LOGINกานพลู ชุลีพร ... เธอเปรียบประดุจดั่งเกสรที่ถูกห่อหุ้มด้วยดอกรักอันงดงาม ความรักมันก็แปลก มันเกิดขึ้นได้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว แต่เมื่อมันมาทักทายหัวใจของเขาแล้ว มันก็ยากที่จะสลัดทิ้งได้ นอกจากจะดูแลหัวใจดวงนี้ให้ดีตลอดไป... ทัศกร กลีบเมฆ ... เขาเหมือนภูเขาสูงชันที่ต้องป่ายปีนขึ้นไปหา เธอไม่เคยคิดจะป่ายปีนขึ้นไปเทียบเทียมกับผู้หญิงคนไหน คิดเพียงว่าตนเป็นเพียงละอองเกสรเล็กๆ ที่ห่อหุ้มด้วยความรัก แต่เกสรดอกรักดอกนี้กลับลอยละลิ่วขึ้นไปถึงยอดภูเขาอันสูงเสียดฟ้าได้สำเร็จ
View Moreทัศกร กลีบเมฆ ชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ด เขากำลังนั่งฟังพินัยกรรมที่ทนายความประจำตระกูลของผู้เป็นย่าอ่านอย่างตั้งใจ หลังจากที่จัดงานศพของท่านเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว เนื้อความในพินัยกรรมในประโยคแรก เขาฟังอย่างสงบ แต่ช่วงท้ายนั้นทำให้เขาเริ่มตกใจ งุนงง หงุดหงิด และโมโห หันขวับไปมองหญิงสาวที่กำลังอุ้มลูกสาวของตัวเองเอาไว้ด้วยความรู้สึกโกรธ
กานพลู ชุลีพร หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ เป็นเด็กในอุปการะของคุณหญิงช่อทิพย์ กลีบเมฆ ที่เพิ่งเสียชีวิต เธอเองก็ตกตะลึงกับพินัยกรรมที่ท่านเขียนเอาไว้ก่อนตาย
นอกจากนั้นยังมีญาติสนิทที่เป็นลูกหลานของท่านได้รับมรดกร่วมด้วย อาทิเช่น คุณชาลินี และอีกคนหนึ่งคือลูกชายของนาง เชาวน์ เพื่อนรุ่นพี่ที่เคยช่วยเหลือเขามาตลอด แถมยังเคยช่วยชีวิตเขาด้วย ทำไมเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าเชาวน์จะกลายมาเป็นญาติสนิทฝั่งบิดาเช่นนี้
‘คุณทัศกร กลีบเมฆ ซึ่งเป็นหลานชายเพียงคนเดียวของท่าน ได้รับมรดกทั้งหมดของท่าน นอกเหนือจากที่แบ่งให้นางชาลินีและนายเชาวน์ เทพพยัคฆ์ ทั้งบ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์อื่นๆ เงินสดในธนาคาร เครื่องเพชร ฯลฯ แต่หลังจากจดทะเบียนกับนางสาว กานพลู ชุลีพร เด็กสาวในอุปการะของข้าพเจ้า และรับเธอเป็นภรรยา พร้อมกับลูกสาวคือ เด็กหญิงทัดดาว กลีบเมฆ ซึ่งเป็นเหลนของข้าพเจ้า หากไม่แล้ว ทรัพย์สมบัติของข้าพเจ้า จะยกให้แก่เหลนของข้าพเจ้าเพียงคนเดียวคือเด็กหญิง ทัดดาว กลีบเมฆ’
เนื้อความในพินัยกรรมที่ทัศกรจับใจความได้ทำให้เขาโมโหอย่างหนัก มองสองแม่ลูกเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ชาลินีกับเชาวน์เองก็มองสบตากัน ต่างคนต่างความคิด ความไม่พอใจเก็บซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด ชาลินีคิดว่าไม่น่าปล่อยให้ทัศกรรอดชีวิตมาถึงทุกวันนี้เลย
นี่มันเรื่องบ้าอะไร ในวันที่พินัยกรรมถูกเปิด หลานชายคนเดียวของคุณหญิงช่อทิพย์ก็ปรากฏตัวขึ้น ทั้งๆ ที่มันควรจะเหมือนพ่อของมัน ไม่สนใจไยดี อยู่ในป่าในดงที่ต่างจังหวัดของมันไป!!!
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันคุณทนาย เหอะ!” ทัศกรทำเสียงเยาะในลำคอ มองสองแม่ลูกที่ทำท่าทีเหมือนกับว่าไม่รู้เรื่องราวมาก่อน โดยเฉพาะคนเป็นแม่ที่ทำหน้าใสซื่อไร้เดียงสาอย่างที่สุด
กานพลู เธอแสบมาก!!!
“ตามที่ผมได้อ่านให้คุณทัศกรฟังครับ คุณต้องรับภรรยาและลูกของคุณไปดูแล และจดทะเบียนสมรสกับกานพลูอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ถึงจะได้รับมรดก และห้ามหย่าขาดจากเธอโดยเด็ดขาด จนกว่าหนูทัดดาวจะเรียนจบปริญญาตรีครับ”
“ฮ่าๆๆๆ” ทัศกรหัวเราะลั่น เขาเท้าสะเอวมองทนายสูงวัยดวงตาลุกวาบ ไอ้ทนายนี่ก็ไม่มีท่าทีตัณหากลับ แต่ก็ไม่แน่ โดนยายกานพลูหน้าซื่อใจคดนั่นยั่วยวนอาจจะช่วยกันเกลี่ยกล่อมเป่าหูย่าของเขา หรือปลอมพินัยกรรมใครจะไปรู้
“คุณกินยาผิดขวดหรือเปล่า หรือว่าสมองกลับ ผมยังไม่มีลูกมีเมีย คุณหญิงย่าเอาอะไรมาคิด ถึงได้ทำพินัยกรรมบ้าบอแบบนี้ขึ้นมา”
ทัศกรคิดว่าตัวเองไม่เคยมีลูกมีเมียแน่นอน ไม่ใช่สิ เขามั่นใจว่าตัวเองยังไม่มีลูกเมีย แล้วจู่ๆ จะโผล่มาได้ยังไง แถมเมียเขายังเป็นเด็กในอุปการะของคุณย่า ไปท้องกับใครก็ไม่รู้ ถ้าท้องกับเขาจริงคนเป็นย่ามิโวยวายให้เขารับผิดชอบแต่แรกหรือไง ทำไมถึงปล่อยเวลายืดเยื้อมาถึงตอนนี้ ถ้าไม่เพราะกานพลูมีแผนการอะไรสักอย่าง และแผนการนั้นก็คงจะเป็นพินัยกรรมฉบับนี้แน่ๆ
“ตอนที่ท่านให้ผมร่างพินัยกรรม คุณหญิงช่อทิพย์ มีสติสัมปชัญญะทุกอย่างครบถ้วนครับ”
“บ้าแล้ว บ้ากันไปหมดแล้ว ฉันกับยายกานพลูเด็กของคุณหญิงย่าไม่เคยมีอะไรกัน หล่อนท้องฉันรู้ ท้องกับผู้ชายสารเลวที่ไหน แล้วมายัดเยียดให้ฉัน เหอะ!” เขาทำเสียงในลำคอ เพราะเขามาเยี่ยมคนเป็นย่า และรู้มาโดยตลอดว่ากานพลูท้อง ก็ไม่เห็นว่าเธอจะมาเรียกร้องอะไร ย่าของเขาก็รู้ แถมเขายังหลวมตัวนึกสงสารรับทัดดาวเป็นบุตรบุญธรรมเสียอีกด้วย
คำว่า ‘ผู้ชายสารเลว’ ทำให้กานพลูสะดุ้งมองหน้าทัศกรตาปริบๆ เขากำลังด่าตัวเอง แต่ก็นะ เขาไม่รู้จริงๆ ว่าทำเธอท้อง เรื่องของเรื่องมันเกิดขึ้นในตอนนั้น กานพลูจมดิ่งเข้าไปสู่อดีตที่รู้สึกว่ามันเพิ่งผ่านพ้นมาไม่นานนี้เอง
ข่าวการเสียชีวิตของลูกชายคนทำให้คุณหญิงช่อทิพย์ กลีบเมฆ เสียใจอย่างที่สุด เป็นเพราะทิฐิของท่านโดยแท้ ถึงทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้
ในอดีตท่านเหมือนแม่หลายๆ คนที่มีลูกชายคนเดียว มีหน้าตาฐานะทางสังคม เป็นธรรมดาที่อยากให้ลูกชายคนเดียวที่จะสืบสกุลต่อไป ได้ภรรยาที่ดีสมฐานะชาติตระกูล และมีการศึกษาที่ดี มีหน้ามีตาเป็นที่รู้จัก จะได้เกื้อหนุนกัน แต่ ทศพล ลูกชายคนเดียวของท่าน กลับไม่แต่งงานกับผู้หญิงเพียบพร้อมที่ท่านหาให้อย่างชาลินี ดันไปคว้าหญิงสาวชาวไร่บ้านนอกคอกนามาเป็นเมีย ท่านโกรธมากจึงตัดขาดความเป็นแม่ลูก ไม่ให้ทรัพย์สินเงินทองอะไรแม้แต่บาทเดียว เพราะคิดว่า ทศพลจะต้องซมซานกลับมาแต่งงานกับผู้หญิงที่ท่านหาให้ และทิ้งผู้หญิงไร้สกุลรุนชาติคนนั้น
แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น หลังจากทศพลออกจากบ้านไปโดยไม่เอาอะไรไปสักอย่าง อีกฝ่ายก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย ท่านใจแข็งไม่ยอมไปง้องอนให้ลูกชายกลับมา เพราะพูดไล่ไปด้วยความโกรธเท่านั้น ว่าไม่ให้มาเหยียบบ้านหลังนี้ ถ้ายังไม่เลิกกับผู้หญิงคนนั้น คิดว่าคนเป็นลูกน่าจะสำนึกกลับมากราบกรานขออภัยบ้าง เมื่อลูกไม่กลับมา ท่านก็ไม่ง้อแต่เพราะบ้านหลังใหญ่ ฐานะร่ำรวยมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ความเหงาก็มีมากมายเหลือเกิน เมื่อไร้ลูกหลาน คุณหญิงช่อทิพย์ จึงอุปการะเด็กสาวหน้าตาน่ารัก นามว่า กานพลู เอาไว้
ชาลินี หญิงสาวที่เพียบพร้อม เป็นลูกสาวของเพื่อนรัก คอยช่วยเหลือเป็นคนติดต่อกับทศพล แต่อีกฝ่ายก็ใจแข็งไม่ยอมกลับมา ท่านถือว่าตนเป็นแม่ เมื่อลูกอยากตัดเป็นตัดตาย ท่านก็ถือทิฐิไม่ยอมเหมือนกัน ไม่นานท่านก็ทาบทามชาลินีให้หลานชายของท่านอีกคน จนทั้งสองได้แต่งงานกัน
“คุณท่านคะ รถพร้อมแล้วค่ะ” น้ำเสียงของ กานพลู ชุลีพร เด็กสาววัยสิบเก้า ทำให้ท่านหลุดจากภวังค์ความคิดในอดีต เด็กสาวหน้าตาสะอาดหมดจด กิริยามารยาทเรียบร้อย ผิวพรรณผุดผ่อง เธอได้รับการศึกษาจนจบมัธยมปลายในโรงเรียนที่ดีที่สุด และกำลังจะได้รับการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย คุณหญิงช่อทิพย์รักและเอ็นดูกานพลูมาก ท่านให้กานพลูได้รับการศึกษาเล่าเรียนทุกอย่างที่ดีพร้อมเพื่อมาเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลืองานของท่าน และกานพลูได้ช่วยผู้มีพระคุณทำงานตั้งแต่เด็กๆ ถือว่าเป็นเลขาส่วนตัวที่ท่านไว้ใจมากที่สุดคนหนึ่ง
“เรียบร้อยแล้วเหรอ ฉันนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย คิดถึงอดีตน่ะ อดีตคือสิ่งที่เกิดขึ้น ผ่านพ้นไป และไม่สามารถหวนกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก” ท่านพูดก่อนจะถอนใจเฮือกใหญ่
“คุณท่านอย่าคิดมากเลยนะคะ”
“ไม่ให้ฉันคิดมากได้ยังไง คนไม่เคยเจอกันเลย ไม่เคยเลี้ยงดู ไม่เคยแม้แต่กอด แสดงความรักต่อกัน หลานชายฉันคงเกลียดฉัน ที่ใจดำกับพ่อของเขา ไม่แน่ ฉันอาจจะโดนไล่ออกมาจากงานก็เป็นได้”
คุณหญิงช่อทิพย์พูดอย่างเป็นกังวลใจ เวลาล่วงเลยผ่านมายี่สิบกว่าปี ท่านถือทิฐิคิดว่ายังแข็งแรง เงินทองมากมาย ไม่ต้องง้อหรือพึ่งใครก็ได้ แต่พอแก่ตัวไป ความเหงาก็บังเกิด อยากเห็นหน้าลูกหลาน อยากยกทรัพย์สินให้ทายาทของตัวเอง ไม่อยากยกให้คนนอก ท่านจึงให้คนออกไปสืบหาลูกชายคนเดียว และรับรู้ว่าอีกฝ่ายไปสร้างเนื้อสร้างตัวกับผู้หญิงที่ท่านรังเกียจ อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ฐานะร่ำรวยไม่ได้ลำบากยากแค้นอย่างที่ท่านดูถูก
มณีนิลคือผู้หญิงที่ท่านรังเกียจ พยายามกีดกันลูกชายของตนไม่ให้คบหาด้วย แต่สุดท้ายแล้ว ผู้หญิงคนนี้กลับรักลูกชายของท่านจริง แม้ทศพลจะไปแต่ตัว อีกฝ่ายกลับไม่รังเกียจ ช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างฐานะ แถมยังมีลูกชายที่หล่อเหลา เก่งกาจ ปกครองคนมากมายในไร่อันกว้างใหญ่ไพศาล
“ในไร่มีน้ำตกและก็อากาศดี หรือเราจะไปทำอะไรๆ กันตรงนั้นดี”“ทำอะไรคะ” เธอย้อนถาม“ไปเล่นน้ำน่ะ” เขาตอบเลี่ยงอีก“นึกว่าจะให้ไปเก็บผลไม้เสียอีกค่ะ กานต์ทำได้นะคะ”“ใครจะใช้แรงงานเมียตัวเองแบบนั้น” พูดแล้วก็เหมือนเข้าตัว เขากระแอมเสียดัง กานพลูยิ้มกว้างขวาง เขาก็แกล้งเธอเอาไว้เยอะแหละ แต่ก็แปลก ตอนเขาแกล้งก็มักมีคนมาช่วย คนงานเขาไง ลูกน้องเขาอีกทัศกรไม่ได้ปริปากบอกว่าที่เขาให้เธอเข้าไปทำงาน เพื่อให้ไปดูพฤติกรรมคนงาน ไม่มีใครสนใจกานพลู ทุกคนปกติดี เลยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา ถ้าให้พงศ์พันหรือพงศ์ศูรย์ไปคุมงานทุกคนก็เอาการเอางาน แต่ถ้าส่งกานพลูไป ทุกคนก็คิดว่ากานพลูถูกใช้งานเพราะมีปัญหาอะไรกับทัศกร มันก็มีข่าวลือไปบ้าง ก็ไม่มีใครเกรงใจ เธอกลับจากทำงาน เขามักถามโน่นถามนี่นั่น แต่เธอไม่รู้ และเขาก็นำหลายๆ อย่างไปปรับกับคนงานในไร่“พายายหนูทัดไปเล่นน้ำด้วยไหมคะ”“อย่าเลย” เขารีบปฏิเสธ กว่าจะคิดแผนพาเมียออกจากบ้านไปได้แทบแย่ ขืนพาทัดดาวไปด้วย ก็จบกันพอดี“ทำไมล่ะคะ”“ยายหนูต้องเรียนหนังสือไม่ใช่เหรอ” ทัศกรจ้างครูสอนพิเศษมาสอนบุตรสาวเพิ่มเติม ส่วนใหญ่เป็นการสอนภาษา เขาอยากให้ทัดดาวเก่งภาษา
จริงๆ แล้วเธอไม่ได้หวังอะไรในความรักครั้งนี้ ไม่เคยคิดหวังอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่มันก็ดีไม่ใช่เหรอที่เขารักเธออย่างบริสุทธิ์ใจ เธอได้พิสูจน์ให้เขาได้เห็นในหลายๆ เรื่อง เรื่องที่เธอเสี่ยงตายเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยเขา อาจจะดูโง่ในสายตาใครหลายๆ คน แต่สำหรับเธอแล้ว มันคุ้มเหลือเกิน เมื่อได้ช่วยคนที่เรารักให้อยู่รอดปลอดภัย เธอไม่ได้คิดหวังสักนิดว่าการเอาชีวิตเข้าแลกจะทำให้เขารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณเธอ ในเวลานั้นเธอแค่รู้สึกอยากทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเขา... ก็แค่นั้นความเสียใจจริงๆ ของเธอคือการที่เธอทำให้อีกชีวิตหนึ่งต้องตาย กานพลูรู้สึกเจ็บแปลบจนน้ำตาไหลทุกครั้ง ยากที่จะทำใจจริงๆ แม้จะมีใครปลอบโยนสักร้อยสักพันคน ก็ทดแทนความรู้สึกผิดที่เกาะกินในหัวใจของเธอไม่ได้ ชีวิตต้องเดินต่อไป แต่มันเหนื่อยล้าเหลือเกิน แค่หายใจยังเหนื่อย เธอพยายามทำให้ทุกคนคิดว่ามันผ่านไปแล้ว มันไม่มีอะไร แต่มันก็เป็นความรู้สึกผิดที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ ถ้าเลือกได้ เธออยากจากโลกนี้ไปเสียเอง และปล่อยให้คนที่รักยังมีชีวิตอยู่ มันคงจะดีไม่น้อยกานพลูรีบปาดน้ำตาทิ้งเมื่อหันไปเห็นสามีอุ้มบุตรสาวตัวน้อยเข้ามาในห้องพักฟื้น ป้าทับทิมเลี่ย
“พิมพ์”“คะแม่” เธอปาดน้ำตาเงยหน้าขึ้นมองสบตากับมารดา“มีอะไรปิดบังแม่อยู่หรือเปล่า”“ไม่นี่คะ”“แล้วเรื่องคุณเชาวน์ล่ะ”“แม่รู้ด้วยเหรอคะ”“เขาใช้หนี้ให้บ้านของเรา” ทิพย์สุคนพูดขึ้น ก่อนที่ทัศกรจะจัดการให้เธอไปเที่ยวพักผ่อนกับเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันตามประสา“คะ” เธอไม่คิดว่าเขาจะทำจริงๆ หนี้สินตั้งมากมาย“หนูคงต้องหาเงินไปคืนเขาค่ะ” พิมพ์ประภารู้สึกปวดหนึบในอกเมื่อนึกถึงเขา มันแปลบเจ็บอย่างบอกไม่ถูก“ไม่ต้องหรอกจ้ะ แม่น่ะเอาที่ดินผืนสุดท้ายใช้หนี้เขาไปแล้วล่ะ”“ที่ดินผืนสุดท้าย” พิมพ์ประภาทวนคำมารดา“แม่ผิดเองพิมพ์ แม่โกหกหนู จริงๆ ที่ดินผืนสุดท้ายมันยังไม่ได้เอาไปจำนองที่ไหน ก็บ้านหลังนี้ไง มรดกเก่าแก่ของคุณพ่อ แม่ยกให้คุณเชาวน์ไปแล้ว”“เขาก็รับมันไปเหรอคะ” เธอหลงดีใจว่าเขาจะอยากช่วยจริงๆ สุดท้ายเขาก็หวังผล แต่ก็นะ คนเราใครๆ ก็ต้องหวังผลกันทั้งนั้น ที่ดินที่นี่ไม่ใช่น้อยๆ มีผลหมากรากไม้มากมาย เพราะบิดาเป็นคนรักต้นไม้เลยจ้างให้คนปลูกเอาไว้ เธอเข้าใจว่ามารดาติดหนี้ ที่ดินผืนนี้ก็คงถูกจำนองไปแล้ว“ใช่จ้ะ เขาชอบที่นี่มาก เราคงต้องย้ายออกจากที่นี่แล้วนะ” พิมพ์ประภาน้ำตาตกใน เชาวน์ไม่ได้มีใจ
“คุณแม่มอบตัวเถอะครับ คุณแม่ยังไม่ได้ฆ่าใคร โทษไม่หนักหรอกครับ ผมจะช่วยเอง” เชาวน์ไม่อยากให้มารดาทำผิดอีก แม้เรื่องของทศพลกับมณีนิลเป็นเรื่องเลวร้ายที่เขาได้รับรู้ว่ามารดาทำอะไรกับใครบ้าง แต่มันก็เป็นแผนการที่ไร้การเอาผิดจากกฎหมายได้“ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย ทรัพย์สมบัติทุกอย่างกำลังจะเป็นของเชาวน์นะลูก”“ผมอยากมีทรัพย์สมบัติแต่ด้วยความสามารถของผมเองครับคุณแม่ ของที่ไม่ใช่ของของเรา อย่าไปอยากได้ของเขาเลย เท่าที่คุณหญิงย่าให้เรามาก็มากมายแล้วนะครับ เรื่องคดีไม่ต้องห่วง คุณแม่ไม่ต้องกลัว ผมจะจัดการทุกอย่างให้เอง” ถึงอย่างไรเขาก็รักมารดาของเขา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาก็จะดูแลท่านให้ดีที่สุด เขาถูกจับขังเอาไว้ แต่ก็พยายามหนีออกมาจนได้ มันก็ดีอย่างที่ประไพคอยช่วยเหลือทุกคนอยู่ที่นี่และคอยส่งข่าวให้ใครๆ มาช่วย และรู้ว่าอยู่ตรงไหน มารดาของเขาอาจจะคิดว่าซื้อตัวประไพได้ แต่สุดท้ายประไพก็เลือกเหมือนเขา เลือกที่จะทำความดีตำรวจและทัศกรเข้าไปช่วยเหลือสองสาวกานพลูและพิมพ์ประภาเอาไว้ กานพลูโผเข้ากอดสามีอย่างดีใจ เธอคิดว่าตัวเองจะไม่รอดเสียแล้ว แต่สวรรค์ก็ยังปรานีเธอประไพอุ้มทัดดาวมาให้สองสามีภรรยา กาน
“ค่ะคุณหญิงย่า” แขนภาตอบรับยิ้มแย้ม ไม่ได้ใคร่จะคิดตามอะไรนักหรอก สมัยนี้เทคโนโลยีทันสมัย เข้ากันไม่ได้ก็เลิกกัน ใครจะไปทนดักดานอยู่ด้วยกันจนแก่ตาย บางคนพูดจาสวยหรูดูดี พอเจอตัวจริงแย่กว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า หน้าตาก็เหมือนกัน เจอกันในเน็ตแต่งสวยแต่งหล่อยังไงก็ได้ พอเจอตัวจริงขอบายถมเถไป เรื่องธรรมด
“รู้ได้ไงว่าใจดี”“หนูได้ยินลูกน้องของคุณภูเขาพูดน่ะค่ะ เอ่ยชมหลายเรื่อง คุณภูเขา ช่วยคนงานเอาไว้ ลูกหลานคนงานก็ส่งเสียให้เรียนด้วยค่ะ จะหาเจ้านายดีๆ แบบนี้ยากนะคะ”“จ้ะ เขาเป็นคนดี”“ค่ะ” กานพลูยิ้มให้ผู้มีพระคุณ“กานพลู”“คะ คุณท่าน”“ชอบหลานชายฉันไหม”“คะ เอ่อ... คุณท่านถามว่าอะไรนะคะ”“เอาเถอะๆ
“ฉันน่ะเคยดูถูกคนอื่น มองคนแค่ภายนอก มองที่ทรัพย์สินเงินทอง และฐานะชาติตระกูล แต่ฉันตระหนักแล้วละว่าความดีของคนต่างหากเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เหมือนเธอไงแม่กานต์ เธอเป็นเด็กดี น่ารัก กตัญญู รู้คุณคน ต่อไปเธอจะต้องได้ดี มีสามีที่ดี มีลูกที่ดีแน่นอน คนดีจะดึงดูดคนดีเข้ามาหา เรียกว่าศีลเสมอกัน”“หนูไม่อยา
ทัศกร กลีบเมฆ ชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ด เขากำลังนั่งฟังพินัยกรรมที่ทนายความประจำตระกูลของผู้เป็นย่าอ่านอย่างตั้งใจ หลังจากที่จัดงานศพของท่านเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว เนื้อความในพินัยกรรมในประโยคแรก เขาฟังอย่างสงบ แต่ช่วงท้ายนั้นทำให้เขาเริ่มตกใจ งุนงง หงุดหงิด และโมโห หันขวับไปมองหญิงสาวที่กำลังอุ้มลูกสาว











