Se connecterเว่ยหวั่น หญิงสาวที่พลาดมีสัมพันธ์กับผู้ชายที่ไม่รู้จักจนถูกถอนหมั้น เธอต้องย้ายไปอยู่เมืองอื่น สามปีผ่านไปจึงหอบลูกชายตัวน้อยกลับมาอาศัยอยู่เมืองเดิม และได้งานใหม่เป็นเลขาของท่านประธาน
Voir plusไช่ฮุ่ยซินมีสีหน้าแปลกประหลาด แต่หวังไท่เริ่มยิ้มแย้มอู๋โม่เหยียนยื่นซองสีน้ำตาลให้ไช่ฮุ่ยซิน“เผื่อคุณป้ามีข้อสงสัย”หวังไท่ยื่นมือแย่งซอง เขาอ่านบนหน้าซอง“ผลการตรวจดีเอ็นเอ” จากนั้นก็วางบนโต๊ะไม่เปิดออกมาดู“จะดูทำไม ดีเอ็นเออยู่บนใบหน้า ดูสิ หล่อเหมือนปู่ไม่มีผิดเพี้ยน”เขาหัวเราะชอบใจ“เอ้ยเอ้ย หล่อเหมือนปู่ตรงไหน หล่อเหมือนพ่อสิ”หวังเจิ้นรีบแย้งเว่ยหลินอี้ส่ายหน้า“อี้อี้ไม่อยากเป็นคนหล่อแล้ว มีแต่คนอยากเหมือน”คำพูดของเขา ทำให้คนฟังหัวเราะด้วยความเอ็นดูไช่ฮุ่ยซินเอื้อมมือจับแก้มเด็กชายแก้มป่อง“หลงตัวเองแบบนี้ เหมือนปู่กับพ่อมาก” เธอหัวเราะขำเด็กน้อยหยางลี่ลี่ใบหน้าบูดเบี้ยวไม่น่าดู เธอลุกจากโต๊ะดึงพ่อกับแม่ของตัวเองให้ลุกตาม“คุณพ่อคุณแม่คะ ไว้หนูจะหาสามีที่หล่อและเก่ง แต่ลูกของหนูต้องหน้าคล้ายหนูเท่านั้น”คุณหยางและคุณนายหยางส่งสายตาเกรงใจให้กับหวังไท่และไช่ฮุ่ยซิน พวกเขาทั้งสี่เป็นเพื่อนกันมานานย่อมไม่โกรธกันเรื่องพวกนี้ และพวกเขาก็รู้ถึงนิสัยดื้อรั้นของหยางลี่ลี่ดี“กลับก่อนนะ ไว้ค่อยคุยกันใหม่”คุณหยางยกมือลา แล้วเดินตามลูกสาวและภรรยาขึ้นรถกลับบ้านทันที“หนูชื่ออะไรนะ
เมื่อแขกมาเกือบครบ เว่ยหวั่นก็ออกจากห้อง เหลือหวังเจิ้นและสวี่เหยานั่งภายในห้องอย่างใจเย็นเข้าไปในงาน เมิ่งอวิ่นเอินก็มาหาเธอพร้อมสีหน้าเป็นห่วง“หวันหวั่นไปไหนมา ผมหาคุณตั้งนาน คิดว่าไม่สบายเสียอีก”เขาเป็นห่วงกลัวสภาพจิตใจเธอที่ต้องมางานแต่งงานคู่หมั้นเก่า“อยู่คนเดียวในงานรู้สึกแปลกๆ ค่ะ ฉันรอแขกมาเยอะถึงค่อยเข้ามา”“ไปนั่งตรงนั้นกันเถอะ”เมิ่งอวิ่นเอินเดินนำเว่ยหวั่นเข้าไปนั่งโต๊ะด้านหน้า เว่ยหวั่นหยุดทักทายประธานเมิ่งและคุณนายเมิ่ง ก่อนนั่งโต๊ะข้างกันประธานเมิ่งหรือเมิ่งซานยิ้มให้เว่ยหวั่น เขาเอ็นดูเด็กสาวคนนี้มานานแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อนเขาก็ไม่เคยคิดที่จะตำหนิเธอ ยกเว้นมู่อิง ภรรยาของเขาที่ทำทีรังเกียจเว่ยหวั่นตั้งแต่นั้นมา“กล้าเสนอหน้ามางานอีก น่าเอ๋อร์ก็ใจกว้างที่เชิญผู้หญิงแบบนี้มาเป็นแขกร่วมงาน”มู่อิงเอ่ยปาก เสียงดังได้ยินกันทั่วทั้งโต๊ะเมิ่งอวิ่นเอินดึงเว่ยหวั่นให้นั่งลงทันที เขากระซิบข้างหูเธอ“ไม่ต้องไปใส่ใจ”ถึงเวลาเริ่มงาน คู่บ่าวสาวเดินขึ้นเวที ฝูเหวยน่ายิ้มแย้มสดใส ส่วนเมิ่งอวิ่นเฉินสีหน้าไม่ยินดียินร้ายหน้าจอโปรเจคเตอร์ฉายภาพหวานของเจ้าบ่าวเจ้าสาว
หวังเจิ้นเดินไปหาเว่ยหวั่น เขาแก้เชือกบริเวณมือและเท้าที่มัดหญิงสาว เอาผ้าปิดปากออก แล้วประคองเธอไปนั่งโซฟาที่เสิ่นหลงเพิ่งนอนเมื่อครู่อู๋โม่เหยียนจับเว่ยหลันและเสิ่นหลงนั่งคุกเข่าลงกับพื้นราวกับนักโทษรอฟังคำพิพากษาหวังเจิ้นนั่งไขว่ห้างบนโซฟา มือหนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูรายงานที่สวี่เหยาเพิ่งส่งให้“ยักยอกเงินของบริษัทหย่งเหอ ยี่สิบล้านหยวน”นัยน์ตาหงส์ชำเลืองมองหญิงสาวที่นั่งข้างๆ เห็นเธอมุ่นคิ้ว สีหน้าขุ่นเคืองชัดเจน“ยักยอกเงินบริษัทซานเซียน ห้าสิบล้านหยวน เป็นลูกกตัญญูกันเสียจริง”หวังเจิ้นเอ่ยชมเว่ยหลันและเสิ่นหลงน้ำเสียงเยือกเย็น“แล้วยังกล้าจับคนของฉัน ใจกล้าคับฟ้าจริงนะ”หวังเจิ้นขึ้นเสียงใส่คนทั้งสอง“ประธานหวัง ผมผิดไปแล้ว ปล่อยพวกเราเถอะ”เสิ่นหลงตัวสั่นด้วยความกลัว พยายามพูดอ้อนวอนขอร้อง“ที่จริงฉันควรจะซ้อมพวกแกให้หลาบจำแล้วส่งเข้าคุก แต่เห็นแก่หน้าเว่ยหวั่นและพ่อตา กลัวว่าเขาจะจำหน้าลูกสาวและว่าที่ลูกเขยไม่ได้”หวังเจิ้นส่งสายตาไปทางอู๋โม่เหยียน“ส่งไปให้ตำรวจ เอาหลักฐานทุกอย่างที่มีไปให้หมด”“ได้”อู๋โม่เหยียนรับคำ เขาให้ลูกน้องลากเสิ่นหลงและเว่ยหลันออกนอกห้องทันที
เสิ่นหลงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เขาเปิดภาพเว่ยหวั่นและเฉิงม่านฉีจูงเด็กชายตัวน้อยเดินซื้อของอยู่ในห้างสรรพสินค้าเว่ยหลันหยุดทะเลาะ เธอก้มหน้าลงมองภาพนั้นใกล้ๆ“เด็กนี่ลูกใคร”“ถ้าเว่ยหวั่นเคยนอนกับประธานหวัง เด็กนี่ก็ต้องลูกของมันกับประธานหวังนั่นแหละ ดีเอ็นเอชัดเจนอยู่บนใบหน้า” เสิ่นหลงพูด“ถ้าพวกนั้นได้เจอกันก็ต้องรู้แล้วว่าเป็นพ่อลูก ถ้าดูไม่ออกก็โง่มาก”เขาพูดต่อ สายตาเต็มไปด้วยแผนการชั่วร้ายเว่ยหลันเห็นสีหน้าแฟนหนุ่มก็ถามขึ้นรวดเร็ว“มีแผนอะไร”“จับตัวเรียกค่าไถ่”เสิ่นหลงเหยียดยิ้มมุมปาก เข้าหยิบโทรศัพท์โทรสั่งลูกน้องของตัวเองทันที“ไปสืบมาว่าประธานหวังเจิ้นของหวังเซิ่งไปไหน แล้วก็จับตัวเด็กผู้ชายที่อยู่กับเขามา รูปถ่ายเดี๋ยวฉันจะส่งตามไป”“เรียกค่าไถ่บวกเงินที่ยืมไปของฉันด้วยนะ”เว่ยหลันสะกิดบอกเขา“ไม่ลืมหรอก บวกกำไรเพิ่มอีกด้วย” เขาคว้าร่างของเว่ยหลันมากอด มืออีกข้างลูบไล้อยู่แถวสะโพกของเธออย่างหื่นกระหาย“ไปคุยกันบนเตียงดีกว่า ทะเลาะบนเตียงก็เร้าใจไปอีกแบบ”เขาอุ้มร่างของหญิงสาวเข้าห้องนอนโดยไม่รีรอ........รีสอร์ทเมืองฮุ่ยอินหวังเจิ้นสั่งให้สวี่เหยาและลุงไป๋คนขับรถอยู่
เว่ยหวั่นดูข้อความในกลุ่มวีแชทที่เด้งแจ้งเตือนแล้วพิมพ์ตอบทันที จากนั้นจึงกระซิบบอกเฉิงม่านฉี“ฝากดูอี้อี้ด้วยนะ ฉันรับงานร้องเพลงไว้แล้ว ร้องสามวันได้ค่ารักษาครบพอดี”เฉิงม่านฉีเหลือบมองเมิ่งอวิ่นเอิน เธอรู้ว่าหากชายหนุ่มรู้คงเสนอตัวช่วยเหลือ แต่เธอก็เข้าใจนิสัยของเว่ยหวั่น ว่าคงไม่อยากติดค้างอะไร
เช้าวันถัดมาเมื่อเว่ยหวั่นพาเว่ยหลินอี้ลงจากห้องก็เห็นว่ามีอาหารเช้าวางอยู่เต็มโต๊ะแล้ว“เลขาสวี่ทำอาหารเองเลยหรือคะ”“เปล่าครับ ทางรีสอร์ทจัดมา”สวี่เหยาเลื่อนเก้าอี้ออกเพื่อให้กับเว่ยหวั่นและเด็กชายตัวน้อยได้นั่ง“ประธานหวังล่ะคะ”เว่ยหวั่นถาม ในหัวคิดเรื่องของเมื่อคืนอย่างห้ามไม่อยู่“ออกไปวิ่งค
หวังเจิ้นอุ้มเว่ยหลินอี้ก่อนเปลี่ยนให้เขาขี่คออย่างตามใจ เว่ยหวั่นมองตามหลังคนทั้งสอง ในใจมีความสุขอย่างประหลาด“เด็กควรมีพ่อด้วยสินะ”เธอเดินตามหลังพวกเขาช้าๆ ในหัวเริ่มคิดหาพ่อให้เจ้าก้อนแป้งน้อยมีพ่อคอยปกป้อง เป็นฮีโร่ของลูก เขาถึงจะได้เป็นเด็กที่มีครอบครัวที่สมบูรณ์ “ตลาดกลางคืนจะมีตอ
หลังจากที่พูดคุยธุระกับคนที่ต้องการจนเสร็จ หวังเจิ้นนั่งนิ่งเงียบข้างหญิงสาวทั้งสองได้ไม่นาน เจียงเหวินเหวินก็ปลีกตัวไปเป็นพิธีกรงานประมูลบนเวที ส่วนหยางลี่ลี่ก็พุ่งตัวไปรอชมของที่นำมาประมูลด้วยความสนใจ หวังเจิ้นจึงอาศัยโอกาสนี้รีบจูงมือของเว่ยหวั่นกลับทันที “เร็วๆ รีบกลับก่อนที่จ