FAZER LOGINกานพลูเป่าลมออกจากปาก รู้สึกอึดอัดจากการเชื่อมประสานร่างกายกับเขา แต่เขาหยุดนิ่งเหมือนให้เธอคุ้นเคย ทัศกรครางเบาๆ เขาก้มลงเม้มติ่งหูเนียนนุ่มจนเธอรู้สึกเสียวซ่าน ร้องครางออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนล่างนั้นเขาค่อยๆ ขยับและขยับ เธอรู้สึกว่ามันไม่ได้สุขอย่างที่ควรจะเป็น เขาใหญ่โตและเธอก็แคบเล็กเหลือกำลัง
เขาคงคิดว่าเธอเป็นแฟนของเขา กานพลูปล่อยให้มันเป็นแบบนั้น เพราะมาถึงขนาดนี้แล้ว เธอไม่อยากเรียกร้องหรือทำให้เป็นเรื่องเป็นราว เธอไม่คู่ควรกับเขา ถ้าผู้มีพระคุณรู้อาจจะตำหนิเธออย่างหนัก หรือเกลียดขี้หน้าเธอไปเลยก็เป็นได้
กานพลูยินยอมเพราะนึกชอบเขา และจริงๆ มันดิ้นหนีไปไหนไม่รอด จะเพราะอะไรเธออยากจะเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับคนเดียว ถ้าเธอไม่พูดก็ไม่มีใครรู้ เพราะทัศกรเมามาก
หลังจากที่เขาฟุบร่างลงกับซอกคอของเธออย่างมีความสุข เธอกอดเขาไว้เหมือนจะเก็บความรู้สึกแบบนี้เอาไว้คนเดียวตลอดไป และค่อยๆ พลิกเขาลงจากร่าง เธอไล้ใบหน้าของเขาเบาๆ มันมืดก็เลยมองไม่เห็น พยายามควานหาเสื้อผ้าของตัวเองมาสวมใส่ เพิ่งสำนึกว่าคนเมาก็มีแรงเหลือเฟื้อขนาดนี้
เวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่!!!
“ตีสองแล้วเหรอนี่!!!” กานพลูเปิดโทรศัพท์มือถือที่ตกลงบนเตียงมาเปิดดู เธอรีบจัดการตัวเองให้เรียบร้อย มองเขาฝ่าความมืดครั้งสุดท้าย เมื่อสายตาชินกับความมืดแล้วก็รีบย่องออกมาจากห้อง ดีที่ห้องเธอเป็นห้องพักส่วนตัว ไม่ต้องไปนอนหน้าเตียงของคุณหญิงช่อทิพย์ เธอกลับเอาป่านนี้ท่านจะได้ไม่ต้องสงสัย และไม่มีใครรู้เรื่องนี้
“นั่นนางกานพลูนี่นา” แขนภาตาลุกวาวเมื่อเห็นกานพลูออกมาจากห้องพักของแฟนหนุ่มในเวลาดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ เธอเผลออยู่กับภวินนานไปหน่อย แต่ยังรู้ตัวว่าไม่ควรอยู่จนถึงเช้า แม้ภวินจะเว้าวอนไม่ให้เธอออกจากห้องก็ตามที
แขนภาเข้าไปในห้องของแฟนหนุ่มโดยเดินย่องเข้าไปให้เบาที่สุด เพราะไร่ของทัศกรมีบ้านพักหลังเล็กๆ คล้ายรีสอร์ทให้แขกหรือนักท่องเที่ยวเข้ามาพัก ทัศกรจึงมีบ้านพักส่วนตัวเป็นของตัวเอง และอยู่เป็นสัดส่วน เธอมีกุญแจที่นี่และเข้าออกได้ตลอด
เธอมองฝ่าความมืดเข้าไปเห็นชายหนุ่มนอนเปลือยกายอยู่บนเตียงของเขา เธอจึงค่อยๆ ย่องขึ้นไปนอนเคียงข้าง ทัศกรพลิกกายมากอดเธอเอาไว้ แขนภายิ้มร้าย คอยดูไปว่ากานพลูจะอ้างอะไร ในเมื่อเธออยู่กับทัศกรในตอนเช้า และตื่นขึ้นมาด้วยกัน
พอตื่นเช้าขึ้นมา ทัศกรก็เข้าใจว่าเมื่อคืนเขามีอะไรกับแขนภา เขากอดหอมเธอ พากันไปอาบน้ำเพราะโดนเธอยั่ว และออกมารับประทานอาหาร กานพลูคอยดูแลปรนนิบัติคุณหญิงช่อทิพย์ตามหน้าที่ พอเห็นทัศกรเดินเข้ามากับแขนภา เธอก็ก้มหน้างุด ก่อนจะหลบเลี่ยงออกไป ทำทีเป็นไปช่วยทำงานในครัว แขนภาเห็นดังนั้นก็คิดว่ากานพลูคงไม่พูดอะไรเป็นแน่ เธอเลยเลือกที่จะเงียบเช่นกัน
คุณหญิงช่อทิพย์กลับกรุงเทพฯ กานพลูก็ยังปิดปากเงียบเหมือนเดิม นั่นทำให้แขนภามั่นใจมากขึ้น เพราะเธอตามติดทัศกรตลอด อยากรู้ว่ากานพลูจะบอกเรื่องคืนนั้นหรือเปล่า แต่ก็ไม่เห็นกานพลูพูดอะไร แขนภาคิดไปว่ากานพลูอาจแค่มาส่งทัศกร และเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้รึเปล่า เพราะเห็นกะละมังกับผ้าขนหนูวางอยู่ใกล้ๆ กับเตียง หรือเธอจะคิดมากไปเอง ยายนั่นอาจจะแค่มาดูแลตามคำสั่งของคุณหญิงช่อทิพย์ ไม่อย่างนั้นก็คงจะมีท่าทีหรือพูดอะไรออกมาแล้วสิ นี่ก็เห็นเงียบ ไม่เห็นพูดอะไรเลยสักคำเดียว
สิ่งที่กานพลูไม่คาดคิดนั้นทำให้เธอตกใจอยู่มาก เพราะหลังจากคืนที่เธอพลาดพลั้งมีอะไรกับทัศกร และคิดว่าไม่มีใครเห็น เลยจะเก็บเป็นความลับตลอดไป แต่มันกลับไม่เป็นไปแบบนั้น เมื่อเธอมีอาการคลื่นไส้อาเจียน และดูเหมือนจะไม่สบาย คุณหญิงช่อทิพย์จึงบังคับแกมขอร้องให้เธอไปหาหมอ เธอคิดว่าโรคกระเพาะอาจจะกำเริบ เพราะเคยเป็นโรคนี้ แต่ปรากฏว่าเธอ ‘ท้อง!!!’
“แม่กานต์ บอกฉันมาเถอะว่าท้องกับใคร ฉันจะจัดการให้เขามารับผิดชอบ” คุณหญิงช่อทิพย์รู้เรื่องก็ตกใจอยู่มาก เพราะกานพลูเป็นเด็กเรียบร้อย น่ารัก นิสัยดี ไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง ถ้าท้องไส้ขึ้นมา อาจจะไปพลาดพลั้งหรือโดนหลอกก็เป็นได้ แต่คงไม่ใช่เพราะทำตัวไม่เหมาะไม่ควรไปนอนกับผู้ชายง่ายๆ แน่นอน
“หนูบอกไม่ได้ค่ะคุณท่าน” เพราะเป็นความผิดของเธอเองที่ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับทัศกร แล้วจะมาเรียกร้องให้เขารับผิดชอบได้ยังไงกัน
“ทำไมถึงบอกไม่ได้ล่ะ” คุณหญิงช่อทิพย์พยายามใจเย็นที่สุด ถ้าพูดรุนแรงไป อาจจะไม่เกิดผลดีอะไรขึ้นมา
“คือว่าหนู...” กานพลูอึกอัก ไม่กล้าเอ่ยออกมา
“บอกมาเถอะ ฉันไม่โกรธ ไม่โทษ แค่อยากรู้จริงๆ ว่าใครคือพ่อของเด็กในท้อง”
“กานต์ขอโทษนะคะ” กานพลูรู้ตัวว่าเพราะความใจง่ายของเธอทำให้เกิดเรื่องไม่งามขึ้น เธอไม่โทษฝ่ายชายเลยแม้แต่นิด เพราะเขาไม่รู้และเขาก็เมา
“พูดมาเถอะแม่กานต์ ถ้าเธอไม่พูดฉันจะถือว่าเธอไม่ไว้ใจฉัน เห็นฉันเป็นคนอื่นนะ เรื่องใหญ่ขนาดนี้เธอจะไม่ให้ฉันรู้ได้ยังไงกัน ปกติเธอไม่ค่อยออกไปไหน นอกจากไปเรียน ทำงานกับฉัน อยู่บ้าน หรือไปซื้อของที่ตลาด ฉันยังมองไม่เห็นว่าจะมีผู้ชายที่ไหนมาติดพันเธอเลยสักคนเดียว”
“กานต์ขอโทษนะคะ แต่กานต์ไม่ได้อยากเรียกร้องให้ใครมารับผิดชอบ เพราะทุกอย่างเป็นความผิดของกานต์เอง”
“แม่กานต์เอาเถอะ ฉันจะไม่ทำให้เธอลำบากใจ พูดมาเถอะ”
“คือว่า พ่อของเด็กในท้องคือคุณภูเขาคะ” คำตอบของกานพลูทำให้คุณหญิงช่อทิพย์เงียบไป มองหน้าเด็กสาวในอุปการะด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“เรื่องมันเกิดขึ้นตอนไหน ฉันบอกตรงๆ ว่าไม่ยอมให้มันเป็นแบบนี้แน่ๆ ภูเขานี่แย่จริง แอบล่วงเกินเธอแต่ไม่ให้ฉันรู้”
“คืนนั้นคุณภูเขาเมามาก...” แล้วกานพลูก็เล่าให้คุณหญิงช่อทิพย์ฟังอย่างไม่ปิดบัง
“แล้วทำไมเธอไม่บอกฉันแต่แรก”
“กานต์แค่คิดว่าไม่อยากทำให้คุณท่านกับคุณภูเขาเดือดเนื้อร้อนใจค่ะ เพราะทุกอย่างเป็นความผิดของกานต์เอง”
“เอาเถอะ!” คุณหญิงช่อทิพย์ถอนใจหนักหน่วง ก่อนเอ่ยถามประโยคที่ทำให้กานพลูตกใจ
“เธอชอบหลานชายของฉันใช่ไหม”
“คือ... ว่าคุณท่านคะ คือว่ากานต์...” เธออึกๆ อักๆ
“ฉันเลี้ยงเธอมาทำไมจะไม่รู้ว่าเป็นคนนิสัยใจคออย่างไร เลี้ยงมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ฉันน่ะไม่ได้รังเกียจคนที่ความจนความรวยอีกแล้วนะ เมื่อก่อนน่ะอาจจะใช่ ฉันยอมรับ แต่เดี๋ยวนี้ฉันมองที่ความดีงาม ประสบการณ์สอนอะไรฉันหลายๆ อย่าง ฉันไม่อยากให้เป็นเหมือนอย่างตาทศอีก”
“เท่าที่คุณท่านเมตตากานต์ ก็เป็นพระคุณอย่างสูงแล้วค่ะ กานต์ไม่อยากเรียกร้องอะไรจริงๆ”
“เธอไม่อยากเรียกร้อง แต่มันคงเป็นไปไม่ได้หรอกนะ เธอท้องนะแม่กานต์ ไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว” คำพูดของผู้มีคุณทำให้เธอเผลอยกมือน้อยๆ ขึ้นลูบไล้หน้าท้องของตัวเองเบาๆ
“แต่กานต์ไม่อยากให้คุณภูเขามารับผิดชอบนะคะ คุณภูเขามีคนรักอยู่แล้ว และกำลังจะแต่งงานกัน”
“เธอจะบอกฉันว่าเธอจะเลี้ยงลูกคนเดียวงั้นสิ”
“คุณท่านขา... กานต์เป็นแค่เด็กกำพร้า ได้คุณท่านชุบเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก สิ่งใดที่ทำเพื่อคุณท่านได้ กานต์ยินดีทำทุกอย่าง แต่เรื่องนี้กานต์ขอตัดสินใจเองได้ไหมคะ กานต์ไม่อยากเป็นภาระใคร”
“แต่เด็กในท้องเธอนี่เป็นเหลนของฉันนะ”
“กานต์สัญญากับคุณท่านนะคะ ว่าจะเลี้ยงเด็กคนนี้ให้ดีที่สุด”
“เธอไม่คิดเหรอว่าลูกจะขาดพ่อ”
“พอแกโตขึ้น เราต้องค่อยๆ บอก ค่อยๆ ให้แกรับรู้ สักวันหนึ่งแกต้องเข้าใจค่ะ” คุณหญิงช่อทิพย์ฟังแล้วถอนใจหนักหน่วง อยากจะโวยวายและไปบอกหลานชายให้รับผิดชอบอยู่หรอก แต่เพราะคนที่นั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่ตรงหน้าไม่ยอม ขืนท่านไปทำแบบนั้น กานพลูได้หนีเตลิดไปเพราะคิดว่าตัวเองเป็นปัญหาให้คนอื่น
“ในไร่มีน้ำตกและก็อากาศดี หรือเราจะไปทำอะไรๆ กันตรงนั้นดี”“ทำอะไรคะ” เธอย้อนถาม“ไปเล่นน้ำน่ะ” เขาตอบเลี่ยงอีก“นึกว่าจะให้ไปเก็บผลไม้เสียอีกค่ะ กานต์ทำได้นะคะ”“ใครจะใช้แรงงานเมียตัวเองแบบนั้น” พูดแล้วก็เหมือนเข้าตัว เขากระแอมเสียดัง กานพลูยิ้มกว้างขวาง เขาก็แกล้งเธอเอาไว้เยอะแหละ แต่ก็แปลก ตอนเขาแกล้งก็มักมีคนมาช่วย คนงานเขาไง ลูกน้องเขาอีกทัศกรไม่ได้ปริปากบอกว่าที่เขาให้เธอเข้าไปทำงาน เพื่อให้ไปดูพฤติกรรมคนงาน ไม่มีใครสนใจกานพลู ทุกคนปกติดี เลยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา ถ้าให้พงศ์พันหรือพงศ์ศูรย์ไปคุมงานทุกคนก็เอาการเอางาน แต่ถ้าส่งกานพลูไป ทุกคนก็คิดว่ากานพลูถูกใช้งานเพราะมีปัญหาอะไรกับทัศกร มันก็มีข่าวลือไปบ้าง ก็ไม่มีใครเกรงใจ เธอกลับจากทำงาน เขามักถามโน่นถามนี่นั่น แต่เธอไม่รู้ และเขาก็นำหลายๆ อย่างไปปรับกับคนงานในไร่“พายายหนูทัดไปเล่นน้ำด้วยไหมคะ”“อย่าเลย” เขารีบปฏิเสธ กว่าจะคิดแผนพาเมียออกจากบ้านไปได้แทบแย่ ขืนพาทัดดาวไปด้วย ก็จบกันพอดี“ทำไมล่ะคะ”“ยายหนูต้องเรียนหนังสือไม่ใช่เหรอ” ทัศกรจ้างครูสอนพิเศษมาสอนบุตรสาวเพิ่มเติม ส่วนใหญ่เป็นการสอนภาษา เขาอยากให้ทัดดาวเก่งภาษา
จริงๆ แล้วเธอไม่ได้หวังอะไรในความรักครั้งนี้ ไม่เคยคิดหวังอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่มันก็ดีไม่ใช่เหรอที่เขารักเธออย่างบริสุทธิ์ใจ เธอได้พิสูจน์ให้เขาได้เห็นในหลายๆ เรื่อง เรื่องที่เธอเสี่ยงตายเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยเขา อาจจะดูโง่ในสายตาใครหลายๆ คน แต่สำหรับเธอแล้ว มันคุ้มเหลือเกิน เมื่อได้ช่วยคนที่เรารักให้อยู่รอดปลอดภัย เธอไม่ได้คิดหวังสักนิดว่าการเอาชีวิตเข้าแลกจะทำให้เขารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณเธอ ในเวลานั้นเธอแค่รู้สึกอยากทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเขา... ก็แค่นั้นความเสียใจจริงๆ ของเธอคือการที่เธอทำให้อีกชีวิตหนึ่งต้องตาย กานพลูรู้สึกเจ็บแปลบจนน้ำตาไหลทุกครั้ง ยากที่จะทำใจจริงๆ แม้จะมีใครปลอบโยนสักร้อยสักพันคน ก็ทดแทนความรู้สึกผิดที่เกาะกินในหัวใจของเธอไม่ได้ ชีวิตต้องเดินต่อไป แต่มันเหนื่อยล้าเหลือเกิน แค่หายใจยังเหนื่อย เธอพยายามทำให้ทุกคนคิดว่ามันผ่านไปแล้ว มันไม่มีอะไร แต่มันก็เป็นความรู้สึกผิดที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ ถ้าเลือกได้ เธออยากจากโลกนี้ไปเสียเอง และปล่อยให้คนที่รักยังมีชีวิตอยู่ มันคงจะดีไม่น้อยกานพลูรีบปาดน้ำตาทิ้งเมื่อหันไปเห็นสามีอุ้มบุตรสาวตัวน้อยเข้ามาในห้องพักฟื้น ป้าทับทิมเลี่ย
“พิมพ์”“คะแม่” เธอปาดน้ำตาเงยหน้าขึ้นมองสบตากับมารดา“มีอะไรปิดบังแม่อยู่หรือเปล่า”“ไม่นี่คะ”“แล้วเรื่องคุณเชาวน์ล่ะ”“แม่รู้ด้วยเหรอคะ”“เขาใช้หนี้ให้บ้านของเรา” ทิพย์สุคนพูดขึ้น ก่อนที่ทัศกรจะจัดการให้เธอไปเที่ยวพักผ่อนกับเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันตามประสา“คะ” เธอไม่คิดว่าเขาจะทำจริงๆ หนี้สินตั้งมากมาย“หนูคงต้องหาเงินไปคืนเขาค่ะ” พิมพ์ประภารู้สึกปวดหนึบในอกเมื่อนึกถึงเขา มันแปลบเจ็บอย่างบอกไม่ถูก“ไม่ต้องหรอกจ้ะ แม่น่ะเอาที่ดินผืนสุดท้ายใช้หนี้เขาไปแล้วล่ะ”“ที่ดินผืนสุดท้าย” พิมพ์ประภาทวนคำมารดา“แม่ผิดเองพิมพ์ แม่โกหกหนู จริงๆ ที่ดินผืนสุดท้ายมันยังไม่ได้เอาไปจำนองที่ไหน ก็บ้านหลังนี้ไง มรดกเก่าแก่ของคุณพ่อ แม่ยกให้คุณเชาวน์ไปแล้ว”“เขาก็รับมันไปเหรอคะ” เธอหลงดีใจว่าเขาจะอยากช่วยจริงๆ สุดท้ายเขาก็หวังผล แต่ก็นะ คนเราใครๆ ก็ต้องหวังผลกันทั้งนั้น ที่ดินที่นี่ไม่ใช่น้อยๆ มีผลหมากรากไม้มากมาย เพราะบิดาเป็นคนรักต้นไม้เลยจ้างให้คนปลูกเอาไว้ เธอเข้าใจว่ามารดาติดหนี้ ที่ดินผืนนี้ก็คงถูกจำนองไปแล้ว“ใช่จ้ะ เขาชอบที่นี่มาก เราคงต้องย้ายออกจากที่นี่แล้วนะ” พิมพ์ประภาน้ำตาตกใน เชาวน์ไม่ได้มีใจ
“คุณแม่มอบตัวเถอะครับ คุณแม่ยังไม่ได้ฆ่าใคร โทษไม่หนักหรอกครับ ผมจะช่วยเอง” เชาวน์ไม่อยากให้มารดาทำผิดอีก แม้เรื่องของทศพลกับมณีนิลเป็นเรื่องเลวร้ายที่เขาได้รับรู้ว่ามารดาทำอะไรกับใครบ้าง แต่มันก็เป็นแผนการที่ไร้การเอาผิดจากกฎหมายได้“ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย ทรัพย์สมบัติทุกอย่างกำลังจะเป็นของเชาวน์นะลูก”“ผมอยากมีทรัพย์สมบัติแต่ด้วยความสามารถของผมเองครับคุณแม่ ของที่ไม่ใช่ของของเรา อย่าไปอยากได้ของเขาเลย เท่าที่คุณหญิงย่าให้เรามาก็มากมายแล้วนะครับ เรื่องคดีไม่ต้องห่วง คุณแม่ไม่ต้องกลัว ผมจะจัดการทุกอย่างให้เอง” ถึงอย่างไรเขาก็รักมารดาของเขา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาก็จะดูแลท่านให้ดีที่สุด เขาถูกจับขังเอาไว้ แต่ก็พยายามหนีออกมาจนได้ มันก็ดีอย่างที่ประไพคอยช่วยเหลือทุกคนอยู่ที่นี่และคอยส่งข่าวให้ใครๆ มาช่วย และรู้ว่าอยู่ตรงไหน มารดาของเขาอาจจะคิดว่าซื้อตัวประไพได้ แต่สุดท้ายประไพก็เลือกเหมือนเขา เลือกที่จะทำความดีตำรวจและทัศกรเข้าไปช่วยเหลือสองสาวกานพลูและพิมพ์ประภาเอาไว้ กานพลูโผเข้ากอดสามีอย่างดีใจ เธอคิดว่าตัวเองจะไม่รอดเสียแล้ว แต่สวรรค์ก็ยังปรานีเธอประไพอุ้มทัดดาวมาให้สองสามีภรรยา กาน
“ทายาทโดยชอบธรรมอย่างนั้นเหรอ” ชาลินีเงยหน้าขึ้นหัวเราะ กานพลูไม่เคยเห็นท่าทางน่ากลัวแบบนี้ของชาลินีมาก่อน ปกติท่านไปเยี่ยมคุณหญิงช่อทิพย์ก็ดูอ่อนน้อมถ่อมตนและแลดูเป็นผู้ใหญ่ใจดีเสมอ“นี่มันเรื่องอะไรกัน” พิมพ์ประภายอมรับว่างงจริงๆ ผู้หญิงคนนี้เป็นใครเธอยังไม่รู้เลย แล้วประไพนั่นอีก ทำไมถึงจับตัวทัดดาวมาล่ะ ก็เห็นว่าเป็นคนดี ทำไมกลายเป็นคนชั่วไปได้“เธอนะเหรอผู้หญิงที่มาเกาะลูกชายฉัน”“เกาะลูกชาย” พิมพ์ประภาทวนคำก่อนเบิกตากว้าง“ฉันเป็นแม่ของเชาวน์ หรือผู้ชายที่เธอคิดจะจับยังไงล่ะ ที่บ้านเป็นหนี้เป็นสินใกล้สิ้นเนื้อประดาตัวแล้วสินะ” ถ้อยคำเหยียดหยามนั้นทำให้พิมพ์ประภาคอแข็ง ถึงจะจริงแต่เธอก็เกลียดการถูกดูถูกเป็นที่สุด และเธอก็ไม่อยากทำเช่นนี้ด้วย แต่มันต้องเอาตัวรอด“คุณเชาวน์ไม่เห็นบอกว่าแม่ของเขาแลดูใจร้ายแบบนี้”“นี่หล่อน ปากดีนักนะ ตบสั่งสอนมันหน่อย”เพี้ยะ!!! พิมพ์ประภาไม่ทันตั้งตัวก็โดนตบจนหน้าหัน เลือดไหลซึมมุมปาก“ว่าทำไมไม่พาไปแนะนำ แม่เป็นปีศาจนี่เอง” เธอยังปากเก่ง“ตบมันอีก”เพี้ยะ!!! เสียงตบรอบนี้เป็นใบหน้าอีกด้าน พิมพ์ประภารู้สึกชาไปหมด ก่อนจะเจ็บร้าวไปทั้งแก้ม“พี่พิมพ์เ
“ตอนนี้พี่ไพอยู่ไหนคะ” กานพลูเอ่ยถาม“พี่ยังอยู่ที่ไร่จ้ะ แต่โทร.บอกคุณภูเขาแล้วนะ เห็นว่าจะตามไปเจอกับแขนภาตามที่นัดหมายเอาไว้”“พี่ไพบอกคุณภูเขาไปแล้วเหรอคะ” กานพลูขมวดคิ้วเข้าหากัน เป็นกังวลขึ้นมาในทันที“ใช่จ้ะ น้องกานต์รีบกลับบ้านมาเลยนะจ๊ะ เรื่องนี้ให้คุณภูเขาจัดการเองดีกว่า ยังไงก็ต้องเอาตัวหนูทัดดาวกลับมาได้แน่นอน”“กานต์ไม่กลับค่ะ จะไปตามยายหนู ฝากที่บ้านกับพี่ไพด้วยนะคะ”“น้องกานต์อย่าไปเลยอันตราย ให้คุณภูเขาจัดการดีกว่า”“แค่นี้นะคะพี่ไพ” กานพลูตัดสายโทรศัพท์ทิ้งทันที“พี่สองคะ...” กานพลูตัดสินใจที่จะไปยังสถานที่ที่แขนภานัดหมายเอาไว้ เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นอีก ครั้ง หญิงสาวกดรับสาย ปรากฏว่าเป็นเบอร์ของพิมพ์ประภา“พี่พิมพ์มีอะไรคะ”“พี่จะไปหาน้องกานต์นะจ๊ะ”“พี่พิมพ์คะ กานต์กำลังยุ่งนิดหน่อย มีเรื่องต้องจัดการค่ะ พี่ยังไม่ต้องมานะคะ”“มีเรื่องอะไรจ๊ะ”“ไม่มีอะไรค่ะ มีธุระนิดหน่อย”“พี่ขับรถจะถึงไร่อยู่แล้ว ว๊าย!” เสียงอุทานของพิมพ์ประภาก่อนสายจะตัดไป ทำให้กานพลูยิ่งร้อนใจ“พี่พิมพ์เป็นอะไรไม่รู้พี่สอง จู่ๆ ก็ร้องแล้วสายโทรศัพท์ก็ตัดไป”“นายหญิงจะเอาไงครับ”“ขับรถไปก
กานพลูมองบุตรสาวตัวน้อยที่กำลังเล่นตุ๊กตาอย่างมีความสุข พอเห็นเธอเดินมาหา ทัดดาวก็ร้องอย่างดีใจ ตามประสาเด็ก ประไพเลี่ยงออกมา ปล่อยให้แม่ลูกได้อยู่ด้วยกัน“ติม กินติม” เสียงเด็กน้อยออดอ้อนอยู่ในที คุณแม่ยังสาวถึงกับยิ้มกว้างเมื่อได้ยินบุตรสาวพูดแบบนั้น“คุณหญิงย่าบอกว่าเธอทำงานเก่ง” ทัศกรพูดเกริ่นเ
“คุณนี่ชั่วจริงๆ สารเลวสุดๆ” เธอปัดมือของเขาออก“จริง ผมยอมรับ ถ้าไม่เลวจริงทำแบบนี้กับคุณไม่ได้หรอก” เขาบีบคางสวยของเธอเอาไว้มั่น หญิงสาวพยายามสะบัดหน้าหนี แต่ทำอย่างไรก็หนีไม่ได้ เชาวน์ก้มลงจุมพิตหนักหน่วง เธอดิ้นอึกอักก่อนจะตกอยู่ในห้วงจุมพิตอันร้อนแรงของเขา“นี่คุณ ฉันว่าเรามาร่วมมือกันไม่ดีกว่
“ไปบ่อย ตั้งแต่จำความได้กระมัง พี่กับนายอาจจะคลาดกันน่ะเลยไม่ได้เจอกัน”“อย่างนั้นเหรอครับ” ทัศกรทอดสายตามองภรรยาไม่วาง กานพลูเงยหน้าขึ้นสบตาสามีแล้วก้มหน้างุด ได้สบตาก็รู้ว่าเขาคาดโทษเธอเอาไว้ บอกว่าคืนนี้ไม่รอดแน่ๆ เธอเผลอหน้าแดงลามไปถึงใบหูด้วยอีกคน“สาวๆ แถวนี้ขยันหน้าแดงจังเลยนะพี่ว่า ดูสิ คุณ
ความคับแคบแนบแน่นที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานหลายวันทำให้ทัศกรครางเสียงแหบพร่า ในลำคอของเขาแห้งผากด้วยความกระหายใคร่สวาท เขาระรัวลิ้นก้มลงกวาดต้อนกลืนกินน้ำหวานครั้งแล้วครั้งเล่าจนฉ่ำใจ ก่อนจะสอดแทรกลิ้นเข้าไปโบกสะบัดรัดรึงยอดทับทิมอันเป็นศูนย์รวมแห่งความหฤหรรษ์ เธอแอ่นสะโพกขึ้นรับความเสียวซ่านเป็นลำนำส







