Masukชีวิตพนักงานบัญชีธรรมดาพลิกผัน เมื่อคืนทำโอทีทำให้เขากลายเป็นคนแรกที่พบศพในบริษัท และยิ่งค้นหาความจริงเขาก็ยิ่งเข้าใกล้ฆาตรกรมากขึ้น
Lihat lebih banyakเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ดังขึ้นเวลา 06.00 น. เป็นเสียงเดียวกับที่ดังทุกเช้ามาเกือบห้าปีแล้ว
ต้นลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า เขานอนนิ่งอยู่บนเตียงอีกครู่หนึ่งก่อนจะเอื้อมมือไปปิดเสียงปลุก ห้องเช่าขนาดยี่สิบสี่ตารางเมตรยังคงเงียบสนิท มีเพียงเสียงรถที่วิ่งผ่านถนนใหญ่ด้านล่างลอดเข้ามาทางหน้าต่าง เขาลุกขึ้นเดินไปเปิดม่าน แสงแดดยามเช้าส่องเข้ามาอย่างอ่อนโยน แต่ไม่ได้ทำให้ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดหลายเดือนหายไปแม้แต่น้อย ต้นอายุสามสิบปี ทำงานเป็นพนักงานบัญชีของบริษัท เอสเค กรุ๊ป จำกัด บริษัทขนาดกลางที่ทำธุรกิจด้านนำเข้าอุปกรณ์อุตสาหกรรม เงินเดือนของเขาไม่ได้สูงนัก แต่ก็เพียงพอสำหรับค่าเช่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนรถจักรยานยนต์ และเงินที่ส่งกลับบ้านให้แม่ทุกเดือน ชีวิตของเขาเรียบง่ายจนแทบไม่มีอะไรน่าจดจำ ตื่นเช้า ไปทำงาน ทำโอที กลับห้อง นอน แล้วเริ่มต้นใหม่ในวันรุ่งขึ้น บางครั้งต้นก็อดคิดไม่ได้ว่า เขาใช้ชีวิตแบบนี้ไปเพื่ออะไร แต่ทุกครั้งที่นึกถึงแม่ซึ่งอยู่ต่างจังหวัด เขาก็ได้แต่บอกตัวเองว่า “อดทนอีกหน่อย”เจ็ดโมงครึ่ง ต้นขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าการจราจรที่เริ่มหนาแน่น เขาแวะซื้อกาแฟแก้วละห้าสิบบาทที่ร้านประจำ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังอาคารสำนักงานสูงสิบสองชั้นซึ่งตั้งอยู่กลางย่านธุรกิจ อาคารกระจกสีฟ้าสะท้อนแสงแดดยามเช้า ป้ายบริษัทสีเงินเขียนว่า SK GROUP CO., LTD. ต้นแตะบัตรพนักงานผ่านประตูอัตโนมัติ สวัสดีครับพี่ต้น”เสียงใสของหญิงสาวดังขึ้นจากด้านหลัง เขาหันไปเห็น “เมย์” เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลวัยยี่สิบหกปี กำลังถือแก้วกาแฟสองแก้ว เช้าวันนี้มาสายนะ”รถติดนิดหน่อย” เมย์หัวเราะ “วันนี้ผู้จัดการอารมณ์ไม่ค่อยดีนะ เห็นว่าประชุมกับผู้บริหารตั้งแต่เช้า”ต้นถอนหายใจ งั้นวันนี้คงได้ปวดหัวอีก”ทั้งคู่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะแยกย้ายกันไปยังแผนกของตัวเอง ฝ่ายบัญชีอยู่ชั้นแปด ภายในสำนักงานเต็มไปด้วยเสียงคีย์บอร์ด เสียงเครื่องพิมพ์ และเสียงโทรศัพท์ที่ดังแทบไม่หยุด “ต้น!”ผู้ชายรูปร่างท้วมโบกมือเรียก เขาชื่อ “บอย”เพื่อนร่วมงานที่สนิทที่สุดในบริษัท เมื่อวานกลับกี่ทุ่ม”เกือบสามทุ่ม”เหมือนกันเลย”บอยยกแก้วกาแฟขึ้น ชีวิตมนุษย์เงินเดือนนี่มันโหดจริง” ต้นหัวเราะ ยังดีที่มีโอที”โอทีที่แลกกับสุขภาพ”ทั้งคู่มองหน้ากันก่อนจะหัวเราะอย่างขมขื่น เพราะต่างรู้ดีว่านั่นคือความจริง เวลาเก้าโมงตรง ผู้จัดการฝ่ายบัญชี “วิทยา” เดินออกมาจากห้องทำงาน ชายวัยห้าสิบต้น ๆ คนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวด ทุกคน ฟังผมก่อน”เสียงในออฟฟิศเงียบลงทันที สิ้นเดือนนี้บริษัทจะมีการตรวจสอบบัญชีจากสำนักงานผู้สอบบัญชีภายนอก เพราะฉะนั้น ผมไม่ต้องการเห็นความผิดพลาดแม้แต่รายการเดียว”เขาหยุดมองลูกทีมทีละคน ถ้าใครทำงานไม่เสร็จ ก็อยู่ทำจนเสร็จ”ไม่มีใครตอบ ทุกคนเพียงก้มหน้ารับคำ วิทยาหันมามองต้น “ต้น”ครับ”รายงานค่าใช้จ่ายของฝ่ายจัดซื้อเสร็จหรือยัง”เหลือเช็กเอกสารอีกนิดครับ”ผมเอาภายในบ่ายสาม” ครับ”ผู้จัดการเดินกลับเข้าห้อง เสียงถอนหายใจดังขึ้นพร้อมกันแทบทั้งแผนก บอยกระซิบ “เหมือนโดนทหารฝึกเลย”ต้นยิ้มจาง ๆก่อนจะเริ่มกดคีย์บอร์ดต่อ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วสิบเอ็ดโมง โทรศัพท์ดัง เอกสารเข้ามาเพิ่ม อีเมลแจ้งงานใหม่ การแก้ไขตัวเลข การประชุมออนไลน์ ทุกอย่างถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ต้นรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังว่ายน้ำอยู่กลางทะเลที่คลื่นซัดไม่หยุด ตอนพักเที่ยง ต้นกับบอยเดินลงไปที่โรงอาหาร เมย์โบกมือเรียกจากโต๊ะมุมหน้าต่าง “มานั่งด้วยกันไหม”ทั้งคู่เดินไปนั่งระหว่างรับประทานอาหาร เมย์เล่าเรื่องข่าวลือภายในบริษัท ได้ยินไหม” บอยเงยหน้า “เรื่องอะไร”เห็นว่าฝ่ายการเงินกำลังถูกตรวจสอบ” ต้นหยุดตักข้าว ตรวจสอบอะไร”เมย์ส่ายหน้า ไม่รู้เหมือนกัน แต่เมื่อเช้ามีคนจากสำนักงานใหญ่เข้ามาหาผู้อำนวยการ” บอยหัวเราะ คงเรื่องงบประมาณ”เมย์ลดเสียงลง“ไม่ใช่”เธอมองซ้ายขวา ก่อนพูดเบา ๆได้ยินว่ามีเงินบริษัทหาย” ต้นขมวดคิ้ว หาย?”เมย์พยักหน้า หลายล้าน”โต๊ะอาหารเงียบลงทันที บอยรีบพูด อย่าไปเชื่อข่าวลือเลย”ก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้น เมย์ตอบ แต่สีหน้าของเธอไม่ได้ดูมั่นใจเลย บ่ายโมงครึ่งต้นกำลังตรวจใบเสร็จกองหนึ่ง เขาสังเกตเห็นเอกสารใบเบิกค่าใช้จ่ายที่มีลายเซ็นของผู้จัดการฝ่ายการเงิน แต่ตัวเลขบางอย่างกลับไม่ตรงกับข้อมูลในระบบเขาคิดว่าอาจเป็นการพิมพ์ผิดจึงหยิบแฟ้มอีกชุดมาเทียบ ยิ่งดูยิ่งแปลก ยอดเงินในเอกสารต้นฉบับกับยอดในระบบต่างกันถึงหลักแสนบาท ต้นนิ่งไปครู่หนึ่งเป็นไปได้ยังไง…”เขาลองเปิดข้อมูลย้อนหลัง พบว่ามีรายการลักษณะเดียวกันอีกหลายรายการหัวใจเริ่มเต้นแรง หรือข่าวลือเมื่อเที่ยง…จะเป็นเรื่องจริงแต่ก่อนที่เขาจะตรวจสอบต่อ เสียงผู้จัดการวิทยาก็ดังขึ้น ต้น!”เขารีบปิดหน้าจอ ครับ”เข้ามาหาผมหน่อย”ต้นลุกขึ้นพร้อมแฟ้มเอกสารโดยไม่รู้เลยว่า…สิ่งที่เขาเพิ่งเห็นเมื่อครู่ จะเป็นก้าวแรกที่ดึงเขาเข้าไปพัวพันกับคดีฆาตกรรม ซึ่งจะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาลห้องสอบสวนชั่วคราวเงียบจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานสม่ำเสมอ ทุกสายตาหยุดอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์ในมือของสารวัตรภาคิน ชื่อผู้ครอบครองหมายเลขโทรศัพท์ยังคงแสดงอยู่บนหน้าจอศักดิ์ชัยชายที่เสียชีวิตไปเมื่อสามปีก่อนไม่มีใครพูดอะไรอยู่หลายวินาที ภาคินส่งโทรศัพท์ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนทันที“ตรวจสอบทุกอย่าง หมายเลขนี้ถูกใช้โทรเข้ามาได้อย่างไร ผมต้องรู้ว่าโทรมาจากที่ไหน ใช้อุปกรณ์อะไร และมีการปลอมแปลงสัญญาณหรือไม่”ครับสารวัตร”เจ้าหน้าที่รีบวิ่งออกจากห้อง ต้นยังยืนนิ่ง หัวใจเต้นแรงไม่หยุด น้ำเสียงในสายเมื่อครู่ยังคงติดอยู่ในหัว“ถ้าไม่อยากเป็นศพที่สาม…หยุดขุดอดีต”มันไม่ใช่คำขู่ลอย ๆแต่มันคือคำเตือนจากคนที่กำลังจับตาดูทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขา ภาคินหันมามองต้น“ตั้งแต่เข้ามาในบริษัทวันนี้ คุณไปไหนมาบ้าง”ต้นพยายามนึก ผมอยู่ห้องเก็บเอกสาร ห้องประชุม แล้วก็ลงไปชั้นใต้ดินกับทุกคนครับ”แยกจากตำรวจตอนไหน”ไม่มีเลย”ภาคินพยักหน้าช้า ๆแปลว่า…คนที่โทรมาเห็นคุณจากภายในอาคาร”คำพูดนั้นทำให้ทุกคนในห้องรู้สึกหนาววาบ คนร้ายยังอยู่ในบริษัทหรืออย่างน้อยก็มีคนคอยรายงานความเคลื่อนไหวให้เขา สมชายพูดขึ้น
ความเงียบปกคลุมห้องเก็บเอกสารอยู่หลายวินาที ไม่มีใครเอ่ยคำพูดใดออกมาชื่อของ “ศักดิ์ชัย” เหมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงกลางผืนน้ำ ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความสับสนภาคินเป็นคนแรกที่ทำลายความเงียบ“ขอประวัติของศักดิ์ชัยทั้งหมด”สมชายรีบพยักหน้าแล้วเปิดแฟ้มจากแท็บเล็ตของฝ่ายบุคคล“ศักดิ์ชัย เคยเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินครับ ทำงานอยู่บริษัทนี้เกือบแปดปี ก่อนจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามปีก่อน”อุบัติเหตุที่ไหน”ถนนวงแหวนฝั่งตะวันออกครับ รถเสียหลักชนเสาไฟ”ภาคินไม่ตอบ เขาเพียงจ้องข้อมูลบนหน้าจอ มีญาติไหม”มีภรรยา แต่ย้ายออกจากพื้นที่หลังเกิดเหตุครับ”คดีปิดแล้วใช่ไหม”ครับ ตำรวจสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุ”ต้นฟังอยู่เงียบ ๆ แต่ในใจกลับรู้สึกแปลก อุบัติเหตุ…ทำไมทุกอย่างถึงเชื่อมโยงกับเอกสารการเงินเมื่อห้าปีก่อนพอดี วิชาญกำลังจะเปิดโปงบางอย่างกิตติเสียชีวิตแล้วชื่อของคนที่ตายไปเมื่อสามปีก่อนกลับโผล่ขึ้นมาอีกครั้งมันเหมือนมีใครกำลังเรียงชิ้นส่วนของอดีตให้ทุกคนมองเห็นทีละชิ้น ภาคินเงยหน้าขึ้น ใครเคยทำงานกับศักดิ์ชัย”สมชายเลื่อนดูข้อมูล ยังมีอยู่สามคนครับ”ใครบ้าง”“ผู้จัดการประเสริฐ…วิชาญ…แล้วก็…”
คำพูดของสารวัตรภาคินยังคงดังก้องอยู่ในหัวของทุกคนดีเอ็นเอใต้เล็บของกิตติไม่ตรงกับข้อมูลของพนักงานในบริษัทแม้แต่คนเดียวบรรยากาศภายในห้องเก็บเอกสารเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงแฟลชจากกล้องของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าที่ทำงานอย่างแผ่วเบา ต้นยืนมองรายงานในมือของภาคินด้วยความรู้สึกสับสน หากคนร้ายเป็นคนนอกจริง เหตุใดเขาจึงรู้รายละเอียดภายในบริษัทมากถึงขนาดเลือกจุดที่กล้องเสีย รู้เส้นทางหลบหนี และรู้ว่าเอกสารสำคัญถูกเก็บไว้ที่ไหน ตรวจรายชื่อคนเข้าออกทั้งหมดคืนนี้” ภาคินสั่งทันที กำลังตรวจอยู่ครับ แต่มีปัญหาอย่างหนึ่ง” เจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีกล่าว“อะไร”“ข้อมูลจากเครื่องสแกนบัตรช่วงเวลาประมาณหนึ่งทุ่มถึงสองทุ่มหายไปครับ”ภาคินหันขวับทันที หายหรือถูกลบ”ลักษณะเหมือนถูกลบครับ และเป็นการลบแบบเจาะจงเฉพาะช่วงเวลา”ต้นเริ่มรู้สึกว่าคนร้ายไม่ได้เพียงวางแผนล่วงหน้า แต่ยังมีความรู้ด้านระบบคอมพิวเตอร์พอสมควร“สำรองข้อมูลไว้ที่ไหน”เซิร์ฟเวอร์หลักครับ”แล้วเซิร์ฟเวอร์สำรอง” เจ้าหน้าที่นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบเสียงเบา“…ถูกปิดการทำงานก่อนเกิดเหตุประมาณสิบนาที” ภาคินถอนหายใจช้า ๆคนร้
เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องเหนืออาคารพร้อมสายฝนที่ยังโปรยลงมาไม่หยุด ทุกคนบนดาดฟ้านิ่งงันไปชั่วขณะหลังได้ยินคำพูดของสารวัตรภาคิน “วิชาญ…เสียชีวิตแล้ว” ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ต้นรู้สึกเหมือนหัวใจหล่นวูบ ความคิดหลายอย่างตีกันวุ่นอยู่ในหัว เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนวิชาญยังเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นศพรายที่สองของคดี ภาคินหันไปสั่งลูกน้องทันที “กันพื้นที่ชั้นใต้ดินทั้งหมด ห้ามพนักงานหรือเจ้าหน้าที่คนไหนลงไปโดยไม่ได้รับอนุญาต แจ้งพิสูจน์หลักฐานกับแพทย์นิติเวชให้รีบเข้ามา” ตำรวจหลายคนรีบวิ่งลงบันไดอย่างรวดเร็ว ภาคินหันมาหาต้น “คุณยังจะลงไปไหม” ต้นสูดลมหายใจลึกก่อนพยักหน้า “ครับ” “จำที่ผมบอกไว้ อย่าแตะต้องอะไร” “ครับ”ทั้งสองรีบลงจากดาดฟ้า บันไดหนีไฟที่เปียกชื้นจากรองเท้าของเจ้าหน้าที่หลายคนทำให้ต้องเดินอย่างระมัดระวัง เสียงฝีเท้าดังก้องอยู่ภายในปล่องบันได ความเงียบปกคลุมทุกชั้นราวกับอาคารทั้งหลังหยุดหายใจ เมื่อลงมาถึงชั้นใต้ดิน ความเย็นชื้นก็พุ่งเข้าปะทะร่างกายทันที แสงไฟนีออนกะพริบเป็นจังหวะส่งเสียงหึ่งเบา ๆ กลิ่นอับของกระดาษเก่าผสมกลิ่นสนิมลอยคลุ้งไปทั่วทางเดิน ตำรวจสองนายย