Masuk“เด็กใช่ไหม...?” เสียงด่าของฟ้าเงียบลงทันทีที่ทิวโน้มตัวลงไปใกล้...
จากอารมณ์ที่ขุ่นเคือง ทิวโถมตัวเข้าจู่โจมจูบฟ้าอย่างเร่าร้อนและหิวกระหาย แม้ฟ้าจะพยายามใช้มือผลักอกเขาออก แต่นั่นกลับยิ่งกระตุ้นความโมโหให้ทิวมากขึ้น เขาใช้มือซ้ายกดไว้ที่หัวของฟ้าขณะที่มือขวาโอบกอดเอว ดึงร่างที่บอบบางของฟ้าให้แนบชิด แล้วจูบฟ้าอย่างดุดัน บดขยี้ริมฝีปากของเธออย่างรุนแรง ฟ้าพยายามขัดขืน แต่ก็ไม่อาจต้านทานแรงของทิวได้
ในห้องน้ำที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงน้ำในอ่างที่กระเพื่อมเบาๆ กับเสียงจูบอันร้อนแรงที่อัดอั้นมานานของทิว มือของฟ้าที่เคยทุบตีเขาเริ่มผ่อนคลายลง จากแรงทุบเปลี่ยนเป็นการลูบไล้แผ่นหลังเขาอย่างแผ่วเบา เธอยอมจำนนและจูบตอบกลับอย่างเร่าร้อนไม่แพ้กัน
เมื่อทั้งคู่ได้สติและลืมตาขึ้นมา พวกเขาสบตากันเนิ่นนาน ริมฝีปากของทิวค่อยๆ แนบลงบนริมฝีปากบางของฟ้าอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาประคองจูบอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยนเต็มไปด้วยความโหยหา ฤทธิ์แอลกอฮอล์ในร่างกายของฟ้าทำให้เลือดสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าว ทั้งสองปล่อยใจไปตามความรู้สึก จากริมฝีปาก ทิวเริ่มจูบลูบไล้ ไล่ลงมาตามแก้ม ใบหู และซอกคอของฟ้า เธอไม่ได้ปฏิเสธ ปล่อยให้เขากระทำตามใจปรารถนา ราวกับว่าทั้งสองคือคู่รักที่มีความต้องการตรงกัน
มือของทิวไม่อยู่นิ่ง เขาค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเม็ดแรกของฟ้าออกอย่างบรรจง ก่อนจะเลื่อนมือลงมาจับทีกระดุมเม็ดที่สอง...
"ติ๊งต่อง...ติ๊งต่อง ..."
เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น
"ฟ้า...แม่กลับมาแล้วลูก! ไฟก็เปิดอยู่ทำไมเงียบจังเลย... สงสัยหลับไปแล้ว" เสียงของแม่ฟ้าพึมพำกับตัวเอง
เมื่อได้ยินเสียงกริ่งและเสียงของแม่ที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ ฟ้ารีบผลักทิวออกจากตัวและตั้งสติขึ้นมาทันที ทิวเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เขารีบหันไปคว้าเสื้อที่ถอดกองไว้มาใส่ ขณะที่เสียงเคาะประตูห้องน้ำดังขึ้น
"ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก..."
“ฟ้า หลับหรือยังลูก” แม่เคาะประตูแล้วถามด้วยความเป็นห่วง
ฟ้าตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว “ยังค่ะแม่ พอดีก๊อกน้ำ
เสียค่ะ กำลังซ่อมอยู่”
“อ้าว แล้วเป็นไงบ้างลูก? เปิดประตูให้แม่เข้าไปดูหน่อย”
แม่เปิดประตูเข้ามาในห้องโดยไม่รีรอ แล้วก็ต้องประหลาดใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า ฟ้าตัวเปียกโชก ขณะที่ทิวเองก็เปียกปอนไม่แพ้กัน และที่สำคัญคือเขากำลังจะใส่เสื้อ…
“อ้าวทิว! ทำไมมาอยู่เนี่ยลูก?” แม่นวลถามด้วยความแปลกใจ
“พอดี ผะ...ผ...ผม ไม่มีกุญแจเข้าบ้าน เลยมารออาทีนี่ แล้วได้ยินเสียงร้องพี่ฟ้าเลยรีบขึ้นมาดูแล้วเห็นน้ำแตก เอ้ย..! ท่อน้ำที่ห้องพี่ฟ้าแตกพอดี ผมเลยเข้ามาช่วยดูครับ” ทิวตอบเสียงตะกุกตะกัก
“อ้าว! งั้นคืนนี้ก็เข้าบ้านไม่ได้ล่ะสิ งั้นนอนบ้านป้าแล้วกันนะ” นวลพูดอย่างเป็นห่วง
“แล้วทิวจะมีชุดเปลี่ยนเหรอคะแม่? เปียกขนาดนี้จะนอนยังไง” ฟ้าถามอย่างร้อนรน เพราะไม่อยากให้ทิวค้างที่บ้าน
“อ๋อ ไม่เป็นไรครับพี่ฟ้า พอดีผมมีชุดที่ตากไว้อยู่นอกบ้านพอดีครับ ซักตากไว้ก่อนไปเรียนเมื่อเช้า” ทิวตอบด้วยใบหน้ายิ้มระรื่นอย่างพอใจที่จะได้ค้างที่นี่
“งั้นก็ดีเลย! ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวไม่สบาย แล้วก็ลงมากินข้าว ว่าแต่…แม่ได้กลิ่นเหล้า ลูกดื่มมาเหรอ?”
“อ๋อค่ะ พอดีที่บริษัทมีสังสรรค์กันนิดหน่อยค่ะ” ฟ้ายิ้มแห้งๆ
“น่าจะไม่นิดหน่อยนะครับ” ทิวพึมพำกับตัวเอง แล้วแอบยิ้มก่อนจะเดินกลับไปเอาชุดมาเปลี่ยน
“แล้วทานอะไรกันหรือยังจ๊ะลูก?” นวลถาม
“เรียบร้อยแล้วครับป้านวล ทานตั้งแต่หัวค่ำแล้วครับ” ทิวรีบตอบ
“ฟ้าก็ทานกับพี่ๆ ที่ทำงานมาแล้วค่ะแม่”
“งั้นคืนนี้ทิวก็นอนห้องรับแขกนะลูก เดี๋ยวป้าจัดที่นอนให้” นวลพูดพร้อมกับยิ้มด้วยความเอ็นดู
“ขอบคุณครับป้านวล” ทิวยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
ตกดึกฟ้าพลิกตัวไปมาเพราะนอนไม่หลับ เรื่องราวที่เกิดขึ้นวนเวียนอยู่ในหัวเธอไม่หยุด ส่วนทิวก็เช่นกัน เขานอนไม่หลับได้แต่คิดถึงริมฝีปากบางๆ กับกลิ่นหอมจากซอกคอของฟ้าจนกระวนกระวาย ว้าวุ่นใจ และทันใดนั้น ทั้งสองก็เปิดประตูห้องออกมาพร้อมกันโดยบังเอิญ
“นอนไม่หลับเหรอ? มีเรื่องอะไรให้คิดหรือเปล่า?”
“ยุ่ง! ไม่ได้เป็นไรสักหน่อย แค่ยังไม่อยากนอน” ฟ้าตอบเสียงห้วน
“ผมก็เหมือนกันครับ...ขอนั่งเล่นในห้องพี่ฟ้าได้ไหม?”
“บ้าเหรอ! จะเข้ามาทำไม! ถ้าเกิดเรื่องแบบเมื่อกี้อีกจะทำยังไง...?เราต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ยอมให้นายทำแบบนั้น”
“พี่ฟ้าคิดอะไรอยู่...ผมขอเข้าไปคุยในห้องแป๊บหนึ่งนะ”
บทสนทนาในห้อง
“จะคุยก็คุยตรงนี้สิ!” ฟ้าตอบอย่างร้อนรน
“พี่แน่ใจนะว่าจะให้ผมคุยตรงนี้?”
“นายจะไม่มีโอกาสได้เข้ามาในห้องฉันอีก!” ฟ้ารีบพูดแล้วจะปิดประตู แต่ทิวเอาเท้ามาขวางไว้
“ถ้าไม่คุยกับผม...พี่ไม่กลัวผมเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ป้าฟังเหรอครับ” ทิวพูดพร้อมกับยิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า
“หยุดเลยนะ! ห้ามแม้แต่จะคิด! เข้ามา! จะคุยอะไรก็รีบคุย จะได้นอน” ฟ้าจำใจยอมให้ทิวเข้ามา
“ห้องนอนพี่น่ารักจัง...รูปตอนเด็กก็น่ารักซะด้วย ประมาณช่วงนี้แหละมั้งที่ผมเจอพี่ครั้งแรก” ทิวพูดพลางหยิบรูปถ่ายขึ้นมาดู
“ยังจำได้อีกเหรอ? ตอนนั้นนายอยู่ประถมเองไม่ใช่เหรอ?”
“รู้ครับว่าอายุน้อยกว่า รู้ครับว่าเด็กกว่า แต่ก็ไม่ได้ห่างกันขนาดนั้น ทำไมชอบย้ำว่าผมเป็นเด็กอยู่เรื่อย แต่เมื่อกี้ทีี่ปมทำน่ะ พี่ก็รู้ดีว่าเด็กเขาไม่ทำกัน” ทิวพูดพร้อมกับอมยิ้ม
“หุบปากไปเลยนะ! ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้อีก! ฉันแค่ดื่มมานิดหน่อย บวกกับความเป็นเด็กของนายที่อยากรู้อยากลองก็แค่นั้น...จบนะ ห้ามพูดอีก! ถ้านายเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร ฉันจะไม่คุยกับนายอีกคอยดู!”
“ครับผม...ไม่บอกใครแน่นอนครับ สัญญา...ถ้าพี่ไม่ขัดใจผมนะ”
“อืิิอ...พี่ฟ้าผมขออะไรพี่อย่างหนึ่งได้ไหม? พี่อย่าไปดื่มหรืออย่าไปเมาที่ไหนได้ไหมครับ? ผมกลัวว่าพี่จะทำแบบนี้กับคนอื่นที่ไม่ใช่ผม ผมหวงนะ”
“นี่นายจะบ้าเหรอ! เห็นฉันเป็นคนง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงมาพูดมาห้ามอะไรแบบนี้”
“ถ้างั้นเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้...พี่ก็เต็มใจให้มันเกิดขึ้นอ่ะดิ? ที่จริงแล้วพี่เองก็ชอบผมใช่ไหมล่ะ?”
“ใช่ไหม? ใช่ไหม? ตอบผมมาก่อนดิ!” ทิวเร้า
“ออกไปเลย! ฉันง่วง! จะนอนแล้ว!”
ฟ้ารีบผลักทิวออกไปนอกห้องทันที แต่เขากลับไม่ยอมไป ยังคงเอาแก้มแนบประตูแล้วเคาะอยู่แบบนั้น “ใช่ไหม? ใช่ไหม?” ทิวไม่ได้คาดหวังคำตอบ แค่เพียงยิ้มแล้วเดินกลับไปนอนที่ห้องรับแขกอย่างมีความสุข
'นอนได้แล้วยัยฟ้า...แกอย่าไปคิดมาก แกแค่ดื่มมา เป็นเพราะแกเมา แล้วมาเจอเด็กน้อยที่อยากรู้อยากลองก็แค่นั้น...แกไม่ได้คิดอะไรทั้งสิ้น' ฟ้าพยายามบอกกับตัวเอง
แต่ในใจของเธอ...อะไรคือสิ่งที่มันเกิดขึ้นกันแน่?
พาร์ทอา-หลาน
“วันหยุดไม่อยู่บ้านเหรออา จะไปไหน?” ทิวถามอาแทนที่กำลังจะออกจากบ้าน
“มีนัดกับเพื่อนๆ” แทนตอบ “ถ้าออกไปข้างนอกก็อย่าลืมล็อกประตูหน้าต่างนะ เผื่ออากลับดึก”
“รับทราบครับผม” ทิวตอบรับอย่างร่าเริง
“อื้ม…อาครับ ผมถามอะไรหน่อยดิ”
“ว่ามา” อาแทนตอบสั้นๆ
“อาคิดยังไงกับพี่ฟ้าครับ ชอบพี่เขาไหม?” ทิวถามตรงๆ
อาแทนชะงักไปเล็กน้อย “ถามทำไม?”
“ก็แค่อยากรู้เฉยๆ”
“ไอ้ที่ว่าชอบ...ชอบแบบไหน?”
“ไม่รู้สิ ก็เห็นว่าอายังไม่มีแฟน แล้วพี่ฟ้าเขาก็น่ารักดี”
“แล้วนายมาสนใจเรื่องของเขาทำไม?”
“เปล่าครับ...ผมเห็นพี่เขากับอาคุยกันบ่อย นึกว่าอาชอบเขา หรือไม่ก็เขาชอบอา”
“ฟ้าเขาก็น่ารักมาตลอดแหละ” อาแทนพูด
“แล้วอาเคยคิดจะจีบพี่ฟ้าไหม?” ทิวถามต่ออย่างจริงจัง
“ไม่รู้สิ...อยากให้อาจีบเหรอ? หรืออยากได้อาสะใภ้?” อาแทนยิ้มเจ้าเล่ห์ “ไม่แน่นะ...อาอาจจะทำเพื่อหลานรัก”
ทิวหน้าเสียเล็กน้อย “ไม่เกี่ยวกับผมสักหน่อย”
“มีอะไรจะถามอีกไหม อาจะไปแล้ว” แทนพูดพร้อมกับเดินไปที่รถ
“ยังคิดไม่ออก...โอเคๆ ขับรถดีๆ นะครับ” ทิวตอบกลับ
แทนพยักหน้า ก่อนจะขับรถออกไป ทิ้งให้ทิวยืนคิดอยู่คนเดียวกับคำตอบที่ได้รับ... เขาจะได้อาสะใภ้ที่เป็นพี่ฟ้าจริงๆ หรือเปล่า?
เสียงเพลงจังหวะสนุกสนานดังกระหึ่มไปทั่วรีสอร์ทที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นลานปาร์ตี้กลางแจ้ง เพื่อนๆ ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวต่างสนุกสนานอย่างเต็มที่ ก่อนที่เสียงของซันจะดังขึ้นพร้อมกับแก้วไวน์ในมือ“ทุกคน! ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล!” เขาขึ้นไปยืนบนเวทีเล็กๆ ด้วยท่าทางที่เมาได้ที่แล้ว “ผมในฐานะเพื่อนรักเจ้าบ่าว วันนี้ขอเป็นตัวแทนกลุ่มเพื่อนๆ อวยพรและร่วมยินดีไปกับ ‘คุณทิวา’ หรือที่พวกเราเรียกว่าไอ้ทิวา และ ‘ทิวจ๋า’ ของเจ้าสาวของเรา ขอให้รักกันไปนานๆ ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง!”เสียงโห่ร้องและเสียงปรบมือดังสนั่น “เอาทุกคน! วันนี้ไม่เมาเราไม่เลิก!” ซันชูแก้วขึ้นสูง ก่อนจะหันไปทางทิวกับฟ้าที่ยิ้มให้ด้วยความอบอุ่นอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันท่ามกลางความสนุกสนาน ฝนที่ดื่มไปไม่กี่แก้วก็เริ่มรู้สึกมึนงงเพราะเธอไม่ใช่คนคอแข็ง เธอจึงเดินโซซัดโซเซเพื่อจะไปเข้าห้องน้ำ ดวงตาที่ปรือและหัวที่กำลังหมุนไปมาทำให้เธอไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง เสียงเพลงที่ดังจนกลบทุกอย่างยิ่งทำให้เธอไม่ได้ยินเสียงใดๆเธอก้าวเข้าไปในห้องน้ำที่ดูว่างเปล่าและตรงไปที่ชักโครกอย่างเร่งรีบ ทันใดนั้นก็มีร่างผู้ชายย
งานแต่งงานที่เรียบง่าย ท่ามกลางอ้อมกอดของธรรมชาติเพียงหนึ่งเดือนต่อมา ทิวก็จัดงานแต่งงานอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ณ รีสอร์ทส่วนตัวในเขาใหญ่ ท่ามกลางขุนเขาและลำธารใสที่ไหลผ่าน เสียงหัวเราะและบทสนทนาของแขกที่มาร่วมงานดังก้องไปทั่ว“เฮ้ย! กูตกใจหมดเลย!” เสียงของซันดังลั่นท่ามกลางกลุ่มเพื่อนสนิท “กูก็นึกว่าที่บ้านมันแค่เลี้ยงวัวทำสวนมาตลอด! ชิบหาย! คบกันมาจนเรียนจบ เพิ่งรู้ว่่่าที่บ้านมันเป็นเจ้าของรีสอร์ท!”“มันก็ไม่ได้โกหกหรือหลอกพวกเรานี่หว่า” เพื่อนอีกคนในกลุ่มเอ่ยขึ้น “ตอนที่เราถามกันตอนปีหนึ่ง มันก็บอกว่าเลี้ยงวัวกับทำสวน ซึ่งก็จริง ที่บ้านมันเป็นเจ้าของฟาร์มวัวนมก็เลี้ยงวัว ส่วนไร่องุ่นกับผักออร์แกนิกของมันก็นับเป็นทำสวนสิ พวกเรานั่นแหละที่มโนไปเอง”“ใครจะไปคิดว่าจะมีเพื่อนเป็นทายาทรีสอร์ทวะ” เพื่อนคนหนึ่งว่า “ดูมันทำตัวสิ มันก็ไม่ได้ทำตัวว่ามันรวยสักหน่อย”“แต่มันก็ไม่ได้ทำตัวจนนะ” ซันเสริมพลางหัวเราะ “อยากใช้อะไรมันก็ใช้ชีวิตแบบสบายๆ พวกเราต่างหากที่จินตนาการเกินจริงไปเอง”ซันมองไปรอบๆ งานอย่างทึ่งๆ “มึงรู้ไหมตอนที่เจอมันเป็นเฟรชชี่ปีหนึ่งในหัวกูจินตนาการว่ามัน
เสียงของนวลดังขึ้นในความเงียบยามเช้า ขณะที่ฟ้ากำลังง่วนอยู่กับการจัดของ“ฟ้า… แม่ขอถามอะไรหนูหน่อยได้ไหม”ฟ้าหันกลับมามองด้วยความสงสัย สายตาของนวลดูเป็นกังวลมากกว่าปกติ“รอบเดือนหนู… มันไม่ได้มาใช่ไหม”ฟ้าชะงักไปเล็กน้อย เธอพยายามนึกย้อนดูความทรงจำ แต่ความสับสนเข้ามาแทนที่ “ไม่แน่ใจค่ะแม่ ฟ้าก็ลืมนับ… มีอะไรหรือเปล่าคะ”“ตอนนี้หนูรู้สึกยังไงบ้าง เพลียไหม เหนื่อยง่ายหรือเปล่า” นวลถามย้ำ น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความห่วงใย“ก็เพลียค่ะ เหนื่อยง่ายด้วย” ฟ้ายอมรับอย่างไม่เต็มใจนัก “แต่ก็แค่เหนื่อยธรรมดา พักผ่อนเดี๋ยวก็หาย”“แม่ว่าฟ้าควรไปหาหมอนะ ไปให้หมอตรวจร่างกายให้ดีกว่า” นวลเสนอ “มาถึงขนาดนี้แล้ว ก็ให้ทิวเขาพาไปเถอะ”“อะไรกันแม่ ฟ้าไม่ได้เป็นอะไรนี่นา” ฟ้าเริ่มหงุดหงิด “ทำไมฟ้าต้องไปหาหมอด้วย”คำพูดของนวลทำให้เธอรู้สึกร้อนรนอย่างไม่ทราบสาเหตุ “แน่ใจเหรอว่าแค่อาการเหนื่อย ฟ้าไม่รู้สึกผิดปกติกับร่างกายตัวเองเลยหรือไง”นวลไม่รอให้เธอตอบ แต่หันไปทางฝนที่กำลังคุยอยู่กับทิวที่หน้าบ้าน “งั้นเดี๋ยวให้ฝนไปเป็นเพื่อนแล้วกัน แม่จะไปบอกน้อง”“ฝน ไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนพี่ฟ้าหน่อยนะลูก แม่บอกว่าจะให้ท
ความเปลี่ยนแปลงของฟ้าเช้าวันทำงาน ทุกอย่างดูเหมือนจะปกติแต่ก็ไม่เป็นอย่างนั้น ทุกคนต่างเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้นขณะที่ฟ้ากำลังทำงานอยู่ ก็มีเสียงเพื่อนร่วมงานดังขึ้น"อ้าวฟ้า หยุดยาวนี้ไปเที่ยวไหนมาเหรอ" พี่มีนาถาม"ไปเขาใหญ่ค่ะ" ฟ้าตอบ"บรรยากาศน่าจะดีนะ อยากไปบ้างจังมีที่แนะนำไหม""ก็มีอยู่หลายที่นะคะ" ฟ้าตอบเลี่ยง ๆ"แล้วฟ้าไปรีสอร์ทไหนอ่ะ เผื่อพี่อยากไปบ้าง"ฟ้าเงียบไป ไม่พูดต่อ "ต้องถามน้องสาวค่ะ ต้องถามฝน เพราะว่าฝนเป็นคนจอง""ฟ้าไม่สบายไหม ทำไมหน้าตาดูซีด ๆ ช่วงนี้ทำงานหนักเกินไปหรือเปล่า มีเรื่องให้เครียดหรือเปล่า""น่าจะเป็นเพราะทางไกลมั้งคะ นั่งรถเหนื่อยมั้ง" ฟ้าตอบ"ไปเขาใหญ่ก็ไม่ไกลนะ ไม่น่าจะเหนื่อยขนาดนั้นนะ เอ๊ะ หรือว่าไปทำอะไรมาหรือเปล่า ร่างกายอ่อนเพลีย" มีนาพูดและรอยยิ้มที่กรุ้มกริ่มขณะที่ฟ้ากำลังถ่ายเอกสาร กระดาษติดอยู่ในเครื่อง ฟ้าพยายามดึงออกมาแต่ทำไม่ได้ เธอกทรุดตัวลงนั่งร้องไห้โดยไม่มีเหตุผลเพื่อนร่วมงานเห็นจึงเข้ามาถามว่าฟ้าเป็นอะไร แต่ฟ้าก็เอาแต่ส่ายหน้าและร้องไห้ วินเพื่อนร่วมงานจึงแนะนำให้เธอกลับไปพักผ่อนที่บ้านในวันนั้น ฟ้าจึงทำงานได้แค่ครึ่งวันก็
บรรยากาศอึมครึมรถยนต์ที่กำลังมุ่งหน้ากลับบ้านเต็มไปด้วยบรรยากาศที่หนักอึ้งและน่าอึดอัด ฝนที่นั่งอยู่เบาะหลังสังเกตเห็นความตึงเครียดของทั้งคู่ จึงเอ่ยปากขึ้น"พี่ฟ้า เดี๋ยวจอดให้ฝนลงก่อนนะ ฝนไม่อยากเข้าบ้าน พี่กับทิวาไปเคลียร์กันเองที่บ้าน" ฝนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง"ยังไม่อยากเจอหน้าแม่ตอนนี้ด้วย รู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด""ให้ฝนลงตรงนี้ก็ได้ เดี๋ยวฝนกลับเอง""จะไม่ไปหาแม่เหรอ?" ฟ้าเอ่ยถาม"ไม่ ฝนจะกลับหอพักเลย""พี่ฟ้าคิดด้วยจะบอกพ่อยังไง หรือจะให้ฝนเป็นคนพูดให้ จะเอายังไงก็บอกฝนมาแล้วกัน เพราะยังไงเรื่องนี้พ่อก็ต้องรู้อยู่แล้ว""โอเค พี่ขอเวลาหน่อยนะ" ฟ้าพูด" อื้ม...พี่ฟ้าฝนยืมมือถือจดเบอร์พ่อแป๊ป มือถือแบตหมด " ทิวขับรถไปจอดเทียบฟุตบาทส่งฝนลง ทำให้ในรถเหลือเพียงทิวและฟ้าแค่สองคน บรรยากาศภายในรถยิ่งเงียบงันลงไปอีก ทิวเห็นสีหน้ากังวลของฟ้าจึงเอื้อมมือไปกุมมือเธอไว้แน่น"เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันนะ อย่าคิดมาก" ทิวปลอบใจ "เรื่องนี้ทิวจะสารภาพกับป้านวลเอง"ฟ้าพยักหน้าด้วยความเหนื่อยล้า"เหนื่อยเหรอ?""อืม เหนื่อยมาก" ฟ้าพยักหน้าพร้อมกับตอบเสียงแผ่วเบา"งั้นนอนพักก
ในช่วงสายของวัน ณ จุดบริการนักท่องเที่ยวของรีสอร์ท ราตรี ผู้เป็นแม่ของ ทิว และ ทับทิม ผู้เป็นย่า เดินทางกลับจากปฏิบัติธรรมก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นรถคนนึงจอดอยู่ผิดที่ราตรี: "อ้าว! นี่รถใครมาจอดอยู่ตรงนี้เนี่ย ทำไมพนักงานถึงไม่บอกให้ไปจอดที่สำหรับลูกค้า"ย่าทับทิม: "รถคันนี้ใช่รถที่ตาทิวซื้อใหม่หรือเปล่า ช่วยแม่ดูหน่อย"เมื่อสอบถามพนักงานก็ได้ความจริงที่ราตรี: "รถคันนี้...ใช้รถของคุณทิวไหม?"พนักงาน: "ใช่ค่ะคุณผู้หญิง"ราตรี: "จะกลับทำไมไม่เห็นบอกแม่เลยนะ!"พนักงาน: "คุณผู้หญิงคะ...คุณทิวพาผู้หญิงมาด้วยนะคะ"ราตรี: "มาตั้งแต่วันไหน"พนักงาน: "มาตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ"ทั้งคู่หันมองหน้ากันด้วยความไม่พอใจผสมความสงสัยราตรี: "แล้วตอนนี้คุณทิวอยู่ไหนล่ะ"พนักงาน: "อยู่โซนฝั่งน้ำตกค่ะ เดี๋ยวให้หนูพาไปไหมคะ"ราตรี: "ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันไปเองก็ได้"ย่าทับทิม: "ไปดูกัน! ตาทิวพาใครมาอยากเห็นหน้าเหมือนกันแหละ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นพาผู้หญิงเข้าบ้าน"ทั้งสองมุ่งหน้าเดินไปหาทิวทันที ระหว่างทางมีเด็กสาวสองคนเดินสวนมา คนหนึ่งกำลังคุยโทรศัพท์ฝน: "ฮัลโหลพี่ฟ้า ฝนกำลังจะเข้าไปนะคะ ตอนนี







