เข้าสู่ระบบเว่ยหวั่น หญิงสาวที่พลาดมีสัมพันธ์กับผู้ชายที่ไม่รู้จักจนถูกถอนหมั้น เธอต้องย้ายไปอยู่เมืองอื่น สามปีผ่านไปจึงหอบลูกชายตัวน้อยกลับมาอาศัยอยู่เมืองเดิม และได้งานใหม่เป็นเลขาของท่านประธาน
ดูเพิ่มเติมภายในห้องที่มืดมิดของโรงแรมแห่งหนึ่ง ร่างสองร่างเคลื่อนไหวเป็นจังหวะประสานกัน เสียงของเตียงที่สั่นไหวขานรับเสียงร้องครวญครางอย่างสุขสมของชายหญิงคู่หนึ่ง
เว่ยหวั่น หญิงสาววัยยี่สิบสองปีที่เพิ่งมีสัมพันธ์กับผู้ชายครั้งแรก เธอขยับเรือนร่างรุ่มร้อนตามแรงที่ชายหนุ่มถาโถมใส่
กิจกรรมที่ร้อนแรงนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เวลาเกือบเที่ยงคืนจนถึงรุ่งสาง เว่ยหวั่นนอนพักจนเริ่มมีแรงจึงแง้มผ้าม่าน ให้แสงไฟจากภายนอกลอดผ่านหน้าต่างเข้าสู่ห้อง เธอมองหาเสื้อผ้าของตัวเองที่กองสะเปะสะปะบนพื้น จากนั้นก็หยิบมาสวมใส่แล้วออกจากห้องอย่างเงียบกริบ
ก่อนจะจากไป เธอปรายตามองเห็นแผ่นหลังของชายหนุ่มที่เพิ่งมีสัมพันธ์ด้วยกันมาหมาดๆ เห็นแผ่นหลังของเขามีรอยสักเป็นรูปดวงตาหนึ่งข้างที่ดุร้าย
ร่างบางพลันสะดุ้งด้วยความตกใจ เธอรีบเปิดประตูออกจากห้อง ทิ้งร่างของชายหนุ่มให้นอนหลับไม่รู้เรื่องบนเตียง
พลาดมีครั้งแรกกับผู้ชายแปลกหน้า ต้องรีบออกจากห้องนี้โดยเร็ว
ไม่นานนักชายหนุ่มบนเตียงก็ลืมตาขึ้น มือหนายกขึ้นนวดบริเวณหัวคิ้วและขมับด้วยความงุนงง เมื่อได้สติเต็มที่ก็ลุกขึ้นจากเตียงไปอาบน้ำ แล้วออกจากห้องไปหาลูกน้องของตน
“จ่ายเงินให้ผู้หญิงเมื่อคืนหรือยัง”
หวังเจิ้น ชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าหล่อคมเข้มนัยน์ตาหงส์ อายุยี่สิบเจ็ดปีเอ่ยถามสวี่เหยาเลขาของตน
“เอ่อ” สวี่เหยาหลบสายตา ท่าทางกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
“ผู้หญิงที่จ้างมากลับไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ คือ ท่านประธานเข้าผิดห้อง”
สวี่เหยาเม้มริมฝีปากก่อนตอบตามความจริง
“หืม” ชายหนุ่มนัยน์ตาหงส์เลิกคิ้วประหลาดใจ
“ไปหาตัวให้เจอ แต่ถ้าไม่เจอก็ปล่อยตามนั้น”
เขาไม่ใช่คนที่ไม่รับผิดชอบ เมื่อคืนเผลอดื่มเครื่องดื่มที่ผสมยาปลุกเซ็กส์ เขาจึงต้องรีบหาหญิงอื่นมาร่วมห้อง ไม่ยอมตกหลุมพรางที่แฟนสาววางไว้
เขาคบหยางลี่ลี่ บุตรสาวประธานหยางผิงเจ้าของบริษัท YP ตามที่มารดาจัดหาให้ โดยที่ให้สถานะเป็นแฟนสาว แต่ไม่มีการรักใคร่ดูแลอย่างที่คนรักควรมี
ดังนั้นเมื่อตนเองจะถูกรวบหัวรวบหาง เขาจึงให้สวี่เหยาหาหญิงสาวมาเพื่อปลดปล่อยจนกว่ายาจะหมดฤทธิ์
คิดไม่ถึงว่า เขากลับเข้าห้องผิดจนมีสัมพันธ์กับผู้หญิงที่ไม่รู้จักชื่อและหน้าตา
มีเพียงรูปร่างและความอบอุ่นของเธอเท่านั้นที่เขารับรู้และได้สัมผัสทุกซอกทุกมุม
แค่ครั้งเดียวก็จำได้ไม่รู้ลืม
เว่ยหวั่นวิ่งออกจากโรงแรมทั้งที่เสื้อผ้าทรงผมยังไม่ได้จัด ดีที่ช่วงเวลาที่เธอออกมายังเช้ามาก บริเวณล็อบบี้และหน้าโรงแรมจึงแทบไม่มีคน
“หึ”
เสียงแหลมเล็กออกจากปากหญิงสาวคนหนึ่งที่ใส่หมวกใบใหญ่นั่งอยู่ในรถหรูที่จอดหน้าโรงแรม
“นางเว่ยหวั่น สุดท้ายก็เสียตัวอย่างไร้ค่า”
มือเรียวของหญิงผู้นั้นกดอัดคลิปที่เว่ยหวั่นวิ่งออกจากโรงแรมในสภาพที่ไม่เรียบร้อยได้ชัดเจน
“มีคลิปตอนเข้าห้อง กับคลิปออกจากห้องและตอนออกจากโรงแรม แค่นี้ก็เรียบร้อย”
……..
สามวันถัดมา งานเลี้ยงวันเกิดที่โรงแรม JL
งานเลี้ยงวันเกิดของท่านประธานเมิ่งซาน ผู้บริหารบริษัทเทียนซาน บริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ของเมืองหนานอัน นั่งยิ้มแย้มบนโต๊ะรอรับแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน
“เว่ยหวั่น มานี่สิ” เมิ่งซานเรียกหญิงสาวหน้าตาสะสวยให้ไปหา
มีชายวัยกลางคนเดินตามหลังหญิงสาวด้วยความนอบน้อม
“ประธานเมิ่ง” เขาเอ่ยทักทาย
“ประธานเว่ยเกรงใจไปแล้ว อีกไม่นานเราก็จะได้ดองเป็นเครือญาติกัน ผมขอลูกสาวคุณมาเป็นสะใภ้นะ”
เมิ่งซานหัวเราะชอบใจ
“มิได้ๆ เป็นเกียรติของครอบครัวของเรามากครับ”
เว่ยหลินตอบพร้อมกับเรียกหญิงสาวอีกคนมาแนะนำตัว
“นี่คือเว่ยหลัน ลูกสาวผมอีกคนครับ”
บุรุษแนะนำด้วยน้ำเสียงประหม่า บุตรสาวที่เกิดจากภรรยานอกสมรส ทั้งยังมีอายุไล่เลี่ยกับบุตรสาวคนโต เขาย่อมรู้สึกกระดากอายเป็นธรรมดา
เมิ่งซานมองเว่ยหลัน เขาไม่ได้ตอบสิ่งใด ได้แต่พยักหน้าตอบรับ
“ได้ยินชื่อเสียงของคุณลุงเมิ่งมานานแล้ว ครั้งนี้ได้เจอ เป็นเกียรติของหลันหลันมากเลยค่ะ”
หญิงสาวยิ้มพลางพูดน้ำเสียงประจบ
“อวิ่นเฉินรับแขกอยู่อีกฝั่ง ไปหาเขาสิ”
เมิ่งซานไม่ตอบเว่ยหลัน แต่หันไปพูดกับเว่ยหวั่นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ค่ะ” หญิงสาวรับคำ ก่อนเดินไปหาคู่หมั้นของตน
มองเห็นเมิ่งอวิ่นเฉินในระยะไกล ในใจของเว่ยหวั่นก็สั่นไหว เธอรู้ว่าได้ทำผิดต่อเขา แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นพูดอย่างไร
“หวันหวั่น”
เมิ่งอวิ่นเฉินหันมองราวกับรู้ว่าเธอกำลังเดินไปหา เขากวักมือเรียกด้วยความดีใจ
เว่ยหวั่นยืนต้อนรับแขกกับเมิ่งอวิ่นเฉินได้ไม่นานนัก พิธีกรบนเวทีก็เริ่มกล่าวเปิดงาน
จอโปรเจคเตอร์ฉายคลิปที่ประธาน ผู้อำนวยการตลอดจนผู้บริหารของแต่ละบริษัทในเครือกล่าวอวยพรเมิ่งซาน สายตาของทุกคนในงานล้วนมองไปที่จอด้วยความชื่นชม
เมื่อถึงคลิปสุดท้าย แต่ละคนที่มองหน้าจอก็เริ่มมีสีหน้ากระอักกระอ่วน
ในคลิปเป็นภาพของเว่ยหวั่นเดินโซเซเข้าห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะมีชายหนุ่มที่เห็นหน้าคร่าตาไม่ชัดเจนเปิดประตูตามเข้าไปในห้อง
คลิปถูกเร่งให้เร็วจนเห็นว่าทั้งคืนนั้น ชายหนุ่มไม่ได้ออกจากห้อง แต่กลับอยู่ร่วมห้องกับเว่ยหวั่นทั้งคืน จนถึงเวลาตีห้ากว่าประตูห้องก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง เว่ยหวั่นออกมาจากห้องด้วยสภาพที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง ทั้งยังแต่งกายไม่เรียบร้อย
เดาได้ไม่ยากว่าเมื่อคืนเธอผ่านอะไรมาบ้าง
“อวิ่นเฉิน”
เว่ยหวั่นหน้าซีด มือเล็กคว้ามือใหญ่ของคู่หมั้นตน
แต่พอสัมผัสก็ถูกสะบัดจนหลุด เธอสังเกตเห็นว่าร่างกายของเขาสั่นด้วยความโกรธ
“ไปเถอะ ฉันไม่อยากเจอหน้าเธออีก”
เมิ่งอวิ่นเฉินสูดหายใจลึก เขาพูดสั้นๆ แล้วก็เดินหันหลังจากไป
ทุกสายตาหันมามองที่คู่หนุ่มสาว สายตาแต่ละคนมีทั้งสงสารเมิ่งอวิ่นเฉินและเหยียดหยามดูแคลนเว่ยหวั่น
ยังไม่ทันที่เว่ยหวั่นจะกล่าวสิ่งใด เว่ยหลินก็มาคว้าแขนของเธอแล้วลากตัวเธอออกจากงานทันที
ทิ้งให้เว่ยหลันเป็นตัวแทนของตนอยู่ในงานจนจบ
ไช่ฮุ่ยซินมีสีหน้าแปลกประหลาด แต่หวังไท่เริ่มยิ้มแย้มอู๋โม่เหยียนยื่นซองสีน้ำตาลให้ไช่ฮุ่ยซิน“เผื่อคุณป้ามีข้อสงสัย”หวังไท่ยื่นมือแย่งซอง เขาอ่านบนหน้าซอง“ผลการตรวจดีเอ็นเอ” จากนั้นก็วางบนโต๊ะไม่เปิดออกมาดู“จะดูทำไม ดีเอ็นเออยู่บนใบหน้า ดูสิ หล่อเหมือนปู่ไม่มีผิดเพี้ยน”เขาหัวเราะชอบใจ“เอ้ยเอ้ย หล่อเหมือนปู่ตรงไหน หล่อเหมือนพ่อสิ”หวังเจิ้นรีบแย้งเว่ยหลินอี้ส่ายหน้า“อี้อี้ไม่อยากเป็นคนหล่อแล้ว มีแต่คนอยากเหมือน”คำพูดของเขา ทำให้คนฟังหัวเราะด้วยความเอ็นดูไช่ฮุ่ยซินเอื้อมมือจับแก้มเด็กชายแก้มป่อง“หลงตัวเองแบบนี้ เหมือนปู่กับพ่อมาก” เธอหัวเราะขำเด็กน้อยหยางลี่ลี่ใบหน้าบูดเบี้ยวไม่น่าดู เธอลุกจากโต๊ะดึงพ่อกับแม่ของตัวเองให้ลุกตาม“คุณพ่อคุณแม่คะ ไว้หนูจะหาสามีที่หล่อและเก่ง แต่ลูกของหนูต้องหน้าคล้ายหนูเท่านั้น”คุณหยางและคุณนายหยางส่งสายตาเกรงใจให้กับหวังไท่และไช่ฮุ่ยซิน พวกเขาทั้งสี่เป็นเพื่อนกันมานานย่อมไม่โกรธกันเรื่องพวกนี้ และพวกเขาก็รู้ถึงนิสัยดื้อรั้นของหยางลี่ลี่ดี“กลับก่อนนะ ไว้ค่อยคุยกันใหม่”คุณหยางยกมือลา แล้วเดินตามลูกสาวและภรรยาขึ้นรถกลับบ้านทันที“หนูชื่ออะไรนะ
เมื่อแขกมาเกือบครบ เว่ยหวั่นก็ออกจากห้อง เหลือหวังเจิ้นและสวี่เหยานั่งภายในห้องอย่างใจเย็นเข้าไปในงาน เมิ่งอวิ่นเอินก็มาหาเธอพร้อมสีหน้าเป็นห่วง“หวันหวั่นไปไหนมา ผมหาคุณตั้งนาน คิดว่าไม่สบายเสียอีก”เขาเป็นห่วงกลัวสภาพจิตใจเธอที่ต้องมางานแต่งงานคู่หมั้นเก่า“อยู่คนเดียวในงานรู้สึกแปลกๆ ค่ะ ฉันรอแขกมาเยอะถึงค่อยเข้ามา”“ไปนั่งตรงนั้นกันเถอะ”เมิ่งอวิ่นเอินเดินนำเว่ยหวั่นเข้าไปนั่งโต๊ะด้านหน้า เว่ยหวั่นหยุดทักทายประธานเมิ่งและคุณนายเมิ่ง ก่อนนั่งโต๊ะข้างกันประธานเมิ่งหรือเมิ่งซานยิ้มให้เว่ยหวั่น เขาเอ็นดูเด็กสาวคนนี้มานานแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อนเขาก็ไม่เคยคิดที่จะตำหนิเธอ ยกเว้นมู่อิง ภรรยาของเขาที่ทำทีรังเกียจเว่ยหวั่นตั้งแต่นั้นมา“กล้าเสนอหน้ามางานอีก น่าเอ๋อร์ก็ใจกว้างที่เชิญผู้หญิงแบบนี้มาเป็นแขกร่วมงาน”มู่อิงเอ่ยปาก เสียงดังได้ยินกันทั่วทั้งโต๊ะเมิ่งอวิ่นเอินดึงเว่ยหวั่นให้นั่งลงทันที เขากระซิบข้างหูเธอ“ไม่ต้องไปใส่ใจ”ถึงเวลาเริ่มงาน คู่บ่าวสาวเดินขึ้นเวที ฝูเหวยน่ายิ้มแย้มสดใส ส่วนเมิ่งอวิ่นเฉินสีหน้าไม่ยินดียินร้ายหน้าจอโปรเจคเตอร์ฉายภาพหวานของเจ้าบ่าวเจ้าสาว
หวังเจิ้นเดินไปหาเว่ยหวั่น เขาแก้เชือกบริเวณมือและเท้าที่มัดหญิงสาว เอาผ้าปิดปากออก แล้วประคองเธอไปนั่งโซฟาที่เสิ่นหลงเพิ่งนอนเมื่อครู่อู๋โม่เหยียนจับเว่ยหลันและเสิ่นหลงนั่งคุกเข่าลงกับพื้นราวกับนักโทษรอฟังคำพิพากษาหวังเจิ้นนั่งไขว่ห้างบนโซฟา มือหนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูรายงานที่สวี่เหยาเพิ่งส่งให้“ยักยอกเงินของบริษัทหย่งเหอ ยี่สิบล้านหยวน”นัยน์ตาหงส์ชำเลืองมองหญิงสาวที่นั่งข้างๆ เห็นเธอมุ่นคิ้ว สีหน้าขุ่นเคืองชัดเจน“ยักยอกเงินบริษัทซานเซียน ห้าสิบล้านหยวน เป็นลูกกตัญญูกันเสียจริง”หวังเจิ้นเอ่ยชมเว่ยหลันและเสิ่นหลงน้ำเสียงเยือกเย็น“แล้วยังกล้าจับคนของฉัน ใจกล้าคับฟ้าจริงนะ”หวังเจิ้นขึ้นเสียงใส่คนทั้งสอง“ประธานหวัง ผมผิดไปแล้ว ปล่อยพวกเราเถอะ”เสิ่นหลงตัวสั่นด้วยความกลัว พยายามพูดอ้อนวอนขอร้อง“ที่จริงฉันควรจะซ้อมพวกแกให้หลาบจำแล้วส่งเข้าคุก แต่เห็นแก่หน้าเว่ยหวั่นและพ่อตา กลัวว่าเขาจะจำหน้าลูกสาวและว่าที่ลูกเขยไม่ได้”หวังเจิ้นส่งสายตาไปทางอู๋โม่เหยียน“ส่งไปให้ตำรวจ เอาหลักฐานทุกอย่างที่มีไปให้หมด”“ได้”อู๋โม่เหยียนรับคำ เขาให้ลูกน้องลากเสิ่นหลงและเว่ยหลันออกนอกห้องทันที
เสิ่นหลงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เขาเปิดภาพเว่ยหวั่นและเฉิงม่านฉีจูงเด็กชายตัวน้อยเดินซื้อของอยู่ในห้างสรรพสินค้าเว่ยหลันหยุดทะเลาะ เธอก้มหน้าลงมองภาพนั้นใกล้ๆ“เด็กนี่ลูกใคร”“ถ้าเว่ยหวั่นเคยนอนกับประธานหวัง เด็กนี่ก็ต้องลูกของมันกับประธานหวังนั่นแหละ ดีเอ็นเอชัดเจนอยู่บนใบหน้า” เสิ่นหลงพูด“ถ้าพวกนั้นได้เจอกันก็ต้องรู้แล้วว่าเป็นพ่อลูก ถ้าดูไม่ออกก็โง่มาก”เขาพูดต่อ สายตาเต็มไปด้วยแผนการชั่วร้ายเว่ยหลันเห็นสีหน้าแฟนหนุ่มก็ถามขึ้นรวดเร็ว“มีแผนอะไร”“จับตัวเรียกค่าไถ่”เสิ่นหลงเหยียดยิ้มมุมปาก เข้าหยิบโทรศัพท์โทรสั่งลูกน้องของตัวเองทันที“ไปสืบมาว่าประธานหวังเจิ้นของหวังเซิ่งไปไหน แล้วก็จับตัวเด็กผู้ชายที่อยู่กับเขามา รูปถ่ายเดี๋ยวฉันจะส่งตามไป”“เรียกค่าไถ่บวกเงินที่ยืมไปของฉันด้วยนะ”เว่ยหลันสะกิดบอกเขา“ไม่ลืมหรอก บวกกำไรเพิ่มอีกด้วย” เขาคว้าร่างของเว่ยหลันมากอด มืออีกข้างลูบไล้อยู่แถวสะโพกของเธออย่างหื่นกระหาย“ไปคุยกันบนเตียงดีกว่า ทะเลาะบนเตียงก็เร้าใจไปอีกแบบ”เขาอุ้มร่างของหญิงสาวเข้าห้องนอนโดยไม่รีรอ........รีสอร์ทเมืองฮุ่ยอินหวังเจิ้นสั่งให้สวี่เหยาและลุงไป๋คนขับรถอยู่
หลังจากที่พูดคุยธุระกับคนที่ต้องการจนเสร็จ หวังเจิ้นนั่งนิ่งเงียบข้างหญิงสาวทั้งสองได้ไม่นาน เจียงเหวินเหวินก็ปลีกตัวไปเป็นพิธีกรงานประมูลบนเวที ส่วนหยางลี่ลี่ก็พุ่งตัวไปรอชมของที่นำมาประมูลด้วยความสนใจ หวังเจิ้นจึงอาศัยโอกาสนี้รีบจูงมือของเว่ยหวั่นกลับทันที “เร็วๆ รีบกลับก่อนที่จ
เว่ยหวั่นดูข้อความในกลุ่มวีแชทที่เด้งแจ้งเตือนแล้วพิมพ์ตอบทันที จากนั้นจึงกระซิบบอกเฉิงม่านฉี“ฝากดูอี้อี้ด้วยนะ ฉันรับงานร้องเพลงไว้แล้ว ร้องสามวันได้ค่ารักษาครบพอดี”เฉิงม่านฉีเหลือบมองเมิ่งอวิ่นเอิน เธอรู้ว่าหากชายหนุ่มรู้คงเสนอตัวช่วยเหลือ แต่เธอก็เข้าใจนิสัยของเว่ยหวั่น ว่าคงไม่อยากติดค้างอะไร
เช้าวันถัดมาเมื่อเว่ยหวั่นพาเว่ยหลินอี้ลงจากห้องก็เห็นว่ามีอาหารเช้าวางอยู่เต็มโต๊ะแล้ว“เลขาสวี่ทำอาหารเองเลยหรือคะ”“เปล่าครับ ทางรีสอร์ทจัดมา”สวี่เหยาเลื่อนเก้าอี้ออกเพื่อให้กับเว่ยหวั่นและเด็กชายตัวน้อยได้นั่ง“ประธานหวังล่ะคะ”เว่ยหวั่นถาม ในหัวคิดเรื่องของเมื่อคืนอย่างห้ามไม่อยู่“ออกไปวิ่งค
หวังเจิ้นอุ้มเว่ยหลินอี้ก่อนเปลี่ยนให้เขาขี่คออย่างตามใจ เว่ยหวั่นมองตามหลังคนทั้งสอง ในใจมีความสุขอย่างประหลาด“เด็กควรมีพ่อด้วยสินะ”เธอเดินตามหลังพวกเขาช้าๆ ในหัวเริ่มคิดหาพ่อให้เจ้าก้อนแป้งน้อยมีพ่อคอยปกป้อง เป็นฮีโร่ของลูก เขาถึงจะได้เป็นเด็กที่มีครอบครัวที่สมบูรณ์ “ตลาดกลางคืนจะมีตอ





