مشاركة

- 5 - ขี้งอน

last update تاريخ النشر: 2026-07-26 00:36:20

"ผีเข้าหรือไงวะ ร้อยวันพันปีไม่เคยชวนกูออกมาซื้อของ"

เสียงทุ้มกวนประสาทดังขึ้นทันทีที่ร่างเล็กของพะพายก้าวขึ้นมานั่งบนเบาะฝั่งข้างคนขับ

เกียร์ปรายตามองเพื่อนสนิทที่วันนี้เป็นฝ่ายทักแชตมาขอให้เขาพาไปซื้อของใช้เข้าคอนโดด้วยตัวเอง ทั้งที่ปกติร้อยวันพันปีถ้าไม่ลากออกมาก็แทบจะไม่ออกจากห้อง

พะพายที่เพิ่งจะดึงสายเข็มขัดนิรภัยมาคาดเสร็จ ชะงักมือพลางตวัดสายตาขุ่นขวางหันไปมองหน้าคนขับทันที

"ทำไม? พาไปแค่นี้ไม่ได้หรือไงวะ ถ้ามึงจะบ่นมากนักก็จอดรถเลย ปลดล็อกด้วย กูไปเองก็ได้ ไม่ง้อหรอก"

ร่างเล็กทำท่าจะปลดเข็มขัดนิรภัยออกจริงๆจนคนที่ตั้งใจแค่จะแหย่เล่นถึงกับต้องรีบคว้าข้อมือเล็กเอาไว้แทบไม่ทัน

"โอ๊ย! ขี้น้อยใจว่ะ กูแค่ถามเฉยๆปะวะ ไม่ได้บอกสักคำว่าจะไม่พาไป นั่งนิ่งๆไปเลยมึงอะ"

เกียร์บ่นอุบอิบพลางปล่อยมือออกจากข้อมือเธอ แล้วเอื้อมมือไปเข้าเกียร์เตรียมจะออกรถ

แต่จังหวะที่สายตาของเขากวาดมองสำรวจคนข้างกายเต็มๆตาเป็นครั้งแรก คิ้วเข้มก็ต้องขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบ

เสื้อไหมพรมตัวจิ๋วที่พะพายใส่วันนี้มันทั้งรัดรูปและสั้นกุด แถมดีไซน์ยังเว้าหน้าลึกจนเห็นเนินอก ไม่พอยังแหวกหลังกว้างจนโชว์ผิวขาวเนียนละเอียดไปเกือบครึ่งแผ่นหลัง ประกอบกับกางเกงยีนส์ขาสั้นกุดที่โชว์เรียวขาขาวๆนั่นอีก

เขารู้สึกเหมือนมีไฟสุมอยู่ในอก สัญชาตญาณความหวงแหนพุ่งขึ้นมาจนเก็บอาการไม่อยู่

"แล้วนี่มึงแต่งตัวเหี้ยอะไรของมึงเนี่ยพาย! หน้าก็เปิด หลังก็เว้า กางเกงก็สั้นจู๋ จะโชว์ใครวะฮะ!"

เกียร์โวยวายเสียงหลง สายตาดุดันกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไม่สบอารมณ์สุดๆ พะพายขมวดคิ้ว ก้มมองชุดตัวเองแล้วก็ไม่เห็นว่ามันจะแปลกตรงไหน

"ก็แฟชั่นปะวะ อากาศประเทศไทยมันร้อนจะตายชัก มึงจะให้กูใส่เสื้อคอเต่าแขนยาวไปเดินห้างหรือไง"

"แต่มันโป๊เกินไปปะวะ! มึงดูดิ๊ ขยับนิดเดียวเสื้อก็จะเลิกขึ้นมาละ เปลี่ยนชุดเลย ถอยรถกลับไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้"

"ไม่เปลี่ยน! กูเสียเวลาแต่งตัวมาตั้งนาน มึงจะบ้าเหรอเกียร์ ขับรถไปเลย แอร์ในรถก็เย็นจะตาย มึงจะมาเดือดร้อนอะไรกับชุดกูเนี่ย"

ระหว่างที่กำลังเถียงกันไปมา รถคันหรูของเกียร์ก็แล่นมาถึงสี่แยกไฟแดงพอดี เขาเหยียบเบรกจอดรถจนนิ่งสนิท ก่อนจะหันมาตั้งท่าจะบ่นคนดื้อรั้นต่อ ทว่าคำด่าทั้งหมดกลับถูกกลืนหายลงไปในลำคอทันที

เมื่อจู่ๆพะพายก็ปลดเข็มขัดนิรภัยออก แล้วขยับตัวชะโงกหน้าเข้ามาใกล้เขาจนใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ

กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆประจำตัวของเธอคลอเคลียอยู่ปลายจมูก ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่มองจับผิดเขาอย่างค้นหา

"ทำไม?" พะพายกระซิบเสียงเบา มุมปากยกยิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า

"หวงกูหรอ?"

ตึกตัก... ตึกตัก...

ก้อนเนื้อในอกซ้ายของคนถูกถามเต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง เกียร์เผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะเมื่อดวงตาคู่สวยช้อนมองเขาในระยะประชิดขนาดนี้

สายตาของพะพายมีเสน่ห์จนเขาแทบจะละสายตาไม่ได้ แต่ด้วยความปากแข็งและทิฐิที่ค้ำคอมาตลอดหลายปี เขาจึงรีบผงะหน้าหนีและแสร้งทำเป็นกระแอมไอแก้เก้อ

"อะแฮ่ม! หวงเหี้ยอะไร" เกียร์เบือนหน้าหนีไปมองสัญญาณไฟจราจร พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น

"กูกลัวเสียสายตาคนอื่นต่างหาก ดูดิ๊ แต่งตัวประหลาดชิบหาย คนเขามองกันทั้งสี่แยกแล้วมั้งนั่น"

พะพายได้ยินคำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แบบนั้นก็ส่ายหัวขำๆ เธอรู้ทันหรอกว่าไอ้อาการลุกลี้ลุกลนหลบสายตาแบบนี้มันคืออะไร แต่ก็ขี้เกียจจะต้อนให้คนปากแข็งจนมุมไปมากกว่านี้

ร่างเล็กจึงยอมขยับตัวกลับไปนั่งที่เดิมและดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดไว้อย่างเก่า ปล่อยให้คนขับจำเป็นขับรถต่อไปด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นล่ำสัน

เมื่อมาถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมือง พะพายก็เริ่มปฏิบัติการเดินซื้อของทันที

เธอเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ ซื้อตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ไปจนถึงของใช้กระจุกกระจิกในห้องน้ำตามประสาผู้หญิง

โดยมีร่างสูงของเกียร์เดินล้วงกระเป๋าตามหลังต้อยๆ ฝคอยทำหน้าที่เป็นพนักงานถือถุงกระดาษแบรนด์เนมหลายใบอย่างไม่มีปากมีเสียง

แม้ปากจะบ่นว่ารำคาญชุดของเธอ แต่ตลอดเวลาที่เดินอยู่ในห้าง เกียร์กลับเดินซ้อนอยู่ด้านหลัง คอยใช้ตัวบังสายตาของพวกผู้ชายที่ชอบมองมาทางพะพายอยู่เสมอ ราวกับเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวที่หวงเจ้านายยิ่งกว่าอะไรดี

เดินซื้อของกันไปได้พักใหญ่ พะพายก็เดินไปหยุดอยู่ที่หน้าร้านเครื่องประดับแบรนด์ดังแห่งหนึ่ง

สายตาของเธอสะดุดเข้ากับสร้อยข้อมือที่โชว์อยู่ในตู้กระจกหน้าร้าน ร่างเล็กไม่รอช้า รีบเดินตรงเข้าไปในร้านทันที

"สวัสดีค่ะคุณลูกค้า สนใจดูสินค้าชิ้นไหนสอบถามได้เลยนะคะ" พนักงานขายสาวสวยรีบเดินเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม

"ขอดูสร้อยข้อมือเงินเส้นนั้นหน่อยค่ะ ที่เป็นดีไซน์เรียบๆมีสลักลายตรงกลางน่ะค่ะ" พะพายชี้ไปยังเป้าหมายที่เธอเล็งเอาไว้

พนักงานหยิบถาดกำมะหยี่ที่มีสร้อยข้อมือเส้นดังกล่าวออกมาให้ดู ก่อนจะเอ่ยแนะนำโปรโมชั่นด้วยความคล่องแคล่ว

"คุณลูกค้าตาถึงมากเลยค่ะ รุ่นนี้เป็นคอลเลกชันใหม่ล่าสุดเลยนะคะ แถมรุ่นนี้มีแบบคู่นะคะ สวยมากเลยค่ะ ถ้าผู้ชายใส่จะเป็นเส้นที่หนากว่านิดนึง ทางร้านมีโปรโมชั่นลดราคาพิเศษด้วยนะคะถ้าซื้อเป็นคู่"

เกียร์ที่ยืนถือของอยู่ข้างๆ ได้ยินคำว่าแบบคู่ก็ขมวดคิ้วทันที เขาก้มมองสร้อยข้อมือเส้นเรียบหรูในถาดสลับกับมองหน้าเพื่อนสนิท ความสงสัยและความหงุดหงิดลึกๆเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

"มึงจะซื้อให้ใครวะ?" เกียร์ถามเสียงห้วน นัยน์ตาคมกริบจ้องจับผิดคนตัวเล็ก

พะพายไม่ได้ตอบคำถามนั้น เธอทำเป็นหูทวนลม ไม่สนใจสายตาดุๆของคนข้างกาย มือเล็กเอื้อมไปหยิบสร้อยข้อมือเส้นที่เป็นไซส์ของผู้ชายขึ้นมา ก่อนจะหันไปดึงข้อมือหนาของเกียร์ขึ้นมาดื้อๆ

"เฮ้ย ทำอะไรเนี่ย?"

เกียร์ร้องท้วง แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน ยอมให้คนตัวเล็กจับแขนเขาพลิกไปมาแต่โดยดี

พะพายบรรจงทาบสร้อยข้อมือลงบนข้อมือของเขา ก่อนจะจัดการติดตะขอให้เสร็จสรรพ ขนาดของมันพอดีเป๊ะราวกับสั่งทำมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ ดีไซน์เรียบหรูของตัวสร้อยตัดกับเส้นเลือดปูดและนาฬิกาเรือนเท่บนข้อมือของเกียร์ได้อย่างลงตัว ดูดีจนเธอถึงกับหลุดยิ้มออกมา

"เอาสองเส้นนี้ค่ะ"

พะพายหันไปบอกพนักงานขายด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตในกระเป๋าของตัวเองส่งให้พนักงานไปจัดการชำระเงิน

เกียร์ยืนมองการกระทำนั้นด้วยความงุนงง เขายกแขนตัวเองขึ้นมาดูสร้อยข้อมือที่สะท้อนแสงไฟวิบวับสลับกับมองใบหน้าหวานของคนที่กำลังยืนรอใบเสร็จอยู่

"นี่ให้กูหรอ?"

เกียร์ถามย้ำอีกครั้ง น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมมาก หัวใจที่เคยเหี่ยวเฉาเพราะคิดว่าเธอจะซื้อไปให้คนอื่นกลับมาพองโตคับอก

พะพายหันมามองคนตัวสูงที่กำลังทำหน้าเหมือนลูกหมาได้ของเล่นใหม่ เธอแกล้งทำหน้านิ่ง ก่อนจะตอบกลับไปหน้าตาเฉย

"เปล่า แค่ใช้แขนมึงลองเฉยๆว่าไซส์ผู้ชายมันประมาณไหน"

สิ้นประโยคนั้นรอยยิ้มที่กำลังจะผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาก็ชะงักค้างทันที เกียร์ลดแขนลงช้าๆความรู้สึกพองโตเมื่อครู่แฟบลงราวกับลูกโป่งโดนเข็มเจาะ เขาเม้มริมฝีปากแน่น นิ่งเงียบไปอึดใจ ก่อนจะกอดอกแล้วสะบัดหน้าหันไปทางอื่น

คนถูกแกล้งยืนนิ่งเป็นรูปปั้น ไม่พูดไม่จา ไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าเธอเลยสักนิด บรรยากาศรอบตัวเขาแผ่รังสีความน้อยใจออกมาจนสังเกตได้ชัดเจน

พะพายมองปฏิกิริยานั้นแล้วก็กลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ เธอหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังจนเกียร์ต้องตวัดสายตาขุ่นๆกลับมามอง

"อะไรวะ ขี้งอน น้อยใจเหมือนเด็กไปได้" พะพายยื่นมือไปดึงชายเสื้อของเขาเบาๆเพื่อง้อ

"กูให้มึงนั่นแหละ กูจะเอาไปให้ใครได้ล่ะ ถือซะว่าตอบแทนที่มึงคอยดูแลกูมาตลอดตอนที่ป่วยก็แล้วกันนะ"

คำสารภาพตรงๆพร้อมกับรอยยิ้มหวานๆของพะพาย ทำเอากำแพงความน้อยใจของเกียร์พังทลายลงไม่เป็นท่า

เขาพยายามข่มมุมปากที่กำลังจะยกยิ้มเอาไว้สุดฤทธิ์ แต่ความดีใจมันมีมากเกินกว่าจะซ่อนไว้ แววตาคมกริบของเขาเป็นประกายระยับอย่างปิดไม่มิด

"เออ ดี" เกียร์แกล้งกระแอมไอกลบเกลื่อนอาการดีใจ ยกข้อมือขึ้นมาดูอีกรอบแล้วพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ

"มันแน่นพอดีเลย ถอดไม่ได้หรอก กะจะใส่ยันอาบน้ำเลยเนี่ย"

พะพายส่ายหัวเบาๆอย่างระอาใจกับความกะล่อนที่เริ่มกลับมาของเพื่อนสนิท พนักงานขายเดินกลับมาพร้อมกับถุงกระดาษใบเล็กและกล่องใส่สร้อยข้อมืออีกเส้นที่เป็นของพะพาย ร่างเล็กรับมาถือไว้ เตรียมจะแกะกล่องออกมาใส่บ้าง

แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร ฝ่ามือหนาของเกียร์ก็เอื้อมมารั้งข้อมือเล็กของเธอเอาไว้เสียก่อน

"มานี่ เดี๋ยวกูใส่ให้"

เกียร์แย่งกล่องในมือเธอไปเปิดออก เขาหยิบสร้อยข้อมือเส้นเล็กบอบบางที่เข้าคู่กับของเขาขึ้นมา ก่อนจะบรรจงสวมมันลงบนข้อมือขาวเนียนของพะพายอย่างทะนุถนอม นิ้วแกร่งสัมผัสกับผิวเนื้ออ่อนนุ่มของเธออย่างแผ่วเบาจนพะพายเผลอกลั้นหายใจ

เมื่อติดตะขอเสร็จเรียบร้อย เกียร์ก็ไม่ได้ปล่อยมือเธอในทันที เขายังคงจับข้อมือเธอเอาไว้แบบนั้น ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"เดี๋ยวกูโอนเงินให้ครึ่งนึงนะ"

"ฮะ?" พะพายขมวดคิ้วทันที

"ได้ไงวะ กูตั้งใจซื้อให้มึงนะ มึงจะมาจ่ายตังค์ทำไมเนี่ย กูบอกแล้วไงว่าซื้อตอบแทนที่มึงดูแลกู"

"เออ เอาน่า"

เกียร์พูดแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาขยับตัวเข้ามาใกล้เธออีกนิด ก่อนจะยกข้อมือข้างที่ใส่สร้อยของตัวเองขึ้นมาวางเทียบกับข้อมือของพะพาย

สร้อยข้อมือเงินสองเส้นที่ลวดลายเหมือนกันทุกประการ ส่องประกายล้อแสงไฟเคียงคู่กันอยู่บนข้อมือของคนทั้งสอง

"ถือซะว่า... มึงซื้อให้กู แล้วกูก็ซื้อให้มึงไง แฟร์ๆดีออก"

เกียร์พูดพลางช้อนสายตาขึ้นสบตากับพะพาย ความหมายที่แฝงอยู่ในคำว่าแลกกันซื้อของเขามันชัดเจนเสียจนคนที่ตั้งใจจะซื้อให้เป็นแค่ของขวัญขอบคุณถึงกับหน้าเห่อร้อนขึ้นมาดื้อๆ เพราะการที่ต่างฝ่ายต่างซื้อให้กันแบบนี้... มันก็ไม่ต่างอะไรกับการซื้อของขวัญคู่รักเลยสักนิด

พะพายกะพริบตาถี่ๆพยายามเรียกสติและหาทางเอาคืนคนที่กำลังใช้สายตาแพรวพราวโจมตีเธออยู่ และสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างบนใบหน้าหล่อเหลานั้นพอดี

"หูมึงนี่... แดงหมดแล้วนะ"

พะพายพูดแซวพลางชี้ไปที่ใบหูของเกียร์ที่ตอนนี้มันแดงเถือกจนลามไปถึงลำคอ

เกียร์ชะงักกึก รีบปล่อยมือเธอแล้วหุบยิ้มทันที มือหนายกขึ้นลูบหูตัวเองอย่างทำตัวไม่ถูก

"อะไร... แดงบ้าแดงบออะไร กูร้อนเว้ย!"

"ฮ่าๆๆๆ ร้อนบ้าอะไร แอร์เย็นฉ่ำทั้งห้างขนาดนี้ มึงบอกร้อนเนี่ยนะ" พะพายหัวเราะร่วน ชี้หน้าล้อเลียนเพื่อนสนิทที่กำลังเขินจนเสียอาการ

"ไอ้เกียร์เอ๊ย... ไม่เนียนเลยนะมึงอะ กระจกตรงเสาก็มี หันไปดูหน้าตัวเองดิ๊ แดงเป็นตูดลิงแล้ว!"

"เออ! ร้อนก็คือร้อนดิวะ พูดมากชิบหาย ไปได้แล้ว หิวข้าวเว้ย!"

เกียร์โวยวายกลบเกลื่อนความเขิน รีบหันหลังเดินนำหน้าออกไปจากร้านด้วยความเร็วที่แทบจะเรียกได้ว่าวิ่งหนี ทิ้งให้พะพายยืนขำจนท้องแข็งอยู่ด้านหลัง

ร่างเล็กลดมือลง ก้มมองสร้อยข้อมือเส้นสวยบนข้อมือตัวเองสลับกับมองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังเดินหนีไป รอยยิ้มหวานละมุนผุดขึ้นบนใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่

เธอไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่... ที่ความรู้สึกหนักอึ้งในใจมันค่อยๆหายไป และถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะแบบนี้

แต่ที่เธอรู้แน่ๆก็คือ... ผู้ชายคนนี้ กำลังค่อยๆก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในโลกใบใหม่ของเธอ โลกที่ไม่ได้มีแต่ความเศร้าและความโดดเดี่ยวอีกต่อไป

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เกียร์ร้ายคล้องใจพะพาย   -41 -จบบริบูรณ์

    "จ้องหน้าพายขนาดนี้ กะจะกลืนพายลงท้องไปเลยหรือไงเกียร์""ถ้ากลืนได้กูกลืนไปนานแล้ว ไม่ปล่อยให้มึงมานอนบ่นกูฉอดๆ อยู่บนเตียงแบบนี้หรอกน่า"เสียงทุ้มที่เต็มไปด้วยความหยอกเย้าดังขึ้นพร้อมกับท่อนแขนแกร่งที่กระชับกอดรัดเอวบางให้ขยับเข้ามาแนบชิดมากยิ่งขึ้นแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่เข้ามาภายในห้องนอนกว้าง กระทบกับร่างสองร่างที่ยังคงนอนตระกองกอดกันอยู่บนเตียงคิงไซส์พะพายขยับตัวยุกยิกอยู่ในอ้อมกอดของเกียร์ เธอเงยหน้าขึ้นจากแผงอกกว้าง สบตากับนัยน์ตาคมกริบที่กำลังทอดมองมาที่เธอด้วยความรักที่ปิดไม่มิด รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากของคนที่เพิ่งตื่นนอน"ปล่อยเลย พายจะลุกไปอาบน้ำแล้ว สายป่านนี้แล้วเนี่ย" พะพายดันแผงอกเขาเบาๆ"ไม่อาววว วันนี้วันหยุด มึงจะรีบตื่นไปไหนวะ นอนกอดกันต่ออีกนิดนึงไม่ได้หรือไง"เกียร์ลากเสียงยาวอย่างออดอ้อน ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนและซอกคอหอมกรุ่นของแฟนสาวอย่างเอาแต่ใจ"ไอ้บ้าเกียร์ หนวดทิ่มคอพายเนี่ย! จั๊กจี้นะ!"พะพายหัวเราะคิกคัก พยายามหดคอหนีสัมผัสสากๆ จากไรหนวดที่เพิ่งขึ้นบางๆ ของเขา"ก็ใครใช้ให้มึงตัวหอมขนาดนี้วะพาย กูดมเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอเลยจริงๆ""เวอร์ละมึงอะ น

  • เกียร์ร้ายคล้องใจพะพาย   - 40 -โตขึ้นเยอะ

    "เล่ามาให้หมด ว่าพวกเธอร่วมมือกันทำบ้าอะไรลงไป พูดความจริงออกมา อย่าให้กูต้องหมดความอดทน"เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของเกียร์ดังก้องไปทั่วห้องพักฟื้นผู้ป่วยพิเศษ นัยน์ตาคมกริบของเขาจ้องเขม็งไปยังร่างของเธอสองคนที่กำลังนั่งคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้นห้อง โดยมีโซ่กับซีนยืนกอดอกตีหน้าขรึมคุมเชิงอยู่ด้านหลังบนเตียงผู้ป่วย เกียร์ยังคงนั่งพิงหัวเตียงโดยมีร่างเล็กของพะพายซุกตัวอยู่ในอ้อมกอด ท่อนแขนแกร่งของเขาโอบรัดรอบเอวบางเอาไว้แน่นราวกับจะปกป้องเธอจากทุกสิ่งบนโลกใบนี้"ฮึก แยม แยมขอโทษค่ะพี่เกียร์"แยมสะอื้นไห้จนตัวโยน ใบหน้าที่เคยสะสวยและเย่อหยิ่งบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและความหวาดกลัว"แยมไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องมันบานปลายขนาดนี้ แยมก็แค่อยาก... อยากจะหาโอกาสเข้าไปดูแลพี่เกียร์ตอนที่พี่พายไม่อยู่ แยมแค่อยากให้พี่เกียร์หันมามองแยมบ้าง""แล้วมึงก็เลยกล้าใช้ชื่อกูไปแอบอ้างกับพนักงานข้างล่างงั้นสิ?"พะพายที่นั่งพิงอกเกียร์อยู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ได้เกรี้ยวกราดเหมือนเมื่อก่อน แต่แววตาของเธอก็ยังคงมีความเด็ดขาด"หนู... หนูขอโทษค่ะคุณพาย!" พนักงานต้อนรับที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้าง

  • เกียร์ร้ายคล้องใจพะพาย   -39 -เกียร์อยู่นี่

    "ไอ้ซีน กูมีเรื่องอยากให้มึงช่วยหน่อยว่ะ"น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าจากพิษไข้ เอ่ยทำลายความเงียบงันภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาลเกียร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง นัยน์ตาคมกริบที่เคยแข็งกร้าวและดุดัน บัดนี้ทอดมองเพียงแค่ใบหน้าซีดเซียวของคนที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความปวดร้าวฝ่ามือหนาที่ยังคงรุมๆ ด้วยอุณหภูมิความร้อนของร่างกาย เอื้อมไปลูบกลุ่มผมยาวสลวยของพะพายอย่างเบามือและทะนุถนอมที่สุดก่อนที่เขาจะเลื่อนมือลงมากอบกุมฝ่ามือเล็กที่เย็นเฉียบเอาไว้ ยกมันขึ้นมาจรดริมฝีปาก ประทับรอยจุมพิตลงบนหลังมือของเธอเนิ่นนาน ราวกับต้องการถ่ายทอดความรู้สึกผิดและความรักทั้งหมดที่มีส่งผ่านไปให้ถึงหัวใจของคนหลับเกียร์ค่อยๆ ละริมฝีปากออก ก่อนจะหันขวับไปสบตากับซีนที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่ไม่ไกล แววตาของเกียร์แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและเย็นเยียบจนน่าขนลุก"กูต้องการให้แยมได้รับบทเรียน บทเรียนที่สาสมกับสิ่งที่มันทำ ให้มันรู้ว่าการล้ำเส้นและทำให้พายเป็นแบบนี้ มันจะต้องเจอกับอะไร มึงจัดการให้กูทีนะไอ้ซีน เอาให้มันไม่มีที่ยืนไปเลย"ซีนพยักหน้ารับอย่างหนักแน่นโดยไม่ต้องเสียเ

  • เกียร์ร้ายคล้องใจพะพาย   - 38 -ไม่มีวัน

    "หมอครับ! พยาบาล! ช่วยแฟนผมด้วยครับ พาย... พายได้ยินกูไหม แข็งใจไว้นะพาย"เสียงทุ้มที่แหบพร่าและสั่นเครือตะโกนลั่นไปทั่วบริเวณโถงทางเดินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังร่างสูงใหญ่ของเกียร์ที่กำลังถูกเผาผลาญด้วยพิษไข้ขั้นรุนแรง อุ้มร่างเล็กที่หมดสติและสั่นเกร็งของพะพายวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาด้วยความรวดเร็วและตื่นตระหนกสุดขีดในเวลานี้เขาลืมความเจ็บป่วยของตัวเองไปจนหมดสิ้น สัญชาตญาณเดียวที่หลงเหลืออยู่ในหัวคือ เขาต้องช่วยผู้หญิงในอ้อมกอดให้ปลอดภัยให้เร็วที่สุดบุรุษพยาบาลและทีมแพทย์ฉุกเฉินรีบเข็นเตียงมารับร่างของพะพายอย่างรวดเร็ว เกียร์วางร่างของแฟนสาวลงบนเตียงด้วยมือที่สั่นเทา ดวงตาคมกริบที่แดงก่ำจ้องมองใบหน้าซีดเซียวของคนรักไม่วางตา ขณะที่เตียงกำลังถูกเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉิน"ญาติรออยู่ด้านนอกก่อนนะคะ เข้าไปไม่ได้ค่ะ" พยาบาลดึงแขนของเกียร์เอาไว้เมื่อเขากำลังจะก้าวตามเข้าไปเกียร์ชะงักฝีเท้า เขาจับขอบประตูห้องฉุกเฉินเอาไว้แน่น ก่อนจะช้อนสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและเว้าวอนมองหน้าคุณหมอเวรที่กำลังจะเดินตามเข้าไป"หมอครับ ฝากเขาด้วยนะครับหมอ ฝากชีวิตแฟนผมด้วยนะครับ""ไม่ต้องห่วงครับ หมอจะดูแลอย

  • เกียร์ร้ายคล้องใจพะพาย   -37 -ช็อก

    "มีนา ฮึก พี่ขอโทษ พี่ขอโทษจริงๆ นะมีนา ฮือออ"เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจดังขึ้นทันทีที่บานประตูห้องเปิดออก ร่างเล็กของพะพายที่ทรุดตัวนั่งอยู่บนพื้นห้องโผเข้ากอดเอวของมีนาเอาไว้แน่น น้ำตาเม็ดโตไหลทะลักอาบสองแก้มจนเปรอะเปื้อนเสื้อของรุ่นน้องสาวจนชุ่มชื้นไปหมดมีนาที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงพร้อมกับเจ้าขาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอรีบทิ้งกระเป๋าสะพายลงบนพื้นแล้วคุกเข่าลงไปกอดตอบรุ่นพี่สาวเอาไว้แน่น"พี่พาย... พี่พายใจเย็นๆ นะคะ เกิดอะไรขึ้น ทำไมร้องไห้หนักขนาดนี้?" มีนาเอ่ยถามเสียงสั่น ลูบแผ่นหลังที่กำลังสั่นสะท้านของพะพายอย่างอ่อนโยน"ฮือออ พี่เข้าใจแล้วมีนา พี่รู้ซึ้งแล้วว่าความเจ็บปวดมันเป็นยังไง ฮึก พี่ขอโทษที่พี่เคยทำเลวกับมีนานะ พี่ขอโทษที่พี่เคยทำให้มีนากับซีนต้องเข้าใจผิดกัน ฮือออ พี่มันเลว พี่มันสมควรโดนแบบนี้แล้วใช่ไหม"พะพายพร่ำบอกคำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกผิดบาปในอดีตที่เธอเคยจงใจเข้าไปสวมกอดซีนตอนที่เขาหลับเพื่อทำให้มีนาเข้าใจผิด มันย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของเธอเองในวันนี้วันที่เธอต้องมาเผชิญกับภาพบาดตาบาดใจในรูปแบบเดียวกัน เธอกำลังชดใช้กรรมใช่ไหม นี่คือสิ่งที่สวร

  • เกียร์ร้ายคล้องใจพะพาย   - 36 - เวรกรรม

    "ฮึก ไปคอนโดlilit ค่ะพี่ ฮือ"เสียงหวานที่สั่นเครือและเต็มไปด้วยเสียงสะอื้น เอ่ยบอกจุดหมายปลายทางกับคนขับรถแท็กซี่ทันทีที่ก้าวขึ้นมานั่งบนเบาะหลัง พะพายยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเอง ปล่อยให้น้ำตาแห่งความเสียใจไหลรินออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้อีกต่อไป ร่างเล็กสั่นเทาไปทั้งตัวเธอวิ่งหนีออกมาจากคอนโดของเกียร์อย่างไม่รู้ทิศรู้ทาง ขาทั้งสองข้างก้าวสลับกันไปข้างหน้าด้วยความรู้สึกที่เหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมาตรงหน้า ภาพที่ผู้หญิงคนนั้นโน้มตัวลงไปหาเกียร์ และภาพที่ท่อนแขนแกร่งของเขายกขึ้นมาจับแขนของยัยแยมเอาไว้ มันฉายวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกตอกย้ำให้กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกทันทีที่แท็กซี่จอดเทียบหน้าคอนโดส่วนตัวของเธอ พะพายก็จ่ายเงินลวกๆ แล้วรีบวิ่งขึ้นลิฟต์ตรงดิ่งกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง ทันทีที่บานประตูถูกปิดลง ร่างบางก็ทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นห้องอย่างหมดเรี่ยวแรง"ฮือออ ทำไม ทำไมมึงทำแบบนี้วะเกียร์ ฮึก"พะพายกอดเข่าตัวเองแน่น ซุกใบหน้าลงกับท่อนแขนแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างน่าสงสาร ความเจ็บปวดที่ก่อตัวขึ้นในอกมันรุนแรงจนเธอแทบจะหายใจไม่ออก สองมือเล็กยกขึ้นมากำเสื้อบริเวณตำแหน่งหั

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status