LOGIN“อรุณสวัสดิ์ครับพี่ฟ้า ไม่สิใช้คำว่าอรุณสวัสดิ์ไม่ได้สิจะเที่ยงแล้ว วันนี้อากาศดีจัง เมื่อคืนหลับสบายไหมครับ?” ทิวทักทายด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มพร้อมกับกัดมุมปากล่างเบาๆ ฟ้าเห็นแบบนั้นก็รีบยกกำปั้นขึ้นชี้หน้าใส่ทันที
“นี่นายยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ! ทำไมไม่โทรไปถามพี่แทนว่าจะกลับเมื่อไหร่ ใจคอจะอยู่ที่นี่เลยหรือไง?”
“น้องกลับไปบ้านตั้งแต่เช้าแล้ว แค่มาช่วยแม่ย้ายกระถางต้นไม้หน้าบ้านนี่แหละ” นวลเดินเข้ามาพูดพลางหัวเราะ “ตัวเองตื่นสายเองไม่รู้เรื่อง”
“ใช่ครับป้านวล กลางค่ำกลางคืนไม่ยอมหลับยอมนอนหรือไง ถึงได้ตื่นสายขนาดนี้ จนจะเที่ยงแล้ว” ทิวรีบเสริม
“นายเงียบไปเลยนะ! นี่มันวันหยุดของฉัน ฉันจะตื่นเช้าหรือตื่นสายมันก็เรื่องของฉัน นายเกี่ยวอะไรด้วย แล้วย้ายกระถางเสร็จแล้วทำไมไม่กลับบ้าน มาอยู่ทำไมในบ้านคนอื่น”
“ฟ้า! พูดกับน้องดีๆ จะไปว่าน้องแบบนั้นทำไม น้องอุตส่าห์มีน้ำใจมาช่วย แม่เป็นคนชวนน้องมาทานข้าวที่บ้านเองแหละ พี่แทนเขาก็ออกไปทำธุระตั้งแต่เช้าแล้ว” นวลหันไปดุฟ้า “ทานข้าวเสร็จ ไปทำธุระให้แม่หน่อยนะ”
“จะให้ฟ้าทำอะไรคะแม่?”
“ทิว...วันนี้ว่างไหม? เอามอเตอร์ไซค์ไปส่งป้านิ่มที่บ้านสวนเป็นเพื่อนพี่ฟ้าหน่อยได้ไหม? มันไกล ป้าไม่กล้าให้ฟ้าขับไปคนเดียว ทิวขับพาพี่เขาไปหน่อยนะ”
“แม่คะ ฟ้าไป...” ฟ้ารีบพูดขึ้น แต่ทิวก็พูดแทรกขึ้นมาทันที
“ได้ครับป้า ผมขับรถไปให้” ทิวยิ้มพอใจสุดๆ
“เกาะแน่นๆ นะครับ” ทิวพูดพร้อมกับดึงแขนฟ้ามาเกาะเอวตัวเอง “นั่งดีๆ สิเดี๋ยวก็ตกหรอก” พูดจบก็บิดมอเตอร์ไซค์ออกไปอย่างรวดเร็วด้วยความดีใจที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับฟ้า
ณ บ้านสวนป้านิ่ม
“ป้านิ่มคะ แม่ให้ฟ้าขับรถมาให้ป้าค่ะ นี่นะคะกุญแจรถ ฟ้ากลับเลยนะคะ สวัสดีค่ะ” ฟ้าพูดรัวเร็ว
“เดี๋ยวๆ ลูก! จะรีบกลับไปไหน วันนี้ที่บ้านกำลังทำขนมจีนน้ำยา รอกินด้วยกันก่อน ป้าจะได้ฝากเอาไปให้แม่เราด้วย” ป้านิ่มเหลือบไปเห็นทิว “อ้าว ทิว! โตเป็นหนุ่มขนาดนี้แล้วเหรอเนี๊ยะ ล่าสุดเจอยังตัวกะเปี๊ยกอยู่เลย ตอนนี้สูงแซงพี่ฟ้าไปแล้ว! อยู่กินด้วยกันก่อนนะลูก ไปเดินเล่นในสวนก่อนก็ได้ เสร็จแล้วป้าเรียกนะ”
ฟ้าหันไปมองทิวแล้วบ่น “กลับก่อนเลยก็ได้นะ!”
“ตะเอง…รอเค้าด้วย!” ทิวเดินตามมาแล้วเรียกเสียงอ้อน
“นี่นายพูดว่าอะไรนะ?”
“อยากได้ยินซ้ำขนาดนั้นเลยเหรอ?” ทิวยิ้มเจ้าเล่ห์
“ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นนายนะ ฉันแก่กว่านายตั้งหลายปี ลืมไปแล้วเหรอ?” ฟ้าเริ่มโมโห
“ผมก็ไม่เคยคิดว่าผมเป็นเพื่อนเล่นพี่นี่ครับ พี่ก็น่ารู้แล้วว่าผมอยากเป็นอย่างอื่นมากกว่า ผมไม่ได้อยากเป็นเพื่อนเล่น แล้วก็ไม่ได้อยากเป็นน้องพี่ด้วย ต้องให้ผมพูดอีกกี่ครั้งว่าผมไม่ได้อยากเป็นน้องพี่ ผมอยากเป็น…”
“หยุดเลยนะ! ห้ามพูด เดี๋ยวคนอื่นได้ยินก็เข้าใจผิดหมด!”
“ได้ยินสิดี! ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่าผมไม่ได้อยากเป็นน้องพี่!”
“นี่นายเงียบไปเลยนะ! ไม่ต้องพูดแล้ว! อยากเดินเล่นชมสวนไม่ใช่เหรอ ก็ชมไปสิ ชมนกชมไม้ ชมบ่อน้ำ ชมดอกบัวของนายไป!”
“ใครบอกว่าผมอยากชมสวน ชมคลองน้ำ ชมดอกบัว ผมอยากชมพี่! อยากอยู่กับพี่ต่างหากที่ผมมาที่นี่”
“ถ้านายจะพูดเรื่องนี้ ฉันว่าเรากลับกันดีกว่า ฉันไม่อยากคุยกับนายแล้ว!”
“เฮ้ยยยย! พี่ฟ้าระวัง!” โคร๊ม..!!!
ทันใดนั้น กระดานไม้ที่ฟ้ากำลังยืนอยู่ก็หักลง ทำให้ฟ้าเสียหลักตกลงไปในบ่อน้ำ ทิวพยายามเอื้อมมือไปคว้าเธอ แต่ก็เสียหลักตกตามลงไปทั้งคู่
“เจ็บตรงไหนไหม?” ทิวรีบถามด้วยความเป็นห่วง เขาโอบเอวฟ้าแล้วช่วยพยุงเธอขึ้นมาจากน้ำ “ไหน ขอผมดูหน่อย เจ็บตรงไหนไหม? มีแผลตรงไหนหรือเปล่า?” ทิวก้มมองขาและตัวฟ้าด้วยน้ำเสียงร้อนรน
ฟ้าเห็นใบหน้าทิวที่แสดงความกังวลอย่างชัดเจนก็แอบยิ้มในใจ แต่ก็ยังทำปากแข็ง “ไม่เป็นไร ทำไมต้องตกใจขนาดนี้”
หลังจากตรวจดูแล้วว่าไม่มีบาดแผล ทิวจับมือฟ้าแล้วจูงเธอไปหาป้านิ่มเพื่อจะบอกว่าจะกลับบ้าน แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ป้านิ่มก็ตะโกนขึ้นมา
“จะคลอดแล้ว! จะคลอดแล้ว! ผึ้งมันกำลังจะคลอดลูกแล้ว! เดี๋ยวป้าจะเข้าเมืองไปดูมัน ป้าฝากฟ้าดูบ้านให้หน่อยนะ”
ป้านิ่มไม่ได้ลืมที่จะถามเรื่องเสื้อผ้า “แล้วนั่นไปเล่นน้ำที่ไหนกันมา ทำไมเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำแบบนั้น…เออ ช่างเถอะ หาเสื้อผ้าในบ้านนั่นแหละ หาดูว่ามีตัวไหนพอใส่ได้ก็เปลี่ยนซะ เดี๋ยวป้าโทรบอกแม่ให้นะว่าวันนี้จะให้ฟ้าค้างที่นี่เฝ้าบ้านให้ป้า ป้าไปก่อนละ เออ! ฝากเก็บข้าวของด้วยนะ น้ำยาขนมจีนก็เก็บให้ป้าด้วย กินแล้วก็เก็บให้ป้าด้วย! ไปละ!”
“เอ่อ…ป้าคะ คือว่า…” ฟ้าร้องเรียก แต่ไม่ทันแล้ว
ป้านิ่มบึ่งรถออกไปโดยไม่รอฟังคำตอบว่าฟ้าจะอยู่เฝ้าบ้านให้ได้หรือไม่
“ใช่แล้ว! ต้องแช่ในข้าวสาร! ต้องแช่ในข้าวสาร!” ทิววิ่งเข้าไปในครัว หยิบมือถือแล้วยัดลงไปในถังข้าวสาร
“นายนี่ก็หัวโบราณเหมือนกันนะ รู้จักวิธีแบบนี้ได้ยังไง? วิธีโบราณๆ แบบนี้เด็กอย่างนายไม่น่ารู้จักนะ” ฟ้าพึมพำ
'เฮ้ย...คืนนี้เราต้องนอนค้างที่นี่สองคนกับเขาจริงๆ เหรอเนี่ย' อยากจะบ้าตาย 'จะทำยังไงดี...หรือจะลองโทรกลับบ้านให้แม่มานอนค้างแทน...ก็ไกลไป แม่จะมายังไง โอ๊ย...!!! ไม่รู้แล้ว! คิดไม่ออก!'
“สรุปวันนี้เราต้องค้างกันสองคนจริงๆ เหรอครับพี่ฟ้า...คือเสื้อผ้าก็ไม่มี รถก็ไม่มี ที่ชาร์จแบตมือถือก็ไม่มี แถมมือถือยังเปียกน้ำอีก” ทิวบ่น
“อือ…ก็คงต้องเป็นแบบนั้นแหละ” ฟ้าตอบอย่างเซ็งๆ “เดี๋ยวฉันไปดูชุดก่อนว่ามีตัวไหนที่พอจะใส่ได้ไหม”
ไม่นาน ฟ้าก็หยิบชุดของลุงกับป้าออกมาสองชุดที่ดูแล้วน่าจะพอใส่ได้
“ใส่ๆ ไปเถอะ พรุ่งนี้เช้าชุดที่เราใส่ก็น่าจะแห้งทันแหละ” ฟ้าพูดพลางยื่นเสื้อผ้าให้ทิว “นายจะไปอาบก่อน หรือจะให้ฉันไปอาบก่อน?”
“อาบพร้อมกันไม่ได้เหรอ?” ทิวแกล้งถาม
“ทะลึ่ง! ไปเลยนะ! นายไปอาบก่อนเร็วๆ เดี๋ยวก็มืดแล้ว” ฟ้าหน้าแดงก่ำ
ในระหว่างที่ทิวเข้าไปอาบน้ำ ฟ้าก็จัดการเก็บขนมจีนที่เหลือเข้าครัว เหลือไว้แค่พอสำหรับสองคน
“พี่ฟ้า ผมอาบเสร็จแล้ว พี่ไปอาบได้เลย”
เมื่อฟ้าหันกลับมา เธอก็ต้องยืนนิ่งเมื่อเห็นทิวที่สวมเพียงกางเกงขาก๊วยท่อนล่าง ส่วนท่อนบนไม่ได้ใส่เสื้อ เขาใช้ผ้าขนหนูกำลังเช็ดผมอยู่ และเผยให้เห็นรูปร่างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและซิกแพ็คที่หน้าท้อง จนเธอจ้องมองแบบไม่ละสายตา
“พี่กำลังอ่านกินผมอยู่เหรอ?” ทิวแกล้งถาม
ฟ้าสะดุ้งสุดตัวและรีบตั้งสติ “บ้าเหรอ! แล้วทำไมนายไม่ใส่เสื้อเดินออกมาแบบนี้!”
“ก็เสื้อมันตัวเล็กไป ผมใส่ไม่ได้”
“โอเคๆ เดี๋ยวฉันลองไปดูตัวอื่นให้นาย นายรออยู่ตรงนี้แหละ”
'ฉันจะมองตาค้างไปกับอะไรแบบนี้ทำไมเนี่ย' ฟ้าบ่นพึมพำกับตัวเอง 'แค่ผู้ชายไม่ใส่เสื้อทำไมฉันต้องมองขนาดนั้นด้วย...บ้าไปแล้วหรือไงยัยฟ้า ในหัวแกคิดแต่เรื่องอะไรเนี่ย!'
ฟ้าเดินไปหาเสื้อตัวใหม่ให้ทิว
“ตัวนี้น่าจะใส่ได้นะ ตัวใหญ่หน่อย” เธอพูดพลางยื่นเสื้อให้ “เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อน ถ้าหิวก็กินก่อนเลยนะ เผื่อฉันอาบน้ำนาน”
“ไม่เป็นไรครับ ผมรอกินพี่ เอ้ย...!!!รอกินพร้อมพี่ก็ได้” ทิวยิ้ม
ในห้องน้ำ
“นี่นาย! นายอยู่แถวนั้นหรือเปล่า? ช่วยหยิบผ้าเช็ดตัวให้หน่อย พอดีมันมีแค่ผืนเดียว เอาผืนที่นายใช้เมื่อกี้นั่นแหละ” ฟ้าตะโกนออกมาจากห้องน้ำ
เสียงเพลงจังหวะสนุกสนานดังกระหึ่มไปทั่วรีสอร์ทที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นลานปาร์ตี้กลางแจ้ง เพื่อนๆ ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวต่างสนุกสนานอย่างเต็มที่ ก่อนที่เสียงของซันจะดังขึ้นพร้อมกับแก้วไวน์ในมือ“ทุกคน! ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล!” เขาขึ้นไปยืนบนเวทีเล็กๆ ด้วยท่าทางที่เมาได้ที่แล้ว “ผมในฐานะเพื่อนรักเจ้าบ่าว วันนี้ขอเป็นตัวแทนกลุ่มเพื่อนๆ อวยพรและร่วมยินดีไปกับ ‘คุณทิวา’ หรือที่พวกเราเรียกว่าไอ้ทิวา และ ‘ทิวจ๋า’ ของเจ้าสาวของเรา ขอให้รักกันไปนานๆ ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง!”เสียงโห่ร้องและเสียงปรบมือดังสนั่น “เอาทุกคน! วันนี้ไม่เมาเราไม่เลิก!” ซันชูแก้วขึ้นสูง ก่อนจะหันไปทางทิวกับฟ้าที่ยิ้มให้ด้วยความอบอุ่นอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันท่ามกลางความสนุกสนาน ฝนที่ดื่มไปไม่กี่แก้วก็เริ่มรู้สึกมึนงงเพราะเธอไม่ใช่คนคอแข็ง เธอจึงเดินโซซัดโซเซเพื่อจะไปเข้าห้องน้ำ ดวงตาที่ปรือและหัวที่กำลังหมุนไปมาทำให้เธอไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง เสียงเพลงที่ดังจนกลบทุกอย่างยิ่งทำให้เธอไม่ได้ยินเสียงใดๆเธอก้าวเข้าไปในห้องน้ำที่ดูว่างเปล่าและตรงไปที่ชักโครกอย่างเร่งรีบ ทันใดนั้นก็มีร่างผู้ชายย
งานแต่งงานที่เรียบง่าย ท่ามกลางอ้อมกอดของธรรมชาติเพียงหนึ่งเดือนต่อมา ทิวก็จัดงานแต่งงานอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ณ รีสอร์ทส่วนตัวในเขาใหญ่ ท่ามกลางขุนเขาและลำธารใสที่ไหลผ่าน เสียงหัวเราะและบทสนทนาของแขกที่มาร่วมงานดังก้องไปทั่ว“เฮ้ย! กูตกใจหมดเลย!” เสียงของซันดังลั่นท่ามกลางกลุ่มเพื่อนสนิท “กูก็นึกว่าที่บ้านมันแค่เลี้ยงวัวทำสวนมาตลอด! ชิบหาย! คบกันมาจนเรียนจบ เพิ่งรู้ว่่่าที่บ้านมันเป็นเจ้าของรีสอร์ท!”“มันก็ไม่ได้โกหกหรือหลอกพวกเรานี่หว่า” เพื่อนอีกคนในกลุ่มเอ่ยขึ้น “ตอนที่เราถามกันตอนปีหนึ่ง มันก็บอกว่าเลี้ยงวัวกับทำสวน ซึ่งก็จริง ที่บ้านมันเป็นเจ้าของฟาร์มวัวนมก็เลี้ยงวัว ส่วนไร่องุ่นกับผักออร์แกนิกของมันก็นับเป็นทำสวนสิ พวกเรานั่นแหละที่มโนไปเอง”“ใครจะไปคิดว่าจะมีเพื่อนเป็นทายาทรีสอร์ทวะ” เพื่อนคนหนึ่งว่า “ดูมันทำตัวสิ มันก็ไม่ได้ทำตัวว่ามันรวยสักหน่อย”“แต่มันก็ไม่ได้ทำตัวจนนะ” ซันเสริมพลางหัวเราะ “อยากใช้อะไรมันก็ใช้ชีวิตแบบสบายๆ พวกเราต่างหากที่จินตนาการเกินจริงไปเอง”ซันมองไปรอบๆ งานอย่างทึ่งๆ “มึงรู้ไหมตอนที่เจอมันเป็นเฟรชชี่ปีหนึ่งในหัวกูจินตนาการว่ามัน
เสียงของนวลดังขึ้นในความเงียบยามเช้า ขณะที่ฟ้ากำลังง่วนอยู่กับการจัดของ“ฟ้า… แม่ขอถามอะไรหนูหน่อยได้ไหม”ฟ้าหันกลับมามองด้วยความสงสัย สายตาของนวลดูเป็นกังวลมากกว่าปกติ“รอบเดือนหนู… มันไม่ได้มาใช่ไหม”ฟ้าชะงักไปเล็กน้อย เธอพยายามนึกย้อนดูความทรงจำ แต่ความสับสนเข้ามาแทนที่ “ไม่แน่ใจค่ะแม่ ฟ้าก็ลืมนับ… มีอะไรหรือเปล่าคะ”“ตอนนี้หนูรู้สึกยังไงบ้าง เพลียไหม เหนื่อยง่ายหรือเปล่า” นวลถามย้ำ น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความห่วงใย“ก็เพลียค่ะ เหนื่อยง่ายด้วย” ฟ้ายอมรับอย่างไม่เต็มใจนัก “แต่ก็แค่เหนื่อยธรรมดา พักผ่อนเดี๋ยวก็หาย”“แม่ว่าฟ้าควรไปหาหมอนะ ไปให้หมอตรวจร่างกายให้ดีกว่า” นวลเสนอ “มาถึงขนาดนี้แล้ว ก็ให้ทิวเขาพาไปเถอะ”“อะไรกันแม่ ฟ้าไม่ได้เป็นอะไรนี่นา” ฟ้าเริ่มหงุดหงิด “ทำไมฟ้าต้องไปหาหมอด้วย”คำพูดของนวลทำให้เธอรู้สึกร้อนรนอย่างไม่ทราบสาเหตุ “แน่ใจเหรอว่าแค่อาการเหนื่อย ฟ้าไม่รู้สึกผิดปกติกับร่างกายตัวเองเลยหรือไง”นวลไม่รอให้เธอตอบ แต่หันไปทางฝนที่กำลังคุยอยู่กับทิวที่หน้าบ้าน “งั้นเดี๋ยวให้ฝนไปเป็นเพื่อนแล้วกัน แม่จะไปบอกน้อง”“ฝน ไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนพี่ฟ้าหน่อยนะลูก แม่บอกว่าจะให้ท
ความเปลี่ยนแปลงของฟ้าเช้าวันทำงาน ทุกอย่างดูเหมือนจะปกติแต่ก็ไม่เป็นอย่างนั้น ทุกคนต่างเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้นขณะที่ฟ้ากำลังทำงานอยู่ ก็มีเสียงเพื่อนร่วมงานดังขึ้น"อ้าวฟ้า หยุดยาวนี้ไปเที่ยวไหนมาเหรอ" พี่มีนาถาม"ไปเขาใหญ่ค่ะ" ฟ้าตอบ"บรรยากาศน่าจะดีนะ อยากไปบ้างจังมีที่แนะนำไหม""ก็มีอยู่หลายที่นะคะ" ฟ้าตอบเลี่ยง ๆ"แล้วฟ้าไปรีสอร์ทไหนอ่ะ เผื่อพี่อยากไปบ้าง"ฟ้าเงียบไป ไม่พูดต่อ "ต้องถามน้องสาวค่ะ ต้องถามฝน เพราะว่าฝนเป็นคนจอง""ฟ้าไม่สบายไหม ทำไมหน้าตาดูซีด ๆ ช่วงนี้ทำงานหนักเกินไปหรือเปล่า มีเรื่องให้เครียดหรือเปล่า""น่าจะเป็นเพราะทางไกลมั้งคะ นั่งรถเหนื่อยมั้ง" ฟ้าตอบ"ไปเขาใหญ่ก็ไม่ไกลนะ ไม่น่าจะเหนื่อยขนาดนั้นนะ เอ๊ะ หรือว่าไปทำอะไรมาหรือเปล่า ร่างกายอ่อนเพลีย" มีนาพูดและรอยยิ้มที่กรุ้มกริ่มขณะที่ฟ้ากำลังถ่ายเอกสาร กระดาษติดอยู่ในเครื่อง ฟ้าพยายามดึงออกมาแต่ทำไม่ได้ เธอกทรุดตัวลงนั่งร้องไห้โดยไม่มีเหตุผลเพื่อนร่วมงานเห็นจึงเข้ามาถามว่าฟ้าเป็นอะไร แต่ฟ้าก็เอาแต่ส่ายหน้าและร้องไห้ วินเพื่อนร่วมงานจึงแนะนำให้เธอกลับไปพักผ่อนที่บ้านในวันนั้น ฟ้าจึงทำงานได้แค่ครึ่งวันก็
บรรยากาศอึมครึมรถยนต์ที่กำลังมุ่งหน้ากลับบ้านเต็มไปด้วยบรรยากาศที่หนักอึ้งและน่าอึดอัด ฝนที่นั่งอยู่เบาะหลังสังเกตเห็นความตึงเครียดของทั้งคู่ จึงเอ่ยปากขึ้น"พี่ฟ้า เดี๋ยวจอดให้ฝนลงก่อนนะ ฝนไม่อยากเข้าบ้าน พี่กับทิวาไปเคลียร์กันเองที่บ้าน" ฝนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง"ยังไม่อยากเจอหน้าแม่ตอนนี้ด้วย รู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด""ให้ฝนลงตรงนี้ก็ได้ เดี๋ยวฝนกลับเอง""จะไม่ไปหาแม่เหรอ?" ฟ้าเอ่ยถาม"ไม่ ฝนจะกลับหอพักเลย""พี่ฟ้าคิดด้วยจะบอกพ่อยังไง หรือจะให้ฝนเป็นคนพูดให้ จะเอายังไงก็บอกฝนมาแล้วกัน เพราะยังไงเรื่องนี้พ่อก็ต้องรู้อยู่แล้ว""โอเค พี่ขอเวลาหน่อยนะ" ฟ้าพูด" อื้ม...พี่ฟ้าฝนยืมมือถือจดเบอร์พ่อแป๊ป มือถือแบตหมด " ทิวขับรถไปจอดเทียบฟุตบาทส่งฝนลง ทำให้ในรถเหลือเพียงทิวและฟ้าแค่สองคน บรรยากาศภายในรถยิ่งเงียบงันลงไปอีก ทิวเห็นสีหน้ากังวลของฟ้าจึงเอื้อมมือไปกุมมือเธอไว้แน่น"เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันนะ อย่าคิดมาก" ทิวปลอบใจ "เรื่องนี้ทิวจะสารภาพกับป้านวลเอง"ฟ้าพยักหน้าด้วยความเหนื่อยล้า"เหนื่อยเหรอ?""อืม เหนื่อยมาก" ฟ้าพยักหน้าพร้อมกับตอบเสียงแผ่วเบา"งั้นนอนพักก
ในช่วงสายของวัน ณ จุดบริการนักท่องเที่ยวของรีสอร์ท ราตรี ผู้เป็นแม่ของ ทิว และ ทับทิม ผู้เป็นย่า เดินทางกลับจากปฏิบัติธรรมก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นรถคนนึงจอดอยู่ผิดที่ราตรี: "อ้าว! นี่รถใครมาจอดอยู่ตรงนี้เนี่ย ทำไมพนักงานถึงไม่บอกให้ไปจอดที่สำหรับลูกค้า"ย่าทับทิม: "รถคันนี้ใช่รถที่ตาทิวซื้อใหม่หรือเปล่า ช่วยแม่ดูหน่อย"เมื่อสอบถามพนักงานก็ได้ความจริงที่ราตรี: "รถคันนี้...ใช้รถของคุณทิวไหม?"พนักงาน: "ใช่ค่ะคุณผู้หญิง"ราตรี: "จะกลับทำไมไม่เห็นบอกแม่เลยนะ!"พนักงาน: "คุณผู้หญิงคะ...คุณทิวพาผู้หญิงมาด้วยนะคะ"ราตรี: "มาตั้งแต่วันไหน"พนักงาน: "มาตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ"ทั้งคู่หันมองหน้ากันด้วยความไม่พอใจผสมความสงสัยราตรี: "แล้วตอนนี้คุณทิวอยู่ไหนล่ะ"พนักงาน: "อยู่โซนฝั่งน้ำตกค่ะ เดี๋ยวให้หนูพาไปไหมคะ"ราตรี: "ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันไปเองก็ได้"ย่าทับทิม: "ไปดูกัน! ตาทิวพาใครมาอยากเห็นหน้าเหมือนกันแหละ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นพาผู้หญิงเข้าบ้าน"ทั้งสองมุ่งหน้าเดินไปหาทิวทันที ระหว่างทางมีเด็กสาวสองคนเดินสวนมา คนหนึ่งกำลังคุยโทรศัพท์ฝน: "ฮัลโหลพี่ฟ้า ฝนกำลังจะเข้าไปนะคะ ตอนนี







