Masuk“คุณภูเขาคะ ขยับไปนอนกลางเตียงสิคะ” เธอสะกิดบอกเขา แต่ชายหนุ่มไม่มีท่าทีว่าจะตื่น เธอเป่าลมหายใจออกจากปาก ก่อนจะออกแรงดึงเขาไปกลางเตียง ถึงกับหอบแฮ่กๆ เพราะเขาตัวหนักมาก
เธอเดินเข้าห้องน้ำจัดการนำอุปกรณ์มาเช็ดหน้าเช็ดตาให้เขา จะได้นอนสบาย มือบางค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาออกจากตัว ปลดไปก็มือสั่นไป เพราะไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายคนไหนแบบนี้มาก่อน เธอรู้สึกขัดเขินอยู่มากที่ต้องมาแตะเนื้อต้องตัวผู้ชาย
เขาสวมเสื้อผ้าว่าน่ามองแล้ว แต่พอถอดออกมา กลับน่ามองยิ่งกว่า เธอถอดรองเท้าให้เขา ปลดเข็มขัดหนังให้ แล้วเผลอยิ้ม เพราะตัวเองกำลังทำตัวเหมือนภรรยาของเขา
คงมีแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้นที่เธอได้ใกล้ชิดเขา ช่วงเวลาอื่นเขาเป็นของคนอื่น และเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องเขาแม้แต่ปลายก้อย
กานพลูสลัดความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดทั้งมวลออกไปจนหมดสิ้น รีบปลดกระดุมเสื้อให้ทัศกรเรียบร้อยแล้วก็จัดการเช็ดหน้าเช็ดตาให้เขา พอน้ำเย็นๆ ลูบใบหน้า เขาครางอืออาเหมือนรำคาญ แต่สักพักก็พลิกไปอีกด้าน
เธอส่ายหน้าไปมา ยิ้มให้คนยังหลับ ก่อนจะพลิกร่างสูงกลับมา และเช็ดตัวให้เขา คงได้แค่เช็ดตัว เขาตัวหนักมาก เธอคงเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาไม่ไหว
“อือ... แขเหรอ” จู่ๆ เขาก็โอบกอดรอบตัวของเธอเอาไว้ กานพลูขืนตัวเอาไว้ แต่แรงเขาเยอะกว่า นี่ขนาดเมานะ
“อุ๊ย!” ในจังหวะที่เขาหอมแก้มเธอ คลอเคลียร์อยู่กับซอกคอ ไฟในห้องก็ดับลง เธอทำท่าจะดิ้นแต่เขาก็รัดแน่นยิ่งกว่างูเหลือม
“คุณภูเขาคะ ปล่อยก่อนนะคะ อื้อ...” เธอพูดยังไม่ทันจบประโยคเขาก็ก้มลงมาปิดปากเอาไว้อย่างแนบแน่น ไม่รู้ว่าเธอเมาจูบหรือเมาแอลกอฮอล์ที่อัดแน่นอยู่ในรสจูบของเขากันแน่ พอเขาถอนริมฝีปากออก เธอถึงกับมึนงงไปเลยทีเดียว
“แขจ๋า...” เขาครางเรียกชื่อคนอื่น แต่เธออ่อนเปลี้ยอย่างไรไม่รู้ เพราะความที่นึกชอบเขาหรือไงไม่รู้ เธอถึงได้ยอมให้เขากอดฟัดขนาดนี้ คิดว่าเดี๋ยวเขาก็คงหลับไปเอง แต่ดูเหมือนคนเมาจะฟื้นตัวเร็วมาก เพราะอาจจะสดชื่นขึ้นจากการที่เธอเช็ดหน้าเช็ดตาให้
มือของเขาจึงได้หนึบหนับยิ่งกว่าหนวดปลาหมึกเสียอีก แถมยังลูบไล้เธอไปเสียทั่วร่าง ลมหายใจของเขาร้อนแรงบ่งบอกถึงความปรารถนาอย่างยิ่งยวด เขาจูบเธอแล้วจูบเธอเล่า นี่ขนาดนอนอยู่ในความมืด แต่ด้วยสัญชาตญาณกระมัง เขาจึงจับต้องสัมผัส และจูบเธอได้อย่างแม่นยำนัก
กานพลูดิ้นจนเหนื่อย ดูเหมือนคนเมาจะเอาแต่ใจมากโข เขากดเธอจมเตียง บดจูบจนปากช้ำไปเสียหมด แล้วเขาก็จัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองอย่างรีบร้อน เธอผวาเมื่อเขาขยำทรวงอกอวบอิ่มของเธอด้วยมือขวา ทรวงอกของเธออีกข้างถูกดูดดึงเสียจนแทบหลุดติดปากเขา
“หวานจัง วันนี้ทำไมแขหวานกว่าทุกวัน” เขางึมงำอยู่กับยอดอกของเธอ กานพลูผวาอีกครั้ง ต่อต้านอ้อนวอนเขาก็ไม่รับรู้ ฟันของเขาขบกัดยอดอกจนเธอซ่านไปหมดทั้งสรรพางค์กาย
“คุณภูเขาคะ อื้อ...” เขาดูดกลืนเต้าทรวงอวบอัดจนเธอต้องร้องซี๊ด อาภรณ์ของเธอถูกเขาดึงออกอย่างทะลักทุเล เพราะเธอขืนร่างเอาไว้ แต่เขาแรงมากกว่า และดูชำนาญการเหลือเกินในการปลดเสื้อผ้าผู้หญิง แม้จะเมาขนาดนี้
“ไม่ได้นะคะคุณภูเขา” เธอต่อต้านเมื่อเขาซุกหน้าลงกับหน้าท้องแบนราบ เขาดูดกลืนแล้วเอ่ยชมว่าทั้งหอมทั้งหวานแตกต่างจากทุกวัน กานพลูผวาเมื่อเขาจับขาของเธอแยกออกจนกว้างและซุกหน้าเข้าไปหา เธอร้องครางอื้ออึงเมื่อเขาลามเลียกายสาวของเธอจนเปียกชุ่มด้วยลิ้นสากๆ ของเขา
“ตรงนั้น อื้อ...” เธอส่ายหน้าไปมา ต่อต้านจนอ่อนเปลี้ย หรือจริงๆ แล้วเธอมีจิตใจเอนเอียงให้เขา รู้สึกว่าตัวเองใจง่ายอย่างบอกไม่ถูก กานพลูถอยหนี แต่กลายเป็นว่าถอยร่นไปชิดหัวเตียง เพราะเขาตามมากอบกุมสะโพกผายของเธอเอาไว้ ดึงกลับมาอีกครั้ง จับเธอแยกขาและซุกหน้าเพื่อจะกลืนกินดอกไม้งามตรงหว่างขาของเธอให้จงได้ คล้ายเขาติดใจและไม่ยอมผละห่างได้ง่ายๆ
เขางึมงำว่าหอมหวาน แค่เธอขยับหนีเขาก็ตามติดรุกไล่ดึงกลับมาอย่างดื้อดึงดื้อรั้น กานพลูอ่อนใจ เธอเสียวจนต้องร้องครางแผ่วๆ จิกมือกับผ้าปูที่นอนของเขา กลิ่นกายของผู้ชายบนที่นอนคละคลุ้งปะทะอยู่กับจมูกของเธอ ให้ต้องสูดดมหนักหน่วงเพราะแรงหอบ นั่นทำให้เธอหลงมัวเมากับกลิ่นของเขาเสียเหลือเกิน รู้สึกว่ามันเซ็กซี่เร้าอารมณ์ กลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจของเขาทำให้เธอต้องเบือนหน้าหนี แต่ยิ่งทำให้มัวเมาจนมึนงง เหมือนยาสลบชั้นดี น็อกเธอเอาไว้แบบนั้น
เขาขยำสะโพกเธออย่างชอบอกชอบใจ แล้วตวัดลิ้นลามเลีย ห่อม้วนสอดแทรกเข้าไป เธอสะดุ้งด้วยความเสียวซ่าน เมื่อเขาก้มลงไปลามเลียแล้ว เหมือนกับว่าเธอจะพ่ายแพ้ต่อการเล้าโลมของเขา
ใจหนึ่งอยากต่อต้าน ใจหนึ่งอยากปล่อยเลยตามเลย สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะปล่อยเลยตามเลย เพราะต่อต้านไปก็ไม่ไหว หัวใจดวงน้อยวาบหวิวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เธอสัมผัสได้ถึงนิ้วแกร่งของเขาที่เสียดสีลากไล้ขึ้นลงกับกลีบเกสรนารีก็ยิ่งเสียวกระสัน แม้จะพยายามเม้มปากเท่าใดก็ต้องปล่อยเสียงครางออกมาในที่สุด
“อื้อ... คุณภูเขา”
“หวานจัง คนดี” เขาครางอย่างถูกใจที่ได้ชิมอาหารรสเลิศ เหมือนไม่เคยได้ลิ้มรสความสาวสดมานานแล้ว แต่เพราะความมืดมิดและฤทธิ์น้ำเมา เขาจึงคิดว่านี่คือคนรักของเขา หาใช่หญิงอื่นที่เขาไปลากมาปลุกปล้ำ
กานพลูร้องครางเมื่อเขายิ่งเสียดสีปลายนิ้วแกร่งกับเกสรสวาทของเธอมากขึ้น เธอดิ้นพล่านปลดปล่อยหยาดน้ำหวานออกมาให้เขาก้มลงมาดูดกินอย่างรู้งาน
เขาเอาแต่เพ้อว่าหวานแล้วลามเลียเสียแทบกลีบผกากรองแสนสวยหลุดติดปากเขาตามแรงดูด ก่อนที่ร่างสูงจะขึ้นมาคร่อมทับร่างบอบบางเอาไว้ ทำให้เธอไร้อิสรภาพอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าถึงเธอจะมีอิสรภาพ หรือมีปีกบิน ก็ไม่อาจหนีเขาไปไหน เธอสัมผัสได้ว่าร่างแข็งแกร่งของเขาแนบชิดลงมาหาอย่างถนัดถนี่ ผิวกายที่เสียดสีกันและกัน ก่อเกิดความเสียวซ่านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
กลิ่นกายของเขาที่ผสมผสานกับแอลกอฮอล์เสียดสีร่างเธอจนผิวเนื้อของเธอมีกลิ่นปนเปกับเขา เขาสูดดมเต็มปอดและเข้าคลุกเคล้าเธออีกครั้ง
ริมฝีปากหยักหนาก้มลงจุมพิตเธออย่างดูดดื่ม แถมยังบดเบียดร่างกายเข้ามาหา ส่วนปลายของความแข็งแกร่งเสียดสีกับปากทางดอกรักที่ฉ่ำเยิ้มจากน้ำหวาน
กานพลูครางเพราะรู้สึกเสียวซ่านเหลือเกิน เขาขยับขึ้นลงถูไถจนหยาดเยิ้มก่อนจะค่อยๆ กดกายลงไปหา หญิงสาวเกร็งเพราะไม่เคยต้องมือชายมาก่อน เธอพยายามดิ้นหนี แต่เขาตรึงกายเธอเอาไว้ด้วยกายใหญ่โต
“คุณภูเขาคะ กานต์เจ็บ” เธอส่ายหน้าไปมา น้ำตาไหลออกมาจากหางตา ในขณะที่เขาไม่ได้สนใจ เพียรพยายามจะพาตัวเองเข้าไปในสัดส่วนของความเป็นหญิงอันแสนคับแคบให้ได้
“ฟิตจังแข ไปทำอะไรมา” เขาพึมพำ ถอนกายออกห่าง กานพลูคิดว่าเขาจะล้มเลิกที่จะพาตัวเองซึ่งใหญ่โตเหลือกำลังเข้ามาในร่างกายของเธอ
กานพลูกรีดร้องแต่ถูกริมฝีปากหนาปิดปากเอาไว้เมื่อจู่ๆ เขาก็แทรกกายเข้ามาเกินกว่าครึ่ง เหมือนจะฝังเข้ามาให้จงได้
เขามีท่าทีแปลกใจแต่เธอไม่รู้ เขาพยายามอยู่มากในการพยายามพาตัวเองเข้ามา เธอร้องไห้กระซิกเพราะเจ็บ เขาเหมือนจะได้ยินหรือรับรู้ ถึงเมาก็เถอะ เขากดจูบ และคราวนี้ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ดูเหมือนจะทำให้เธอหลงลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ เขาค่อยๆ ฝังกายเข้ามาอย่างเนิบช้า ขยับเป็นจังหวะจะโคน เธอรับรู้ได้ถึงการแช่นิ่งและเขาก็พากายเข้ามาได้สำเร็จ แม้ไม่ได้สุดเส้นทางเสน่หา
“ในไร่มีน้ำตกและก็อากาศดี หรือเราจะไปทำอะไรๆ กันตรงนั้นดี”“ทำอะไรคะ” เธอย้อนถาม“ไปเล่นน้ำน่ะ” เขาตอบเลี่ยงอีก“นึกว่าจะให้ไปเก็บผลไม้เสียอีกค่ะ กานต์ทำได้นะคะ”“ใครจะใช้แรงงานเมียตัวเองแบบนั้น” พูดแล้วก็เหมือนเข้าตัว เขากระแอมเสียดัง กานพลูยิ้มกว้างขวาง เขาก็แกล้งเธอเอาไว้เยอะแหละ แต่ก็แปลก ตอนเขาแกล้งก็มักมีคนมาช่วย คนงานเขาไง ลูกน้องเขาอีกทัศกรไม่ได้ปริปากบอกว่าที่เขาให้เธอเข้าไปทำงาน เพื่อให้ไปดูพฤติกรรมคนงาน ไม่มีใครสนใจกานพลู ทุกคนปกติดี เลยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา ถ้าให้พงศ์พันหรือพงศ์ศูรย์ไปคุมงานทุกคนก็เอาการเอางาน แต่ถ้าส่งกานพลูไป ทุกคนก็คิดว่ากานพลูถูกใช้งานเพราะมีปัญหาอะไรกับทัศกร มันก็มีข่าวลือไปบ้าง ก็ไม่มีใครเกรงใจ เธอกลับจากทำงาน เขามักถามโน่นถามนี่นั่น แต่เธอไม่รู้ และเขาก็นำหลายๆ อย่างไปปรับกับคนงานในไร่“พายายหนูทัดไปเล่นน้ำด้วยไหมคะ”“อย่าเลย” เขารีบปฏิเสธ กว่าจะคิดแผนพาเมียออกจากบ้านไปได้แทบแย่ ขืนพาทัดดาวไปด้วย ก็จบกันพอดี“ทำไมล่ะคะ”“ยายหนูต้องเรียนหนังสือไม่ใช่เหรอ” ทัศกรจ้างครูสอนพิเศษมาสอนบุตรสาวเพิ่มเติม ส่วนใหญ่เป็นการสอนภาษา เขาอยากให้ทัดดาวเก่งภาษา
จริงๆ แล้วเธอไม่ได้หวังอะไรในความรักครั้งนี้ ไม่เคยคิดหวังอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่มันก็ดีไม่ใช่เหรอที่เขารักเธออย่างบริสุทธิ์ใจ เธอได้พิสูจน์ให้เขาได้เห็นในหลายๆ เรื่อง เรื่องที่เธอเสี่ยงตายเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยเขา อาจจะดูโง่ในสายตาใครหลายๆ คน แต่สำหรับเธอแล้ว มันคุ้มเหลือเกิน เมื่อได้ช่วยคนที่เรารักให้อยู่รอดปลอดภัย เธอไม่ได้คิดหวังสักนิดว่าการเอาชีวิตเข้าแลกจะทำให้เขารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณเธอ ในเวลานั้นเธอแค่รู้สึกอยากทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเขา... ก็แค่นั้นความเสียใจจริงๆ ของเธอคือการที่เธอทำให้อีกชีวิตหนึ่งต้องตาย กานพลูรู้สึกเจ็บแปลบจนน้ำตาไหลทุกครั้ง ยากที่จะทำใจจริงๆ แม้จะมีใครปลอบโยนสักร้อยสักพันคน ก็ทดแทนความรู้สึกผิดที่เกาะกินในหัวใจของเธอไม่ได้ ชีวิตต้องเดินต่อไป แต่มันเหนื่อยล้าเหลือเกิน แค่หายใจยังเหนื่อย เธอพยายามทำให้ทุกคนคิดว่ามันผ่านไปแล้ว มันไม่มีอะไร แต่มันก็เป็นความรู้สึกผิดที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ ถ้าเลือกได้ เธออยากจากโลกนี้ไปเสียเอง และปล่อยให้คนที่รักยังมีชีวิตอยู่ มันคงจะดีไม่น้อยกานพลูรีบปาดน้ำตาทิ้งเมื่อหันไปเห็นสามีอุ้มบุตรสาวตัวน้อยเข้ามาในห้องพักฟื้น ป้าทับทิมเลี่ย
“พิมพ์”“คะแม่” เธอปาดน้ำตาเงยหน้าขึ้นมองสบตากับมารดา“มีอะไรปิดบังแม่อยู่หรือเปล่า”“ไม่นี่คะ”“แล้วเรื่องคุณเชาวน์ล่ะ”“แม่รู้ด้วยเหรอคะ”“เขาใช้หนี้ให้บ้านของเรา” ทิพย์สุคนพูดขึ้น ก่อนที่ทัศกรจะจัดการให้เธอไปเที่ยวพักผ่อนกับเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันตามประสา“คะ” เธอไม่คิดว่าเขาจะทำจริงๆ หนี้สินตั้งมากมาย“หนูคงต้องหาเงินไปคืนเขาค่ะ” พิมพ์ประภารู้สึกปวดหนึบในอกเมื่อนึกถึงเขา มันแปลบเจ็บอย่างบอกไม่ถูก“ไม่ต้องหรอกจ้ะ แม่น่ะเอาที่ดินผืนสุดท้ายใช้หนี้เขาไปแล้วล่ะ”“ที่ดินผืนสุดท้าย” พิมพ์ประภาทวนคำมารดา“แม่ผิดเองพิมพ์ แม่โกหกหนู จริงๆ ที่ดินผืนสุดท้ายมันยังไม่ได้เอาไปจำนองที่ไหน ก็บ้านหลังนี้ไง มรดกเก่าแก่ของคุณพ่อ แม่ยกให้คุณเชาวน์ไปแล้ว”“เขาก็รับมันไปเหรอคะ” เธอหลงดีใจว่าเขาจะอยากช่วยจริงๆ สุดท้ายเขาก็หวังผล แต่ก็นะ คนเราใครๆ ก็ต้องหวังผลกันทั้งนั้น ที่ดินที่นี่ไม่ใช่น้อยๆ มีผลหมากรากไม้มากมาย เพราะบิดาเป็นคนรักต้นไม้เลยจ้างให้คนปลูกเอาไว้ เธอเข้าใจว่ามารดาติดหนี้ ที่ดินผืนนี้ก็คงถูกจำนองไปแล้ว“ใช่จ้ะ เขาชอบที่นี่มาก เราคงต้องย้ายออกจากที่นี่แล้วนะ” พิมพ์ประภาน้ำตาตกใน เชาวน์ไม่ได้มีใจ
“คุณแม่มอบตัวเถอะครับ คุณแม่ยังไม่ได้ฆ่าใคร โทษไม่หนักหรอกครับ ผมจะช่วยเอง” เชาวน์ไม่อยากให้มารดาทำผิดอีก แม้เรื่องของทศพลกับมณีนิลเป็นเรื่องเลวร้ายที่เขาได้รับรู้ว่ามารดาทำอะไรกับใครบ้าง แต่มันก็เป็นแผนการที่ไร้การเอาผิดจากกฎหมายได้“ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย ทรัพย์สมบัติทุกอย่างกำลังจะเป็นของเชาวน์นะลูก”“ผมอยากมีทรัพย์สมบัติแต่ด้วยความสามารถของผมเองครับคุณแม่ ของที่ไม่ใช่ของของเรา อย่าไปอยากได้ของเขาเลย เท่าที่คุณหญิงย่าให้เรามาก็มากมายแล้วนะครับ เรื่องคดีไม่ต้องห่วง คุณแม่ไม่ต้องกลัว ผมจะจัดการทุกอย่างให้เอง” ถึงอย่างไรเขาก็รักมารดาของเขา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาก็จะดูแลท่านให้ดีที่สุด เขาถูกจับขังเอาไว้ แต่ก็พยายามหนีออกมาจนได้ มันก็ดีอย่างที่ประไพคอยช่วยเหลือทุกคนอยู่ที่นี่และคอยส่งข่าวให้ใครๆ มาช่วย และรู้ว่าอยู่ตรงไหน มารดาของเขาอาจจะคิดว่าซื้อตัวประไพได้ แต่สุดท้ายประไพก็เลือกเหมือนเขา เลือกที่จะทำความดีตำรวจและทัศกรเข้าไปช่วยเหลือสองสาวกานพลูและพิมพ์ประภาเอาไว้ กานพลูโผเข้ากอดสามีอย่างดีใจ เธอคิดว่าตัวเองจะไม่รอดเสียแล้ว แต่สวรรค์ก็ยังปรานีเธอประไพอุ้มทัดดาวมาให้สองสามีภรรยา กาน
“ทายาทโดยชอบธรรมอย่างนั้นเหรอ” ชาลินีเงยหน้าขึ้นหัวเราะ กานพลูไม่เคยเห็นท่าทางน่ากลัวแบบนี้ของชาลินีมาก่อน ปกติท่านไปเยี่ยมคุณหญิงช่อทิพย์ก็ดูอ่อนน้อมถ่อมตนและแลดูเป็นผู้ใหญ่ใจดีเสมอ“นี่มันเรื่องอะไรกัน” พิมพ์ประภายอมรับว่างงจริงๆ ผู้หญิงคนนี้เป็นใครเธอยังไม่รู้เลย แล้วประไพนั่นอีก ทำไมถึงจับตัวทัดดาวมาล่ะ ก็เห็นว่าเป็นคนดี ทำไมกลายเป็นคนชั่วไปได้“เธอนะเหรอผู้หญิงที่มาเกาะลูกชายฉัน”“เกาะลูกชาย” พิมพ์ประภาทวนคำก่อนเบิกตากว้าง“ฉันเป็นแม่ของเชาวน์ หรือผู้ชายที่เธอคิดจะจับยังไงล่ะ ที่บ้านเป็นหนี้เป็นสินใกล้สิ้นเนื้อประดาตัวแล้วสินะ” ถ้อยคำเหยียดหยามนั้นทำให้พิมพ์ประภาคอแข็ง ถึงจะจริงแต่เธอก็เกลียดการถูกดูถูกเป็นที่สุด และเธอก็ไม่อยากทำเช่นนี้ด้วย แต่มันต้องเอาตัวรอด“คุณเชาวน์ไม่เห็นบอกว่าแม่ของเขาแลดูใจร้ายแบบนี้”“นี่หล่อน ปากดีนักนะ ตบสั่งสอนมันหน่อย”เพี้ยะ!!! พิมพ์ประภาไม่ทันตั้งตัวก็โดนตบจนหน้าหัน เลือดไหลซึมมุมปาก“ว่าทำไมไม่พาไปแนะนำ แม่เป็นปีศาจนี่เอง” เธอยังปากเก่ง“ตบมันอีก”เพี้ยะ!!! เสียงตบรอบนี้เป็นใบหน้าอีกด้าน พิมพ์ประภารู้สึกชาไปหมด ก่อนจะเจ็บร้าวไปทั้งแก้ม“พี่พิมพ์เ
“ตอนนี้พี่ไพอยู่ไหนคะ” กานพลูเอ่ยถาม“พี่ยังอยู่ที่ไร่จ้ะ แต่โทร.บอกคุณภูเขาแล้วนะ เห็นว่าจะตามไปเจอกับแขนภาตามที่นัดหมายเอาไว้”“พี่ไพบอกคุณภูเขาไปแล้วเหรอคะ” กานพลูขมวดคิ้วเข้าหากัน เป็นกังวลขึ้นมาในทันที“ใช่จ้ะ น้องกานต์รีบกลับบ้านมาเลยนะจ๊ะ เรื่องนี้ให้คุณภูเขาจัดการเองดีกว่า ยังไงก็ต้องเอาตัวหนูทัดดาวกลับมาได้แน่นอน”“กานต์ไม่กลับค่ะ จะไปตามยายหนู ฝากที่บ้านกับพี่ไพด้วยนะคะ”“น้องกานต์อย่าไปเลยอันตราย ให้คุณภูเขาจัดการดีกว่า”“แค่นี้นะคะพี่ไพ” กานพลูตัดสายโทรศัพท์ทิ้งทันที“พี่สองคะ...” กานพลูตัดสินใจที่จะไปยังสถานที่ที่แขนภานัดหมายเอาไว้ เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นอีก ครั้ง หญิงสาวกดรับสาย ปรากฏว่าเป็นเบอร์ของพิมพ์ประภา“พี่พิมพ์มีอะไรคะ”“พี่จะไปหาน้องกานต์นะจ๊ะ”“พี่พิมพ์คะ กานต์กำลังยุ่งนิดหน่อย มีเรื่องต้องจัดการค่ะ พี่ยังไม่ต้องมานะคะ”“มีเรื่องอะไรจ๊ะ”“ไม่มีอะไรค่ะ มีธุระนิดหน่อย”“พี่ขับรถจะถึงไร่อยู่แล้ว ว๊าย!” เสียงอุทานของพิมพ์ประภาก่อนสายจะตัดไป ทำให้กานพลูยิ่งร้อนใจ“พี่พิมพ์เป็นอะไรไม่รู้พี่สอง จู่ๆ ก็ร้องแล้วสายโทรศัพท์ก็ตัดไป”“นายหญิงจะเอาไงครับ”“ขับรถไปก
“โอ๊ย!” พิมพ์ประภาร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บ“พี่พิมพ์!!!” กานพลูตกใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายถลามาชนกับโต๊ะ หน้าท้องกระแทกเต็มๆ“กานพลูนี่เธอทำบ้าอะไรน่ะ” เสียงของทัศกรตวาดราวฟ้าผ่า กานพลูใบหน้าซีดเผือด เธอไม่ได้ตั้งใจจริงๆ“ภูเขาคะ พิมพ์เจ็บค่ะ ลูกของเรา” เธอมองหว่างขาที่เต็มไปด้วยเลือดอย่างตกใจหน้าซีดเผือด
“คุณหญิงป้าดูน่ากลัวมากๆ เลยนะคะ นี่นีเพิ่งออกมาจากบ้านของท่านค่ะ ท่านทั้งโกรธทั้งหงุดหงิดที่พี่ทศไม่ยอมเลิกกับคุณนิลน่ะค่ะ”“จริงเหรอครับ” ทศพลถามด้วยน้ำเสียงห่อเหี่ยว เขาเองก็ไม่คิดว่ามารดาจะต่อต้านมณีนิลถึงขนาดนี้“นีไม่รู้จะทำยังไงแล้วล่ะคะ คุณหญิงป้ายังบอกอีกนะคะว่าเอ่อ...” คนพูดแสร้งทำท่าทีอึ
กานพลูมีเวลาอยู่กับลูกแต่ไม่มากนัก เพราะต้องทำงานหลายอย่างที่ล้นมือ ความสัมพันธ์ทางกายกับสามีนั้นไม่มีเลยตั้งแต่วันนั้น ซึ่งเธอก็คิดว่าดีแล้ว จากหนึ่งวันเป็นสองวัน จากสองวันเป็นสัปดาห์ จากสัปดาห์เป็นเดือน เวลามันช่างเดินไปเร็วเหลือเกินอาการมึนศีรษะเบื่ออาหาร แถมยังอาเจียนเหม็นกลิ่นแปลกๆ ที่ลอยมาปะ
“พูดแบบนี้อีกแล้ว น่าทำโทษให้หนัก”“กานต์ อื้อ...” เธอครางเสียงโหยเพราะรู้ว่าการลงโทษของเขาเป็นอย่างไร“ขอเวลาหน่อย”“แต่พี่พิมพ์น่าสงสารนะคะ เธอท้องอยู่แบบนั้นคงคิดมาก”“ห่วงตัวเองเถอะ เมื่อกี้ตบฉันซะหน้าหัน คิดเหรอว่าจะรอดไปง่ายๆ” กานพลูใบหน้าเหลอหลา เขาคงไม่จับเธอกินแบบมาราธอนอีกนะ แค่นี้ก็จะขาด







