تسجيل الدخولต้นจ้องชื่อของตัวเองบนหน้าจออย่างไม่กะพริบ หัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงชัดอยู่ในอก ข้างชื่อของเขาไม่มีเครื่องหมายใดเลย ต่างจากชื่อของศักดิ์ชัย กิตติ และวิชาญที่ถูกทำเครื่องหมายกากบาทสีแดงไว้เรียบร้อย ราวกับเป็นรายชื่อของคนที่ถูกกำจัดไปแล้ว“สารวัตร…” ต้นพูดเสียงแผ่ว “ทำไมชื่อผมถึงอยู่ในนี้”ภาคินยังคงมองหน้าจอด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “ผมยังตอบไม่ได้ แต่คุณกำลังตกเป็นเป้าหมายแน่นอน”สมชายกลืนน้ำลาย “แล้วเครื่องหมายว่างหมายถึงอะไรครับ”ไม่มีใครตอบได้ เจ้าหน้าที่ไอทีเลื่อนดูข้อมูลต่อ พบคอลัมน์อีกช่องหนึ่งที่ถูกซ่อนไว้ เมื่อปลดล็อกออก ทุกคนก็เห็นข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้นกำลังดำเนินการห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ต้นรู้สึกเหมือนร่างกายเย็นเฉียบ คำว่ากำลังดำเนินการหมายความว่าแผนของคนร้ายยังไม่สิ้นสุด และเหยื่อรายต่อไปอาจเป็นเขาภาคินปิดหน้าจอลงทันที “ถ่ายสำเนาข้อมูลทั้งหมด เก็บต้นฉบับไว้เป็นหลักฐาน และตัดการเชื่อมต่อเครื่องนี้จากระบบทันที”“ครับ”เจ้าหน้าที่รีบดำเนินการอย่างรวดเร็ว ระหว่างนั้นฝ่ายพิสูจน์หลักฐานอีกคนก็เดินเข้ามาพร้อมถุงพลาสติกใส สารวัตรครับ พบลายนิ้วมือบนแก้วกาแฟ”ชัดไหม”พอสมควรครับ แต่
ห้องสอบสวนชั่วคราวเงียบจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานสม่ำเสมอ ทุกสายตาหยุดอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์ในมือของสารวัตรภาคิน ชื่อผู้ครอบครองหมายเลขโทรศัพท์ยังคงแสดงอยู่บนหน้าจอศักดิ์ชัยชายที่เสียชีวิตไปเมื่อสามปีก่อนไม่มีใครพูดอะไรอยู่หลายวินาที ภาคินส่งโทรศัพท์ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนทันที“ตรวจสอบทุกอย่าง หมายเลขนี้ถูกใช้โทรเข้ามาได้อย่างไร ผมต้องรู้ว่าโทรมาจากที่ไหน ใช้อุปกรณ์อะไร และมีการปลอมแปลงสัญญาณหรือไม่”ครับสารวัตร”เจ้าหน้าที่รีบวิ่งออกจากห้อง ต้นยังยืนนิ่ง หัวใจเต้นแรงไม่หยุด น้ำเสียงในสายเมื่อครู่ยังคงติดอยู่ในหัว“ถ้าไม่อยากเป็นศพที่สาม…หยุดขุดอดีต”มันไม่ใช่คำขู่ลอย ๆแต่มันคือคำเตือนจากคนที่กำลังจับตาดูทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขา ภาคินหันมามองต้น“ตั้งแต่เข้ามาในบริษัทวันนี้ คุณไปไหนมาบ้าง”ต้นพยายามนึก ผมอยู่ห้องเก็บเอกสาร ห้องประชุม แล้วก็ลงไปชั้นใต้ดินกับทุกคนครับ”แยกจากตำรวจตอนไหน”ไม่มีเลย”ภาคินพยักหน้าช้า ๆแปลว่า…คนที่โทรมาเห็นคุณจากภายในอาคาร”คำพูดนั้นทำให้ทุกคนในห้องรู้สึกหนาววาบ คนร้ายยังอยู่ในบริษัทหรืออย่างน้อยก็มีคนคอยรายงานความเคลื่อนไหวให้เขา สมชายพูดขึ้น
ความเงียบปกคลุมห้องเก็บเอกสารอยู่หลายวินาที ไม่มีใครเอ่ยคำพูดใดออกมาชื่อของ “ศักดิ์ชัย” เหมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงกลางผืนน้ำ ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความสับสนภาคินเป็นคนแรกที่ทำลายความเงียบ“ขอประวัติของศักดิ์ชัยทั้งหมด”สมชายรีบพยักหน้าแล้วเปิดแฟ้มจากแท็บเล็ตของฝ่ายบุคคล“ศักดิ์ชัย เคยเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินครับ ทำงานอยู่บริษัทนี้เกือบแปดปี ก่อนจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามปีก่อน”อุบัติเหตุที่ไหน”ถนนวงแหวนฝั่งตะวันออกครับ รถเสียหลักชนเสาไฟ”ภาคินไม่ตอบ เขาเพียงจ้องข้อมูลบนหน้าจอ มีญาติไหม”มีภรรยา แต่ย้ายออกจากพื้นที่หลังเกิดเหตุครับ”คดีปิดแล้วใช่ไหม”ครับ ตำรวจสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุ”ต้นฟังอยู่เงียบ ๆ แต่ในใจกลับรู้สึกแปลก อุบัติเหตุ…ทำไมทุกอย่างถึงเชื่อมโยงกับเอกสารการเงินเมื่อห้าปีก่อนพอดี วิชาญกำลังจะเปิดโปงบางอย่างกิตติเสียชีวิตแล้วชื่อของคนที่ตายไปเมื่อสามปีก่อนกลับโผล่ขึ้นมาอีกครั้งมันเหมือนมีใครกำลังเรียงชิ้นส่วนของอดีตให้ทุกคนมองเห็นทีละชิ้น ภาคินเงยหน้าขึ้น ใครเคยทำงานกับศักดิ์ชัย”สมชายเลื่อนดูข้อมูล ยังมีอยู่สามคนครับ”ใครบ้าง”“ผู้จัดการประเสริฐ…วิชาญ…แล้วก็…”
คำพูดของสารวัตรภาคินยังคงดังก้องอยู่ในหัวของทุกคนดีเอ็นเอใต้เล็บของกิตติไม่ตรงกับข้อมูลของพนักงานในบริษัทแม้แต่คนเดียวบรรยากาศภายในห้องเก็บเอกสารเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงแฟลชจากกล้องของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าที่ทำงานอย่างแผ่วเบา ต้นยืนมองรายงานในมือของภาคินด้วยความรู้สึกสับสน หากคนร้ายเป็นคนนอกจริง เหตุใดเขาจึงรู้รายละเอียดภายในบริษัทมากถึงขนาดเลือกจุดที่กล้องเสีย รู้เส้นทางหลบหนี และรู้ว่าเอกสารสำคัญถูกเก็บไว้ที่ไหน ตรวจรายชื่อคนเข้าออกทั้งหมดคืนนี้” ภาคินสั่งทันที กำลังตรวจอยู่ครับ แต่มีปัญหาอย่างหนึ่ง” เจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีกล่าว“อะไร”“ข้อมูลจากเครื่องสแกนบัตรช่วงเวลาประมาณหนึ่งทุ่มถึงสองทุ่มหายไปครับ”ภาคินหันขวับทันที หายหรือถูกลบ”ลักษณะเหมือนถูกลบครับ และเป็นการลบแบบเจาะจงเฉพาะช่วงเวลา”ต้นเริ่มรู้สึกว่าคนร้ายไม่ได้เพียงวางแผนล่วงหน้า แต่ยังมีความรู้ด้านระบบคอมพิวเตอร์พอสมควร“สำรองข้อมูลไว้ที่ไหน”เซิร์ฟเวอร์หลักครับ”แล้วเซิร์ฟเวอร์สำรอง” เจ้าหน้าที่นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบเสียงเบา“…ถูกปิดการทำงานก่อนเกิดเหตุประมาณสิบนาที” ภาคินถอนหายใจช้า ๆคนร้
เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องเหนืออาคารพร้อมสายฝนที่ยังโปรยลงมาไม่หยุด ทุกคนบนดาดฟ้านิ่งงันไปชั่วขณะหลังได้ยินคำพูดของสารวัตรภาคิน “วิชาญ…เสียชีวิตแล้ว” ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ต้นรู้สึกเหมือนหัวใจหล่นวูบ ความคิดหลายอย่างตีกันวุ่นอยู่ในหัว เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนวิชาญยังเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นศพรายที่สองของคดี ภาคินหันไปสั่งลูกน้องทันที “กันพื้นที่ชั้นใต้ดินทั้งหมด ห้ามพนักงานหรือเจ้าหน้าที่คนไหนลงไปโดยไม่ได้รับอนุญาต แจ้งพิสูจน์หลักฐานกับแพทย์นิติเวชให้รีบเข้ามา” ตำรวจหลายคนรีบวิ่งลงบันไดอย่างรวดเร็ว ภาคินหันมาหาต้น “คุณยังจะลงไปไหม” ต้นสูดลมหายใจลึกก่อนพยักหน้า “ครับ” “จำที่ผมบอกไว้ อย่าแตะต้องอะไร” “ครับ”ทั้งสองรีบลงจากดาดฟ้า บันไดหนีไฟที่เปียกชื้นจากรองเท้าของเจ้าหน้าที่หลายคนทำให้ต้องเดินอย่างระมัดระวัง เสียงฝีเท้าดังก้องอยู่ภายในปล่องบันได ความเงียบปกคลุมทุกชั้นราวกับอาคารทั้งหลังหยุดหายใจ เมื่อลงมาถึงชั้นใต้ดิน ความเย็นชื้นก็พุ่งเข้าปะทะร่างกายทันที แสงไฟนีออนกะพริบเป็นจังหวะส่งเสียงหึ่งเบา ๆ กลิ่นอับของกระดาษเก่าผสมกลิ่นสนิมลอยคลุ้งไปทั่วทางเดิน ตำรวจสองนายย
ต้นยังคงจ้องภาพนิ่งบนจอมอนิเตอร์ไม่กะพริบ แม้ภาพจะเต็มไปด้วยเม็ดสัญญาณรบกวน แต่รายละเอียดของนาฬิกาสายโลหะสีเงินและถุงมือหนังสีดำข้างซ้ายกลับติดอยู่ในความคิดของเขาอย่างชัดเจน สารวัตรภาคินหันไปมองเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีแล้วถามทันที“กู้ข้อมูลเพิ่มได้อีกไหม”เจ้าหน้าที่ส่ายหน้าอย่างจนใจ “เครื่องบันทึกถูกตัดการทำงานแบบผิดปกติครับ เหมือนมีคนเข้าไปลบข้อมูลบางส่วน แต่ทำไม่หมดเพราะระบบปิดตัวก่อน”ภาคินขมวดคิ้วแน่น หากคนร้ายสามารถเข้าถึงระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัทได้ นั่นหมายความว่าเขาต้องรู้โครงสร้างภายในอาคารเป็นอย่างดี หรือไม่ก็มีคนในช่วยเหลือ“ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าระบบทั้งหมด ใครล็อกอินเครื่องแม่ข่ายช่วงหกโมงถึงหนึ่งทุ่ม ผมต้องการรายชื่อภายในสิบนาที” ครับสารวัตร”เจ้าหน้าที่รีบก้มหน้าพิมพ์คำสั่งลงบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว ขณะที่ต้นยืนเงียบอยู่ด้านหลัง ความรู้สึกหนักอึ้งยังไม่จางหาย เขาไม่เคยคิดเลยว่างานเอกสารที่ทำทุกวันจะพาเขาเข้ามาอยู่กลางคดีฆาตกรรมเช่นนี้ทันใดนั้น เสียงวิทยุสื่อสารก็ดังขึ้น“หน่วยค้นหาถึงสารวัตร พบสิ่งผิดปกติที่ชั้นดาดฟ้าครับ” ภาคินหยิบวิทยุขึ้นตอบทันที “พบอะไร”“ประตูดาดฟ้าถ







