Home / เกมรัก 0% / บทที่ 2

Share

บทที่ 2

Author: สุนัขเหนือ
เธอเอื้อมมือมาหวังจะรั้งผมไว้ ขอบตาแดงระเรื่อ “คุณอย่าเพิ่งไปเลยนะ เราคุยกันดี ๆ ก่อนได้ไหม?”

หากเป็นเมื่อก่อน ผมก็คงจะใจอ่อนยวบไปแล้ว

แต่ตอนนี้ ผมกลับนึกถึงแค่ข้อความในแชตที่บอกว่า “หักแขนหักขาแล้วขังเอาไว้”

ผมถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อหลบมือของเธอ

“ไม่โทษคุณหรอก” ผมได้ยินเสียงเบาหวิวของตัวเอง “ผมเบื่อแล้วต่างหาก”

“เบื่อแล้ว...?” ขนตาของเธอสั่นไหวราวกับไม่เข้าใจความหมายของคำนี้ “คุณไม่รักฉันแล้วเหรอ?”

ภายใต้แสงไฟริมถนน แววตาของเธอสะท้อนประกายความเจ็บปวดแตกสลาย ทักษะการแสดงสมจริงซะจนเอาไปชิงรางวัลได้เลย

มีคอมเมนต์หนึ่งลอยผ่านไป

[พูดจริง ๆ นะ หลายปีมานี้นางรองดีกับเขา ก็คงไม่ได้เสแสร้งไปซะทั้งหมดหรอก... แอบปวดตับอยู่นะ]

ประโยคนี้ช่วยเรียกสติผมขึ้นมาได้ในทันที

ผมเงยหน้าขึ้น มองลึกเข้าไปในแววตาของเธออย่างจริงจัง

“เสิ่นจือหาน”

“หกปีมานี้ แม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว... คุณเคยรู้สึกมีความสุขจริง ๆ บ้างไหม?”

รูม่านตาของเธอหดเกร็งลงอย่างแผ่วเบา

เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับมา

แต่ช่องคอมเมนต์กลับระเบิดลงไปแล้ว

[!!! เขารู้แล้วใช่ไหม?!]

[เชี่ย ๆ เตรียมรับแรงกระแทก…]

[นางรองแกจะยืนอึ้งทำไม! รีบแต่งเรื่องสิ!!]

สายลมพัดมาอย่างเหน็บหนาว

ผมลากกระเป๋าเดินทาง หมุนตัวเดินกลืนหายไปในความมืดมิดของยามราตรี

ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้าวิ่งตามมาจากทางด้านหลัง

มีเพียงตัวเลขนับถอยหลังที่ยังคงขยับเต้นอยู่ในหัวอย่างชัดเจน

9 วัน 23 ชั่วโมง 59 นาที

…เกมยังไม่จบลง

แต่ผู้เล่น ไม่อยากจะทำตามกฎอีกต่อไปแล้ว

ผมโบกเรียกแท็กซี่คันหนึ่ง เอนตัวพิงกระจกรถพร้อมกับมือที่สั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่

ไม่ใช่เพราะความกลัว

แต่เป็นความตื่นเต้น

ที่แท้การถอดหน้ากากจอมปลอมตลอดหกปีทิ้งไปมันให้ความรู้สึกแบบนี้นี่เอง ราวกับว่าในที่สุดผมก็สูดลมหายใจได้เต็มปอดเสียที

ตัวเลขนับถอยหลังตรงหน้ายังคงกะพริบอย่างเย็นชา

9 วัน 23 ชั่วโมง 10 นาที

อายุขัยของผมเหลือเวลาอีกไม่ถึงสิบวัน

ทั้งหมดนี้ก็เพราะคนคนหนึ่งที่ไม่มีวันรักผม

ช่างน่าขันสิ้นดี

“คุณผู้ชาย จะไปไหนครับ?” คนขับแท็กซี่มองผมผ่านกระจกมองหลัง

ผมบอกที่อยู่เป้าหมายไป มันคือร้านกาแฟริมแม่น้ำร้านโปรดในอดีตของผม

เสิ่นจือหานเคยบอกว่าที่นั่น “ทั้งเสียงดังและวุ่นวายเกินไป”

หลังจากนั้นเธอก็ไม่ยอมให้ผมไปที่นั่นอีกเลย

มีคอมเมนต์หนึ่งลอยผ่านไป

[เขาจะไปไหน? ไม่รีบหนีไปอีกเหรอ?]

[สายตาของเสิ่นจือหานเมื่อกี้น่ากลัวมากเลย...]

[มีแค่ฉันคนเดียวหรือเปล่าที่คิดว่าเขาใส่เสื้อเชิ้ตสีแดงแล้วหล่อระเบิดระเบ้อไปเลย?]

นอกหน้าต่างรถ แสงนีออนของเมืองกรุงเคลื่อนตัวถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว

หกปีมานี้ ผมใช้ชีวิตราวกับถูกขังอยู่ในครอบแก้ว ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่ทิวทัศน์ที่ผ่านการคัดกรองจากเสิ่นจือหานมาแล้วทั้งนั้น

แต่ตอนนี้ครอบแก้วนั้นได้แตกสลายลงแล้ว

สายลมพัดโชยเข้ามา นำพากลิ่นควันจากร้านปิ้งย่างริมทาง สายลมชื้นแฉะจากแม่น้ำ และเสียงพูดคุยหัวเราะของคนแปลกหน้ามาด้วย

มันสมจริงซะจนผมแทบอยากจะร้องไห้

ร้านกาแฟแห่งนั้นยังคงตั้งอยู่ที่เดิม

ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป เสียงกระดิ่งลมก็ดังกรุ๊งกริ๊งขึ้นมา

เจ้าของร้านเป็นคุณลุงหนวดเคราหงอกขาว พอเห็นว่าเป็นผม เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง “เสี่ยวมู่?”

“ลุงเฉิน ไม่เจอกันนานเลยนะครับ”

“เป็นนายจริง ๆ ด้วย!” เขาเช็ดมือ พลางเดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ “น่าจะห้าหกปีแล้วมั้งที่ไม่ได้เจอกัน? เมื่อก่อนนายชอบนั่งริมหน้าต่างตรงนั้นที่สุด สั่งลาเต้แก้วเดียวก็นั่งทำการบ้านได้ทั้งบ่าย...”

ผมเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ ว่าก่อนหน้าที่จะรู้จักกับเสิ่นจือหาน ผมมักจะมานั่งเขียนวิทยานิพนธ์ที่นี่อยู่บ่อย ๆ

ตอนนั้นผมยังเป็นแค่นักศึกษาสถาบันภาพยนตร์ มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นจักรพรรดิจอเงิน บนพื้นที่ว่างของบทละครมักจะเต็มไปด้วยรอยจดบันทึกของผม

แล้วหลังจากนั้นล่ะ?

หลังจากนั้นเสิ่นจือหานก็บอกว่า “เล่นละครมันเหนื่อยเกินไป ฉันเลี้ยงคุณเอง”

เธอบอกว่า “วงการบันเทิงมันวุ่นวายเกินไป ไม่เหมาะกับคุณหรอก”

เธอบอกว่า “อาซาน มีฉันก็พอแล้ว”

แล้วผมก็ดันเชื่อสนิทใจ

ยอมทิ้งโอกาสออดิชัน ปฏิเสธสัญญาจ้างงาน จับความฝันขังเอาไว้ในลิ้นชัก แล้วมอบกุญแจดอกนั้นไว้ในมือของเธอ

“เอาเหมือนเดิมไหม?” ลุงเฉินเอ่ยถาม

“ครับ” ผมชะงักไปครู่หนึ่ง “ขอเพิ่มทีรามิสุอีกชิ้นด้วยครับ”

เมื่อก่อนผมไม่กล้ากิน เพราะเสิ่นจือหานบอกว่าผม “อ้วนง่าย เวลาออกกล้องแล้วจะไม่ดูดี”

แต่ตอนนี้ผมเหลือเวลาอีกแค่สิบวันเท่านั้น จะอ้วนหรือไม่อ้วนมันยังจะสำคัญอะไรอีก?

ที่นั่งริมหน้าต่างยังคงว่างเปล่า

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เกมรัก 0%   บทที่ 14

    เธอชะงักไป “เกมพิชิตใจเหรอ? อะไรกัน...”ผมหัวเราะ “คุณไม่จำเป็นต้องรู้หรอก”“คุณรู้แค่ว่า หกปีมานี้ สำหรับผมแล้วมันก็แค่ความฝันตื่นหนึ่ง”“และตอนนี้ ถึงเวลาตื่นจากฝันแล้ว”เธอมองผมอย่างเหม่อลอย ราวกับไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูดคอมเมนต์บนหน้าจอเริ่มนับถอยหลัง10987……ผมลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ริมราวระเบียงลมทะเลพัดเรือนผมของผมจนปลิวไสวท้องฟ้าเริ่มทอแสงรุ่งอรุณพระอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้ว“เสิ่นจือหาน” ผมหันหลังให้เธอ “รับปากผมเรื่องหนึ่ง”“ว่ามาสิ”“ถ้าผมตายไป ไม่ต้องจัดงานศพให้ผม”“เอาเถ้ากระดูกของผมไปโปรยลงทะเล”“ผมอยาก... เดินทางไปทุกที่อย่างอิสระเสรี”น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ “อาซาน...”“รับปากผมสิ”“...ฉันรับปากคุณ”ผมหัวเราะ “ขอบคุณนะ”เวลานับถอยหลังสิ้นสุดลงเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังก้องขึ้นในหัว“ภารกิจพิชิตใจล้มเหลว”“เริ่มต้นกระบวนการทำลายล้าง”ผมหลับตาลง รอคอยวาระสุดท้ายของชีวิตทว่า…กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยผมลืมตาขึ้นดวงอาทิตย์กำลังทอแสงขึ้นเหนือผืนน้ำทะเลอย่างช้า ๆประกายแสงสีทองสาดส่องไปทั่วผืนน้ำ งดงามจนแทบลืมหายใจผมยังอยู่ที่นี่ผมยัง

  • เกมรัก 0%   บทที่ 13

    “ถ้า... ถ้าฉันเข้าใจเร็วกว่านี้สักนิด...”“ไม่มีคำว่าถ้าหรอก เสิ่นจือหาน” ผมพูดแทรก “ชีวิตไม่ใช่ละครเวที ไม่มีซ้อมใหญ่ และไม่มีเทคสอง”“เราทุกคนต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเอง”“คุณเลือกหลินชิงอัน เลือกที่จะทำร้ายผม”“ส่วนผม เลือกที่จะไป”“นี่คือบทสรุป”เธอมองผม น้ำตาไหลรินเงียบ ๆคราวนี้ไม่ใช่การแสดง“ขอโทษนะ...” เธอสะอื้น “ขอโทษจริง ๆ...”ผมพยักหน้า “ผมรับคำขอโทษของคุณ”“แต่ผมไม่ให้อภัยคุณ”“ความเจ็บปวดบางอย่าง มันไม่อาจให้อภัยกันได้”ผมหันหลังเดินจากไป ท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืนคอมเมนต์เลื่อนผ่านตรงหน้า[เธอร้องไห้แล้ว][ในที่สุดเธอก็รู้ว่าความเจ็บปวดเป็นยังไง][แต่นี่ยังไม่พอหรอก][ฉันอยากเห็นเธอเสียใจไปตลอดชีวิต]ผมไม่ได้หันกลับไปมองเพราะผมรู้ว่าจากนี้เป็นต้นไป ผมต้องเดินหน้าต่อไปเดินต่อไปเรื่อย ๆไปยังที่ที่ไม่มีเธอวันสุดท้ายผมไปที่ทะเลเช่ากระท่อมเล็ก ๆ ที่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้น ซื้อเค้กและไวน์แดงเวลานับถอยหลังดังติ๊กต็อกอยู่ในหัว23 ชั่วโมง 59 นาทีวันสุดท้ายคอมเมนต์เงียบลง ราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่างเช่นกันผมนั่งอยู่บนระเบียง

  • เกมรัก 0%   บทที่ 12

    เธอยืนนิ่งอยู่กับที่จนกระทั่งผมหันหลังกลับเตรียมจะเดินจากไป เธอถึงได้เอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหันว่า“ถ้า...ถ้าฉันยอมปล่อยมือล่ะ?”“ถ้าฉันคืนอิสระให้คุณ คุณจะ...จะให้โอกาสฉันอีกครั้งได้ไหม?”ผมหยุดฝีเท้า แต่ไม่ได้หันกลับไปมอง“เสิ่นจือหาน บาดแผลบางอย่าง มันไม่มีวันรักษาให้หายขาดได้หรอก”“ก็เหมือนกับรอยแผลเป็นบนข้อมือของผม ที่มันจะติดตัวผมไปตลอดชีวิต”“และบาดแผลที่คุณฝากไว้ มันก็จะติดตัวผมไปตลอดชีวิตเช่นกัน”“เพราะงั้น เลิกพูดเรื่องโอกาสเถอะ”“ระหว่างเรา มันหมดโอกาสไปตั้งนานแล้ว”ผมเดินจากมาไม่ได้หันกลับไปมองว่าเธอร้องไห้หรือเปล่า หรือว่ายังยืนอยู่ที่เดิมไหมมันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วตัวเลขนับถอยหลังเต้นตุบ ๆ อยู่ในหัว4 วัน 10 ชั่วโมง 33 นาทีเหลือเวลาอีกแค่สี่วันผมต้องไปทำภารกิจสุดท้ายให้เสร็จสิ้นผมกลับมาที่สถาบันภาพยนตร์นี่เป็นการกลับมาครั้งแรกในรอบหกปี นับตั้งแต่เรียนจบบรรยากาศในมหาวิทยาลัยยังคงเหมือนเดิม ต้นอู๋ถงขึ้นเขียวครึ้ม เสียงบทสนทนาของนักศึกษาดังแว่วมาจากห้องซ้อมผมไปหาศาสตราจารย์เฉิน อาจารย์ที่ปรึกษาของผมสมัยเรียน ตอนนี้ท่านเป็นหัวหน้าภาควิชาการแสดงแล้ว

  • เกมรัก 0%   บทที่ 11

    …แม่ของผม หยางซูเธอจากไปตอนที่ผมอยู่ปีสองด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันก่อนสิ้นใจ เธอกุมมือผมไว้แล้วพูดว่า “เหลียนซาน ต้องใช้ชีวิตให้เป็นอิสระนะ อย่าให้เหมือนแม่ที่ต้องทนทุกข์อยู่กับสายตาคนอื่นไปชั่วชีวิต”แต่ผมก็ยังถูกกักขังอยู่ดีถูกกักขังอยู่ในสายตาของเสิ่นจือหาน ถูกกักขังอยู่ในเกมจีบหนุ่มนั่นผมนั่งลงหน้าป้ายวิญญาณ แล้ววางดอกไม้ลง“แม่ครับ ผมมาเยี่ยมแม่แล้วนะ”“ขอโทษที่หลายปีมานี้ไม่ได้มาเลย”“เพราะผมไม่มีหน้ามาพบแม่ครับ”สายลมพัดแผ่วเบา พัดพาสนไซเปรสรอบกายให้สั่นไหวคอมเมนต์เงียบลงไปมาก ราวกับสัมผัสได้ถึงความสงบเงียบนี้“ผมอาจจะต้องไปอยู่เป็นเพื่อนแม่แล้วนะ” ผมลูบรูปถ่ายบนป้ายวิญญาณ “หมอบอกว่าร่างกายของผมทนได้อีกไม่กี่วันแล้ว”“แต่ผมไม่กลัวหรอก”“เพราะว่าไม่กี่วันสุดท้ายนี้ ผมได้ใช้ชีวิตเพื่อตัวเองแล้ว”ผมหยิบซองจดหมายออกจากกระเป๋า ด้านในมีบัตรธนาคารหนึ่งใบและพินัยกรรมหนึ่งฉบับในบัตรคือเงินทั้งหมดที่ผมเก็บหอมรอมริบมาตลอดหกปีนี้เงินค่าขนมและของขวัญที่เสิ่นจือหานให้ผมตีเป็นเงินสดได้ไม่มากนัก แต่ก็พอสำหรับจัดงานศพเล็ก ๆ งานหนึ่งในพินัยกรรมเขียนไว้ว่า หากผมตาย ทรั

  • เกมรัก 0%   บทที่ 10

    ของขวัญถูกส่งมารัว ๆ จนเลื่อนหน้าจอแทบไม่ทัน ในช่องคอมเมนต์มีทั้งคนร้องไห้ คนด่าทอ และบางคนก็เริ่มขุดคุ้ยอดีตของเสิ่นจือหานกับหลินชิงอันแต่ในตอนนั้นเอง ประตูห้องพักผู้ป่วยก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงเสิ่นจือหานพุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าที่เขียวคล้ำด้วยความโกรธจัด“มู่เหลียนซาน! คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่?!”เธอเอื้อมมือมาจะแย่งโทรศัพท์ ผมจึงเบี่ยงตัวหลบแล้วหันไปพูดกับเลนส์กล้องว่า“ดูสิครับ เธอมาแล้ว”“เสิ่นจือหาน อยากจะพูดอะไรกับกล้องหน่อยไหม?”“อธิบายหน่อยสิ ว่าทำไมตอนที่ผมกำลังจะตาย คุณถึงไปจูบกับผู้ชายคนอื่น?”เสิ่นจือหานยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ สายตาจดจ้องคอมเมนต์ที่เลื่อนผ่านหน้าจอไปอย่างบ้าคลั่ง[เสิ่นจือหานไสหัวออกมาขอโทษเดี๋ยวนี้!][นังผู้หญิงเฮงซวยไปตายซะ!][หลินชิงอันเป็นมือที่สาม!][พระรองกล้าหาญมาก ฉันร้องไห้แล้ว]เธออ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมานี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นความตื่นตระหนกอย่างแท้จริงบนใบหน้าของเธอไม่ใช่การแสดง และไม่ได้เสแสร้งแต่มันคือความทำอะไรไม่ถูก เมื่อโลกที่อุตส่าห์สร้างขึ้นมาอย่างประณีตเริ่มพังทลายลงคอมเมนต์กำล

  • เกมรัก 0%   บทที่ 9

    [สะใจมาก!!!][ถึงจะยังไม่เข้าเมรุ แต่ก็เริ่มมีควันลอยมาแล้ว!][เสิ่นจือหานเริ่มสงสัยแล้ว!][พระรองสู้ ๆ! เอาให้เธอเจ็บเจียนตายไปเลย!]ผมหลับตาลงเวลานับถอยหลังกะพริบ6 วัน 18 ชั่วโมง 22 นาทีเกมยังคงดำเนินต่อไปแต่กฎเริ่มเปลี่ยนไปแล้วหนึ่งวันก่อนออกจากโรงพยาบาล ผมเปิดไลฟ์สดคอมเมนต์บนหน้าจอแสดงความตกตะลึง[เขาจะทำอะไรน่ะ?!][มาไลฟ์อะไรตอนนี้? จะพูดอะไร?][ไม่กลัวเสิ่นจือหานมาเห็นเหรอ?]ผมนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย ผ้าพันแผลที่ข้อมือเปลี่ยนเป็นแผ่นปิดแผลที่เบาสบายขึ้นแล้ว แต่ก็ยังมองเห็นได้ชัดเจนอยู่ดีฉากหลังเป็นผนังสีขาวของโรงพยาบาล นอกหน้าต่างคือท้องฟ้ายามพลบค่ำชื่อไลฟ์นั้นแสนจะเรียบง่าย“หกปี จากความฝันจักรพรรดิจอเงินสู่ห้องไอซียู”หลังจากเปิดไลฟ์ไปได้สิบนาที ยอดคนดูก็ทะลุหนึ่งแสนคนคนส่วนใหญ่ถูกดึงดูดเข้ามาเพราะเรื่องซุบซิบของเสิ่นจือหานและหลินชิงอันเรื่องบาดหมางในตระกูลเศรษฐี รักสามเส้า คดีลักพาตัวที่มีเงื่อนงำ ทุกเรื่องล้วนเป็นประเด็นร้อนผมไม่ได้แต่งหน้า ใบหน้าซีดเซียว สวมชุดผู้ป่วย ดูเปราะบางและสมจริง“สวัสดีครับทุกคน ผมคือมู่เหลียนซาน”“หลายคนรู้จักผมในฐา

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status