Home / เกมรัก 0% / บทที่ 1

Share

เกมรัก 0%
เกมรัก 0%
Author: สุนัขเหนือ

บทที่ 1

Author: สุนัขเหนือ
คอมเมนต์ยังคงเลื่อนผ่านหน้าจอ

[ซี๊ด แววตาพระรองเปลี่ยนไปกะทันหันเหรอ?]

[ควรจะตาสว่างได้ตั้งนานแล้ว ในใจนางรองมีแค่พระเอกเท่านั้นแหละ]

[ปูเสื่อรอเขากลายเป็นตัวร้ายแล้วอาละวาดได้เลย…]

กลายเป็นตัวร้ายงั้นเหรอ?

ไม่หรอก

ผมก็แค่ฉุกคิดถึงรายละเอียดหลาย ๆ อย่างขึ้นมาได้

เธอไม่ยอมให้ผมไปพบใครตามลำพัง โดยอ้างว่า “กลัวผมจะคบเพื่อนไม่ดี”

เวลาผมพูดเรื่องงาน เธอมักจะขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเสมอว่า “ฉันเลี้ยงคุณเองก็พอแล้ว”

ที่แท้มันไม่ใช่ความรักทะนุถนอม แต่เป็นกรงขังต่างหาก

ผมกลับมาถึงคฤหาสน์ด้วยสภาพจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แล้วโยนข้าวของลงกระเป๋าเดินทางราวกับหุ่นยนต์

ตอนที่เดินผ่านห้องทำงาน ข้อความบนหน้าจอก็พุ่งพรวดขึ้นมากะทันหัน

[รีบดูคอมเร็วเข้า! วีแชตของนางรองยังไม่ได้ล็อกเอาต์!]

[ซวยแล้ว ๆ ถ้าเขาเห็นประวัติการแชตละก็...]

[อันตราย! ภารกิจปกป้องพระเอกเริ่มต้นขึ้นแล้ว!]

เสียงแจ้งเตือนข้อความดังชัดเจนแว่วมาจากในห้องทำงาน

ผมผลักประตูเข้าไป

หน้าจอคอมพิวเตอร์ยังสว่างอยู่ มันคือหน้าต่างแชตระหว่างเสิ่นจือหานกับกู้เหยียนที่เป็นนางเอกของเรื่อง

ข้อความล่าสุดส่งมาจากเสิ่นจือหาน

“จู่ ๆ เขาก็ปฏิเสธคำขอแต่งงาน ช่วงสองสามวันนี้เธอคอยดูแลชิงอันให้ดีนะ อย่าปล่อยให้มู่เหลียนซานเข้าใกล้เขาได้”

กู้เหยียนตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว “วางใจเถอะ หลายปีมานี้ลำบากเธอแล้ว”

ผมหลุดหัวเราะออกมา

ช่างน่าขันจริง ๆ

ศัตรูหัวใจสองคนที่เกลียดกันเข้ากระดูกดำ กลับยอมจับมือร่วมรบกันเพียงเพราะผม

ผมเลื่อนดูข้อความก่อนหน้านี้

ประวัติการแชตพวกนี้เหมือนมีดทื่อที่ค่อย ๆ กรีดลงบนผิวเนื้อของผมอย่างเชื่องช้า

กู้เหยียน “ฉันจำได้ว่าในนิยายต้นฉบับ มู่เหลียนซานไม่แค่ทำลายโฉมชิงอัน แต่ยังจ้างโรคจิตมาย่ำยีเขาด้วย”

“การที่เธอต้องทนนอนเตียงเดียวกับไอ้สวะแบบนั้นทุกวัน มันฝืนใจเธอเกินไปจริง ๆ”

เสิ่นจือหาน “ขอแค่ชิงอันปลอดภัย เรื่องแค่นี้ไม่นับเป็นอะไรหรอก”

กู้เหยียน “ดูเหมือนเขาจะรักเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะ ถ้าเกิดรู้ความจริงขึ้นมา เขาจะไม่อาละวาดหนักกว่าเดิมเหรอ?”

เสิ่นจือหาน “เขาไม่มีทางรู้หรอก”

“หรือต่อให้รู้ความจริงขึ้นมาจริง ๆ ถ้าเขากล้าแตะต้องชิงอันละก็…”

“ฉันจะหักแขนหักขาเขาแล้วส่งเข้าโรงพยาบาลบ้า ขังลืมไปตลอดชีวิตเลย”

ประโยคสุดท้ายนี้ เธอเติมเครื่องหมายอัศเจรีย์ต่อท้ายด้วย

ผมจ้องมองหน้าจอ ปลายนิ้วเย็นเฉียบ

คอมเมนต์เดือดพล่าน

[“เรื่องแค่นี้ไม่นับเป็นอะไร”...นางรองรักมากจริง ๆ! ส่วนรักใครฉันไม่พูดหรอกนะ!]

[มีฉันคนเดียวหรือเปล่าที่คิดว่าบทสนทนานี้ยิ่งคิดยิ่งหลอน? ทำเพื่อพระเอกถึงขนาดยอมหลอกใช้คนอื่นตั้งหกปีได้หน้าตาเฉยเลยเหรอ?]

[คอมเมนต์บน นั่นมันพระรองสุดชั่วนะ! ที่นางรองทำก็เพื่อกำจัดภัยสังคมแถมยังได้ปกป้องรักแท้ วินวินทั้งคู่!]

[รีบดูสีหน้าพระรองสิ...เขาเตรียมจะกลายเป็นตัวร้ายแล้วใช่ไหม?]

[พระรองอย่าหาทำเลย รีบหนีไปเถอะ!]

หนีงั้นเหรอ?

ผมก้มมองข้อมืออันผอมบางของตัวเอง

นั่นสินะ ต้องหนีแล้ว

ตอนที่ลากกระเป๋าเดินทางออกมาพ้นประตู ความมืดมิดของรัตติกาลก็โรยตัวลงมาแล้ว

ผมยืนอยู่ริมถนน ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี

คอมเมนต์ร้อนใจแทนผม

[เขาจะไปจริง ๆ เหรอ?]

[รีบไปเลย! อย่ามาขัดจังหวะนางรองกับพระเอกของเราสาดความหวานใส่กันนะ!]

[เดี๋ยวก่อน...รถคันที่อยู่ไกล ๆ นั่นใช่นางรองหรือเปล่า?!]

แสงไฟหน้ารถสาดทะลุความมืดมิด รถเก๋งสีดำคันคุ้นตาแล่นมาเบรกกะทันหันอยู่ข้างกาย

เสิ่นจือหานเปิดประตูรถวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา เสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ยเล็กน้อย หอบหายใจถี่กระชั้น บนใบหน้าฉายแววตื่นตระหนกและปวดร้าวในระดับที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

“อาซาน ขอโทษนะ ฉันใจร้อนเกินไปหน่อย...ฉันนึกว่าคุณจะดีใจซะอีก”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เกมรัก 0%   บทที่ 14

    เธอชะงักไป “เกมพิชิตใจเหรอ? อะไรกัน...”ผมหัวเราะ “คุณไม่จำเป็นต้องรู้หรอก”“คุณรู้แค่ว่า หกปีมานี้ สำหรับผมแล้วมันก็แค่ความฝันตื่นหนึ่ง”“และตอนนี้ ถึงเวลาตื่นจากฝันแล้ว”เธอมองผมอย่างเหม่อลอย ราวกับไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูดคอมเมนต์บนหน้าจอเริ่มนับถอยหลัง10987……ผมลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ริมราวระเบียงลมทะเลพัดเรือนผมของผมจนปลิวไสวท้องฟ้าเริ่มทอแสงรุ่งอรุณพระอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้ว“เสิ่นจือหาน” ผมหันหลังให้เธอ “รับปากผมเรื่องหนึ่ง”“ว่ามาสิ”“ถ้าผมตายไป ไม่ต้องจัดงานศพให้ผม”“เอาเถ้ากระดูกของผมไปโปรยลงทะเล”“ผมอยาก... เดินทางไปทุกที่อย่างอิสระเสรี”น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ “อาซาน...”“รับปากผมสิ”“...ฉันรับปากคุณ”ผมหัวเราะ “ขอบคุณนะ”เวลานับถอยหลังสิ้นสุดลงเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังก้องขึ้นในหัว“ภารกิจพิชิตใจล้มเหลว”“เริ่มต้นกระบวนการทำลายล้าง”ผมหลับตาลง รอคอยวาระสุดท้ายของชีวิตทว่า…กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยผมลืมตาขึ้นดวงอาทิตย์กำลังทอแสงขึ้นเหนือผืนน้ำทะเลอย่างช้า ๆประกายแสงสีทองสาดส่องไปทั่วผืนน้ำ งดงามจนแทบลืมหายใจผมยังอยู่ที่นี่ผมยัง

  • เกมรัก 0%   บทที่ 13

    “ถ้า... ถ้าฉันเข้าใจเร็วกว่านี้สักนิด...”“ไม่มีคำว่าถ้าหรอก เสิ่นจือหาน” ผมพูดแทรก “ชีวิตไม่ใช่ละครเวที ไม่มีซ้อมใหญ่ และไม่มีเทคสอง”“เราทุกคนต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเอง”“คุณเลือกหลินชิงอัน เลือกที่จะทำร้ายผม”“ส่วนผม เลือกที่จะไป”“นี่คือบทสรุป”เธอมองผม น้ำตาไหลรินเงียบ ๆคราวนี้ไม่ใช่การแสดง“ขอโทษนะ...” เธอสะอื้น “ขอโทษจริง ๆ...”ผมพยักหน้า “ผมรับคำขอโทษของคุณ”“แต่ผมไม่ให้อภัยคุณ”“ความเจ็บปวดบางอย่าง มันไม่อาจให้อภัยกันได้”ผมหันหลังเดินจากไป ท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืนคอมเมนต์เลื่อนผ่านตรงหน้า[เธอร้องไห้แล้ว][ในที่สุดเธอก็รู้ว่าความเจ็บปวดเป็นยังไง][แต่นี่ยังไม่พอหรอก][ฉันอยากเห็นเธอเสียใจไปตลอดชีวิต]ผมไม่ได้หันกลับไปมองเพราะผมรู้ว่าจากนี้เป็นต้นไป ผมต้องเดินหน้าต่อไปเดินต่อไปเรื่อย ๆไปยังที่ที่ไม่มีเธอวันสุดท้ายผมไปที่ทะเลเช่ากระท่อมเล็ก ๆ ที่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้น ซื้อเค้กและไวน์แดงเวลานับถอยหลังดังติ๊กต็อกอยู่ในหัว23 ชั่วโมง 59 นาทีวันสุดท้ายคอมเมนต์เงียบลง ราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่างเช่นกันผมนั่งอยู่บนระเบียง

  • เกมรัก 0%   บทที่ 12

    เธอยืนนิ่งอยู่กับที่จนกระทั่งผมหันหลังกลับเตรียมจะเดินจากไป เธอถึงได้เอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหันว่า“ถ้า...ถ้าฉันยอมปล่อยมือล่ะ?”“ถ้าฉันคืนอิสระให้คุณ คุณจะ...จะให้โอกาสฉันอีกครั้งได้ไหม?”ผมหยุดฝีเท้า แต่ไม่ได้หันกลับไปมอง“เสิ่นจือหาน บาดแผลบางอย่าง มันไม่มีวันรักษาให้หายขาดได้หรอก”“ก็เหมือนกับรอยแผลเป็นบนข้อมือของผม ที่มันจะติดตัวผมไปตลอดชีวิต”“และบาดแผลที่คุณฝากไว้ มันก็จะติดตัวผมไปตลอดชีวิตเช่นกัน”“เพราะงั้น เลิกพูดเรื่องโอกาสเถอะ”“ระหว่างเรา มันหมดโอกาสไปตั้งนานแล้ว”ผมเดินจากมาไม่ได้หันกลับไปมองว่าเธอร้องไห้หรือเปล่า หรือว่ายังยืนอยู่ที่เดิมไหมมันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วตัวเลขนับถอยหลังเต้นตุบ ๆ อยู่ในหัว4 วัน 10 ชั่วโมง 33 นาทีเหลือเวลาอีกแค่สี่วันผมต้องไปทำภารกิจสุดท้ายให้เสร็จสิ้นผมกลับมาที่สถาบันภาพยนตร์นี่เป็นการกลับมาครั้งแรกในรอบหกปี นับตั้งแต่เรียนจบบรรยากาศในมหาวิทยาลัยยังคงเหมือนเดิม ต้นอู๋ถงขึ้นเขียวครึ้ม เสียงบทสนทนาของนักศึกษาดังแว่วมาจากห้องซ้อมผมไปหาศาสตราจารย์เฉิน อาจารย์ที่ปรึกษาของผมสมัยเรียน ตอนนี้ท่านเป็นหัวหน้าภาควิชาการแสดงแล้ว

  • เกมรัก 0%   บทที่ 11

    …แม่ของผม หยางซูเธอจากไปตอนที่ผมอยู่ปีสองด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันก่อนสิ้นใจ เธอกุมมือผมไว้แล้วพูดว่า “เหลียนซาน ต้องใช้ชีวิตให้เป็นอิสระนะ อย่าให้เหมือนแม่ที่ต้องทนทุกข์อยู่กับสายตาคนอื่นไปชั่วชีวิต”แต่ผมก็ยังถูกกักขังอยู่ดีถูกกักขังอยู่ในสายตาของเสิ่นจือหาน ถูกกักขังอยู่ในเกมจีบหนุ่มนั่นผมนั่งลงหน้าป้ายวิญญาณ แล้ววางดอกไม้ลง“แม่ครับ ผมมาเยี่ยมแม่แล้วนะ”“ขอโทษที่หลายปีมานี้ไม่ได้มาเลย”“เพราะผมไม่มีหน้ามาพบแม่ครับ”สายลมพัดแผ่วเบา พัดพาสนไซเปรสรอบกายให้สั่นไหวคอมเมนต์เงียบลงไปมาก ราวกับสัมผัสได้ถึงความสงบเงียบนี้“ผมอาจจะต้องไปอยู่เป็นเพื่อนแม่แล้วนะ” ผมลูบรูปถ่ายบนป้ายวิญญาณ “หมอบอกว่าร่างกายของผมทนได้อีกไม่กี่วันแล้ว”“แต่ผมไม่กลัวหรอก”“เพราะว่าไม่กี่วันสุดท้ายนี้ ผมได้ใช้ชีวิตเพื่อตัวเองแล้ว”ผมหยิบซองจดหมายออกจากกระเป๋า ด้านในมีบัตรธนาคารหนึ่งใบและพินัยกรรมหนึ่งฉบับในบัตรคือเงินทั้งหมดที่ผมเก็บหอมรอมริบมาตลอดหกปีนี้เงินค่าขนมและของขวัญที่เสิ่นจือหานให้ผมตีเป็นเงินสดได้ไม่มากนัก แต่ก็พอสำหรับจัดงานศพเล็ก ๆ งานหนึ่งในพินัยกรรมเขียนไว้ว่า หากผมตาย ทรั

  • เกมรัก 0%   บทที่ 10

    ของขวัญถูกส่งมารัว ๆ จนเลื่อนหน้าจอแทบไม่ทัน ในช่องคอมเมนต์มีทั้งคนร้องไห้ คนด่าทอ และบางคนก็เริ่มขุดคุ้ยอดีตของเสิ่นจือหานกับหลินชิงอันแต่ในตอนนั้นเอง ประตูห้องพักผู้ป่วยก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงเสิ่นจือหานพุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าที่เขียวคล้ำด้วยความโกรธจัด“มู่เหลียนซาน! คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่?!”เธอเอื้อมมือมาจะแย่งโทรศัพท์ ผมจึงเบี่ยงตัวหลบแล้วหันไปพูดกับเลนส์กล้องว่า“ดูสิครับ เธอมาแล้ว”“เสิ่นจือหาน อยากจะพูดอะไรกับกล้องหน่อยไหม?”“อธิบายหน่อยสิ ว่าทำไมตอนที่ผมกำลังจะตาย คุณถึงไปจูบกับผู้ชายคนอื่น?”เสิ่นจือหานยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ สายตาจดจ้องคอมเมนต์ที่เลื่อนผ่านหน้าจอไปอย่างบ้าคลั่ง[เสิ่นจือหานไสหัวออกมาขอโทษเดี๋ยวนี้!][นังผู้หญิงเฮงซวยไปตายซะ!][หลินชิงอันเป็นมือที่สาม!][พระรองกล้าหาญมาก ฉันร้องไห้แล้ว]เธออ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมานี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นความตื่นตระหนกอย่างแท้จริงบนใบหน้าของเธอไม่ใช่การแสดง และไม่ได้เสแสร้งแต่มันคือความทำอะไรไม่ถูก เมื่อโลกที่อุตส่าห์สร้างขึ้นมาอย่างประณีตเริ่มพังทลายลงคอมเมนต์กำล

  • เกมรัก 0%   บทที่ 9

    [สะใจมาก!!!][ถึงจะยังไม่เข้าเมรุ แต่ก็เริ่มมีควันลอยมาแล้ว!][เสิ่นจือหานเริ่มสงสัยแล้ว!][พระรองสู้ ๆ! เอาให้เธอเจ็บเจียนตายไปเลย!]ผมหลับตาลงเวลานับถอยหลังกะพริบ6 วัน 18 ชั่วโมง 22 นาทีเกมยังคงดำเนินต่อไปแต่กฎเริ่มเปลี่ยนไปแล้วหนึ่งวันก่อนออกจากโรงพยาบาล ผมเปิดไลฟ์สดคอมเมนต์บนหน้าจอแสดงความตกตะลึง[เขาจะทำอะไรน่ะ?!][มาไลฟ์อะไรตอนนี้? จะพูดอะไร?][ไม่กลัวเสิ่นจือหานมาเห็นเหรอ?]ผมนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย ผ้าพันแผลที่ข้อมือเปลี่ยนเป็นแผ่นปิดแผลที่เบาสบายขึ้นแล้ว แต่ก็ยังมองเห็นได้ชัดเจนอยู่ดีฉากหลังเป็นผนังสีขาวของโรงพยาบาล นอกหน้าต่างคือท้องฟ้ายามพลบค่ำชื่อไลฟ์นั้นแสนจะเรียบง่าย“หกปี จากความฝันจักรพรรดิจอเงินสู่ห้องไอซียู”หลังจากเปิดไลฟ์ไปได้สิบนาที ยอดคนดูก็ทะลุหนึ่งแสนคนคนส่วนใหญ่ถูกดึงดูดเข้ามาเพราะเรื่องซุบซิบของเสิ่นจือหานและหลินชิงอันเรื่องบาดหมางในตระกูลเศรษฐี รักสามเส้า คดีลักพาตัวที่มีเงื่อนงำ ทุกเรื่องล้วนเป็นประเด็นร้อนผมไม่ได้แต่งหน้า ใบหน้าซีดเซียว สวมชุดผู้ป่วย ดูเปราะบางและสมจริง“สวัสดีครับทุกคน ผมคือมู่เหลียนซาน”“หลายคนรู้จักผมในฐา

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status