로그인คุณหมอสาวแสนสวย ที่เพิ่งจบการศึกษาและเปิดคลินิกส่วนตัวกับ ลุงอ้วน ผู้ช่วยในคลินิกที่ เขาค้นพบยาปลุกเซ็กซ์ที่คุณหมอเก็บไว้และใช้มันเพื่อครอบครองทั้งคุณหมอแสนสวยกับน้องสาวดาวมหาลัย
더 보기ในเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสีและความเร่งรีบ คลินิกเล็กๆ แห่งหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนถนนสายเงียบสงบ ตึกแถวสามชั้นที่ดูเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความลับ ดร.ศิรินทร์ หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า "หมอริน" คือเจ้าของคลินิกแห่งนี้ เธอคืออดีตดาวมหาวิทยาลัยแพทย์ ผู้ที่ทั้งสวย หุ่นดี และมีเสน่ห์ที่ยากจะต้านทาน ด้วยผมยาวสีน้ำตาลเข้มที่สลวย ดวงตาคู่โตที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น และรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจใครหลายคนต้องสั่นไหว เธอไม่เพียงแต่เป็นหมอที่เก่งกาจ แต่ยังเป็นที่รักของทุกคนในโรงพยาบาลที่เธอทำงานในช่วงกลางวัน
คลินิกของหมอรินเปิดทำการตั้งแต่หกโมงเย็นถึงสองทุ่ม วันจันทร์ถึงศุกร์ เป็นความฝันที่เธอสร้างขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรง แม้ว่าครอบครัวของเธอจะร่ำรวยและไม่จำเป็นต้องดิ้นรน แต่รินเลือกที่จะสร้างบางสิ่งที่เป็นของตัวเอง เธอต้องการพิสูจน์ว่าเธอสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง คลินิกแห่งนี้จึงเป็นมากกว่าที่ทำงาน มันคือสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและความทะเยอทะยานของเธอ
ในคลินิกนี้ เธอไม่ได้ทำงานคนเดียว น้องสาวของเธอ น้องมิว หรือ มิรินทร์ นักศึกษาปีหนึ่งสาขานิเทศศาสตร์ ผู้ที่เพิ่งคว้าตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัยมาครอง ช่วยงานในฐานะผู้ช่วยจ่ายยา มิวสวยไม่แพ้พี่สาว ด้วยใบหน้าหวานละมุน หุ่นที่สมส่วนแต่เด่นด้วยหน้าอกที่อวบอิ่ม และนิสัยที่ดูเรียบร้อยแต่แฝงไปด้วยความขี้เล่น เธอมักจะมาในชุดนักศึกษา กระโปรงทรงเอที่โอบรัดสะโพก และเสื้อรัดรูปที่เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้ง ทำให้หนุ่มๆ ที่มาใช้บริการที่คลินิกแทบจะลืมอาการป่วยของตัวเอง
ทั้งสองพี่น้องนี้กลายเป็นจุดดึงดูดของคลินิกโดยไม่รู้ตัว คนไข้ส่วนใหญ่เป็นหนุ่มๆ ที่บางครั้งแค่ปวดหัวเล็กน้อยก็ยอมควักเงินมาเพื่อได้นั่งมองสองสาวสวย หรือบางคนก็แค่หวังจะได้พูดคุยกับหมอรินหรือมิวสักสองสามคำ แม้แต่แฟนของหมอริน คุณธนัช นักธุรกิจหนุ่มหล่อรวยที่กำลังจะแต่งงานกับเธอปลายปีนี้ ก็ยังอดไม่ได้ที่จะแวะมาที่คลินิกบ่อยๆ เพื่อเยี่ยมแฟนสาว แต่สายตาของเขาก็มักจะแอบเหลือบมองมิวที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์จ่ายยา ด้วยความหวังลึกๆ ที่เขาไม่เคยพูดออกมา
ในคลินิกนี้ยังมีตัวละครอีกคนที่ดูเหมือนจะไม่โดดเด่นแต่กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่องราว ลุงชาติ หรือที่ทุกคนเรียกว่า "ลุงอ้วน" ชายวัยห้าสิบต้นๆ รูปร่างท้วม ผิวคล้ำ และมีรอยยิ้มที่ดูสุภาพ ลุงชาติถูกภรรยา ป้าสมจิต แม่บ้านประจำคลินิก ชวนมาช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ เช่น ยกของ จัดยา หรือช่วยเตรียมคลินิกก่อนเปิด ตอนแรก ลุงชาติไม่เต็มใจนัก เขาคิดว่างานนี้คงน่าเบื่อ แต่เมื่อได้เห็นหมอรินและมิวในวันแรกที่มาทำงาน ลุงก็เปลี่ยนใจทันที
ลุงชาติอาจดูเป็นคนใจดีและสุภาพในสายตาของสองสาว แต่ในใจของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่มืดมิด เขามักจะแอบมองรินขณะที่เธอก้มลงตรวจคนไข้ เสื้อกาวน์สีขาวที่รัดรอบเอวเผยให้เห็นส่วนโค้งของร่างกาย หรือแอบจ้องมิวตอนที่เธอยื่นยาให้คนไข้ โดยเฉพาะเมื่อกระโปรงนักศึกษาของเธอเลิกขึ้นเล็กน้อยขณะนั่งลง ลุงชาติรู้ดีว่าเขาไม่ควรคิดอะไรเกินเลย แต่ความหื่นกามในใจของเขากลับยิ่งทวีคูณทุกครั้งที่ได้เห็นสองสาว
วันหนึ่ง ขณะที่ลุงชาติมาถึงคลินิกก่อนเวลาเพื่อช่วยป้าสมจิตจัดของ เขาได้เข้าไปในห้องเก็บยาที่ชั้นสอง ซึ่งเป็นห้องที่หมอรินมักจะเก็บของสำคัญไว้ ลุงชาติสะดุดตากับขวดยาเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในมุมหนึ่งของชั้นวาง ขวดนั้นมีป้ายเขียนด้วยลายมือว่า "ยาปลุกเซ็กซ์" พร้อมกับกระดาษที่แนบมาด้วย ลุงชาติหยิบมันขึ้นมาดูด้วยความอยากรู้ กระดาษนั้นเขียนโดยอาจารย์หมอคนหนึ่งที่รินเคยเรียนด้วย อธิบายสรรพคุณของยาว่า:
"ยานี้เมื่อผสมกับน้ำหรือเครื่องดื่ม จะกระตุ้นความต้องการทางเพศของผู้ที่ดื่ม และสร้างความหลงใหลในบุคคลที่พวกเขามีสัมพันธ์ด้วยในขณะที่ยาออกฤทธิ์ ความทรงจำและความรู้สึกนั้นจะฝังลึกในจิตใจ แม้ว่ายาจะหมดฤทธิ์ไปแล้วก็ตาม ใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะผลกระทบอาจถาวร"
ลุงชาติยิ้มมุมปาก ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นในหัวของเขา เขารู้ว่ารินเก็บยานี้ไว้นานจนลืม และเธอไม่เคยเชื่อว่ายาจะได้ผลจริงตามที่เขียนไว้ ลุงชาติหยิบขวดยานั้นใส่กระเป๋ากางเกงของเขา โดยไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังวางแผนอะไร
วันนั้นเป็นวันจันทร์ คลินิกเริ่มคึกคักตั้งแต่หกโมงเย็น คนไข้ส่วนใหญ่เป็นหนุ่มๆ ที่มานั่งรอพบหมอริน บางคนแค่มีอาการหวัดเล็กน้อย แต่ก็ยอมรอคิวนานเพื่อได้เห็นรอยยิ้มของเธอ รินในชุดกาวน์สีขาวดูสง่างามและเป็นมืออาชีพ เธอตรวจคนไข้ด้วยความตั้งใจ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องมาที่เธอ บางครั้งเธอก็แอบยิ้มในใจเมื่อเห็นหนุ่มๆ เขินอายตอนที่เธอวัดความดันหรือจับชีพจร
มิวที่นั่งหลังเคาน์เตอร์จ่ายยาเป็นอีกหนึ่งจุดสนใจ เธอในชุดนักศึกษาดูสดใสและน่ารัก กระโปรงสั้นที่รัดรอบต้นขาทำให้หนุ่มๆ ที่มารับยาต้องแอบมอง เธอมักจะยิ้มให้คนไข้และพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ทำให้หลายคนอยากกลับมาที่คลินิกอีก
ธนัช แฟนของริน เดินทางมาถึงคลินิกตอนหนึ่งทุ่ม เขาในชุดสูทดูหล่อเหลาและสง่างามเหมือนเคย เขากอดรินจากด้านหลังขณะที่เธอกำลังจดบันทึกในห้องตรวจ ทำให้รินหัวเราะคิกคักและหันไปจูบเขาที่แก้ม แต่สายตาของธนัชแอบเหลือบไปที่มิวที่กำลังยิ้มให้คนไข้หนุ่มคนหนึ่ง มิวยิ้มหวานจนทำให้ธนัชรู้สึกถึงความร้อนในอก เขารู้ว่าเขาไม่ควรคิดอะไร แต่ความเย้ายวนของมิวในชุดนักศึกษาทำให้เขาเก็บความรู้สึกนั้นไว้ในใจ
ลุงชาติที่แอบมองอยู่จากมุมหนึ่งของคลินิกเริ่มวางแผน เขาตัดสินใจว่าจะเริ่มใช้ยานั้นในวันพรุ่งนี้ โดยเริ่มจากหมอรินก่อน เขารู้ว่ารินมักจะดื่มกาแฟทุกเย็นก่อนเริ่มงาน และนั่นจะเป็นโอกาสของเขา ลุงชาติยิ้มในใจ ขณะที่ป้าสมจิตภรรยาของเขากำลังกวาดพื้นอยู่ด้านนอก โดยไม่รู้เลยว่าสามีของเธอกำลังคิดอะไร
เมื่อถึงเวลาสองทุ่ม คลินิกปิดลง รินและมิวช่วยกันเก็บของ โดยมีลุงชาติและป้าสมจิตช่วยจัดโต๊ะและเก้าอี้ รินรู้สึกเหนื่อยแต่ก็มีความสุขที่คลินิกของเธอเริ่มเป็นที่รู้จัก เธอหันไปยิ้มให้มิวและพูดว่า "วันนี้คนเยอะกว่าปกตินะ มิว หนุ่มๆ คงมาดูเธอแน่เลย"
มิวหัวเราะและตอบกลับ "พี่รินก็เหมือนกันแหละ หนุ่มๆ คงอยากให้พี่รินจับชีพจรให้ทั้งวัน!" ทั้งสองหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน โดยไม่รู้เลยว่าลุงชาติที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กำลังจ้องมองทั้งคู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
เมื่อทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน ลุงชาติเป็นคนสุดท้ายที่ออกจากคลินิก เขาหยิบขวดยาออกมาดูอีกครั้งและพูดกับตัวเองว่า "พรุ่งนี้... ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป" เขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินกลับบ้านพร้อมกับความลับที่ไม่มีใครรู้
ลุงชาติกับดำเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองอย่างเงียบ ๆ แสงจากโคมไฟตามทางเดินสาดส่องเพียงเล็กน้อย ทั้งคู่แทบไม่พูดคุยกันเพียงแต่สบตากันเป็นระยะลุงชาติถือกุญแจห้องที่ขอพนักงานไว้ตั้งแต่แรกเพื่อการนี้ เพราะเขารู้ดีว่า… ห้องของธนัทกับบาสตอนนี้ว่างและห้องข้าง ๆ เป็นห้องที่หมอรินกับมิวพักอยู่พอทั้งคู่เดินมาถึงหน้าห้องลุงชาติค่อย ๆ ใส่กุญแจ แล้วหมุนประตูอย่างช้า ๆ *คลิก* ประตูเปิดออกภายในห้องค่อนข้างมือแต่ยังมีเพียงแสงสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟหัวเตียงสองข้างสาดส่องสลัว ๆ พอให้เห็นเงาร่างของสองสาวที่กำลังนอนอยู่บนเตียงคิงไซซ์หมอรินใส่ชุดนอนสีครีม ส่วนมิวผมยาวยุ่งเล็กน้อยในชุดนอนสีแดงทั้งสองคนดูเหมือนจะหลับสนิทลุงชาติกับดำยืนอยู่ที่ประตูขณะมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบงันดำหันมามองลุงชาติแล้วพูดเสียงแผ่ว “ลุง… ผมขอเอาคุณมิวก่อนนะครับ”“เพราะเมื่อตอนเย็นข้างสระว่ายน้ำ… ผมได้แค่ยืนมองลุงกระแทกมิว”“ผมยังไม่มีโอกาสได้เอาเธอเลย”ลุงชาติยิ้มมุมปากแล้วพยักหน้า “ได้… ลุงจะเอารินก่อนเอง”ทั้งสองคนค่อย ๆ ปิดประตูแล้วเดินเข้าไปในห้องลุงชาติกับดำขึ้นไปนอนบนเตียงจากคนละด้านห้องยังคงมืดสลัว มีเพียงแสงสีส้มจากโคมไฟหัวเต
หลังจากที่ทั้งสามคนเสร็จรอบแรก ฟ้าใสยังคงคุกเข่าอยู่บนทรายน้ำรักของทั้งสองหนุ่มไหลเยิ้มเปียกต้นขาและพื้นทราย เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน ใบหน้าหวานที่เคยดูบริสุทธิ์ ตอนนี้มีน้ำตาไหลพราก ฟ้าใสยกมือปิดปากตัวเองแล้วแกล้งทำเป็นร้องไห้ “พี่… หนู… หนูเสียความบริสุทธิ์แล้ว…”น้ำตาไหลอาบแก้ม “หนูไม่เคย… หนูไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน…”ธนัทกับบาสตัวแข็งทื่อทันที ทั้งคู่มองหน้ากันด้วยสีหน้าตกใจ “ฟ้าใส… พี่… พี่ขอโทษครับ…” ธนัทพูดเสียงสั่นบาสรีบพูดตาม “ผมก็ขอโทษ… ผมไม่ได้ตั้งใจ… ผมจะรับผิดชอบ”ธนัทยิ่งพูดเร็วขึ้น “ฟ้าใส… พี่จะเลิกกับริน… พี่จะรับผิดชอบหนู”บาสก็ไม่ยอม “ผมก็เลิกกับมิวได้… ผมจะดูแลฟ้าใส”ทั้งสองหนุ่มแย่งกันพูด โดยไม่รู้เลยว่า… ในใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความคิดที่ว่า “ฟ้าใสสวยกว่า… และเด็กกว่า… รินกับมิว”“เธอหุ่นดี น่ารัก และตอนนี้เธอเป็นของเราแล้ว”“การรับผิดชอบเธอ… ดีกว่าอยู่กับคนที่เรายังได้แค่ภายนอก”ฟ้า
ลุงชาติกับดำเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองอย่างเงียบ ๆ แสงจากโคมไฟตามทางเดินสาดส่องเพียงเล็กน้อย ทั้งคู่แทบไม่พูดคุยกันเพียงแต่สบตากันเป็นระยะลุงชาติถือกุญแจห้องที่ขอพนักงานไว้ตั้งแต่แรกเพื่อการนี้ เพราะเขารู้ดีว่า… ห้องของธนัทกับบาสตอนนี้ว่างและห้องข้าง ๆ เป็นห้องที่หมอรินกับมิวพักอยู่พอทั้งคู่เดินมาถึงหน้าห้องลุงชาติค่อย ๆ ใส่กุญแจ แล้วหมุนประตูอย่างช้า ๆ *คลิก* ประตูเปิดออกภายในห้องค่อนข้างมือแต่ยังมีเพียงแสงสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟหัวเตียงสองข้างสาดส่องสลัว ๆ พอให้เห็นเงาร่างของสองสาวที่กำลังนอนอยู่บนเตียงคิงไซซ์หมอรินใส่ชุดนอนสีครีม ส่วนมิวผมยาวยุ่งเล็กน้อยในชุดนอนสีแดงทั้งสองคนดูเหมือนจะหลับสนิทลุงชาติกับดำยืนอยู่ที่ประตูขณะมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบงันดำหันมามองลุงชาติแล้วพูดเสียงแผ่ว “ลุง… ผมขอเอาคุณมิวก่อนนะครับ”“เพราะเมื่อตอนเย็นข้างสระว่ายน้ำ… ผมได้แค่ยืนมองลุงกระแทกมิว”“ผมยังไม่มีโอกาสได้เอา
สระว่ายน้ำส่วนตัวของวิลล่ายามค่ำคืน แสงจากโคมไฟรอบสระสาดส่องเป็นประกายบนผิวน้ำ ฟ้าใสยังคงเล่นน้ำอยู่ในสระกับธนัทและบาส ทั้งสามคนคุยกันอย่างสนุกสนานแต่ฟ้าใสสังเกตเห็นบางอย่าง พี่สาวทั้งสองคนพี่รินและพี่มิวหายไปนานแล้ว และลุงชาติกับพี่ดำก็ไม่มีใครเห็นตัว เธอรู้ดีว่า… ทั้งสี่คนคงกำลังทำอะไรกันอยู่ที่ไหนสักแห่ง โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายที่ลุงชาติกับดำเคยเอาเธอข้างรถตู้และใต้ต้นมะพร้าวฟ้าใสยิ้มมุมปากในใจ “พี่รินกับพี่มิว… คงกำลังถูกเอาอยู่แน่ ๆ” เธอหันมามองธนัทและบาสที่กำลังยืนอยู่ในน้ำ ทั้งสองหนุ่มกำลังมองเธอด้วยสายตาที่ไม่ค่อยปกติ โดยเฉพาะเมื่อฟ้าใสเดินขึ้นจากน้ำ น้ำไหลลงตามผิวขาวเนียน บิกินี่พาสเทลสีอ่อนติดเนื้อจนเห็นเนินอกและหุ่นชัดเจนฟ้าใสรู้ว่าโอกาสมาถึงแล้ว เธอเริ่มยั่ว เดินวนไปรอบ ๆ สองหนุ่ม บางครั้งก็แกล้งกระโดดน้ำให้เนินอกเด้งบางครั้งก็แกล้งว่าสะดุดแล้วพิงตัวธนัทหรือบาส“ฟ้าใส… ระวังนะครับ” ธนัทยิ้ม“หนูระวังอยู่แล้วค่ะพี่” ฟ้าใสพูดเสียงหวาน แต่สายตาของเธอแฝงความยั่วบาสก็เริ่มสัมผัสเธอบ่อยขึ้น มือแอบลูบไล้หลังและเอวของฟ้าใสขณะเล่นน้ำธนัทก็เหมือนกัน บางครั้งก็
리뷰