ตอนที่ 8 พนักงานใหม่
พนักงานน้องใหม่เดินเข้ามาภายในแผนกธุรการทั่วไป ท่ามกลางสายตาอันเป็นมิตร พนักงานแก้มป่องแสดงออกถึงความนอบน้อม ว่านอนสอนง่าย จนผ่านไปเพียงไม่ถึงครึ่งวัน มนตกานต์ก็กลายเป็นพนักงานน้องรักของพี่ ๆ ทุกคน
“น้องกานต์ ช่วยถ่ายสำเนาเอกสารพวกนี้หน่อยนะคะ ใช้ทั้งหมดสามสิบชุด ช่วงบ่ายทีมผู้บริหารต้องใช้ในการประชุม”
หัวหน้าแผนกเดินนำเอกสารสำคัญมาวางไว้ให้บนโต๊ะ มนตกานต์พยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะชะงักเมื่อก้มลงไปเห็นชื่อประธานกรรมการใหญ่ ซึ่งลงนามอนุมัติเอกสารข้างใต้ เพราะชื่อนามสกุลนั้นมันดันเป็นชื่อของสามีเธอ
“มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ”
“คนนี้...ใครคะ” นิ้วชี้จิ้มลงไปยังชื่อของ นายภารัญ อัครเดชเดชา
“นั่นชื่อคุณภารัญ เจ้าของบริษัท”
“” ว้าวววว เหมือนในซีรีส์เลย” ตาโตมองค้างนึกไปถึงซีรีส์ดังที่ตัวเองชอบดู
“ถ้าถ่ายเอกสารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เย็บเล่มเข้าชุดเอาไปวางไว้บนโต๊ะกลางนะ”
พนักงานน้องใหม่จัดการทำงานที่ได้รับมอบหมายจนเรียบร้อย เดินตามหลังหัวหน้าแผนกขึ้นลิฟต์มายังชั้นที่มีเอาไว้สำหรับจัดการประชุมใหญ่ มนตกานต์เดินนำเอกสารไปวางเรียงตามเก้าอี้ประจำครบทุกที่นั่ง จัดการเตรียมทุกอย่างที่ได้รับมอบหมายอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง กระทั่งบรรดาผู้บริหารระดับสูงตั้งแต่หัวหน้าแผนก
“อ้อ น้องกานต์เดี๋ยวไปห้องด้านข้างนะคะ ไปบอกแม่บ้านว่าขอกาแฟให้คุณภารัญแก้วหนึ่ง”
“ค่ะ”
มนตกานต์เดินเข้ามาหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่ภายในห้องสำหรับจัดเตรียมเบรก แต่ไม่ยักเห็นแม่บ้านตามที่หัวหน้าบอก ตามองออกไปเห็นสามีเดินเร็ว ๆ เปิดประตูเข้าไปภายในห้องประชุมแล้วยิ่งนึกร้อนรน
“กาแฟของคุณภารัญหรือ...อืม ไม่น่ายาก”
สาวน้อยหยิบแก้วกาแฟแบบมีหูจับนำมาวางแล้วตักกาแฟดำยี่ห้อดังเติมลงไปสามช้อนตวง เติมน้ำร้อนจนกลิ่นหอมกาแฟเข้ม ลอยมาเตะจมูก ช้อนกาแฟถูกตักยกน้ำกาแฟสีดำขึ้นมาแตะลงบนลิ้นอ่อน ปากเบะแสยะอย่างขนลุกขนพองให้กับความขมไม่กลมกล่อม ช้อนสั้นจ้วงตักน้ำตาลทรายเติมใส่ลงไปอีกก่อนจะชิมรส แต่ความขมนั้นเหมือนมันไม่ดีขึ้นเลยสักนิด
“ใส่ไปตั้งเจ็ดช้อนแล้วนะ ไม่เห็นอร่อยเลย” พนักงานน้องใหม่ยืนบ่นอยู่หน้าแก้วกาแฟ
“น้องกานต์กาแฟท่านประธานได้หรือยังคะ”
“อ่อ..นี่ค่ะ แต่ว่ามัน....” มือบางยกค้างอยู่กลางอากาศ เมื่อหัวหน้ายกถาดรอง นำกาแฟแก้วนั้นเดินออกไปอย่างรีบร้อน มนตกานต์วิ่งตามออกมาแต่ไม่ทัน เพราะกาแฟแก้วนั้นถูกนำไปวางลงตรงหน้าสามีเรียบร้อยแล้ว
พรวด ! กาแฟดำรสชาติอำมหิต ถูกภารัญพ่นออกมาทันทีที่มันสัมผัสลิ้น
“คุณภารัญครับ เกิดอะไรขึ้นครับ” สิระเลขานุการทะลึ่งลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้รีบวิ่งเข้ามาดึงกระดาษทิชชู่ไปช่วยเช็ดปาก เช็ดเสื้อและคราบน้ำกาแฟบนโต๊ะ
“มนตกานต์” หัวหน้าแผนกหันขวับกลับมายังประตูห้องประชุม ที่มุมหนึ่งมีพนักงานน้องใหม่ยืนยกมือไหว้หลบอยู่หลังประตู
มนตกานต์ตัดสินใจเปิดประตูเดินย่องเข้ามาภายในห้องท่ามกลางสายตาน่ากลัวของเหล่าผู้จัดการทั้งหลาย และหนึ่งในนั้นคือผู้ชายที่นั่งอยู่หัวโต๊ะด้านในสุด
“กาแฟนี่เธอชงหรือ” เสียงทุ้มเอ่ยถาม เมื่อมนตกานต์เดินมายืนอยู่ตรงหน้า
“ค่ะ ป้าแม่บ้านเขาไม่อยู่ หนูเลยชงเอง” หน้าสลดก้มงุด ๆ อย่างสำนึกผิด
“ของฉันกาแฟดำสามช้อน ไม่ใส่น้ำตาล เธอช่วยกลับไปชงมาให้ฉันอีกแก้ว ได้หรือเปล่า”
“ได้ค่ะ แต่ถ้าไม่ใส่น้ำตาล มันขมนะคะ”
“ขมก็ไม่เป็นไร ฉันกินได้”
“โอเคค่ะ” พนักงานน้องใหม่หันมายิ้มแห้งให้กับผู้จัดการทั้งหลายแล้วรีบเดินเร็ว ๆ ออกจากห้องเพื่อกลับไปชงกาแฟแก้วใหม่ให้ท่านประธาน
“ขอโทษด้วยนะคะ พอดีน้องเขาเพิ่งมาทำงานวันแรก” หัวหน้าแผนกนั่งหน้าซีดมือสั่นทำอะไรไม่ถูก
“ไม่เป็นไร ผมไม่ถือ ประชุมต่อได้เลย”
“น้องกานต์เอามือมานี่” มือนุ่มตีลงมาบนฝ่ามือของมนตกานต์เบา ๆ เป็นการลงโทษ
“หนูขอโทษค่ะ”
“พี่เกือบหัวใจวายตายเลย โชคดีนะที่วันนี้คุณภารัญอารมณ์ดี ไม่อย่างนั้นตายหมู่แน่ ๆ”
“ทำไมคะ ปกติคุณภารัญดุมากหรือคะ”
“ดุสิ”
“ถ้าอย่างนั้นครั้งหน้าหนูจะระวังนะคะ”
ติ๊ง เสียงโทรศัพท์แจ้งข้อความเข้า ดึงเอาความสนใจของมนตกานต์ไปจากการสนทนา เด็กสาวเดินไปเปิดโทรศัพท์อ่านข้อความจากสามีแจ้งให้รู้ว่าหลังจากเลิกงานแล้ว ให้เธอไปรอที่รถซึ่งจอดอยู่บนอาคารด้านหลัง เพื่อจะได้กลับบ้านพร้อมกัน
“ทำงานวันแรกเป็นยังไงบ้าง” ภารัญเอ่ยถามภรรยาซึ่งนั่งอยู่บนเบาะรถด้านข้าง
“ทำไมคุณไม่บอกหนูละคะว่านี่เป็นบริษัทของคุณ”
“สมมุติว่า ถ้าฉันบอกเธอจะมาสมัครงานที่นี่หรือเปล่า”
“อืมมมม อาจจะไม่ค่ะ” แก้มป่องเพราะอมเอาลมเข้าไปเก็บไว้ภายในส่ายหน้าช้า ๆ
“ทำไมละ”
“หนูกลัวคนอื่นคิดว่าหนูใช้เส้นคุณเข้ามานี่คะ หรือว่าที่หนูได้งานเพราะคุณบอกให้เขารับหนูหรือ โธ่ หนูอุตส่าห์ดีใจ คิดว่าได้มาเพราะความสามารถ”
“ฉันยังไม่ได้พูดอะไรสักคำเลย เรื่องงานนั่น ฉันไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายฝ่ายบุคคลสักครั้ง ถ้าฉันจะใช้เส้นสาย ฉันจะช่วยเธอซ้อมบทสัมภาษณ์ทำไม ส่วนหัวข้อที่ฝ่ายบุคคลใช้ฉันก็แค่คาดเดาตามหลักมาตรฐานทั่วไป”
“จริงนะ คุณไม่ได้ช่วยหนูแน่นะคะ” แก้มป่องเอียงข้างหันมาจ้องหน้าสามี
“เธอคิดว่าถ้าฉันบอกใครต่อใครว่าให้รับเธอเข้าทำงานเพราะมีท่านประธานหนุนหลัง เขาจะส่งเธอไปแผนกธุรการทั่วไปหรือไง”
“อืมมม ก็จริง หนูเชื่อคุณก็ได้”
“ทำไม ไม่อยากให้คนอื่นรู้อย่างนั้นหรือว่าเราเป็นสามีภรรยากัน” ภารัญละสายตามาจากท้องถนนเพื่อถามเหตุผลคนนั่งข้าง ๆ
“ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้รู้ค่ะ แต่หนูไม่อยากตกเป็นเป้าสายตา ดูอย่างวันนี้สิคะ ถ้าคนพวกนั้นรู้ว่าหนูเป็นภรรยาคุณแต่ชงกาแฟให้สามีไม่เป็น มีหวังคนได้หัวเราะเยาะคุณทั้งบริษัท ที่มีเมียไม่เอาไหน”
“ตามใจเธอแล้วกัน”
“เลิกงานแล้ว ลงมารอที่รถนะจะได้กลับบ้านพร้อมกัน” ภารัญหันไปกำชับมนตกานต์หลังจากขับรถเข้ามาจอดยังช่องสำหรับผู้บริหารในอาคารจอดรถ
พนักงานน้องใหม่เดินแยกไปกดลิฟต์เพื่อลงไปยังชั้นล่างต่ำลงไปอีกเจ็ดชั้น อันเป็นสถานที่ตั้งของแผนกธุรการ แผนกที่มีงานมาก แต่พนักงานน้อย เพราะมีกันอยู่เพียงสี่คนเท่านั้น
“เที่ยงนี้ไปกินอะไรกันดี” พนักงานซีเนียร์คนหนึ่งลุกขึ้นยืนเพื่อถามความเห็น
“ก๋วยเตี๋ยวเป็ด”
“ขนมจีนบุพเฟต์”
“ส้มตำร้านปาแต๋น”
“ข้าวแกงปักษ์ใต้ ชั้นยี่สิบ”
โพยฉลากถูกเขียนใส่กระดาษหย่อนลงไปในกระป๋องพลาสติกใส ใบหน้าของรุ่นพี่เอี้ยวหันมามองดูพนักงานใหม่ที่ยังไม่ได้ออกความเห็นเพียงคนเดียว เนื่องจากหน้าจอโทรศัพท์นั้นภารัญเพิ่งส่งข้อความมาบอกว่าเดี๋ยวจะพาไปกินข้าวมื้อกลางวัน ให้มนตกานต์ลงไปรอเขาที่ชั้นยี่สิบสอง
“เอ่อ...”
“ว่าไงคะน้องกานต์อยากทานอะไร”
“ชั้นยี่สิบสองมันขายอะไรหรือคะ” มนตกานต์หันไปถามคนที่ทำงานมาก่อนหลายปี
“ชั้นยี่สิบสองเหมือนจะเป็นพวกร้านอาหาร กับพวกภัตตาคารนะ พี่ก็ไม่เคยไปหรอก”
“หนูไม่รู้ว่าแถวนี้มีอะไรอร่อยบ้าง หนูสละสิทธิ์ไม่ออกความเห็นได้หรือเปล่าคะ”
“ไม่ได้สิ แผนกเรารักความเป็นประชาธิปไตยเป็นหลัก เอาอย่างนี้ใส่ชั้นยี่สิบสองไปแล้วกัน” พี่สาวคนหนึ่งเขียนโพยแล้วโยนกระดาษแผ่นนั้นลงไปรวมกับชื่อร้านอาหารก่อนหน้า
หัวหน้าแผนกเดินมายกมือไหวกระป๋องพลาสติก แล้วหยิบกระดาษที่ถูกม้วนอยู่ข้างในออกมาชิ้นหนึ่ง
“ชั้นยี่สิบสอง”
“หา!!” มนตกานต์สะดุ้งจนแก้มป่องสั่น ไม่คิดว่ามือหัวหน้าจะแม่นขนาดนั้น
“ไป กินข้าวกัน”
ประตูลิฟต์โดยสารสีทองถูกเปิดออกพร้อมกับเหล่าบรรดาสาว ๆ จากแผนกธุรการทั่วไปเดินตามกันมา รั้งท้ายนั้นภารัญมองเห็นยิ้มเจื่อนจากภรรยา พร้อมมือบางสะบัดโบกไปมาเหมือนส่งสัญญาณให้เขารู้ว่าเธอยังไม่พร้อมเปิดตัว
“คุณภารัญสวัสดีค่ะ มาทานข้าวเหมือนกันหรือคะ”
“ครับ แล้วนี่มาทานข้าวกันหรือ”
“ค่ะ บังเอิญจับสลากได้” ธุรการสาวเสียงใสรีบตอบทันที
“ถ้าอย่างนั้น ไปทานด้วยกันสิ มื้อนี้ผมเลี้ยงเอง”
“หื้อออ คุณภารัญจะเลี้ยงจริงหรือคะ” หัวหน้าแผนกตาโตรีบยกมือขึ้นมาทาบอก
“ทำไม ไม่เอาเหรอ”
“เอาค่ะ เอา....” เสียงประสานตอบตกลงอย่างพร้อมเพรียง ขาดไปเพียงเสียงเดียวคือคนต้นคิดที่จะมาทานอาหารที่นี่
ชื่อร้านอาหารเขียนเป็นภาษาเกาหลีที่ไม่ว่ามนตกานต์จะตะแคงคออ่านยังไงก็ไม่เข้าใจ คือจุดหมายปลายทาง มื้อกลางวันอันตระการตาละลานไปด้วยอาหารระดับพรีเมียม เรียงจานจนเต็มโต๊ะ
“..!....!....!.” สายตาหลายคู่สะดุดหยุดลงยังจานอาหารของพนักงานน้องใหม่ ซึ่งท่านประธานเพิ่งคีบตักวางอาหารใส่ลงไป
“ขอบคุณค่ะ” สาวน้อยยิ้มขอบคุณ คีบเนื้อฉ่ำควันฉุยใส่เข้าไปในปากทันที
“โอ๊ย ย้อน ย้อน ย้อน ย้อน”
ตอนพิเศษที่ 5คุณแม่ลูกอ่อน นอนหลับอย่างสบายบนเตียงนอนอันหนานุ่ม ผ้าห่มอุ่นคลุมทับให้เธอได้ซุกตัวหลับอย่างเต็มอิ่ม คุณแม่ยังสาวขยับเปิดเปลือกตาขึ้นมาพบว่าห้องนอนกว้างขวางมีเพียงความสลัวอันเงียบสงบ รอบด้านหน้าต่างทุกบานถูกผ้าม่านสีทึบรูดปิดจนไม่มีช่องให้แสงแดดภายนอกลอดผ่านเข้ามา“ฮึ” ไม่มีใครอื่นอีกแล้วที่จะแสนดีเท่าสามีของเธอคนนี้ ดูทีการันต์คงอยากให้เธอนอนหลับสบายจึงได้ปิดม่านมิดชิดอย่างนี้“ที่รัก” วีรดาลุกขึ้นมาคว้านาฬิกากดเปิดดูเวลา ด้วยความสงสัยเพราะดูเหมือนวันนี้เธอหลับได้เต็มอิ่มเหลือเกิน“เที่ยง! ตายแล้ว นี่ฉันนอนเพลินขนาดนี้เชียวหรือ”คุณแม่ลูกสี่ลุกขึ้นมานั่งบิดขี้เกียจ จากนั้นรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อลงไปดูว่าลูก ๆ ยังสุขสบายดีหรือเปล่า เพราะวีรดาจำได้ว่าวันนี้เป็นวันเสาร์ลูกสาวและลูกชายไม่ได้ไปโรงเรียน“คุณแม่” ลูกสองคนเงยหน้าขึ้นมาจากของเล่นกระโดดตัวลอยวิ่งเข้ามาหาคุณแม่คนสวยทันที“คุณพ่อขา คุณแม่ลงมาแล้วค่ะ” พันดาวสาวน้อยช่างเจรจาพุ่งเข้ามากอดเอวคนเป็นแม่“ไงคะเด็ก ๆ เล่นอะไรกันอยู่เอ่ย” วีรดาย่อตัวลงมารั้งลูกทั้งสองเข้ามาหอมแก้มคนละที ก่อนที่สายตาจะมองไปเห็นการัน
ตอนพิเศษที่ 4ภายในห้องพักผู้ป่วยมีทั้งปู่ย่า อากง คุณลุง คุณป้า ต่างนั่งรอคอยการปรากฏตัวของสมาชิกใหม่อย่างใจจดใจจ่อ มุมหนึ่งคู่พี่น้องฝาแฝดนั่งกอดตุ๊กตา ที่ตั้งใจเอามาให้น้องเป็นของขวัญ ตะวันและพันดาวนั่งชะเง้อคอรอพ่อกับแม่ โดยมีนารินทร์อยู่เคียงข้าง“ตะวัน พันดาวหนูสองคนตื่นเต้นไหมคะเด็ก จะได้เจอหน้าน้องแล้ว” นารินทร์หันมาชวนหลานรักทั้งสองพูดคุย“คุณป้ารินทร์ขา น้องจะรักหนูดาวกับตะวันไหมคะ”“รักสิลูก น้องของหนูจะรักพี่ตะวันและพี่พันดาวแน่นอนค่ะ”นารินทร์ก้มลงไปหอมแก้มหลานสาว จับสังเกตอาการตื่นเต้นปนกังวลได้ อาการอย่างนี้เธอเองเคยประสบพบเจอมาก่อน ตอนคลอดน้อง ๆ ให้กับธนา และการคลอดลูกครั้งถัดมา เพราะเด็ก ๆ ยังไร้เดียงสา เกินกว่าจะเข้าใจ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ ทั้งพ่อแม่ คนรอบข้าง ที่จะช่วยกันอธิบายว่า ต่อให้พ่อแม่มีน้อง พวกเขายังคงเป็นคนสำคัญเช่นเคยไม่เปลี่ยนแปลง โชคดีที่ทั้งการันต์และวีรดา เตรียมพร้อมรับมือด้วยการ ฝึกฝนและสอนให้พี่ชายพี่สาวดูแลรักน้องตั้งแต่อยู่ในท้อง“สวัสดีครับทุกคน สมาชิกใหม่ของพวกเรามาแล้ว”การันต์เดินพ้นประตูเข้ามา โดยมือจับเข็นเตียงเหล็ก ซึ่งด้านบนมีภรรยาสา
ตอนพิเศษที่ 3การวางแผนเพื่อมีลูกครั้งนี้ทั้งวีรดาและการันต์ นอกจากเตรียมความพร้อมเรื่องวัตถุสิ่งของแล้ว สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือเตรียมให้ลูกสาวลูกชาย ตะวันและพันดาวค่อย ๆ ปรับตัวเรียนรู้ว่าอีกไม่นาน ในครอบครัวจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มและบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนอาจจะแตกต่างออกไปนิดหน่อย“คุณแม่ขา น้องอยู่ตรงไหนคะ” พี่สาวขี้สงสัยลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้ ชี้นิ้วขึ้นยังจอมอนิเตอร์ซึ่งกำลังฉายภาพการอัลตร้าซาวด์สมาชิกใหม่ของครอบครัว“ตรงนี้ไงครับ ตะวัน กับพันดาวเห็นน้องหรือเปล่าครับลูก น้องอยู่ตรงนี้” การันต์อุ้มลูกชายวัยสามขวบเศษขึ้นมายืนบนหน้าขาตัวเองบ้างจากนั้นจิ้มปลายนิ้วชี้ลงไปยังวงกลมบิดเบี้ยว แสดงการมีอยู่ของตัวอ่อนอายุเจ็ดสัปดาห์“ทำไม น้องเป็นก้อน ๆ อย่างนั้นคะคุณพ่อ”“น้องยังตัวเล็กเป็นเบบี๋ไงคะ น้องยังไม่โตเลย”“ต้องรดน้ำน้องอีกเยอะ ๆ หรือครับ” ตะวันซึ่งเวลานี้กำลังตื่นเต้นกับบทบาทของพี่ชายพูดขึ้น“ต้องให้คุณแม่ทานข้าว ทานขนม ทานผลไม้เยอะ ๆ แล้วน้องก็จะค่อย ๆ โตครับ” การันต์อธิบายอย่างง่าย ๆ เพื่อให้ลูกทั้งสองเข้าใจ“คุณแม่อยากกินข้าวไข่เจียวไหมคะ” ลูกสาวคนโตรีบก้มลงไปถามทันทีเพราะเมนูนี้ต
ตอนพิเศษที่ 2“คุณพ่อขา คุณแม่ขา เบบี๋ต้นไม้ของตะวันกับพันดาว มันมีอันสีเขียว ๆ ออกมาแล้ว คุณแม่มาดูสิ”ลูกสาวและลูกชายวิ่งหน้าตาตื่นมาเข้ามารีบดึงแขนพ่อกับแม่ ให้เดินตามมายังแปลงผัก ซึ่งหลายวันก่อนการันต์ชวนลูก ๆ ทดลองปลูกเพาะต้นอ่อนทานตะวัน เพื่อให้ลูก ๆ นั้นได้ทดลองปลูกผักด้วยตัวเองอย่างง่าย ๆ อีกประการหนึ่งคือทั้งเขาและวีรดาอยากให้ลูกได้เห็นว่ากว่าจะได้พืช ผัก อาหารแต่ละอย่างมานั้นมันต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้างใบอ่อนสีเขียวเล็ก ๆ แทงยอดโผล่พ้นหน้าดินขึ้นมาทำให้เด็ก ๆ ตื่นเต้นอย่างมาก ดวงตากลมโตสองคู่ของลูกรัก จ้องเขม็งอย่างภาคภูมิใจ“จริงด้วย เบบี๋ทานตะวันสีเขียวออกมาแล้ว ลูกสองคนเก่งมากเลยค่ะ คุณพ่อ คุณแม่ภูมิใจในตัวลูกที่สุดเลย”วีรดาและการันต์ก้มลงไปสวมกอด พร้อมทั้งชี้ชวนชื่นชมในความสำเร็จของเด็ก ๆ ยิ่งทำให้ลูกรักทั้งสองฉีกยิ้มออกมากว้างกว่าเดิม“ตะวันกับพันดาวเก่งมากเลยใช่ไหมคะคุณพ่อ คุณแม่”“เก่งสิลูก”“แล้วเบบี๋ต้นทานตะวัน มันจะออกดอกเป็นสีเหลืองอันใหญ่ ๆ ไหมครับคุณพ่อ” ตะวันทำมือทำไม้แสดงท่าทาง จินตนาการไปไกลจนถึงดอกทานตะวันใหญ่อย่างที่เคยเห็นในหนังสือนิทาน“ออกดอกสิลูก ถ้าห
ตอนพิเศษที่ 1ช่วงเช้าของวันจันทร์เด็กชายตะวันและเด็กหญิงพันดาว ถูกเสียงหวานของวีรดาคุณแม่คนสวย ปลุกให้ลุกจากที่นอน เพื่อเตรียมตัวสำหรับการกลับไปเป็นเด็กนักเรียน ชั้นอนุบาลหนึ่ง“ตะวัน พันดาว ตื่นได้แล้วลูก วันนี้พวกหนูต้องไปโรงเรียนนะคะ” คุณแม่ยังสวยของสองเด็กแฝด เดินไปรูดเปิดผ้าม่านเพื่อให้แสงสว่างอันสดใสส่องเข้ามาในห้องได้มากขึ้น“ฮ้าวว...คุณแม่ขา ต้องไปโรงเรียนอีกแล้วหรือคะ” ลูกสาวคนโตดึงตัวเองลุกขึ้นมานั่ง ผมเผ้าเส้นยาวชี้ฟูยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง“ใช่ค่ะ วันนี้วันจันทร์ เราต้องไปโรงเรียน”“แต่หนูดาวไม่อยากไปโรงเรียนเลยค่ะ คุณแม่”สาวน้อยล้มตัวลงไปนอนบนหมอนหนุน มือเล็กดึงตุ๊กตาเป็ดตัวโปรดขึ้นมากอด“ทำไม หนูดาวถึงไม่อยากไปโรงเรียนละคะ” วีรดาเอ่ยถามลูกสาวออกมาด้วยความสงสัยในใจแอบกังวลเป็นห่วง เกรงว่าลูกสาวจะมีปัญหาอะไรที่โรงเรียน อาจโดนเพื่อนแกล้ง หรือว่าอาจถูกคุณครูดุ แต่หากมีเหตุการณ์อย่างนี้คุณครูจะต้องแจ้งให้ผู้ปกครองรู้ทันที ไม่มีปล่อยให้ข้ามวันแน่นอน“เราไม่ไปโรงเรียนได้ไหมคะคุณแม่” ลูกสาวคนโตยังคงต่อรองต่อไป“ไม่ได้หรอกค่ะ เด็กทุกคนต้องไปโรงเรียนเพื่อเรียนหนังสือ”“แต่คุณแม่ กั
ตอนที่ 23 ความสุขคืออะไร เดี๋ยวนี้ใครจะเข้าไปพบท่านประธาน จะเดินทะเล่อทะล่าก้าวขาฉับ ๆ เข้าไปในห้องทำงานนั้นไม่ได้อีกแล้ว ทุกย่างก้าวต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวัง หรือบางครั้งถึงกับต้องคลานเข่าเข้าไป ทั้งหมดทั้งสิ้นนั้น หาใช่เพราะการันต์นั้นเจ้ายศ เจ้าอย่างถือตัวกร่างทำตัวสูงส่งหากแต่เป็นเพราะ“คุณการันต์ครับ คือมีเมล์ส่งมาครับ” เลขานุการส่วนตัวคลานเข่าเข้ามาหาขณะที่การันต์เองก็คลานสี่ขาเข้าไปหาลูกน้อง บนแผ่นหลังกว้างมีลูกฝาแฝดนั่งหัวเราะอยู่ด้านบน นิ้วสั้นป้อมของลูกสาวคนโตจับปกคอเสื้อของพ่อเอาไว้แน่น“โอเค เดี๋ยวอีกสักพักผมจะขึ้นไปดู”“ครับผม”“กั๊บ กั๊บ” พันดาว สาวน้อยตาโตส่งเสียงเป็นสัญญาณให้พ่อทำหน้าที่เป็นม้าพาตัวเองเดินเล่น“ตะวัน พันดาว พอแล้วลูก ปล่อยให้คุณพ่อกลับไปทำงานได้แล้วค่ะ” วีรดาเดินกลับมาจากโต๊ะเตรียมอาหาร“พ่อ...งาน”“ใช่ค่ะ บอกให้คุณพ่อกลับไปทำงานได้แล้ว มัวแต่มาเล่นอย่างนี้เดี๋ยวไม่มีเงินมาซื้อขนมให้หนูสองคนนะ”“อื้อ...งาน” ลูกสาวรู้ความ ชี้นิ้วสั้นป้อมขึ้นไปยังโต๊ะทำงานใหญ่ มือขยุ้มจิกเส้นผมของพ่อทึ้งกระตุกซ้ำ ๆ ให้หน้าแหงนกลับขึ้นไปมองแฟ้มเอกสารกองใหญ่“ครับ พ่