เข้าสู่ระบบ"แหมๆช่วงนี้ตัวติดกันเหลือเกินนะพวกมึง เป็นปาท่องโก๋หรือไงวะ มาด้วยกันแทบจะทุกเช้าเลยนะเดี๋ยวนี้"
เสียงแซวพร้อมกับรอยยิ้มล้อเลียนของโซ่ดังขึ้นทันทีที่เห็นร่างของเพื่อนสนิททั้งสองคนเดินเคียงคู่กันเข้ามาในโรงอาหารของคณะในช่วงเช้า เกียร์ที่กำลังเดินล้วงกระเป๋ากางเกงมาด้วยท่าทีสบายๆชะงักเท้าไปเล็กน้อย ก่อนจะตวัดสายตาดุๆไปมองเพื่อนจอมจับผิด แล้วสวนกลับทันควัน "แซวเหี้ยอะไรของมึง ก็เพื่อนป่ะวะ หรือมึงจะไปรับมันล่ะ บ้านมึงอยู่ใกล้คอนโดมันนี่" โซ่รีบยกมือขึ้นทำปางห้ามญาติ ส่ายหน้าหวือพร้อมกับรอยยิ้มกวนประสาท "โนครับ กูต้องไปรับแฟนกู กูต้องมากับแฟนครับผม ขืนแวะไปรับไอ้พาย มีหวังเจ้าขาได้หยิกหูกูขาดพอดี" "เห็นไหมล่ะ!" เกียร์ยักคิ้ว ยืดอกตอบอย่างผู้ชนะ "ก็ต้องเป็นกูป่ะ ที่ต้องไปรับไปส่งมันเนี่ย เพื่อนร่วมโลกเขาต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันเว้ย" "จ้า พ่อคนดี พ่อพระเอกซีรีส์เกาหลี พ่อคนช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลก" โซ่เบ้ปากหมั่นไส้กับข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นของเพื่อน พะพายที่ยืนฟังผู้ชายสองคนเถียงกันไปมาส่ายหัวเบาๆอย่างระอาใจ เธอวางกระป๋าลงบนโต๊ะ กวาดสายตามองไปรอบๆบริเวณโต๊ะประจำที่ยังคงว่างเปล่า ก่อนจะหันไปเอ่ยถามโซ่ "แล้วซีนล่ะ? ทำไมยังไม่มาอีก?" ทันทีที่ชื่อของซีนหลุดออกมาจากปากของพะพาย บรรยากาศรอบโต๊ะก็เหมือนจะหยุดชะงักไปชั่ววินาที โซ่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ส่วนเกียร์รีบหันขวับมาลอบมองใบหน้าหวานของคนข้างกายทันที แววตาคมกริบแฝงไปด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด เขากลัว... กลัวว่าบาดแผลในใจของเธอจะถูกสะกิดขึ้นมาอีก โซ่กระแอมไอเล็กน้อย ก่อนจะตอบออกไปตามความจริง "อ๋อ... เห็นไอ้ซีนมันไลน์มาบอกในกลุ่มว่าแวะกินข้าวกับมีนาก่อนที่โรงอาหารคณะนู้นน่ะ มันบอกให้พวกเรากินกันไปเลย ไม่ต้องรอมัน" เกียร์ยังคงจ้องมองปฏิกิริยาของพะพายอย่างไม่วางตา เขากลั้นหายใจ รอคอยว่าคนตัวเล็กจะแสดงสีหน้าเศร้าสร้อย ผิดหวัง หรือมีน้ำตาคลอเบ้าเหมือนเมื่อก่อนหรือไม่ แต่ทว่า... พะพายกลับไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมาเลย เธอไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้าน หรือแสดงความเจ็บปวดใดๆให้เห็น หญิงสาวเพียงแค่พยักหน้าเบาๆเป็นการรับรู้ "อ้าวเหรอ งั้นก็ช่างมันเถอะ" พะพายตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเป็นธรรมชาติ ก่อนจะหันมาทางเกียร์พร้อมกับขมวดคิ้วมุ่น "แล้วนี่พวกเราจะกินอะไรกันดีวะ กูเบื่อข้าวราดแกงแล้วอะ เกียร์มึงช่วยคิดหน่อยดิ๊ กินไรดี" เกียร์ที่กำลังจ้องหน้าเธออยู่ถึงกับกะพริบตาปริบๆ ความโล่งอกและดีใจแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจจนเผลอหลุดยิ้มออกมาบางๆ เมื่อเห็นว่าพะพายก้าวข้ามผ่านความรู้สึกยึดติดที่มีต่อซีนไปได้อีกก้าวหนึ่งแล้ว "ยิ้มอะไรของมึงเนี่ย ไอ้บ้า กูให้ช่วยคิดเมนู ไม่ได้ให้มานั่งยิ้ม" พะพายทำหน้างอ ใส่เพื่อนที่เอาแต่ยืนมองหน้าเธอแล้วก็ยิ้มอยู่คนเดียว "เปล่า กูแค่คิดว่าคนอย่างมึงนี่เรื่องแดกต้องมาก่อนเสมอเลยนะ" เกียร์รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะเสนอเมนู "งั้นกินข้าวไข่ข้นต้มยำกุ้งร้านเจ๊หมวยไหม กูเห็นคนยังไม่ค่อยเยอะ น่าจะไม่ต้องรอนาน แถวๆนั้นมีร้านน้ำปั่นด้วย" ดวงตาของพะพายเป็นประกายขึ้นมาทันที "เอา! กูเอาข้าวไข่ข้นต้มยำกุ้ง! เอาเผ็ดๆเปรี้ยวๆเลยนะ" "เออ รู้แล้วน่า มึงนั่งรออยู่นี่แหละ เดี๋ยวกูไปซื้อให้ ไอ้โซ่ มึงเอาไรไหม?" เกียร์หันไปถามเพื่อนอีกคน "กูกินมาจากบ้านแล้วว่ะ มึงไปซื้อให้เพื่อนมึงเถอะ" โซ่เน้นคำว่าเพื่อนเสียงหนัก ก่อนจะก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ต่อ เกียร์ชี้หน้าคาดโทษโซ่ไปหนึ่งที ก่อนจะเดินล้วงกระเป๋าตรงไปยังโซนร้านอาหาร พะพายนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับโซ่ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถโซเชียลฆ่าเวลา ความรู้สึกของเธอในตอนนี้มันสงบและเบาสบายอย่างประหลาด การได้ยินชื่อของซีน หรือการรับรู้ว่าเขาอยู่กับใคร มันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนโลกถล่มทลายเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว อาจจะมีหน่วงๆในใจบ้างเล็กน้อย แต่มันก็เป็นเพียงเศษซากความทรงจำที่ไม่ได้มีอิทธิพลกับชีวิตเธอเท่าไหร่นัก ใช้เวลาไม่นานนัก เกียร์ก็เดินกลับมาพร้อมกับจานข้าวไข่ข้นต้มยำกุ้งสีสันจัดจ้านที่ส่งกลิ่นหอมฉุยควันลอยกรุ่น และในมืออีกข้างก็ถือแก้วน้ำชาไข่มุกหวานน้อยมาด้วย "อะ แดกซะ จะได้เลิกบ่นว่าหิว" เกียร์วางจานข้าวลงตรงหน้าพะพาย ก่อนจะวางแก้วชาไข่มุกไว้ข้างๆอย่างรู้ใจโดยที่เธอไม่ต้องร้องขอ "แต๊งกิ้วมากเพื่อนรัก" พะพายฉีกยิ้มกว้าง เตรียมจะหยิบช้อนส้อมขึ้นมาจัดการกับอาหารตรงหน้า แต่ทว่า... เกียร์กลับดึงจานข้าวของเธอเลื่อนกลับไปหาตัวเองเสียก่อน "เฮ้ย เอาไปทำไม กูจะกิน!" พะพายท้วงตาเขียว "รอแป๊บดิ มึงตาบอดหรือไง เจ๊แกใส่กุ้งมาทั้งเปลือกเนี่ย ขืนปล่อยให้มึงแกะเอง มีหวังเลอะเทอะเสื้อผ้าหมด พอดีกูขี้เกียจฟังมึงบ่น" เกียร์บ่นอุบอิบไปอย่างนั้น ขณะที่มือหนาหยิบช้อนส้อมขึ้นมา ค่อยๆบรรจงแกะเปลือกกุ้งตัวโตในจานข้าวของพะพายอย่างเชี่ยวชาญและเบามือ เขาเลาะเปลือกออกจนเหลือแต่เนื้อกุ้งสีส้มอวบอ้วน แล้วตัดแบ่งเป็นชิ้นพอดีคำ ก่อนจะเลื่อนจานข้าวกลับไปตรงหน้าคนตัวเล็ก "อะ เรียบร้อย แดกได้" พะพายมองการกระทำที่แสนจะใส่ใจและเป็นธรรมชาติของเกียร์แล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มบางๆออกมา เธอคุ้นชินกับการดูแลแบบนี้ของเขาจนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน เกียร์ก็มักจะคอยจัดการให้เธอเสมอ โซ่ที่นั่งมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าเงียบๆมาตั้งแต่ต้น แอบลอบยิ้มมุมปากอย่างกลั้นไม่อยู่ การกระทำที่แสนจะอ่อนโยน ขัดกับหน้าตาดุๆและนิสัยห่ามๆของเกียร์ มันทำให้คนนอกอย่างเขามองออกทะลุปรุโปร่งไปถึงดาวอังคารแล้วว่าไอ้เพื่อนคนนี้มันคิดยังไงกับผู้หญิงตรงหน้า "พวกมึงนี่นะ..." โซ่ท้าวคางกับโต๊ะ มองสลับใบหน้าของเพื่อนทั้งสองคน ก่อนจะโพล่งคำถามที่ดังสนั่นไปทั้งใจคนฟัง "ทำไมมึงไม่คบกันไปเลยวะ" "แค่ก! อ่อก..." พะพายที่กำลังดูดชาไข่มุกเข้าปากไปเต็มๆคำ ถึงกับสำลักน้ำรุนแรงจนหน้าดำหน้าแดง ไอค่อกแค่กจนตัวโยน "เฮ้ย! พาย!" เกียร์ตกใจสุดขีด รีบทิ้งช้อนในมือตัวเองแล้วคว้ากระดาษทิชชูบนโต๊ะ เอื้อมมือไปเช็ดคราบน้ำที่เลอะมุมปากและคางของพะพายให้อย่างรวดเร็วด้วยความร้อนรน มือหนาอีกข้างก็เอื้อมไปลูบแผ่นหลังบางเบาๆเพื่อให้อาการสำลักดีขึ้น "ค่อยๆหายใจพาย ค่อยๆแดกสิวะ ใครมาแย่งมึงเนี่ย" เกียร์บ่นด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะหันขวับไปถลึงตาใส่โซ่ที่นั่งขำอยู่ "ไอ้โซ่! มึงพูดเหี้ยอะไรไปเรื่อยเนี่ย เห็นไหมมันสำลักเลย ไอ้สัสเอ๊ย ถ้าเพื่อนตายเพราะชาไข่มุกติดคอ กูด่ามึงยันลูกบวชแน่!" "อ้าว กูผิดเฉย! กูก็แค่ถามในสิ่งที่กูเห็นปะวะ มึงดูสิ่งที่มึงทำดิเกียร์ แกะกุ้งให้ ซื้อน้ำมาประเคน เช็ดปากให้ ลูบหลังให้ มึงทำขนาดนี้ ถ้ามึงไม่ได้เป็นผัวมัน มึงก็ต้องเป็นพ่อมันแล้วแหละเพื่อน" โซ่เถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ พร้อมกับหัวเราะร่าชอบใจที่ได้ปั่นประสาทเพื่อน "มึงก็หุบปากไปเลยไอ้โซ่!" เกียร์ด่าสวน หน้าหล่อเริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด เมื่ออาการสำลักเริ่มดีขึ้น พะพายก็หอบหายใจเบาๆ เธอดึงกระดาษทิชชูจากมือของเกียร์มาเช็ดปากตัวเองต่อ ดวงตากลมโตที่ยังมีหยาดน้ำตาคลอจากการไอ ช้อนขึ้นมองเสี้ยวหน้าของเกียร์ที่กำลังเถียงกับโซ่อยู่ คำถามของโซ่มันดังก้องอยู่ในหัวของเธอ... ทำไมไม่คบกันไปเลยวะ นั่นสิ... ทำไมล่ะ? จู่ๆความกล้าบ้าบิ่นอะไรบางอย่างก็แล่นพล่านเข้ามาในความรู้สึก พะพายวางแก้วชาไข่มุกลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอ่ยถามผู้ชายตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ล้อเล่น แต่ก็ไม่ได้ตึงเครียดจนเกินไป "นั่นสิ..." พะพายพูดขึ้นแทรกบทสนทนาของสองหนุ่ม ทำให้เกียร์ชะงักและหันกลับมามองเธอ "ทำไมล่ะเกียร์..." "..." พะพายเอียงคอมองเขาเล็กน้อย ริมฝีปากบางยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ดวงตาคู่สวยสบประสานกับดวงตาคมกริบของคนตรงหน้าอย่างท้าทาย "ไม่อยากคบกับกูหรอ?" กริบ... บรรยากาศรอบโต๊ะม้าหินอ่อนตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับมีใครมากดปุ่มหยุดเวลาเอาไว้ โซ่เบิกตากว้าง อ้าปากค้างกับความใจกล้าของเพื่อนสาว ในขณะที่คนที่โดนยิงคำถามใส่ตรงๆอย่างเกียร์... ถึงกับสมองช็อตไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากที่เพิ่งจะขยับด่าเพื่อนเมื่อครู่อ้าค้างอยู่แบบนั้น หัวใจของชายหนุ่มเต้นกระหน่ำรัวเร็วและแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เสียงตึกตักๆ ดังก้องอยู่ในโสตประสาทจนเขาหูอื้อไปหมด "อะ... อะไร" เกียร์พูดติดอ่างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาทำหน้าเลิ่กลั่ก ลุกลี้ลุกลนหลบสายตาที่จ้องมองมาอย่างแพรวพราวของพะพาย ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงจากการกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างยากลำบาก "อะ... อะไรของมึงพาย ผีเข้าหรือไงฮะ" เกียร์แสร้งทำเป็นโวยวายกลบเกลื่อนความประหม่าที่พุ่งสูงลิ่ว ใบหูของเขาตอนนี้แดงเถือก "เอ้า ก็กูถามดีๆปะ" พะพายยังคงไม่ยอมแพ้ เธอขยับหน้าเข้าไปใกล้เขาอีกนิด "ตกลงว่าไง... ไม่อยากคบกับกูจริงดิ? กูน่ารักนะเว้ย โสดด้วย" "โอ๊ย ไอ้เหี้ย! แดกไปเลยไป! พูดมากชิบหาย!" เกียร์ที่ทนรับดาเมจความน่ารักและสายตาเจ้าเล่ห์ของคนตรงหน้าไม่ไหว ตัดสินใจใช้กำลังเข้าสู้ เขาเอื้อมมือไปดันหน้าผากมนของพะพายให้ถอยห่างออกไปเต็มแรง จนคนตัวเล็กหน้าหงายไปด้านหลังเล็กน้อย "ฮ่าๆๆๆๆ โคตรเสียอาการเลยว่ะไอ้เกียร์!" โซ่ที่นั่งดูเหตุการณ์ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นโรงอาหาร ทุบโต๊ะปึงปังอย่างสะใจที่เห็นเพื่อนรักที่ปกติเอาแต่เก๊กขรึม มาตกม้าตายเพราะผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียว "มึงจะแดกไหมฮะพาย! ถ้าไม่แดกกูจะได้เอาไปเทให้หมามันแดก หรือไม่กูก็จะแดกเองให้หมดเลย!" เกียร์โวยวายเสียงดัง หน้าแดงลามไปจนถึงลำคอ รีบชี้มือไปที่จานข้าวไข่ข้นต้มยำกุ้งเพื่อเปลี่ยนเรื่องอย่างแนบเนียนที่สุด พะพายยกมือขึ้นลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ แต่ริมฝีปากกลับฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี เธอไม่ได้โกรธที่เขาดันหน้าเธอออก แต่กลับรู้สึกตลกและเอ็นดูปฏิกิริยาของคนปากแข็งตรงหน้ามากกว่า "อะไรวะ..." พะพายบ่นอุบอิบ แต่แววตายังคงเต็มไปด้วยความขบขัน "เขินแล้วชอบทำร้ายร่างกายตลอดเลยอะมึงเนี่ย นิสัยไม่ดีเลยว่ะ" "กูไม่ได้เขินเว้ย! กูรำคาญมึงต่างหาก! รีบแดกเข้าไปเลย!" เกียร์เถียงคอเป็นเอ็น แต่กลับไม่ยอมสบตาเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว เขาหันไปคว้าแก้วน้ำของตัวเองมาดูดอึกใหญ่เพื่อดับความร้อนรุ่มบนใบหน้า พะพายหัวเราะคิกคักในลำคอ ยอมจับช้อนส้อมขึ้นมาตักข้าวไข่ข้นต้มยำกุ้งที่เขาอุตส่าห์แกะกุ้งไว้ให้เข้าปากแต่โดยดี บรรยากาศยามเช้าที่โรงอาหารไม่ได้อึดอัดหรือตึงเครียดเหมือนอย่างที่เกียร์กังวลในตอนแรกอีกต่อไป มันกลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ การล้อเลียน และความอบอุ่นที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นทีละนิด พะพายลอบมองเสี้ยวหน้าของเกียร์ที่กำลังนั่งทำหน้าบูดบึ้งกลบเกลื่อนความเขินอยู่ข้างๆ "ยังจะมายิ้มอีก แดกเข้าไป" "เออๆ รู้แล้วน่า!!""จ้องหน้าพายขนาดนี้ กะจะกลืนพายลงท้องไปเลยหรือไงเกียร์""ถ้ากลืนได้กูกลืนไปนานแล้ว ไม่ปล่อยให้มึงมานอนบ่นกูฉอดๆ อยู่บนเตียงแบบนี้หรอกน่า"เสียงทุ้มที่เต็มไปด้วยความหยอกเย้าดังขึ้นพร้อมกับท่อนแขนแกร่งที่กระชับกอดรัดเอวบางให้ขยับเข้ามาแนบชิดมากยิ่งขึ้นแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่เข้ามาภายในห้องนอนกว้าง กระทบกับร่างสองร่างที่ยังคงนอนตระกองกอดกันอยู่บนเตียงคิงไซส์พะพายขยับตัวยุกยิกอยู่ในอ้อมกอดของเกียร์ เธอเงยหน้าขึ้นจากแผงอกกว้าง สบตากับนัยน์ตาคมกริบที่กำลังทอดมองมาที่เธอด้วยความรักที่ปิดไม่มิด รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากของคนที่เพิ่งตื่นนอน"ปล่อยเลย พายจะลุกไปอาบน้ำแล้ว สายป่านนี้แล้วเนี่ย" พะพายดันแผงอกเขาเบาๆ"ไม่อาววว วันนี้วันหยุด มึงจะรีบตื่นไปไหนวะ นอนกอดกันต่ออีกนิดนึงไม่ได้หรือไง"เกียร์ลากเสียงยาวอย่างออดอ้อน ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนและซอกคอหอมกรุ่นของแฟนสาวอย่างเอาแต่ใจ"ไอ้บ้าเกียร์ หนวดทิ่มคอพายเนี่ย! จั๊กจี้นะ!"พะพายหัวเราะคิกคัก พยายามหดคอหนีสัมผัสสากๆ จากไรหนวดที่เพิ่งขึ้นบางๆ ของเขา"ก็ใครใช้ให้มึงตัวหอมขนาดนี้วะพาย กูดมเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอเลยจริงๆ""เวอร์ละมึงอะ น
"เล่ามาให้หมด ว่าพวกเธอร่วมมือกันทำบ้าอะไรลงไป พูดความจริงออกมา อย่าให้กูต้องหมดความอดทน"เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของเกียร์ดังก้องไปทั่วห้องพักฟื้นผู้ป่วยพิเศษ นัยน์ตาคมกริบของเขาจ้องเขม็งไปยังร่างของเธอสองคนที่กำลังนั่งคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้นห้อง โดยมีโซ่กับซีนยืนกอดอกตีหน้าขรึมคุมเชิงอยู่ด้านหลังบนเตียงผู้ป่วย เกียร์ยังคงนั่งพิงหัวเตียงโดยมีร่างเล็กของพะพายซุกตัวอยู่ในอ้อมกอด ท่อนแขนแกร่งของเขาโอบรัดรอบเอวบางเอาไว้แน่นราวกับจะปกป้องเธอจากทุกสิ่งบนโลกใบนี้"ฮึก แยม แยมขอโทษค่ะพี่เกียร์"แยมสะอื้นไห้จนตัวโยน ใบหน้าที่เคยสะสวยและเย่อหยิ่งบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและความหวาดกลัว"แยมไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องมันบานปลายขนาดนี้ แยมก็แค่อยาก... อยากจะหาโอกาสเข้าไปดูแลพี่เกียร์ตอนที่พี่พายไม่อยู่ แยมแค่อยากให้พี่เกียร์หันมามองแยมบ้าง""แล้วมึงก็เลยกล้าใช้ชื่อกูไปแอบอ้างกับพนักงานข้างล่างงั้นสิ?"พะพายที่นั่งพิงอกเกียร์อยู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ได้เกรี้ยวกราดเหมือนเมื่อก่อน แต่แววตาของเธอก็ยังคงมีความเด็ดขาด"หนู... หนูขอโทษค่ะคุณพาย!" พนักงานต้อนรับที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้าง
"ไอ้ซีน กูมีเรื่องอยากให้มึงช่วยหน่อยว่ะ"น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าจากพิษไข้ เอ่ยทำลายความเงียบงันภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาลเกียร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง นัยน์ตาคมกริบที่เคยแข็งกร้าวและดุดัน บัดนี้ทอดมองเพียงแค่ใบหน้าซีดเซียวของคนที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความปวดร้าวฝ่ามือหนาที่ยังคงรุมๆ ด้วยอุณหภูมิความร้อนของร่างกาย เอื้อมไปลูบกลุ่มผมยาวสลวยของพะพายอย่างเบามือและทะนุถนอมที่สุดก่อนที่เขาจะเลื่อนมือลงมากอบกุมฝ่ามือเล็กที่เย็นเฉียบเอาไว้ ยกมันขึ้นมาจรดริมฝีปาก ประทับรอยจุมพิตลงบนหลังมือของเธอเนิ่นนาน ราวกับต้องการถ่ายทอดความรู้สึกผิดและความรักทั้งหมดที่มีส่งผ่านไปให้ถึงหัวใจของคนหลับเกียร์ค่อยๆ ละริมฝีปากออก ก่อนจะหันขวับไปสบตากับซีนที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่ไม่ไกล แววตาของเกียร์แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและเย็นเยียบจนน่าขนลุก"กูต้องการให้แยมได้รับบทเรียน บทเรียนที่สาสมกับสิ่งที่มันทำ ให้มันรู้ว่าการล้ำเส้นและทำให้พายเป็นแบบนี้ มันจะต้องเจอกับอะไร มึงจัดการให้กูทีนะไอ้ซีน เอาให้มันไม่มีที่ยืนไปเลย"ซีนพยักหน้ารับอย่างหนักแน่นโดยไม่ต้องเสียเ
"หมอครับ! พยาบาล! ช่วยแฟนผมด้วยครับ พาย... พายได้ยินกูไหม แข็งใจไว้นะพาย"เสียงทุ้มที่แหบพร่าและสั่นเครือตะโกนลั่นไปทั่วบริเวณโถงทางเดินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังร่างสูงใหญ่ของเกียร์ที่กำลังถูกเผาผลาญด้วยพิษไข้ขั้นรุนแรง อุ้มร่างเล็กที่หมดสติและสั่นเกร็งของพะพายวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาด้วยความรวดเร็วและตื่นตระหนกสุดขีดในเวลานี้เขาลืมความเจ็บป่วยของตัวเองไปจนหมดสิ้น สัญชาตญาณเดียวที่หลงเหลืออยู่ในหัวคือ เขาต้องช่วยผู้หญิงในอ้อมกอดให้ปลอดภัยให้เร็วที่สุดบุรุษพยาบาลและทีมแพทย์ฉุกเฉินรีบเข็นเตียงมารับร่างของพะพายอย่างรวดเร็ว เกียร์วางร่างของแฟนสาวลงบนเตียงด้วยมือที่สั่นเทา ดวงตาคมกริบที่แดงก่ำจ้องมองใบหน้าซีดเซียวของคนรักไม่วางตา ขณะที่เตียงกำลังถูกเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉิน"ญาติรออยู่ด้านนอกก่อนนะคะ เข้าไปไม่ได้ค่ะ" พยาบาลดึงแขนของเกียร์เอาไว้เมื่อเขากำลังจะก้าวตามเข้าไปเกียร์ชะงักฝีเท้า เขาจับขอบประตูห้องฉุกเฉินเอาไว้แน่น ก่อนจะช้อนสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและเว้าวอนมองหน้าคุณหมอเวรที่กำลังจะเดินตามเข้าไป"หมอครับ ฝากเขาด้วยนะครับหมอ ฝากชีวิตแฟนผมด้วยนะครับ""ไม่ต้องห่วงครับ หมอจะดูแลอย
"มีนา ฮึก พี่ขอโทษ พี่ขอโทษจริงๆ นะมีนา ฮือออ"เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจดังขึ้นทันทีที่บานประตูห้องเปิดออก ร่างเล็กของพะพายที่ทรุดตัวนั่งอยู่บนพื้นห้องโผเข้ากอดเอวของมีนาเอาไว้แน่น น้ำตาเม็ดโตไหลทะลักอาบสองแก้มจนเปรอะเปื้อนเสื้อของรุ่นน้องสาวจนชุ่มชื้นไปหมดมีนาที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงพร้อมกับเจ้าขาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอรีบทิ้งกระเป๋าสะพายลงบนพื้นแล้วคุกเข่าลงไปกอดตอบรุ่นพี่สาวเอาไว้แน่น"พี่พาย... พี่พายใจเย็นๆ นะคะ เกิดอะไรขึ้น ทำไมร้องไห้หนักขนาดนี้?" มีนาเอ่ยถามเสียงสั่น ลูบแผ่นหลังที่กำลังสั่นสะท้านของพะพายอย่างอ่อนโยน"ฮือออ พี่เข้าใจแล้วมีนา พี่รู้ซึ้งแล้วว่าความเจ็บปวดมันเป็นยังไง ฮึก พี่ขอโทษที่พี่เคยทำเลวกับมีนานะ พี่ขอโทษที่พี่เคยทำให้มีนากับซีนต้องเข้าใจผิดกัน ฮือออ พี่มันเลว พี่มันสมควรโดนแบบนี้แล้วใช่ไหม"พะพายพร่ำบอกคำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกผิดบาปในอดีตที่เธอเคยจงใจเข้าไปสวมกอดซีนตอนที่เขาหลับเพื่อทำให้มีนาเข้าใจผิด มันย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของเธอเองในวันนี้วันที่เธอต้องมาเผชิญกับภาพบาดตาบาดใจในรูปแบบเดียวกัน เธอกำลังชดใช้กรรมใช่ไหม นี่คือสิ่งที่สวร
"ฮึก ไปคอนโดlilit ค่ะพี่ ฮือ"เสียงหวานที่สั่นเครือและเต็มไปด้วยเสียงสะอื้น เอ่ยบอกจุดหมายปลายทางกับคนขับรถแท็กซี่ทันทีที่ก้าวขึ้นมานั่งบนเบาะหลัง พะพายยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเอง ปล่อยให้น้ำตาแห่งความเสียใจไหลรินออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้อีกต่อไป ร่างเล็กสั่นเทาไปทั้งตัวเธอวิ่งหนีออกมาจากคอนโดของเกียร์อย่างไม่รู้ทิศรู้ทาง ขาทั้งสองข้างก้าวสลับกันไปข้างหน้าด้วยความรู้สึกที่เหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมาตรงหน้า ภาพที่ผู้หญิงคนนั้นโน้มตัวลงไปหาเกียร์ และภาพที่ท่อนแขนแกร่งของเขายกขึ้นมาจับแขนของยัยแยมเอาไว้ มันฉายวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกตอกย้ำให้กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกทันทีที่แท็กซี่จอดเทียบหน้าคอนโดส่วนตัวของเธอ พะพายก็จ่ายเงินลวกๆ แล้วรีบวิ่งขึ้นลิฟต์ตรงดิ่งกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง ทันทีที่บานประตูถูกปิดลง ร่างบางก็ทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นห้องอย่างหมดเรี่ยวแรง"ฮือออ ทำไม ทำไมมึงทำแบบนี้วะเกียร์ ฮึก"พะพายกอดเข่าตัวเองแน่น ซุกใบหน้าลงกับท่อนแขนแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างน่าสงสาร ความเจ็บปวดที่ก่อตัวขึ้นในอกมันรุนแรงจนเธอแทบจะหายใจไม่ออก สองมือเล็กยกขึ้นมากำเสื้อบริเวณตำแหน่งหั







