مشاركة

- 4 - ไม่แย่

last update تاريخ النشر: 2026-07-26 00:35:46

"ช่วงที่มึงรักษาตัว... ซีนกับมีนามันคุยกันโอเคแล้วนะ มึงไม่ได้ต้องไปเครียดมากหรอกพาย มันอาจจะนิ่งๆไปหน่อย มึงก็ต้องยอมรับให้ได้ เข้าใจไหม"

เสียงทุ้มของเกียร์ดังขึ้นทำลายความเงียบภายในรถ หลังจากที่เขาหมุนพวงมาลัยหักเลี้ยวเข้าจอดเทียบในช่องจอดรถของคณะ เครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับความเงียบที่โรยตัวกลับมาอีกครั้ง พะพายนั่งตัวเกร็ง สองมือเล็กกำชายกระโปรงของตัวเองเอาไว้แน่น

วันนี้เป็นวันแรกที่เธอต้องกลับมาเผชิญหน้ากับทุกคนหลังจากที่หยุดพักรักษาตัวไปนานหลายสัปดาห์ ความกลัวและความประหม่าตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ

เธอไม่รู้เลยว่าสายตาของทุกคนจะมองเธอแบบไหน จะรังเกียจ จะสมเพช หรือจะเกลียดชัง... โดยเฉพาะซีนกับมีนา

ฝ่ามือหนาและอบอุ่นของเกียร์เอื้อมมาแตะลงบนไหล่เล็กที่กำลังสั่นเทาเบาๆ สัมผัสนั้นไม่ได้ฉาบฉวย แต่เป็นการบีบกระชับเพื่อส่งผ่านกำลังใจทั้งหมดที่เขามีไปให้เธอ

พะพายสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ค่อยๆคลายมือที่กำชายกระโปรงออก แล้วหันไปสบตากับคนข้างๆ

"อืม อย่างน้อยถ้าพวกมันไม่เดินหนีกู กูก็คงพอไหวแหละ" เสียงหวานตอบกลับแผ่วเบา แววตาของเธอยังคงสั่นไหวด้วยความไม่มั่นใจ

ป๊อก!

"โอ๊ย!"

พะพายสะดุ้งสุดตัว ยกมือขึ้นกุมหน้าผากตัวเองทันทีเมื่อโดนกำปั้นของคนตัวโตเขกเข้าให้อย่างจัง แม้จะไม่ได้แรงมาก แต่มันก็พอทำให้ความกังวลเมื่อครู่ปลิวหายไปได้ชั่วขณะ

"เลิกทำตัวคิดมากได้ละ ทำหน้าซึมเป็นส้วมซึมอยู่ได้ สรุปนั่นหน้าหรือตูดวะ" เกียร์พูดด้วยน้ำเสียงกวนทั้งเลิกคิ้วมองเธออย่างล้อเลียน

"ไอ้เกียร์! ไอ้บ้า!" พะพายแหวเข้าให้ ก่อนจะฟาดมือลงบนท่อนแขนแกร่งของเขาเต็มแรงไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้

เกียร์หัวเราะร่วน ไม่ได้สะทกสะท้านกับแรงตีของเธอเลยสักนิด ร่างสูงเปิดประตูรถฝั่งคนขับแล้วก้าวลงไปยืนรออย่างสบายใจ พะพายสูดลมหายใจเรียกความกล้าให้ตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะผลักบานประตูรถออกไปเผชิญกับโลกความจริง

ทั้งสองคนเดินเคียงข้างกันไปยังซุ้มม้าหินอ่อนใต้ตึกเรียน ซึ่งเป็นจุดรวมพลประจำของแก๊งพวกเขา ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ จังหวะหัวใจของพะพายก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นจนแทบจะทะลุออกมา

ที่โต๊ะม้าหินอ่อนตัวยาว โซ่กับเจ้าขากำลังนั่งคุยกันกระหนุงกระหนิงตามประสาคนเป็นแฟน ถัดไปอีกฝั่งคือซีนที่กำลังก้มหน้ากดโทรศัพท์ โดยมีมีนานั่งอ่านหนังสือเรียนอยู่ข้างๆ

ทุกอย่างดูเป็นปกติ... จนกระทั่งสายตาของมีนาเงยขึ้นมาปะทะกับร่างของพะพายที่กำลังเดินเข้ามา

ชั่ววินาทีนั้นบรรยากาศรอบโต๊ะพลันชะงักงัน โซ่กับเจ้าขาหันมามองตาม ซีนเองก็ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์เงยหน้าขึ้นมามองเธอเช่นกัน

มีนาชะงักไปเล็กน้อย มือเล็กที่กำลังเปิดหน้าหนังสือค่อยๆปิดมันลง ก่อนจะรวบสมุดและปากกาใส่กระเป๋าผ้าของตัวเอง

สีหน้าของหญิงสาวรุ่นน้องไม่ได้มีความโกรธแค้น หรือแสดงท่าทีรังเกียจอะไรออกมาให้เห็น มันเป็นเพียงความเรียบเฉยที่คาดเดาอารมณ์ไม่ออก แต่การกระทำที่เตรียมจะลุกหนีนั้นก็ชัดเจนพอที่จะทำให้ใจของพะพายหล่นวูบ

"พี่ซีน เดี๋ยวมีนาขอตัวไปเตรียมพรีเซนต์งานที่คณะก่อนนะ"

มีนาหันไปบอกแฟนหนุ่มด้วยน้ำเสียงปกติ ก่อนจะสะพายกระเป๋าขึ้นไหล่แล้วทำท่าจะเดินออกไป โดยไม่ได้เอ่ยทักทายพะพายเลยแม้แต่คำเดียว

พะพายเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกผิดตีรวนขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว ถ้าปล่อยให้มีนาเดินจากไปแบบนี้ กำแพงระหว่างพวกเธอคงไม่มีวันถูกทลายลงได้

ในจังหวะที่มีนากำลังจะเดินสวนไปนั้นเอง พะพายก็ตัดสินใจเอื้อมมือออกไปรั้งแขนของรุ่นน้องเอาไว้

มีนาหยุดชะงักหันกลับมามองใบหน้าหวานของรุ่นพี่ต่างคณะด้วยแววตาประหลาดใจเล็กน้อย

พะพายอึกอัก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันสลับกับคลายออกอยู่หลายครั้ง ก่อนที่ความกล้าทั้งหมดจะถูกเค้นออกมาผ่านน้ำเสียงที่สั่นเครือ

"มีนา พี่ขอโทษนะ"

คำขอโทษที่หลุดออกมาจากปากของคนที่ขึ้นชื่อว่าเย่อหยิ่งและเอาแต่ใจที่สุดอย่างพะพาย ทำให้ทุกคนบนโต๊ะถึงกับเบิกตากว้าง ซีนหันขวับมามองด้วยความตกตะลึง โซ่กับเจ้าขาก็มองหน้ากันอย่างไม่อยากจะเชื่อหู

มีนาเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เธอทำหน้างงๆ มองลึกเข้าไปในดวงตาของพะพายที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างแท้จริง ไม่มีแววตาเสแสร้ง หรือการเรียกร้องความสนใจเหมือนที่ผ่านมา มันมีเพียงความเสียใจที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

ความเงียบโรยตัวลงมาครู่หนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มบางๆจะค่อยๆปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของมีนา

"อื้อ"

มีนาพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมืออีกข้างมาจับมือของพะพายที่รั้งแขนตัวเองเอาไว้ บีบมันเบาๆ ฝเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นและความเข้าใจ

"พี่พายไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ เรื่องมันผ่านมาแล้ว"

น้ำเสียงของมีนาอ่อนโยนและไม่มีวี่แววของการประชดประชัน เธอเว้นจังหวะไปนิด ก่อนจะพูดต่อด้วยรอยยิ้มที่กว้างขึ้น

"อีกอย่างมันก็ไม่ใช่แค่ความผิดของพี่คนเดียวสักหน่อย คนแถวนี้ก็ผิดด้วยแหละค่ะ ที่ไม่รู้จักขีดเส้นแบ่งให้ชัดเจนแต่แรก"

มีนาปรายตามองไปทางซีนที่กำลังนั่งทำหน้าเหลอหลาอยู่บนม้าหินอ่อน

"อ้าว" ซีนชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ทำหน้างงงวยขั้นสุด

"กูโดนเฉยเลยเว้ย อะไรวะเนี่ย อยู่เฉยๆหวยก็ลงเฉย"

"ฮ่าๆๆๆ"

คำพูดติดตลกและหน้าตาเหวอๆของซีน ทำให้บรรยากาศที่แสนอึดอัดและตึงเครียดเมื่อครู่กระจายหายไปในพริบตา

โซ่กับเจ้าขาหลุดหัวเราะออกมาดังลั่น พะพายเองก็เผลอระบายยิ้มออกมาทั้งที่ขอบตายังแดงรื้น ความประหม่าที่ทับถมอยู่ในใจของเธอถูกยกออกไปจนหมดสิ้น

มีนาหันกลับมามองพะพายอีกครั้ง แววตาของรุ่นน้องตรงหน้าเต็มไปด้วยความปรารถนาดีอย่างแท้จริง

"พี่พาย รักษาใจตัวเองให้หายนะคะ" มีนาเอ่ยเสียงนุ่ม ก่อนจะช้อนสายตาขึ้น มองเลยผ่านไหล่ของพะพายไปด้านหลัง

"รีบๆหายล่ะ เพราะมีใครบางคน เขารอพี่อยู่นะคะ"

สิ้นประโยคนั้นมีนาก็เหลือบสายตาไปทางเกียร์ที่ยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ข้างๆ อย่างจงใจ

"อะแฮ่ม!"

เกียร์สะดุ้งนิดๆก่อนจะแกล้งกระแอมไอกลบเกลื่อน ยกมือขึ้นลูบท้ายทอยตัวเอง ใบหน้าหล่อเหลาหันไปมองนกมองไม้บนต้นไม้อย่างมีพิรุธสุดๆจนใบหูเริ่มขึ้นสีเลือดฝาด มีนายิ้มขำกับปฏิกิริยานั้น ก่อนจะบอกลาทุกคน

"งั้นมีนาไปเรียนก่อนนะคะ เจอกันตอนเย็นค่ะพี่ซีน สวัสดีค่ะพี่ๆทุกคน น้องเจ้าขา"

เมื่อร่างของมีนาเดินลับสายตาไป พะพายก็หันขวับไปมองหน้าเกียร์ทันทีด้วยความสงสัยกับประโยคทิ้งท้ายของรุ่นน้อง

"รออะไร? มึงรออะไรกูเหรอเกียร์" เธอถามด้วยใบหน้าซื่อๆ

"อะ เอ้า มึงไม่รู้เหรอ กูก็รอให้มึงหายบ้าไง จะได้มาช่วยกูปั่นโปรเจกต์สักที กูแบกจนหลังจะหักอยู่แล้วเนี่ย" เกียร์อึกอัก ตอบตะกุกตะกักพลางโวยวายกลบเกลื่อนอาการเขินของตัวเอง

พะพายหรี่ตามองอย่างจับผิด แต่ยังไม่ทันจะได้ซักไซ้อะไรต่อ เสียงของซีนก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน

"ไอ้เกียร์ ไอ้พาย พวกมึงจะยืนทำห่าอะไรกันครับ แดดมันร้อน นั่งกันสิวะ ยืนจ้องตากันเป็นปลากัดอยู่ได้"

พะพายสะดุ้ง ละสายตาจากเกียร์แล้วเดินไปนั่งลงบนม้าหินอ่อนฝั่งตรงข้ามกับซีน โดยมีเกียร์เดินตามมานั่งขนาบข้าง

เมื่อได้นั่งลงเผชิญหน้ากับเพื่อนสนิทที่เปรียบเสมือนโลกทั้งใบของเธอมาตลอด ความรู้สึกผิดก็กลับมาจู่โจมอีกครั้ง พะพายสูดลมหายใจเข้าลึกๆมองหน้าซีนด้วยแววตาจริงจัง

"ซีน คือกู..."

"หยุด!"

ยังไม่ทันที่พะพายจะได้พูดประโยคขอโทษ ซีนก็ยกมือขึ้นห้ามปรามเสียก่อน ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมาพร้อมกับถอนหายใจยาว

"ไม่ต้องมาทำซึ้งเลยมึง กูขนลุก ข้ามบทดราม่าไปเลย กูขี้เกียจร้องไห้" ซีนพูดด้วยรอยยิ้มบางๆที่แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้โกรธเคืองอะไรเธอแล้ว

"เปลี่ยนจากขอโทษกู... เป็นไปบอกรักไอ้เกียร์แทนเหอะไป"

"ฮะ!?" พะพายเบิกตากว้าง อ้าปากค้างกับสิ่งที่ได้ยิน

"ไม่ต้องมาทำหน้าเหวอ หายไปด้วยกันตั้งหลายวันเลยนะพวกมึงสองคนน่ะ ทิ้งให้พวกกูเรียนหัวฟูอยู่ทางนี้ สรุปยังไงเนี่ย มีอะไรในกอไผ่หรือเปล่า"

ซีนหรี่ตามองจับผิดเพื่อนสนิททั้งสองคนอย่างออกรสออกชาติ โซ่เองก็พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยอยู่ข้างๆ พะพายหน้าแดงก่ำ อ้าปากเตรียมจะด่าเพื่อนจอมแซว

"ไอ้ซีน! มึงจะบ้าเหรอ! กูไข้ขึ้น กูเข้าโรงพยาบาลเว้ย ไม่ได้ไปไหน! แล้วกูกับไอ้เกียร์ก็..."

ฟรุ่บ!

ปุ๊!

"โอ๊ย! ไอ้เหี้ย!"

ยังไม่ทันที่พะพายจะพูดจบประโยค จู่ๆเกียร์ที่นั่งเงียบมาตลอดก็เอื้อมมือไปคว้าแก้วชาไข่มุกของเจ้าขาที่วางอยู่บนโต๊ะ ซึ่งยังไม่ได้เจาะหลอดดูดเลยด้วยซ้ำ

เขาจัดการเสียบหลอดลงไปอย่างรวดเร็ว ดูดเอาเม็ดไข่มุกสีดำเมี่ยมเข้าปาก แล้วพ่นใส่หน้าผากของซีนอย่างแม่นยำราวกับจับวาง ซีนร้องลั่น ยกมือขึ้นกุมหน้าผากตัวเองที่มีเม็ดไข่มุกติดหนึบอยู่

"ฮ่าๆๆๆ โคตรแม่น!"

เกียร์ระเบิดเสียงหัวเราะลั่น ทำหน้าตายียวนกวนประสาทแบบเด็กประถมที่เพิ่งแกล้งเพื่อนสำเร็จ

"ไอ้เหี้ยเกียร์! สกปรกชิบหาย! มึงตายยยย!"

ซีนปัดไข่มุกทิ้ง ก่อนจะกระโดดข้ามโต๊ะม้าหินอ่อนหมายจะตะครุบตัวคนก่อเรื่อง แต่เกียร์ไวกว่า เขาลุกพรวดขึ้นแล้วสับขาหลอกวิ่งหนีไปรอบๆลานเกียร์อย่างรวดเร็ว

"เฮ้ย! ไอ้สัสเกียร์ นั่นชาไข่มุกแฟนกู มึงเอาคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย!"

โซ่ที่เพิ่งตั้งสติได้ว่าเครื่องดื่มของแฟนตัวเองโดนขโมยไปหน้าด้านๆก็ลุกขึ้นตะโกนด่าลั่น ก่อนจะออกตัววิ่งกวดตามซีนไปติดๆ ฝ

"แน่จริงก็จับกูให้ได้ดิวะ ไอ้พวกเวร! ฮ่าๆๆๆ"

เสียงตะโกนด่าทอ เสียงหัวเราะ และภาพของผู้ชายตัวโตสามคนที่วิ่งไล่เตะตูดกันไปมาเหมือนเด็กประถม แย่งแก้วชาไข่มุกกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำเอาลานเกียร์ที่เคยเงียบสงบกลับมามีชีวิตชีวาและวุ่นวายอีกครั้ง

พะพายนั่งมองภาพความวุ่นวายเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก น้ำตาแห่งความโล่งใจและรอยยิ้มที่กว้างที่สุดในรอบหลายเดือนปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวานอย่างเป็นธรรมชาติ ความหนักอึ้งที่เคยกดทับหัวใจมลายหายไปจนหมดสิ้น

โลกของเธอไม่ได้พังทลายลงไปเลย... เพื่อนของเธอยังคงอยู่ที่นี่ ยังคงเป็นไอ้พวกบ้าบอที่คอยสร้างเสียงหัวเราะให้เธอเสมอ

ในขณะที่พะพายกำลังเหม่อมองเพื่อนๆวิ่งเล่นกันอยู่นั้น สัมผัสนุ่มนวลจากฝ่ามือของใครบางคนก็เอื้อมมากอบกุมมือของเธอเอาไว้เบาๆ

พะพายหันไปมอง ก็พบว่าเป็นเจ้าขาแฟนสาวของโซ่ เจ้าขาส่งยิ้มหวานละมุนมาให้เธอ เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและเข้าใจโลก

"พี่พายคะ..." เสียงใสเอ่ยเรียกเบาๆ

"หืม? ว่าไงเจ้าขา"

เจ้าขามองตามสายตาของพะพายไปยังร่างสูงของเกียร์ที่กำลังวิ่งหลบลูกเตะของโซ่อยู่ไกลๆ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับรุ่นพี่สาวอีกครั้ง

"จริงๆแล้ว... พี่เกียร์เขาก็ไม่ได้แย่ใช่ไหมคะ?"

คำถามนั้นเปรียบเสมือนกุญแจดอกเล็กๆที่ไขเข้ามาในหัวใจของพะพายอย่างจัง เธอชะงักงันไปชั่วครู่ ดวงตากลมโตทอดมองไปยังแผ่นหลังกว้างของผู้ชายคนที่กำลังส่งเสียงโวยวายลั่นลานเกียร์

ผู้ชายที่มักจะทำตัวกวนประสาท ปากหมา และดูเหมือนไม่เคยจริงจังกับอะไร

แต่ทว่า... ในช่วงเวลาที่โลกทั้งใบของเธอแหลกสลายลงต่อหน้าต่อตา ในช่วงเวลาที่ทุกคนผลักไสเธอออกไปและจมดิ่งอยู่กับความมืดมิด... ก็มีแค่ผู้ชายคนนี้แหละ ที่ไม่เคยปล่อยมือเธอเลย

เขาคือคนที่พังประตูเข้าไปช่วยชีวิตเธอ เขาคือคนที่นั่งเฝ้าเธอที่โรงพยาบาลไม่ยอมห่าง เขาคือคนที่ยอมทำกิจกรรมงี่เง่าๆเพื่อให้เธอใจเย็นลง

เขาคือคนที่พาเธอไปไหว้พ่อกับแม่ และเขา... คือคนที่ยอมทำตัวเป็นตัวตลก พ่นไข่มุกใส่เพื่อนเพื่อเปลี่ยนเรื่องและปกป้องเธอจากความอึดอัดเมื่อครู่นี้

ทางด้านเกียร์แม้จะกำลังวิ่งหนีฝ่าเท้าของเพื่อนอยู่ แต่การรับฟังของเขากลับพุ่งเป้ามาที่โต๊ะม้าหินอ่อนอย่างจดจ่อ เขาแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน แกล้งวิ่งเหยาะๆให้ช้าลงเพื่อรอฟังคำตอบจากปากของคนตัวเล็ก

พะพายมองภาพเกียร์ที่กำลังหัวเราะร่า รอยยิ้มบางๆระบายขึ้นบนริมฝีปากของเธออีกครั้ง มันเป็นรอยยิ้มที่ออกมาจากหัวใจจริงๆ

เธอพยักหน้าเบาๆให้กับเจ้าขา ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเองเป็นครั้งแรก

"อืม... ก็ไม่แย่หรอก"

แม้เสียงนั้นจะแผ่วเบา แต่สำหรับคนที่ตั้งใจฟังอยู่อย่างเกียร์ มันกลับดังก้องไปถึงขั้วหัวใจ เขาเผลอหยุดชะงักรอยยิ้มกว้างจนแทบจะถึงใบหูปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา และเพราะการหยุดชะงักนั้นเอง...

ป้าบ!

"โอ๊ย! ไอ้เหี้ยโซ่! มึงถีบตูดกูทำไมเนี่ย!"

เกียร์หน้าทิ่มลงไปกองกับพื้นหญ้า โดนเพื่อนรักทั้งสองคนรุมกระทืบซ้ำข้อหาขโมยชาไข่มุก แต่ถึงแม้จะเจ็บตัวและโดนด่าจนหูชา... หัวใจของเขากลับพองโตและมีความสุขที่สุดในโลก

พะพายหัวเราะเสียงใส มองดูผู้ชายที่เป็นดั่งเซฟโซนคนใหม่ของเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม... ไม่ใช่สายตาที่มองแค่เพื่อนจอมกวนประสาทอีกต่อไป แต่เป็นสายตาที่เริ่มเปิดรับความรู้สึกใหม่ๆ ที่ค่อยๆแทรกซึมเข้ามาเยียวยาบาดแผลในใจของเธอทีละนิดๆอย่างไม่รู้ตัว

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เกียร์ร้ายคล้องใจพะพาย   -41 -จบบริบูรณ์

    "จ้องหน้าพายขนาดนี้ กะจะกลืนพายลงท้องไปเลยหรือไงเกียร์""ถ้ากลืนได้กูกลืนไปนานแล้ว ไม่ปล่อยให้มึงมานอนบ่นกูฉอดๆ อยู่บนเตียงแบบนี้หรอกน่า"เสียงทุ้มที่เต็มไปด้วยความหยอกเย้าดังขึ้นพร้อมกับท่อนแขนแกร่งที่กระชับกอดรัดเอวบางให้ขยับเข้ามาแนบชิดมากยิ่งขึ้นแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่เข้ามาภายในห้องนอนกว้าง กระทบกับร่างสองร่างที่ยังคงนอนตระกองกอดกันอยู่บนเตียงคิงไซส์พะพายขยับตัวยุกยิกอยู่ในอ้อมกอดของเกียร์ เธอเงยหน้าขึ้นจากแผงอกกว้าง สบตากับนัยน์ตาคมกริบที่กำลังทอดมองมาที่เธอด้วยความรักที่ปิดไม่มิด รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากของคนที่เพิ่งตื่นนอน"ปล่อยเลย พายจะลุกไปอาบน้ำแล้ว สายป่านนี้แล้วเนี่ย" พะพายดันแผงอกเขาเบาๆ"ไม่อาววว วันนี้วันหยุด มึงจะรีบตื่นไปไหนวะ นอนกอดกันต่ออีกนิดนึงไม่ได้หรือไง"เกียร์ลากเสียงยาวอย่างออดอ้อน ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนและซอกคอหอมกรุ่นของแฟนสาวอย่างเอาแต่ใจ"ไอ้บ้าเกียร์ หนวดทิ่มคอพายเนี่ย! จั๊กจี้นะ!"พะพายหัวเราะคิกคัก พยายามหดคอหนีสัมผัสสากๆ จากไรหนวดที่เพิ่งขึ้นบางๆ ของเขา"ก็ใครใช้ให้มึงตัวหอมขนาดนี้วะพาย กูดมเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอเลยจริงๆ""เวอร์ละมึงอะ น

  • เกียร์ร้ายคล้องใจพะพาย   - 40 -โตขึ้นเยอะ

    "เล่ามาให้หมด ว่าพวกเธอร่วมมือกันทำบ้าอะไรลงไป พูดความจริงออกมา อย่าให้กูต้องหมดความอดทน"เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของเกียร์ดังก้องไปทั่วห้องพักฟื้นผู้ป่วยพิเศษ นัยน์ตาคมกริบของเขาจ้องเขม็งไปยังร่างของเธอสองคนที่กำลังนั่งคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้นห้อง โดยมีโซ่กับซีนยืนกอดอกตีหน้าขรึมคุมเชิงอยู่ด้านหลังบนเตียงผู้ป่วย เกียร์ยังคงนั่งพิงหัวเตียงโดยมีร่างเล็กของพะพายซุกตัวอยู่ในอ้อมกอด ท่อนแขนแกร่งของเขาโอบรัดรอบเอวบางเอาไว้แน่นราวกับจะปกป้องเธอจากทุกสิ่งบนโลกใบนี้"ฮึก แยม แยมขอโทษค่ะพี่เกียร์"แยมสะอื้นไห้จนตัวโยน ใบหน้าที่เคยสะสวยและเย่อหยิ่งบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและความหวาดกลัว"แยมไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องมันบานปลายขนาดนี้ แยมก็แค่อยาก... อยากจะหาโอกาสเข้าไปดูแลพี่เกียร์ตอนที่พี่พายไม่อยู่ แยมแค่อยากให้พี่เกียร์หันมามองแยมบ้าง""แล้วมึงก็เลยกล้าใช้ชื่อกูไปแอบอ้างกับพนักงานข้างล่างงั้นสิ?"พะพายที่นั่งพิงอกเกียร์อยู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ได้เกรี้ยวกราดเหมือนเมื่อก่อน แต่แววตาของเธอก็ยังคงมีความเด็ดขาด"หนู... หนูขอโทษค่ะคุณพาย!" พนักงานต้อนรับที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้าง

  • เกียร์ร้ายคล้องใจพะพาย   -39 -เกียร์อยู่นี่

    "ไอ้ซีน กูมีเรื่องอยากให้มึงช่วยหน่อยว่ะ"น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าจากพิษไข้ เอ่ยทำลายความเงียบงันภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาลเกียร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง นัยน์ตาคมกริบที่เคยแข็งกร้าวและดุดัน บัดนี้ทอดมองเพียงแค่ใบหน้าซีดเซียวของคนที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความปวดร้าวฝ่ามือหนาที่ยังคงรุมๆ ด้วยอุณหภูมิความร้อนของร่างกาย เอื้อมไปลูบกลุ่มผมยาวสลวยของพะพายอย่างเบามือและทะนุถนอมที่สุดก่อนที่เขาจะเลื่อนมือลงมากอบกุมฝ่ามือเล็กที่เย็นเฉียบเอาไว้ ยกมันขึ้นมาจรดริมฝีปาก ประทับรอยจุมพิตลงบนหลังมือของเธอเนิ่นนาน ราวกับต้องการถ่ายทอดความรู้สึกผิดและความรักทั้งหมดที่มีส่งผ่านไปให้ถึงหัวใจของคนหลับเกียร์ค่อยๆ ละริมฝีปากออก ก่อนจะหันขวับไปสบตากับซีนที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่ไม่ไกล แววตาของเกียร์แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและเย็นเยียบจนน่าขนลุก"กูต้องการให้แยมได้รับบทเรียน บทเรียนที่สาสมกับสิ่งที่มันทำ ให้มันรู้ว่าการล้ำเส้นและทำให้พายเป็นแบบนี้ มันจะต้องเจอกับอะไร มึงจัดการให้กูทีนะไอ้ซีน เอาให้มันไม่มีที่ยืนไปเลย"ซีนพยักหน้ารับอย่างหนักแน่นโดยไม่ต้องเสียเ

  • เกียร์ร้ายคล้องใจพะพาย   - 38 -ไม่มีวัน

    "หมอครับ! พยาบาล! ช่วยแฟนผมด้วยครับ พาย... พายได้ยินกูไหม แข็งใจไว้นะพาย"เสียงทุ้มที่แหบพร่าและสั่นเครือตะโกนลั่นไปทั่วบริเวณโถงทางเดินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังร่างสูงใหญ่ของเกียร์ที่กำลังถูกเผาผลาญด้วยพิษไข้ขั้นรุนแรง อุ้มร่างเล็กที่หมดสติและสั่นเกร็งของพะพายวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาด้วยความรวดเร็วและตื่นตระหนกสุดขีดในเวลานี้เขาลืมความเจ็บป่วยของตัวเองไปจนหมดสิ้น สัญชาตญาณเดียวที่หลงเหลืออยู่ในหัวคือ เขาต้องช่วยผู้หญิงในอ้อมกอดให้ปลอดภัยให้เร็วที่สุดบุรุษพยาบาลและทีมแพทย์ฉุกเฉินรีบเข็นเตียงมารับร่างของพะพายอย่างรวดเร็ว เกียร์วางร่างของแฟนสาวลงบนเตียงด้วยมือที่สั่นเทา ดวงตาคมกริบที่แดงก่ำจ้องมองใบหน้าซีดเซียวของคนรักไม่วางตา ขณะที่เตียงกำลังถูกเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉิน"ญาติรออยู่ด้านนอกก่อนนะคะ เข้าไปไม่ได้ค่ะ" พยาบาลดึงแขนของเกียร์เอาไว้เมื่อเขากำลังจะก้าวตามเข้าไปเกียร์ชะงักฝีเท้า เขาจับขอบประตูห้องฉุกเฉินเอาไว้แน่น ก่อนจะช้อนสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและเว้าวอนมองหน้าคุณหมอเวรที่กำลังจะเดินตามเข้าไป"หมอครับ ฝากเขาด้วยนะครับหมอ ฝากชีวิตแฟนผมด้วยนะครับ""ไม่ต้องห่วงครับ หมอจะดูแลอย

  • เกียร์ร้ายคล้องใจพะพาย   -37 -ช็อก

    "มีนา ฮึก พี่ขอโทษ พี่ขอโทษจริงๆ นะมีนา ฮือออ"เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจดังขึ้นทันทีที่บานประตูห้องเปิดออก ร่างเล็กของพะพายที่ทรุดตัวนั่งอยู่บนพื้นห้องโผเข้ากอดเอวของมีนาเอาไว้แน่น น้ำตาเม็ดโตไหลทะลักอาบสองแก้มจนเปรอะเปื้อนเสื้อของรุ่นน้องสาวจนชุ่มชื้นไปหมดมีนาที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงพร้อมกับเจ้าขาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอรีบทิ้งกระเป๋าสะพายลงบนพื้นแล้วคุกเข่าลงไปกอดตอบรุ่นพี่สาวเอาไว้แน่น"พี่พาย... พี่พายใจเย็นๆ นะคะ เกิดอะไรขึ้น ทำไมร้องไห้หนักขนาดนี้?" มีนาเอ่ยถามเสียงสั่น ลูบแผ่นหลังที่กำลังสั่นสะท้านของพะพายอย่างอ่อนโยน"ฮือออ พี่เข้าใจแล้วมีนา พี่รู้ซึ้งแล้วว่าความเจ็บปวดมันเป็นยังไง ฮึก พี่ขอโทษที่พี่เคยทำเลวกับมีนานะ พี่ขอโทษที่พี่เคยทำให้มีนากับซีนต้องเข้าใจผิดกัน ฮือออ พี่มันเลว พี่มันสมควรโดนแบบนี้แล้วใช่ไหม"พะพายพร่ำบอกคำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกผิดบาปในอดีตที่เธอเคยจงใจเข้าไปสวมกอดซีนตอนที่เขาหลับเพื่อทำให้มีนาเข้าใจผิด มันย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของเธอเองในวันนี้วันที่เธอต้องมาเผชิญกับภาพบาดตาบาดใจในรูปแบบเดียวกัน เธอกำลังชดใช้กรรมใช่ไหม นี่คือสิ่งที่สวร

  • เกียร์ร้ายคล้องใจพะพาย   - 36 - เวรกรรม

    "ฮึก ไปคอนโดlilit ค่ะพี่ ฮือ"เสียงหวานที่สั่นเครือและเต็มไปด้วยเสียงสะอื้น เอ่ยบอกจุดหมายปลายทางกับคนขับรถแท็กซี่ทันทีที่ก้าวขึ้นมานั่งบนเบาะหลัง พะพายยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเอง ปล่อยให้น้ำตาแห่งความเสียใจไหลรินออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้อีกต่อไป ร่างเล็กสั่นเทาไปทั้งตัวเธอวิ่งหนีออกมาจากคอนโดของเกียร์อย่างไม่รู้ทิศรู้ทาง ขาทั้งสองข้างก้าวสลับกันไปข้างหน้าด้วยความรู้สึกที่เหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมาตรงหน้า ภาพที่ผู้หญิงคนนั้นโน้มตัวลงไปหาเกียร์ และภาพที่ท่อนแขนแกร่งของเขายกขึ้นมาจับแขนของยัยแยมเอาไว้ มันฉายวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกตอกย้ำให้กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกทันทีที่แท็กซี่จอดเทียบหน้าคอนโดส่วนตัวของเธอ พะพายก็จ่ายเงินลวกๆ แล้วรีบวิ่งขึ้นลิฟต์ตรงดิ่งกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง ทันทีที่บานประตูถูกปิดลง ร่างบางก็ทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นห้องอย่างหมดเรี่ยวแรง"ฮือออ ทำไม ทำไมมึงทำแบบนี้วะเกียร์ ฮึก"พะพายกอดเข่าตัวเองแน่น ซุกใบหน้าลงกับท่อนแขนแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างน่าสงสาร ความเจ็บปวดที่ก่อตัวขึ้นในอกมันรุนแรงจนเธอแทบจะหายใจไม่ออก สองมือเล็กยกขึ้นมากำเสื้อบริเวณตำแหน่งหั

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status