วิวาห์ไร้รัก

วิวาห์ไร้รัก

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-15
Oleh:  ThxnapxzBaru saja diperbarui
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
3Bab
0Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เขาไม่เคยต้องการความรัก… ส่วนเธอก็ไม่เคยคิดจะมอบหัวใจให้ใคร เมื่อ “พราวพานิช” ทายาทสาวตระกูลหมื่นล้าน ถูกบังคับให้กลับจากอังกฤษเพื่อแต่งงานพยุงธุรกิจครอบครัว ชีวิตที่เคยเลือกเองได้กลับถูกกำหนดด้วยข้อตกลงที่ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ขณะที่ “อัคร เทวากร” นักธุรกิจหนุ่มผู้เย็นชาและทรงอิทธิพล มองว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงเกมผลประโยชน์ และเชื่อว่าผู้หญิงที่กำลังจะเป็นภรรยาของเขาเป็นแค่คุณหนูที่ไม่เคยรู้จักโลกความจริง จากคนแปลกหน้าที่ไม่ถูกชะตากันตั้งแต่แรกพบ สู่คู่สามีภรรยาที่ถูกผูกมัดด้วยหน้าที่และสัญญา เมื่อระยะห่างระหว่างหัวใจกับความใกล้ชิดเริ่มเลือนหาย ความรู้สึกที่ต่างฝ่ายพยายามปฏิเสธกลับค่อย ๆ เติบโตขึ้นอย่างเงียบงัน ท่ามกลางศึกธุรกิจ การหักหลัง ความเข้าใจผิด และแรงกดดันจากครอบครัว ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากการคลุมถุงชนจะกลายเป็นรักแท้ได้หรือไม่… หรือสุดท้ายแล้ว “วิวาห์ไร้รัก” จะเหลือเพียงความทรงจำที่ไม่มีวันหวนคืน

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1: กรงทองและคำสั่งฟ้าผ่า

เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มอย่างนุ่มนวลของรถยนต์ซีดานหรูสัญชาติยุโรปเคลื่อนตัวผ่านประตูรั้วเหล็กดัดสีดำอัลลอยด์ขนาดใหญ่ ซึ่งสลักอักษรย่อตระกูล “อัครเดชากุล” ไว้อย่างวิจิตรบรรจง สองข้างทางเดินมุ่งสู่ตัวคฤหาสน์ทอดยาวผ่านสวนหย่อมสไตล์อังกฤษที่ถูกตัดแต่งต้นไม้ทุกต้นอย่างประณีตไม่มีที่ติ แสงแดดยามบ่ายจัดของกรุงเทพมหานครส่องกระทบผิวน้ำในสระน้ำพุหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ ส่งประกายสว่างไสวราวกับเกล็ดเพชรที่โปรยปราย

พราวพิชชา หรือ พราว ทอดสายตามองภาพความคุ้นเคยเหล่านั้นผ่านกระจกติดฟิล์มมืดของตัวรถด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก มือเรียวบางที่ประดับด้วยเล็บสีนู้ดสุขภาพดีกำสายกระเป๋าถือแบรนด์เนมใบหรูในตักแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว ซีดเซียวไม่ต่างจากสีหน้าของเธอในยามนี้

เธอเพิ่งเดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน หลังจากถูกคำสั่งด่วนที่สุดของบิดาเรียกตัวกลับจากประเทศอังกฤษ ทั้งที่เธอกำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านแฟชั่นและการจัดการแบรนด์หรู และเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่เดือนก็จะจบการศึกษา แต่สายโทรศัพท์ข้ามทวีปจาก พลโทประวิตร บิดาผู้ทรงอิทธิพลและเฉียบขาดกลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ

“กลับมาเมืองไทยเดี๋ยวนี้พราว... มีเรื่องสำคัญระดับชีวิตของตระกูลที่เราต้องจัดการ และแกปฏิเสธไม่ได้”

ประโยคสั้น ๆ แต่อัดแน่นไปด้วยกระแสความกดดันนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัว ทันทีที่ก้าวลงจากเครื่องบิน รถของที่บ้านก็มารับเธอตรงดิ่งมายังคฤหาสน์หลังนี้ทันที โดยไม่มีโอกาสได้แวะพักผ่อนที่คอนโดมิเนียมส่วนตัวหรือเปลี่ยนเสื้อผ้า

รถยนต์หรูจอดสนิทที่หน้ามุขคฤหาสน์สถาปัตยกรรมแบบคลาสสิกโรมัน คนขับรถวัยกลางคนรีบก้าวลงมาเปิดประตูให้คุณหนูคนเล็กของบ้านอย่างนอบน้อม พราวพิชชาสูดหายใจเข้าลึก ๆ เรียกความมั่นใจและเกราะกำบังทางอารมณ์ของตัวเองกลับคืนมา ร่างบางระหงในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีครีมพับแขนและกางเกงสแลกซ์ทรงเนี้ยบก้าวขาลงจากรถ ท่าทางท่วงท่าการเดินของเธอสง่างาม สมกับที่ถูกอบรมสั่งสอนในโรงเรียนประจำหญิงล้วนชื่อดังของอังกฤษมาตั้งแต่เด็ก

“คุณหนูพราว... ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ คุณท่านทั้งสองรออยู่ที่ห้องอาหารใหญ่แล้วค่ะ” แม่บ้านเก่าแก่วัยห้าสิบกว่าเอ่ยต้อนรับด้วยรอยยิ้ม แฝงแววสงสารลึก ๆ ในสายตาที่พราวพยายามไม่ใส่ใจ

“ขอบคุณค่ะป้าสาย พ่อกับแม่เครียดมากไหมคะช่วงนี้?” พราวถามเสียงเบา ขณะก้าวเท้าผ่านโถงทางเดินหินอ่อนที่ประดับด้วยแจกันดอกไม้สดราคาแพงและภาพวาดสีน้ำมันของบรรพบุรุษ

“เอ่อ... คุณท่านประวิตรค่อนข้างตึงเครียดค่ะคุณหนู ส่วนคุณหญิงแม่ก็... ทานข้าวไม่ค่อยลงมาหลายวันแล้วค่ะ”

คำตอบของแม่บ้านทำให้หัวใจของพราวพิชชาดิ่งวูบลงไปอีก โครงสร้างธุรกิจนำเข้าแบรนด์หรูและอสังหาริมทรัพย์ของตระกูลอัครเดชากุลอาจจะดูยิ่งใหญ่และมั่นคงในสายตาคนภายนอก แต่ในฐานะทายาท เธอย่อมรู้ดีว่ากระแสเงินสดและสภาวะตลาดในช่วงปีที่ผ่านมาเกิดการชะงักงันอย่างรุนแรงจากการลงทุนที่ผิดพลาดในโครงการเมกะโปรเจกต์หนึ่ง

เมื่อประตูไม้สักทองบานคู่ของห้องอาหารเปิดออก พราวพิชชาพบกับภาพของบิดาและมารดานั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารยาวขนาดสิบสองที่นั่ง บนโต๊ะมีอาหารคาวหวานจัดวางไว้อย่างหรูหรา แต่พลโทประวิตร บิดาของเธอ กลับเอาแต่นั่งจ้องมองไอแพดแสดงกราฟหุ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ส่วนคุณหญิงมณีรัตน์ มารดาผู้รักชื่อเสียงและหน้าตาในสังคม ก็นั่งถอนหายใจยาวพลางใช้ช้อนเขี่ยสลัดในจานไปมา

“คุณพ่อ... คุณแม่... พราวกลับมาแล้วค่ะ” พราวพิชชาเอ่ยทักทายพลางยกมือไหว้ช้า ๆ

พลโทประวิตรเงยหน้าขึ้น แววตาแข็งกร้าวอ่อนแสงลงเล็กน้อยเมื่อเห็นบุตรสาวคนเดียว “มาแล้วเหรอพราว นั่งลงสิ เดินทางมาเหนื่อย ๆ กินข้าวกันก่อน แล้วเราค่อยคุยเรื่องสำคัญกัน”

พราวพิชชานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม มารดารีบสั่งให้สาวใช้ตักซุปหูฉลามร้อน ๆ ให้เธอ ทว่าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับเงียบกริบปนอึดอัดจนเสียงช้อนกระทบจานกระเบื้องเคลือบแบรนด์เนมฟังดูดังน่ารำคาญใจ พราวพยายามฝืนกลืนซุปคำแรกลงคอ รสชาติกลมกล่อมที่เคยชอบบัดนี้กลับจืดชืดไร้รสชาติ

จนกระทั่งมื้ออาหารคาวผ่านพ้นไปและสาวใช้ยกน้ำชามาเสิร์ฟ พลโทประวิตรก็กระแอมไอเบา ๆ ก่อนจะวางมือประสานกันบนโต๊ะ จ้องมองตรงมาที่พราวพิชชาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเด็ดขาด

“พราว... พ่อรู้ว่าแกคงสงสัยว่าทำไมพ่อต้องตามแกกลับมาด่วนขนาดนี้” บิดาเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “แกคงพอจะรู้สถานการณ์ในบริษัทของเราตอนนี้ดีใช่ไหม? หุ้นกู้ที่เราออกไปเพื่อระดมทุนทำโครงการดิ โอเอซิส มันกำลังจะครบกำหนด และสถาบันการเงินเริ่มบีบเรา ถ้าเราไม่มีพันธมิตรที่แข็งแกร่งเข้ามาอัดฉีดเงินทุนและค้ำประกันร่วม... ตระกูลอัครเดชากุลอาจจะต้องเผชิญกับการล้มละลายครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด หน้าตาในสังคม อำนาจ และทุกสิ่งที่พ่อสร้างมาจะหายไปในพริบตา”

พราวพิชชาหน้าร้อนผ่าว ลมหายใจเริ่มติดขัด “พราวเข้าใจจุดนี้ค่ะคุณพ่อ... แต่พราวเพิ่งเรียนแฟชั่นมา พราวจะช่วยอะไรคุณพ่อในเกมธุรกิจระดับหมื่นล้านนี้ได้คะ?”

“แกช่วยได้พราว... และมีแต่แกคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยได้” คุณหญิงมณีรัตน์แทรกขึ้นทันที มือเรียวที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดโตเอื้อมมากุมมือของลูกสาวเอาไว้ แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวังแกมบังคับ “ทางรอดเดียวของเราคือตระกูล ‘อัครไพศาล’... คุณท่านอัครพลประธานกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และวัสดุก่อสร้างอันดับหนึ่ง ยอมตกลงที่จะเซ็นสัญญาพันธมิตรและอัดฉีดเงินทุนสองหมื่นล้านให้เราทันที... มีเงื่อนไขเดียวคือ แกต้องแต่งงานกับ ‘อัครินทร์’ ลูกชายคนเดียวของเขา”

เพล้ง!

เสียงแก้วชาร้อนในมือของพราวพิชชาสั่นระริกจนช้อนชาตกลงกระทบจานรอง ใบหน้าหวานสะสวยซีดเผือดราวกับกระดาษขาว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความช็อกสะท้านไปทั้งร่าง คำว่า “แต่งงาน” และ “อัครไพศาล” กระแทกเข้ากลางอกของเธออย่างจัง

“แต่งงาน... คลุมถุงชนเหรอคะคุณแม่?” พราวพิชชาเสียงสั่นเครือ น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาขอบตา “ในยุคนี้เนี่ยนะคะ? พราวไม่เคยเจอเขา ไม่เคยรู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ! คุณพ่อคุณแม่จะให้พราวแต่งงานกับคนแปลกหน้าเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจงั้นเหรอคะ?”

“มันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจพราว! มันคือเรื่องของศักดิ์ศรีและความอยู่รอดของตระกูลเรา!” พลโทประวิตรตบโต๊ะดังปัง เสียงตวาดเฉียบขาดทำเอาสาวใช้ที่ยืนอยู่รอบ ๆ สะดุ้งโหยง “อัครินทร์ไม่ใช่คนไร้หัวนอนปลายเท้า เขาเป็นถึงซีอีโอรุ่นใหม่ที่คุมบังเหียนบริษัทอสังหาฯ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ หล่อเหลา มีการศึกษา มีบารมี ผู้หญิงครึ่งค่อนเมืองอยากจะถวายตัวให้เขา! การที่แกได้แต่งงานกับเขา มันคือความโชคดีของแกด้วยซ้ำ!”

“แต่พราวไม่ได้รักเขาค่ะคุณพ่อ!” พราวพิชชาฝืนใจเถียง แววตาดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ภายในเริ่มฉายแสงออกมา “พราวอยากมีชีวิตของตัวเอง พราวอยากทำงานแฟชั่นที่เรียนมา... ทำไมต้องเอาชีวิตทั้งชีวิตของพราวไปผูกติดกับผู้ชายเย็นชาหน้าเลือดคนนั้นด้วย!”

“ถ้าไม่มีตระกูลอัครเดชากุลคอยหนุนหลัง แกจะมีเงินไปเรียนเมืองนอก ไปซื้อกระเป๋าหรู ๆ ไปเดินเชิดหน้าชูตาในสังคมได้ยังไงพราวพิชชา!” ประวิตรพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ไร้ความปรานี “พ่อไม่ได้เรียกแกมาเพื่อขอความเห็น... แต่พ่อมาเพื่อสั่ง วันศุกร์นี้จะมีงานเลี้ยงการกุศลของสมาคมหอการค้า พ่อแกและตระกูลอัครไพศาลจะประกาศเรื่องการหมั้นหมายอย่างเป็นทางการ แกมีหน้าที่แต่งตัวให้สวยที่สุดและทำหน้าที่ลูกที่ดี... แค่นั้น!”

พูดจบ พลโทประวิตรก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและเดินออกจากห้องอาหารไปทันที ทิ้งไว้เพียงคุณหญิงมณีรัตน์ที่นั่งมองลูกสาวด้วยสายตาวิงวอน

“พราว... ช่วยแม่ช่วยพ่อเถอะนะลูก ถือว่าแม่กราบล่ะนะ ถ้าไม่มีงานแต่งงานครั้งนี้ บ้านเราโดนยึดแน่ ๆ แม่ไม่อยากเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนเวลาเจอเพื่อน ๆ ไฮโซ” มารดาคร่ำครวญ

พราวพิชชานั่งนิ่งตัวแข็งทื่อ หยาดน้ำตาเม็ดใสไหลร่วงลงมาอาบแก้มเนียนช้า ๆ ความรู้สึกราวกับกรงทองคำที่โอบล้อมชีวิตเธอมาตั้งแต่เกิด บัดนี้มันได้บีบรัดตัวเธอจนแทบจะขาดใจตาย ทางเลือกชีวิตของเธอ... ถูกขีดเส้นใต้ด้วยคำว่าหน้าที่ของตระกูลอย่างโหดร้าย

ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องทำงานส่วนตัวชั้นบนสุดของตึกอัครไพศาล ทาวเวอร์ อาคารสำนักงานระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ บรรยากาศภายในห้องตกแต่งด้วยโทนสีดำ เทา และกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นทัศนียภาพของเมืองหลวงได้อย่างกว้างขวาง ดูหรูหรา ทันสมัย แต่เต็มไปด้วยความเย็นเยียบ

อัครินทร์ หรือ อัคร ซีอีโอหนุ่มวัยสามสิบปี รูปร่างสูงใหญ่โปร่งในชุดสูทสากลสีเทาเข้มทรงสลิมเข้ารูปเนื้อผ้าสั่งตัดพิเศษ กำลังนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักสีดำ ใบหน้าของเขาคมคายราวกับรูปสลัก สันกรามคมเด่นชัด ดวงตาเรียวรีดุดันและนิ่งลึกดั่งมหาสมุทรที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก มุมปากหนาเหยียดยิ้มบาง ๆ ยามจ้องมองแฟ้มประวัติและรูปถ่ายของผู้หญิงคนหนึ่งที่เลขาฯ เพิ่งนำมาวางไว้ให้

ในรูปคือ พราวพิชชา อัครเดชากุล หญิงสาวหน้าตาสะสวย อ่อนหวาน ราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ กำลังส่งรอยยิ้มสดใสท่ามกลางหิมะที่กรุงลอนดอน

“คุณหนูพราวพิชชา... ทายาทคนเดียวของอัครเดชากุล งั้นเหรอ” อัครินทร์คิดในใจพลางโยนแฟ้มลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ

“อัคร... แกดูแฟ้มประวัติของหนูพราวหรือยัง?” เสียงทุ้มของ คุณท่านอัครพล บิดาของเขาดังขึ้นจากโซฟารับแขกด้านข้าง “คุณย่าของแกชอบหนูพราวมากนะ ท่านบอกว่ากิริยามารยาทเรียบร้อย สมกับเป็นกุลสตรี และการแต่งงานครั้งนี้จะทำให้เราได้สิทธิ์ในการพัฒนาที่ดินผืนงามริมแม่น้ำเจ้าพระยาของอัครเดชากุลมาทำโครงการมิกซ์ยูสตัวใหม่ มันคือวิน-วินทั้งสองฝ่าย”

อัครินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำและเย็นชา “วิน-วินงั้นเหรอครับคุณพ่อ? ฝั่งนั้นเขากำลังจะเจ๊ง สภาพคล่องติดลบจนต้องเอาลูกสาวมาประเคนใส่พานถวายให้เราเพื่อแลกกับเงินสองหมื่นล้านมากกว่า... ส่วนผู้หญิงคนนี้ วัน ๆ คงดีแต่แต่งตัวสวย ๆ ช้อปปิ้งแบรนด์เนม ใช้เงินผลาญไปวัน ๆ อ่อนแอและไร้สมองสิ้นดี”

“แกจะพูดอะไรก็ช่าง แต่อย่าลืมสัญญาที่คุณย่าขอไว้ก่อนท่านจะเข้าโรงพยาบาลรอบนี้ แกต้องแต่งงานและมีทายาทสืบทอดตระกูลอัครไพศาลเสียที อายุสามสิบแล้วนะอัคร เลิกบ้างานแล้วทำหน้าที่ลูกที่ดีบ้าง” บิดาเตือนสติ

“ผมไม่ปฏิเสธเรื่องการแต่งงานหรอกครับคุณพ่อ ในเมื่อมันเป็นเกมธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า ผมก็จะเล่นตามน้ำไป...” อัครินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปหยุดอยู่ที่กระจกบานใหญ่ ทอดสายตามองแสงไฟของเมืองหลวง แววตาดุดันฉายแววร้ายกาจ “แต่ผู้หญิงคนนั้นต้องรู้สถานะของตัวเอง ว่าเธอเป็นแค่ ‘สินค้าผ่อนส่ง’ ที่พ่อแม่เธอเอามาแลกเงิน อย่าหวังว่าจะได้หัวใจหรือความรักจอมปลอมจากคนอย่างผมเลย”

ชายหนุ่มกำหมัดแน่น ลึก ๆ ในใจเขาเกลียดการถูกบังคับและเกลียดผู้หญิงประเภทคุณหนูเอาแต่ใจที่สุด และเขาตั้งใจไว้แล้วว่าจะทำให้พราวพิชชาได้รู้รสชาติของการเป็นภรรยาในนามของอัครินทร์ ว่ามันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่เธอฝันหวานแน่นอน

ค่ำคืนวันศุกร์มาถึงอย่างรวดเร็วราวกับจงใจกลั่นแกล้ง โรงแรมหรูระดับหกดาวใจกลางสุขุมวิทคลาคล่ำไปด้วยรถยนต์ซูเปอร์คาร์และรถหรูของเหล่ามหาเศรษฐี ข้าราชการระดับสูง และนักธุรกิจชื่อดังของเมืองไทย งานเลี้ยงการกุศลประจำปีของสมาคมหอการค้าถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการ แสงไฟสปอตไลท์และแสงแฟลชจากกล้องนักข่าวบันเทิงและสังคมสาดส่องประกายวับวาบไปทั่วบริเวณพรมแดงทางเข้างาน

พราวพิชชาเยื้องกรายลงจากรถตู้หรูของครอบครัว ทันทีที่ร่างของเธอปรากฏต่อสายตาสาธารณชน เสียงรัวชัตเตอร์ก็ดังขึ้นระรัวราวกับเสียงปืนกล หญิงสาวอยู่ในชุดราตรียาวเข้ารูปเปิดไหล่ข้างเดียวสีน้ำเงินบลูแซฟไฟร์ ผ้าไหมซาตินเนื้อดีลื่นไหลไปตามส่วนโค้งเว้าของสรีระอย่างพอดิบพอดี ขับเน้นผิวขาวออร่าดุจน้ำนมให้โดดเด่นสะดุดตา เรือนผมยาวสลวยถูกม้วนเป็นลอนใหญ่ทรงคลาสสิกวางพาดไว้ที่บ่าข้างหนึ่ง ลิปสติกสีแดงก่ำส่งให้เธอขับเน้นความสง่างามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย

ทว่า ภายใต้รอยยิ้มพิมพ์ใจที่ส่งให้กล้องนักข่าว ดวงตากลมโตของเธอกลับฉายแววหม่นหมองและว้าเหว่อย่างที่สุด มือเล็ก ๆ ของเธอยกขึ้นเกาะแขนคุณหญิงมณีรัตน์ผู้เป็นมารดาไว้แน่นราวกับต้องการที่พึ่ง

“ยิ้มสวย ๆ หน่อยสิพราว นักข่าวถ่ายรูปอยู่นะลูก วันนี้แกสวยมากจริง ๆ รับรองว่าคุณอัครต้องตะลึงแน่ ๆ” มารดากระซิบสั่งเสียงลอดไรฟันพร้อมรอยยิ้มกว้างส่งให้กล้อง

ภายในฮอลล์จัดงานขนาดใหญ่ที่ประดับตกแต่งด้วยดอกกุหลาบสีขาวนับหมื่นดอกและโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดยักษ์ พราวพิชชาถูกพาเดินไปที่โต๊ะวีไอพีตัวหน้าสุด ซึ่งมีผู้ใหญ่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว และที่ตรงนั้นเอง... เธอได้พบกับผู้ชายที่จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล

อัครินทร์นั่งนิ่งอยู่ในชุดสูททักซิโด้สีดำเนี้ยบสนิท เสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในตัดกับเนกไทผ้าไหมสีดำอย่างลงตัว บุคลิกอันโดดเด่น บารมีที่แผ่ออกมา และใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรทำให้เขาตกเป็นเป้าสายตาของสาว ๆ ทั่วทั้งงาน ทันทีที่ตระกูลอัครเดชากุลเดินเข้ามา ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนช้า ๆ ตามมารยาท สายตาเรียวรีดุดันกวาดมองพราวพิชชาตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาของเขาไหววูบไปแวบหนึ่งด้วยความตะลึงในความงดงามเกินคาดของเธอ ทว่าเพียงวินาทีต่อมา มันก็ถูกทดแทนด้วยสายตาเย็นชา เย่อหยิ่ง และเต็มไปด้วยความดูถูก

“สวัสดียังคะหนูพราว... นี่คุณอัครินทร์” พลโทประวิตรแนะนำ

พราวพิชชายกมือขึ้นไหว้พลางสบตากับเขาตรง ๆ “สวัสดีค่ะ... คุณอัครินทร์” เสียงของเธอหวานละมุน ทว่าแฝงความนิ่งสนิท

“ครับ... ยินดีที่ได้พบครับ คุณหนูพราวพิชชา ตัวจริงสวยกว่าในรูปถ่ายที่เลขาฯ ผมหามาให้เยอะเลยนะครับ... หวังว่าค่าตัวสองหมื่นล้านที่บ้านผมจ่ายไป จะคุ้มค่ากับความสวยนี้นะครับ”

คำทักทายประโยคแรกของอัครินทร์ที่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทว่าเน้นคำว่า “ค่าตัวสองหมื่นล้าน” อย่างชัดเจนและเบาพอที่จะได้ยินกันแค่สองคน ทำเอาพราวพิชชาถึงกับหน้าชาและชาวาบไปทั้งร่าง ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความโกรธและความอับอายขายหน้า มือเรียวกำแน่นเข้าหากันจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ เธอไม่คิดเลยว่าซีอีโอหนุ่มผู้ดีระดับประเทศ จะมีปากคอที่ร้ายกาจและใจดำทมิฬได้ถึงเพียงนี้

“คุณอัครินทร์!” พราวพิชชาเค่นเสียงกระซิบตอบ แววตาจ้องมองเขาอย่างไม่ยอมลดละ “กรุณาให้เกียรติฉันด้วยค่ะ ฉันไม่ใช่สินค้า!”

“หึ... ไม่ใช่สินค้าเหรอครับ? แล้วที่คุณยอมเดินตามหลังพ่อแม่มางานนี้ ยอมแต่งตัวสวย ๆ มายืนให้ถ่ายรูปคู่กับผมเพื่อกู้เงินเนี่ย เขาเรียกว่าอะไรล่ะครับ?” อัครินทร์เค่นยิ้มมุมปากขยับเข้าใกล้เธออีกก้าวหนึ่ง จนพราวพิชชาได้กลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้ปนสไปซี่ราคาแพงจากตัวเขา กลิ่นที่ดูเป็นชายชาตรีทว่าเปี่ยมไปด้วยอันตราย “จำใส่หัวไว้เถอะครับคุณหนู... สำหรับผม การแต่งงานครั้งนี้คือการซื้อขาย และคุณ... คือสินค้าผ่อนส่งที่ผมมีสิทธิ์เด็ดขาดในตัวคุณทุกตารางนิ้ว”

คำพูดเผด็จการและสายตาคุกคามปนดึงดูดของอัครินทร์ทำให้พราวพิชชาใจสั่นสะท้านด้วยความกลัวผสมความโกรธจัด ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากสวนกลับ เสียงพิธีกรบนเวทีก็ประกาศเชิญทั้งสองตระกูลขึ้นไปบนเวเพื่อประกาศข่าวใหญ่

แสงไฟสปอตไลท์นับสิบดวงสาดส่องตรงมาที่อัครินทร์และพราวพิชชา ชายหนุ่มถือวิสาสะเอื้อมมือหนาอันอบอุ่นและทรงพลังไปโอบเอวบางของเธอไว้หลวม ๆ ดึงร่างระหงให้เข้ามาแนบชิดกับตัวเขา พราวพิชชาสะดุ้งน้อย ๆ จากกระแสไฟฟ้าล่องหนที่แล่นพล่านไปทั่วผิวเนื้อยามที่มือของเขาเลื่อนผ่านผ้าไหมซาตินบางเบา เธอพยายามจะขยับตัวหนี ทว่าอัครินทร์กลับกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น บังคับให้เธอต้องยืนเคียงข้างเขาหน้ากล้องนักข่าวนับร้อย

“ยิ้มสิครับภรรยาในอนาคต... หน้าบึ้งแบบนี้เดี๋ยวนักข่าวจะคิดว่าโดนบังคับแต่งนะ” อัครินทร์กระซิบเสียงพร่าที่ข้างหูเนียน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดผิวแก้มใสจนพราวขนลุกซู่

พราวพิชชาทำได้เพียงฝืนยิ้มหวานส่งให้กล้อง ทั้งที่ในใจกำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและเกลียดชังผู้ชายคนนี้สุดหัวใจ คำสั่งฟ้าผ่าในวันนี้ได้กลายเป็นกรงขังเหล็กกล้าล้อมรอบตัวเธอเรียบร้อยแล้ว และเธอก็รู้ดีว่า ชีวิตหลังจากนี้ในฐานะภรรยาของอัครินทร์... จะต้องเผชิญกับพายุร้ายที่ไม่มีวันสงบลงง่าย ๆ แน่นอน

(จบตอนที่ 1)

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
3 Bab
ตอนที่ 1: กรงทองและคำสั่งฟ้าผ่า
เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มอย่างนุ่มนวลของรถยนต์ซีดานหรูสัญชาติยุโรปเคลื่อนตัวผ่านประตูรั้วเหล็กดัดสีดำอัลลอยด์ขนาดใหญ่ ซึ่งสลักอักษรย่อตระกูล “อัครเดชากุล” ไว้อย่างวิจิตรบรรจง สองข้างทางเดินมุ่งสู่ตัวคฤหาสน์ทอดยาวผ่านสวนหย่อมสไตล์อังกฤษที่ถูกตัดแต่งต้นไม้ทุกต้นอย่างประณีตไม่มีที่ติ แสงแดดยามบ่ายจัดของกรุงเทพมหานครส่องกระทบผิวน้ำในสระน้ำพุหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ ส่งประกายสว่างไสวราวกับเกล็ดเพชรที่โปรยปรายพราวพิชชา หรือ พราว ทอดสายตามองภาพความคุ้นเคยเหล่านั้นผ่านกระจกติดฟิล์มมืดของตัวรถด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก มือเรียวบางที่ประดับด้วยเล็บสีนู้ดสุขภาพดีกำสายกระเป๋าถือแบรนด์เนมใบหรูในตักแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว ซีดเซียวไม่ต่างจากสีหน้าของเธอในยามนี้เธอเพิ่งเดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน หลังจากถูกคำสั่งด่วนที่สุดของบิดาเรียกตัวกลับจากประเทศอังกฤษ ทั้งที่เธอกำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านแฟชั่นและการจัดการแบรนด์หรู และเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่เดือนก็จะจบการศึกษา แต่สายโทรศัพท์ข้ามทวีปจาก พลโทประวิตร บิดาผู้ทรงอิทธิพลและเฉียบขาดกลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ“กลับมาเมื
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-14
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2: ข้อตกลงใต้แสงเทียน
เสียงกระสับกระส่ายของค่ำคืนผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้า พราวพิชชาแทบไม่ได้นอนเลยตลอดทั้งคืนหลังจากงานเลี้ยงประกาศหมั้นหมายครั้งสำคัญที่สะเทือนไปทั้งวงการไฮโซ ภาพสายตาคมกริบราวดั่งใบมีดโกนของอัครินทร์ที่มองเธอเป็นเพียงสินค้าราคาแพงยังคงตามมาหลอกหลอนแม้ในยามหลับตา ทุกครั้งที่เธอขยับกายบนเตียงนอนคิงไซส์หลังใหญ่ในห้องนอนสีชมพูพาสเทลฝุ่นของตัวเอง ความรู้สึกอึดอัดแน่นในอกก็ยิ่งทวีคูณจนแทบหายใจไม่ออก แสงอรุณแรกของวันใหม่ส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามา ทว่ามันไม่ได้ช่วยให้จิตใจที่หม่นหมองของเธอสว่างไสวขึ้นเลย พราวพิชชาลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่กระจกเงาบานใหญ่สะท้อนภาพหญิงสาวใบหน้าหวานซีดเซียว ขอบตาคล้ำจาง ๆ จากการพักผ่อนไม่เพียงพอ เธอถอนหายใจยาว ก่อนจะรีบจัดการอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ และมันก็เป็นไปตามคาด... ทันทีที่เธอเดินลงมายังห้องโถงล่าง เสียงทรงอำนาจของพลโทประวิตรผู้เป็นบิดาก็ดังขึ้นขัดความเงียบ "แต่งตัวเสร็จแล้วก็ดีพราว วันนี้แกมีนัดสำคัญ" บิดาพูดโดยไม่เงยหน้าจากหนังสือพิมพ์การเงินในมือ "เย็นนี้คุณอัครพลและคุณอัครินทร์ส่งคนมารับแกไปดินเนอร์สองต่อสองที่
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-14
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3: วันวิวาห์หมื่นล้าน
แสงสว่างแห่งเช้าวันใหม่สาดส่องผ่านบานกระจกสูงเฉียดฟ้าของโรงแรมหรูระดับหกดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศภายในห้องสวีทขนาดใหญ่คลาคล่ำไปด้วยช่างแต่งหน้า ช่างทำผม และดีไซเนอร์ชื่อดังระดับประเทศที่พากันรุมล้อมร่างระหงของ พราวพิชชา ช่างแต่งหน้ามือทองกำลังสะบัดแปรงลงบนผิวหน้าเนียนละเอียดอย่างเบามือ ในขณะที่พราวพิชชานั่งนิ่งดั่งตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ แววตาคู่สวยทอดมองออกไปภายนอกกระจกอย่างเลื่อนลอยวันนี้คือวันที่ทุกอย่างในชีวิตของเธอจะถูกผูกมัดอย่างเป็นทางการ... วันวิวาห์หมื่นล้าน ที่สื่อมวลชนทุกแขนงต่างพาดหัวข่าวว่าเป็นงานแต่งงานแห่งทศวรรษ“คุณหนูพราวคะ ลองส่องกระจกดูสิคะ สวยงามราวกับเจ้าหญิงเลยค่ะ” เสียงดีไซเนอร์เอ่ยชมด้วยความจริงใจพราวพิชชาค่อย ๆ ดึงสายตากลับมามองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ เธอกำลังสวมชุดเจ้าสาวเกาะอกสีขาวออฟไวท์ (Off-White) ที่สั่งตัดพิเศษจากปารีส ตัวเสื้อปักด้วยคริสตัลสวารอฟสกี้และลูกไม้ฝรั่งเศสอย่างประณีต ขับเน้นทรวงอกอวบอิ่มและเอวคอดกิ่วอย่างพอดิบพอดี กระโปรงสุ่มยาวลากหางไปตามพื้นหินอ่อนทอประกายสว่างไสว ลำคอระหงประดับด้วยสร้อยเพชรน้ำงามประจำตระกูลอัครเดชากุลเธอสวย
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-15
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status