่ยวร่านไปหาคนอื่น” อันนาพยายามดิ้นรนออกจากอ้อมแขนทั้งสองข้างแต่ยิ่งดิ้นเท่าไหร่ยิ่งเหมือนพาตัวเองเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเขามากขึ้น ดวงตาของชายหนุ่มที่เธอเคยคิดว่าเธอคุ้นเคยแต่ตอนนี้มันกลับแดงก่ำมองดูแล้วเหมือนสายตาของซาตานร้ายมากกว่า “คุณพีเราตกลงกันแล้ว คุณจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้” “หยุดพูดถ้าไม่อยากจะต้องเสียแรงมากกว่านี้ เก็บแรงของเธอไว้ใช้กับฉันดีกว่า” บราเซียร์สีขาวที่ปกปิดความอวบอัดเต่งตึงของวัยสาวสะพรั่งไว้ ถูกถอดออกด้วยมือเพียงข้างเดียวของท่านประธานหนุ่มหล่อ

عرض المزيد

الفصل الأول

ตอนที่ 1 ความเมาทำให้เราเจอกัน

ตอนที่ 1

ความเมาทำให้เราเจอกัน

“ฉันว่านายทำได้นะไม่จำเป็นที่ต้องมานั่งเครียด บริษัทนี้สุดท้ายมันก็ต้องเป็นของนายแค่วันนี้มันอาจจะดูเร็วไปก็เท่านั้น”

         อธิชพยายามเตือนสติและใช้เหตุผลเข้าคุยกับเพื่อนเพราะเขารู้ว่าตอนนี้ในหัวของพีรันธร มีแต่คำว่าทำไม่ได้แต่สำหรับอธิช เขาเชื่อและมั่นใจว่าเพื่อนของเขาสามารถดูแลบริหารบริษัทได้ไม่ต่างจากที่รุ่นพ่อได้ทำไว้

         “ฉันก็ไม่ได้อยากจะเครียดนะแต่นายก็รู้ว่าชีวิตฉันชอบความเป็นอิสระในเมื่อคุณพ่อคุณแม่วางมือแบบนี้ชีวิตของฉันก็จะต้องรับผิดชอบมากขึ้นเพราะบริษัทมันไม่ได้หมายถึงแค่ครอบครัวฉันแต่มันหมายถึงอีกหลายร้อยชีวิตที่ฉันต้องดูแล”

         พีรันธรเป็นลูกชายคนเดียวของท่านประธานใหญ่บริษัทนำเข้ารถยนต์หรู เขาถูกเลี้ยงดูมาอย่างค่อนข้างอิสระเพราะใช้ชีวิตส่วนใหญ่เรียนอยู่ที่ต่างประเทศพอเรียนจบได้กลับเข้ามาทำงานที่บริษัทของตัวเองได้เพียงไม่กี่ปีผู้เป็นพ่อก็ตัดสินใจวางมือและพาแม่ของเขาย้ายไปทำรีสอร์ตขนาดเล็กบนดอยในภาคเหนือทันที

         ท่านประธานคนใหม่ไม่ได้กังวลเรื่องการบริหารแต่พีรันธรแค่รู้สึกว่าตัวเขาเองยังไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบงานใหญ่แบบนี้ ชีวิตที่เคยอิสระทำอะไรก็ได้ไปไหนก็ได้คิดหรือตัดสินใจก็ทำตามที่ตัวเองต้องการ มันคงเป็นไปไม่ได้อีกแล้วเมื่อเขาเข้ามารับตำแหน่ง 

         “เมามากแล้ว ฉันว่าเรากลับกันเถอะพรุ่งนี้ฉันต้องทำงานแต่เช้าแล้วนายก็อย่าลืมพรุ่งนี้มีประชุมช่วงบ่ายฉันจะช่วยย้ำเลขาให้เตรียมเอกสารให้เรียบร้อยและโทรศัพท์เตือนก่อนถึงเวลา”

         อธิชนอกจากเป็นเพื่อนสนิทและยังเป็นพนักงานในบริษัทของพีรันธร  เขาจึงเข้าใจเพื่อนทั้งในฐานะที่เป็นเพื่อนและในฐานะที่เป็นเจ้านาย

         “กลับก่อนเลย ฉันยังอยากนั่งฟังเพลงเพลินๆแค่นายมานั่งเป็นเพื่อนก็ขอบใจมากแล้วรีบกลับไปเถอะป่านนี้ชมพู่เตรียมไม้เรียวรอแล้ว”

         คนเป็นเพื่อนถึงแม้จะห่วงแค่ไหนแต่ก็ต้องขอตัวกลับก่อนเพราะอธิชเองแต่งงานมีครอบครัวแล้วและพรุ่งนี้เขามีงานต้องทำในฐานะพนักงานขายของบริษัทพีรันธร

         “อันนาพอได้แล้ว ฉันว่าเธอไม่ควรจะคิดเครียดในเรื่องที่มันยังมาไม่ถึงบางทีพ่อกับแม่อาจจะแค่ขู่ก็ได้”

         เฌอปรางพยายามพูดปลอบใจเพื่อนทั้งที่ความจริงเธอก็คิดเหมือนอันนาว่าเรื่องนี้มันใกล้จะเป็นเรื่องจริงแล้วแต่ถ้าพูดออกไปตามที่คิดจะยิ่งทำให้คนตรงหน้าที่กำลังเครียดดื่มหนักกว่าเก่า

         “ฉันไม่เข้าใจเลยชื่อเสียงของธนาเทพใครๆก็รู้ว่าเจ้าชู้           ติดการพนันและอีกสารพัดความเลวแต่ทำไมคุณพ่อคุณแม่ถึงทำเป็นมองไม่เห็นและคิดว่าผู้ชายคนนี้เหมาะที่จะมาเป็นลูกเขยหรือแท้จริงแล้วคุณพ่อคุณแม่คิดว่าฉันไม่มีปัญญาหาผู้ชายที่ดีกว่านี้ได้”

         หญิงสาวพูดไปร้องไห้ไปเพราะลึกๆแล้วเธอรู้สึกได้ว่าบุพการีมองว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ไม่มีอะไรสู้พี่สาวของเธอได้และเมื่อปีที่ผ่านมาแอนนาเพิ่งเข้าประตูวิวาห์กับนักธุรกิจหนุ่มชาวมาเลเซียส่วนตัวเธอเองกลับเอาแต่คบกับเพื่อนชายที่เป็นเพียงพนักงานบริษัทหรือไม่ก็ข้าราชการชั้นผู้น้อยเท่านั้น

         “คิดไปไกลแล้วแต่ต่อให้พ่อกับแม่เธอคิดแบบนั้นก็เป็นเพราะเขาเป็นห่วงอยากจะให้ลูกสาวคนเล็กของเขาได้แต่งงานกับคนที่คู่ควร”

         เฌอปรางคิดแบบที่พูดออกไปจริงๆแต่ก็เห็นด้วยกลับที่เพื่อนของเขาคิดเพราะถึงแม้ว่าชนาเทพจะเป็นผู้ชายที่มาจากครอบครัวที่ดีฐานะดีหน้าที่การงานดีแต่สิ่งที่ผู้ชายคนนั้นไม่มีก็คือความเป็นคนดีนั่นเอง

         “ในเมื่อคุณพ่อคุณแม่อยากได้ลูกเขยนัก ฉันก็จะหาให้เขาเอาแบบที่เขาต้องการแต่ต้องไม่ใช่ชนาเทพ ฉันจะทำให้พ่อแม่เห็นว่าฉันก็มีดีไม่แพ้พี่แอนนา”

         “แล้วแต่จะตัดสินใจแต่ตอนนี้ฉันว่าเราควรกลับกันได้แล้ว แม่กับพ่อฉันสลับกันโทรมาเป็นสิบสายถ้าขืนยังไม่กลับมีหวังโดนไล่ออกจากบ้านแน่ ๆ”

         คนหนึ่งอยากอยู่ต่ออีกคนอยากกลับบ้าน อันนาจึงบอกให้เพื่อนของเธอกลับบ้านไปก่อนเพราะอารมณ์แบบนี้หญิงสาวยังไม่อยากเจอหน้าพ่อกับแม่ยังอยากนั่งฟังดนตรีให้คลายเครียดและมันก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรเพราะปกติเธอก็มาที่ร้านนี้อยู่เป็นประจำ

         “เรากลับก่อนนะอันนาแล้วก็อย่าให้ดึกอย่าดื่มมากเดี๋ยวจะขับรถกลับไม่ไหวทำอะไรก็อย่าลืมคิดถึงตัวเองด้วยปัญหามีไว้ให้แก้เครียดไปก็เท่านั้นไว้ว่างๆเจอกันใหม่นะเพื่อน”

         เฌอปรางโบกมือลาเพื่อนแม้จะยังเป็นห่วงอยู่ก็ตามแต่ถ้าเธอยังไม่กลับคงได้มีปัญหากับที่บ้านแน่เพราะพ่อแม่ของเธอยังคงหัวโบราณอยู่และเป็นห่วงเธอที่เป็นลูกสาวคนเดียวเอามากๆ

         นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนแล้วเวลานี้หลายคนอาจกำลังนอนหลับไหลอยู่บนที่นอนอันแสนอบอุ่นแต่สำหรับอันนาเธอกลับไม่อยากกลับบ้านเพราะรู้สึกเหมือนที่นั่นไม่มีใครรอเธออยู่

         อุ้ย!

         “ขอโทษด้วยครับ”

         ชายหนุ่มรูปร่างสูงหน้าตาดีในชุดทำงานที่ดูก็รู้ว่าไม่ใช่แค่เด็กวัยรุ่นที่มาเที่ยวตามปกติหันมาขอโทษหญิงสาวที่เขาเดินชนเธอจนเครื่องดื่มในมือหกหมด

         “ทำไมเดินไม่ดูแบบนี้ไม่เห็นหรือไงว่ามีคนนั่งอยู่หรือไม่ได้เอาตามาด้วย”

         อันนาอยู่ในอารมณ์ที่ไม่พร้อมจะให้อภัยใครความเครียดที่ยังไม่ได้ถูกระบายออกทำให้เธอหันไปตะคอกเสียงดังแข่งกับเสียงเพลงใส่หน้าชายหนุ่มที่มองเธอด้วยสายตาอย่างรู้สึกผิด

         “ผมไม่ได้ตั้งใจแล้วก็ขอโทษคุณแล้วหรือคุณคิดว่าผมควรจะชดใช้คุณด้วยอะไรถึงจะทำให้คุณพอใจมากขึ้น”

         อันนาพยุงตัวให้ลุกขึ้นและพยายามจับเก้าอี้ไว้เพราะตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกว่าโลกในหัวเธอมันหมุนไปหมด

         “รวยมากเลยหรือไงพูดจาแบบนี้อยากจะอวดรวยใช่ไหม”

         หญิงสาวยังไม่ทันที่จะพูดจบ เธอก็อาเจียนออกมาใส่เสื้อผ้าของพีรันธรจนเลอะไปหมด ชายหนุ่มจึงรีบประคองเธอไว้เพราะใบหน้าซีดเซียวแสดงให้เห็นว่าเธอกำลังเมา

         “นั่งก่อนเดี๋ยวผมจะหาผ้ามาเช็ดให้แล้วนี่คุณมากับใคร”

         พีรันธรถามหาเพื่อนของหญิงสาวเพราะเท่าที่เขามองไปรอบๆไม่เห็นว่ามีใครทำท่าว่ารู้จักกับเธอเลยสักคน

         “ฉันมาคนเดียวหายกันนะคุณชนแก้วเหล้าฉัน ฉันอ้วกใส่คุณ”

         ชายหนุ่มไม่ตอบอะไรเขาขอให้พนักงานในร้านไปหาผ้าขนหนูมาเช็ดใบหน้าของคนเมาที่ตอนนี้เลอะเทอะไปหมดส่วนเสื้อของเขาใช้เพียงกระดาษทิชชู่เช็ดเท่านั้น

         “มาคนเดียวแบบนี้แล้วจะกลับอย่างไร”

         “ฉันกลับได้ไม่ได้เมา ฉันยืนตรงได้และก็พูดชัดเหมือนเดิม” 

         อันนายังไม่ทันจะก้าวเท้าเดินเธอก็ชนเข้ากับเก้าอี้จนเกือบลงไปนั่งกับพื้นถ้าพีรันธร ไม่คว้าตัวของเธอไว้ทัน

         สายตาของทุกคนที่จะจ้องมองมาทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจพาหญิงสาวที่เมาไม่ได้สติออกจากร้านและพาไปที่รถของเขาเพื่อตั้งใจจะพาเธอไปส่งที่บ้านเองแต่เมื่อลองถามแล้วคนเมาก็ไม่ได้อยู่ในอาการที่จะบอกได้ว่าบ้านของเธออยู่ที่ไหน ชายหนุ่มจึงตัดสินใจว่าจะพาเธอไปพักที่คอนโดมิเนียมของเขาก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน

        

“เป็นผู้หญิงยังกล้าที่จะมาเที่ยวคนเดียวทำตัวแบบนี้พอมีอะไรเกิดขึ้นสังคมก็เอาแต่ประนามผู้ชาย”

           ชายหนุ่มหันมามองหญิงสาวผมยาวในชุดเสื้อแขนตุ๊กตากระโปรงสีดำที่ตอนนี้ถกขึ้นมาจนเห็นขาเรียวด้วยความรู้สึกไม่ชอบในสิ่งที่เห็นพอสำหรับเขาแล้วผู้หญิงที่ดีจะไม่มาเที่ยวที่แบบนี้เด็ดขาด

         “หนูไม่แต่ง หนูบอกว่าหนูไม่แต่ง คุณพ่อคุณแม่ไม่รักหนูแล้วใช่ไหม”

         คนขับรีบจอดรถเข้าข้างทางเมื่อได้ยินเสียงคนข้างๆเหมือนกำลังละเมอโวยวายเหมือนกลัวใครอยู่

         “คุณ! คุณเป็นอะไร”

         “ผู้ชายคนนั้นมันไม่ได้ดีอย่างที่คุณพ่อคุณแม่คิดอย่าบังคับลูกเลยนะคะ”

         พีรันธรพยายามจับใจความจากคำพูดของหญิงสาวที่เมาไม่ได้สติอยู่ข้างๆเขาสิ่งที่เธอพูดน่าจะเกี่ยวข้องกับผู้ชายคนหนึ่งและพ่อแม่ของเธอคงจะกำลังบังคับเธอให้ทำอะไรบางอย่าง ชายหนุ่มถึงแม้จะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เขาก็สัมผัสได้ว่าหญิงสาวที่อยู่ข้างๆเธอกำลังเสียใจและรู้สึกหวาดกลัวซึ่งมันก็ไม่ต่างอะไรกับความรู้สึกของเขาตอนนี้ 

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
67 فصول
ตอนที่ 1 ความเมาทำให้เราเจอกัน
ตอนที่ 1ความเมาทำให้เราเจอกัน“ฉันว่านายทำได้นะไม่จำเป็นที่ต้องมานั่งเครียด บริษัทนี้สุดท้ายมันก็ต้องเป็นของนายแค่วันนี้มันอาจจะดูเร็วไปก็เท่านั้น” อธิชพยายามเตือนสติและใช้เหตุผลเข้าคุยกับเพื่อนเพราะเขารู้ว่าตอนนี้ในหัวของพีรันธร มีแต่คำว่าทำไม่ได้แต่สำหรับอธิช เขาเชื่อและมั่นใจว่าเพื่อนของเขาสามารถดูแลบริหารบริษัทได้ไม่ต่างจากที่รุ่นพ่อได้ทำไว้ “ฉันก็ไม่ได้อยากจะเครียดนะแต่นายก็รู้ว่าชีวิตฉันชอบความเป็นอิสระในเมื่อคุณพ่อคุณแม่วางมือแบบนี้ชีวิตของฉันก็จะต้องรับผิดชอบมากขึ้นเพราะบริษัทมันไม่ได้หมายถึงแค่ครอบครัวฉันแต่มันหมายถึงอีกหลายร้อยชีวิตที่ฉันต้องดูแล” พีรันธรเป็นลูกชายคนเดียวของท่านประธานใหญ่บริษัทนำเข้ารถยนต์หรู เขาถูกเลี้ยงดูมาอย่างค่อนข้างอิสระเพราะใช้ชีวิตส่วนใหญ่เรียนอยู่ที่ต่างประเทศพอเรียนจบได้กลับเข้ามาทำงานที่บริษัทของตัวเองได้เพียงไม่กี่ปีผู้เป็นพ่อก็ตัดสินใจวางมือและพาแม่ของเขาย้ายไปทำรีสอร์ตขนาดเล็กบนดอยในภาคเหนือทันที ท่านประธานคนใหม่ไม่ได้กังวลเรื่องการบริหารแต่พีรันธรแค่รู้สึกว่าตัวเขาเองยังไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบงานใหญ่แบบนี้ ช
اقرأ المزيد
ตอนที่ 2 เรื่องเมื่อคืน  
ตอนที่ 2เรื่องเมื่อคืนคนที่เคยแต่ถูกดูแลวันนี้เขาต้องกลายมาเป็นคนที่ต้องมานั่งดูแลคนเมาแถมยังเป็นคนเมาที่เขาไม่รู้จักอีกด้วย พีรันธรเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนไปด้วยอ้วกของหญิงสาวที่นอนไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียงเขา ความรู้สึกเกิดขึ้นมากมายทั้งสงสาร โมโหที่คนตรงหน้าทำตัวแบบนี้“ถ้าเธอเป็นน้องฉัน ฉันคงจะตีเธอให้ตายคามือแน่ ๆ เป็นผู้หญิงแต่กลับมาเที่ยวผับเที่ยวบาร์เมามายไม่รู้เรื่องถ้าใครเขาลากไปลากมาป่านนี้ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าเธอจะเป็นอย่างไร”ปากก็บ่นมือก็เช็ดตัว ตอนนี้เรื่องเครียดในหัวของชายหนุ่มหายไปหมดเพราะเขากำลังเครียดกับสภาพหญิงสาวที่ไม่รู้จักแทนเกือบตีสองกว่าที่พีรันธรจะได้อาบน้ำและล้มตัวลงนอน หญิงสาวที่นอนอยู่ข้างๆเขายังคงละเมอเพ้ออะไรไปเรื่อยแต่ฟังดูแล้วก็ยังคงเป็นประโยคเดิมๆ ชายหนุ่มจึงไม่ได้สนใจฟังและตอนนี้เขาก็ง่วงมากแล้วอีกทั้งยังเมามาด้วยจึงเผลอหลับสนิทไม่ได้ยินเสียงคนข้างๆอีกเลยชายหนุ่มตื่นขึ้นมาเพราะแสงพระอาทิตย์ลอดผ่านช่องของผ้าม่านเข้ามาแยงตาเหมือนต้องการบอกให้พีรันธรรู้ว่ามันสายมากแล้ว ข้างๆเขาที่เมื่อคืนยังมีหญิงแปลกหน้านอนอยู่ตอนนี้มันกลับว่างเปล่า ชายหนุ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 3 แต่งงานกันนะแม้เรายังไม่ได้รักกัน
ตอนที่ 3แต่งงานกันนะแม้เรายังไม่ได้รักกัน“จะออกไปไหนอีก เรื่องเมื่อคืนยังทำให้ครอบครัวเราฉาวโฉ่ไม่พออีกหรือไง”แอนนามือกอดอกด้วยความภาคภูมิใจที่ตัวเองทำตัวได้ดีกว่าน้องสาวเลยเอ่ยถามด้วยคำพูดที่แสนจะดูถูกเพราะตั้งแต่เล็กจนโตพ่อและแม่มักจะบอกว่าเธอคือความภาคภูมิใจส่วนอันนาคือความอับอายของพ่อแม่“ฉันจะไปไหนก็ไม่เกี่ยวกับพี่เอาเวลาที่มีอยู่ไปดูแลสามีให้ดี น่าดีกว่าเพราะได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้มาเลเซียถ้าจะน่าอยู่ถึงขั้นที่พี่เขยแทบจะไม่กลับมาอยู่เมืองไทย”อันนาไม่เคยคิดที่จะพูดเรื่องแบบนี้เพราะรู้ว่ามันจะยิ่งทำให้พี่สาวของเธอเสียใจก่อนแต่งงานพี่เขยของเธอมาอยู่เมืองไทยมากกว่าการอยู่บ้านตัวเองเสียอีกแต่ตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่าแต่ละเดือนเธอเห็นพี่เขยไม่ถึงสองครั้งและแต่ละครั้งเธอไม่เคยเห็นว่าพี่สาวของเธอจะมีรอยยิ้มเลยแต่ในเมื่อแอนนาเปิดศึกมาแบบนี้เธอก็จำเป็นต้องตอบโต้บ้างไม่ใช่ยืนนิ่งเป็นฝ่ายโดนว่าอยู่ฝ่ายเดียว“ไม่ต้องมาเป็นห่วงฉัน เธอห่วงตัวเองจะดีกว่ารู้ไหมคุณพ่อกับคุณแม่พูดถึงเธอว่าอย่างไร”“ไม่เห็นอยากรู้ ท่านก็พูดแบบเดิม ๆ พี่ดีที่สุดและฉันก็แย่ที่สุด”“ก็มันจริง ฉันอยากจะรู้นะว่าเธอจะมีปัญ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 4 คนเก่าเขากลับมา
ตอนที่ 4คนเก่าเขากลับมา “สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่”พีรันธรยกมือไหว้ผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิงด้วยท่าทางนอบน้อมตามแบบที่พ่อและแม่สอนมาเป็นอย่างดีเพราะวันนี้เขารู้ว่าอาจไม่ได้รับความพึงพอใจจากทั้งสองคนสักเท่าไหร่เนื่องจากว่าพ่อและแม่ของอันนาเข้าใจว่าเขาพาลูกสาวของทั้งคู่ไปนอนในวันที่อันนาเมา“ผมไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ชายที่อยู่ในคลิปจะเป็นคุณ นักธุรกิจอายุน้อยร้อยล้านที่มีอนาคตไกลกลับพาผู้หญิงที่กำลังเมามายไม่ได้สติแบบนั้นไปทำเรื่องที่ไม่ดีบอกตรง ๆ ผมผิดหวังในตัวคุณมาก”วิภพพูดอย่างสุขุมเยือกเย็นสายตาของเขาที่มองมายัง            ชายหนุ่มที่ลูกสาวแนะนำว่าคือคนรักของเธอและเป็นผู้ชายในคลิปที่มีคนส่งมาให้ดูเยือกเย็นเอาจริงเอาจังและมีอะไรมากมายซ่อนอยู่ในนั้นที่ทำเอาพีถึงกลับไม่กล้าสบตาต่อ“ผมต้องขอโทษคุณพ่อคุณแม่ที่ทำเรื่องไม่ดีแบบนั้นแต่ทั้งหมดผมทำลงไปเพราะรักในตัวของอันนาจริง ๆ และวันนี้ผมก็ต้องการแสดงความรับผิดชอบหวังว่าจะได้ร
اقرأ المزيد
ตอนที่ 5 เก็บแรงไว้ใช้กับสามีเธอดีกว่า  
ตอนที่ 5เก็บแรงไว้ใช้กับสามีเธอดีกว่า “ทำไมถึงได้ออกมาทำงานโดยที่ไม่รอผม”พีรันธรขึ้นมาหาภรรยาที่ทำงานอยู่อีกชั้นหนึ่งด้วยความโมโหเพราะเมื่อเช้าเขาตื่นนอนมาแล้วพบว่าอันนาออกมาทำงานโดยที่ไม่บอกเขาสักคำ“ไม่อยากรบกวน ฉันเห็นว่าเมื่อคืนคุณมีแขกกว่าจะกลับก็เกือบจะตีหนึ่งแล้วเลยไม่กล้าที่จะรบกวนค่ะ”อันนาเธอไม่ได้คิดอย่างที่พูดแต่ถ้าเธอพูดความรู้สึกทั้งหมดออกไปมันอาจจะทำให้อีกฝ่ายรู้ว่าตอนนี้เธอกำลังตกหลุมรักสามีของตัวเองทั้งที่ตัวเองนั่นแหละที่เป็นคนย้ำถึงข้อเสนอเสมอว่าทั้งคู่ตกลงที่จะเป็นแค่เพื่อนกัน“ผมกับรดาไม่ได้มีอะไรต่อกันแล้ว เธอแค่แวะมาหาทักทายตามประสาคนเคยรู้จักก็เท่านั้นอย่าบอกนะว่าคุณกำลังหึงผม”ท่านประธานพูดตรงจุดแทงใจดำมีหรือที่คนอย่างอันนาจะยอมรับเมื่อไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรหญิงสาวจึงใช้วิธีชวนทะเลาะเปลี่ยนเรื่องแทน“คุณไม่ต้องอธิบายไม่ต้องมาบอกอะไรทั้งนั้นความจริงแล้วเราก็ไม่ได้เป็นอะไรกันคุณอยากทำอะไรก็ทำส่วนฉัน
اقرأ المزيد
ตอนที่ 6 อย่าทำให้หึง  
ตอนที่ 6อย่าทำให้หึง เช้านี้เป็นอีกหนึ่งวันที่อันนาออกไปทำงานโดยไม่รอสามีของเธอ พีรันธรตื่นขึ้นมาไม่พบคนนอนข้าง ๆ มันช่างทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเพราะเขาคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนน่าจะทำให้หญิงสาวรู้สึกได้ว่าเขาคิดอย่างไรกับเธอและเธอเองก็น่าจะรักเขาไม่ต่างจากที่เขารักเธอแต่การที่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอแบบนี้มันทำให้ชายหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่าเขากำลังคิดไปเองฝ่ายเดียวท่านประธานของบริษัทมาถึงที่ทำงานก็เกือบสายแล้วเพราะปกติอันนาจะทำหน้าที่คอยปลุกตอนเช้าแต่วันนี้เธอออกมาตั้งแต่ยังเช้ามืดอยู่จึงทำให้พีตื่สายกว่าทุกวัน“ท่านประธานคะมีแขกมารอพบอยู่ที่ห้อง”เลขาสาวทำหน้าที่รายงานทันทีเมื่อเจ้านายของเธอเดินมาถึงหน้าประตูห้องด้วยท่าทางแสดงถึงความรู้สึกไม่ถูกใจกับแขกที่มา“ใคร ผมจำได้ว่าวันนี้ไม่ได้นัดหมายกับใครไว้” พีรันธรเองก็คิดไม่ออกว่าเวลาเช้าแบบนี้ใครกันถึงได้มาหาเขาถึงที่บริษัทแถมยังขอเข้าไปรอถึงในห้องทั้งที่ความจริงปกติแล้วที่บริษัทจะมีพื้นที่สำหร
اقرأ المزيد
ตอนที่ 7 ทางเลือกที่แทบไม่มี
ตอนที่ 7ทางเลือกที่แทบไม่มี เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วสองเดือนแล้วที่รดาเข้ามาเป็นส่วนเกินในชีวิตคู่ระหว่างอันนาและพี  ประจำเดือนที่หายขาดไปถึง สองเดือนทำให้อันนาตัดสินใจที่จะไปตรวจให้รู้ความจริงเพราะเธอคิดว่าขืนปล่อยให้ทุกอย่างยาวไกลไปกว่านี้ความรู้สึกของเธอจะยิ่งแย่และช่วงนี้เธอก็ดูสุขภาพทรุดโทรมจนบางครั้งเธออดคิดไม่ได้ว่าเธอกำลังเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า บ่อยครั้งที่หญิงสาวแอบร้องไห้คนเดียวเมื่อสามีของเธอกลับบ้านไม่ตรงเวลาทั้งที่เขาก็มีเหตุผลมาอธิบายและมีหลักฐานยืนยันว่าเขาไม่ได้ไปกับรดาตามที่เธอเข้าใจแต่มันก็ไม่ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น          ผลตรวจออกมาแบบที่รดาคิดแม้ว่าเธอได้เตรียมใจไว้แล้วแต่สุดท้ายเธอกลับรู้สึกเหมือนแทบจะล้มทั้งยืนเมื่อรู้ว่ากำลังตั้งท้องได้ เกือบสามเดือนแล้วโดยที่ตัวเองแทบจะไม่รู้ตัวเพราะมัวแต่เอาเวลาทั้งหมดไปคิดแต่เรื่องของสามีกับอดีตคนรักและเอาแต่นอนร้องไห้คิดทบทวนเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่มีเวลากระทั่งสนใจตัวเองว่าประจำเ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 8 เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน
ตอนที่ 8เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน          ลูกสาวคนเล็กของบ้านหอบความพ่ายแพ้กลับมา เธอคิดว่าหนทางที่ชนาเทพเสนอ เธอคงไม่มีทางทำได้และเธอก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนไปซื้อหุ้นทั้งหมดคืนเพราะชนาเทพยืนยันที่จะขายให้เธอในราคาที่แพงกว่าที่เขาซื้อมาถึงสามเท่าและราคานี้มันไม่ใช่ราคาที่เธอควรจะจ่ายแต่ถ้ามันแลกมากับความสบายใจของครอบครัวเธอก็พร้อมจะทำแต่ตอนนี้เธอยังมีเงินไม่ถึงและเธอก็คิดไม่ออกว่าจะหาทางหาเงินได้อย่างไร         “วันนี้ไปไหนมา”         พีรันธรเดินออกมาจากประตูห้องน้ำเขาตัดสินใจที่จะถามตรง ๆ เพราะไม่อยากให้ภรรยาของเขาต้องคิดคำโกหกว่าความจริงแล้วเธอป่วยนอนอยู่ที่บ้าน         “คือ….ฉัน….”“อันนา คุณเป็นภรรยาของผมทำไมเวลามีปัญหาถึงคิดว่าคนอื่นจะสามารถช่วยคุณได้โดยที่ไม่คิดถึงสามีของตัวเองกา
اقرأ المزيد
9เรื่องโอบรักสัญญาใจ
ตอนที่ 1รอ.... สายลมแห่งฤดูหนาวมาเยือน ดอกไม้ในไร่ผาหมอกพากันเบ่งบานอวดสีสันกันสะพรั่งเต็มพื้นที่ตรงข้ามกับหัวใจของหญิงสาวที่กำลังรอคอยข่าวจากคนรักของเธออย่างสิ้นหวัง รัญชิดาสาวน้อยในวัยยี่สิบกว่า เธอมาฝึกงานที่ไร่แห่งนี้เพื่อหวังแค่เพียงให้เธอได้เรียนจบตามที่ที่เธอฝันนอกจากความสำเร็จเรื่องเรียนที่ได้จากที่ไร่หญิงสาวกลับได้พบกับผู้ชายที่ทำให้ได้รู้จักความรักซึ่งเป็นรักแรกและรักเดียวในชีวิตของเธอ “หนาวกลับเข้าไปในบ้านเถอะ ท้องแก่แบบนี้ค่ำมืดจะอันตราย” ราตรีสาวแก่อายุเข้าเลขห้าแต่ยังครองความโสดไว้อย่างเหนียวแน่นเดินออกมาตามลูกน้องคนสนิทที่กำลังท้องใกล้คลอดถึงหน้าไร่ของเธอ “แม่เลี้ยงเลยลำบากต้องเดินมาตาม รัญต้องขอโทษด้วยนะคะ” รัญชิดาค่อย ๆ ใช้มือทั้งสองข้างดันตัวเองให้ลุกจากเก้าอี้ที่ทำจากขอนไม้เพื่อเดินไปหาเจ้าของไร่ที่ยืนมองเธอด้วยแววตาแสดงถึงความสงสาร “ภูวิศจากที่นี่ไปตั้งแต่เธอท้องได้เพียงไม่กี่เดือนจนตอนนี้ใกล้จะคลอดแล้ว เมื่อไหร่เธอถึงจะเลิกรอผู้ชายที่ไม่มีความรับผิดชอบแบบนั้นเสียที” ราตรีส่ายหัวไม่เห็นด้วยที่ห
اقرأ المزيد
10ตอนที่ 2 ความคิดถึง
ตอนที่ 2ความคิดถึง “คุณแม่คะพี่ภูจะหายเป็นปกติไหม” สาวสวยในชุดกระโปรงยาวที่ถูกตัดเย็บอย่างดีถามมารดาด้วยความกังวล “วันนี้พี่เขาเริ่มกินข้าวได้เองก็นับว่าดีขึ้นกว่าตอนแรกอยู่มาก พิมอย่าสิ้นหวังสิลูก ภูวิศต้องกลับมาเป็นปกติเราต้องเชื่อมั่นนะลูก” สองคนแม่ลูกยืนกอดกันด้วยความหวัง หลังจากที่ภูวิศประสบอุบัติเหตุนอนติดเตียงมาได้สักพักตอนนี้ลูกชายคนเดียวของบ้านก็เริ่มมีอาการที่ดีขึ้นแต่ก็เฉพาะทางร่างกายส่วนทางด้านสมองเขาสูญเสียความทรงจำบางส่วนไปและยังไม่ทีท่าว่าจะกลับมา “พิมอย่าลืมลาที่มหาวิทยาลัยให้พี่นะ” คนป่วยหันมาบอกน้องสาวหลังจากที่กินข้าวด้วยตัวเองจนเสร็จ “พี่ภูเรียนจบมาหลายปีแล้วค่ะ ” “ยัง พี่ยังไม่จบรีบลาให้พี่เลย” พิมมี่ได้แต่พยักหน้าตามเพราะไม่มีประโยชน์อะไรที่เธอจะเถียงกับพี่ชายในเวลานี้ “ไปเลย แม่บอกกี่ครั้งแล้วห้ามร้องไห้ต่อหน้าพี่” อำภาไล่ให้ลูกสาวรีบออกจากห้องของคนป่วยไปเพราะคนเป็นแม่ไม่อยากให้ลูกชายรู้สึกแย่ไปกว่านี้ ภูวิศประสบอุบัติเหตุเพราะเขาหลับในก่อนถึงบ้านไม่ถึงสิบกิโลเมตร
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status