LOGINความมืดปกคลุมทุกสิ่ง ไม่มีเสียงสัญญาณเตือน ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีแม้แต่เสียงหายใจของใครสักคน ต้นยืนนิ่งอยู่กลางทางเดิน ปืนยังคงอยู่ในมือ ปลายกระบอกชี้ไปยังเตียงหมายเลข 47เสียงคำว่า ลูก…”ยังคงก้องอยู่ในหัวเสียงนั้นเขาจำไม่ได้แต่หัวใจกลับจำมันได้ ต้นค่อย ๆ ลดปืนลง“แม่…”คำพูดหลุดออกจากปากเบาราวกับเด็กคนหนึ่งที่กำลังเรียกหาใครบางคนในความฝัน ชาญรีบคว้าแขนเขา“ต้น! อย่าเพิ่งเชื่อเสียงนั่น”ต้นหันกลับแต่เสียงนั้น…”มันอาจเป็นระบบ”เจ้าหน้าที่ไอทีพูดแทรกขึ้น ระบบสามารถสร้างเสียงจากข้อมูลความทรงจำได้ ถ้ามันมีข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวของคุณ มันสามารถจำลองเสียงของแม่คุณได้”ต้นนิ่งไป แต่ผมไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับแม่”นั่นแหละครับที่น่ากลัว”เจ้าหน้าที่ไอทีตอบ“มันอาจไม่ได้สร้างเสียงจากความทรงจำของคุณ”เขาเงยหน้ามองลำโพงเหนือศีรษะ แต่มันอาจกำลังเปิดความทรงจำที่ถูกลบออกจากสมองคุณ”ทันใดนั้น กึก…เสียงบางอย่างดังขึ้นจากด้านหลัง ทุกคนหันขวับ ไฟฉุกเฉินสีแดงติดขึ้นทีละดวง หนึ่งดวง สองดวง สามดวงแสงสีแดงลากยาวไปตามทางเดินและสิ่งที่อยู่ปลายทางเดินทำให้ต้นหยุดหายใจ ชายคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ตรงนั้นเขาสวมเสื้อกา
ปัง! เสียงปืนดังสนั่นจนผนังทั้งสองด้านสั่นสะเทือน ต้นหลับตาลงโดยไม่รู้ตัวแต่ความเจ็บปวดที่ควรเกิดขึ้นกลับไม่มีเมื่อเขาลืมตาขึ้น ชาญยืนอยู่ตรงหน้า ปืนในมือของชาญยังมีควันจาง ๆ ลอยออกมา ผมยิงปืนของมันออกไป!”กระสุนของชายที่มีใบหน้าของภาคินเฉียดศีรษะต้น ก่อนกระแทกเข้ากับผนังด้านหลังชายคนนั้นถอยไปหนึ่งก้าวดวงตาสีดำสนิทจับจ้องชาญ“ผิดคนแล้ว”ชาญยกปืนขึ้นเล็งตรงหน้า วางปืน!”ชายคนนั้นกลับหัวเราะ พวกนายยังคิดว่าปืนใช้ได้ผลกับที่นี่อีกเหรอ?”ทันใดนั้นไฟเหนือศีรษะก็ดับลงความมืดกลืนทุกอย่างอีกครั้ง ทุกคนอยู่กับที่!” ชาญตะโกน เสียงฝีเท้าดังขึ้น กึก…กึก…กึก…แต่ครั้งนี้มันไม่ได้มีเพียงคู่เดียว เสียงฝีเท้าดังมาจากทุกทิศทาง ต้นหันซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว พวกมันมาแล้ว…”สมชายถาม ใคร?”ต้นไม่ตอบเพราะเขาเห็นเงาหลายสิบเงาปรากฏขึ้นบนผนังเงาของคนที่มีใบหน้าของเขา หนึ่งคน…สิบคน…ยี่สิบคน…จนเต็มทางเดิน เจ้าหน้าที่ไอทีตัวสั่น“นี่มันอะไรกัน…”เสียงสังเคราะห์ดังขึ้นเหนือศีรษะต้นเบิกตากว้าง“หลายตัวตน…”เจ้าหน้าที่ไอทีอ่านข้อความบนหน้าจอแล้วหน้าเสียมันกำลังตรวจสอบตัวตนของคุณครับ”แล้วผลเป็นยังไง?”เขาเงียบ ต้นคว้าแขน
“สารวัตรภาคิน…หายไปแล้ว!”เสียงของชาญดังขึ้นท่ามกลางความมืด ต้นชะงัก หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินชัดอยู่ในอก รอบตัวมีเพียงความมืดสนิท ไม่มีแม้แต่แสงจากไฟฉุกเฉิน ทุกคนตะโกนเรียกชื่อภาคินพร้อมกัน“สารวัตร!”ภาคิน!”เปิดไฟสิวะ!”เสียงเจ้าหน้าที่ไอทีดังสั่น ๆ ก่อนเสียงแป้นพิมพ์บนแท็บเล็ตจะดังรัว “ระบบไม่ตอบสนองครับ!”ใช้ไฟฉาย!” ชาญสั่ง แสงไฟจากโทรศัพท์หลายเครื่องสว่างขึ้นพร้อมกันต้นรีบหันไปมองเตียงโลหะร่างของชายที่นอนอยู่บนนั้นยังคงอยู่แต่ภาคินหายไปแล้วไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีเลือด ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าเหมือนเขาไม่เคยอยู่ตรงนั้นมาก่อน เมื่อกี้สารวัตรยืนอยู่ตรงนี้…” สมชายพูดเสียงเบา “ผมเห็นกับตา”ต้นไม่ตอบ สายตาของเขายังคงจับจ้องไปยังพื้นบริเวณที่ภาคินเคยยืนแล้วเขาก็เห็นบางอย่างรอยเลือดหยดหนึ่งอยู่ตรงกลางพื้น ต้นค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ก่อนหยุดกะทันหัน ทุกคน…อย่าเพิ่งขยับ”ชาญหันมา “อะไร?”ต้นชี้ลงพื้น“เลือด”เจ้าหน้าที่ไอทีส่องไฟไปยังพื้น หยดเลือดสีแดงเข้มสามหยดเรียงกันเป็นเส้นตรง ก่อนจะลากยาวไปยังประตูอีกด้านของห้อง ชาญยกปืนขึ้นทันที มีคนพาสารวัตรออกไป”ต้นส่ายหน้า ไม่ใช่”นายรู้ได้ยังไง?”ต้นมอง
ความเงียบหลังคำพูดของภาคินหนักอึ้งจนแทบไม่มีใครกล้าหายใจ ต้นยืนนิ่งอยู่กลางทางเดิน ดวงตาจับจ้องสารวัตรตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน“ทุกคนในอาคารจะตาย?”ภาคินไม่ได้ตอบทันที เขาค่อย ๆ ลดปืนลง แต่ยังคงมองต้นด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล“ใช่”“เพราะความทรงจำของผม?”ไม่ใช่เพราะความทรงจำอย่างเดียว”ภาคินเงยหน้ามองไฟสีขาวที่กำลังกะพริบเหนือศีรษะแต่เพราะสิ่งที่อยู่ในความทรงจำนั้น”ชาญขมวดคิ้ว สารวัตรพูดอะไร?”ภาคินยังไม่ทันตอบ เสียงของเจ้าหน้าที่ไอทีก็ดังขึ้นจากด้านหลัง เดี๋ยวก่อนครับ…”ทุกคนหันไปมองเขา เจ้าหน้าที่ไอทียังคงจ้องแท็บเล็ตในมือ สีหน้าของเขาซีดลงเรื่อย ๆ“เปอร์เซ็นต์มันเพิ่มขึ้นเองครับ”ต้นหันไปมองหน้าจอMEMORY RESTORATIONSUBJECT: TON18%ตัวเลขเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเปอร์เซ็นต์19%20% ปิดมัน!” ภาคินตะโกน เจ้าหน้าที่ไอทีพยายามกดปุ่มปิด แต่หน้าจอกลับไม่ตอบสนอง ผมปิดไม่ได้ครับ!”ถอดแบตเตอรี่!”มันไม่มีแบตเตอรี่ให้ถอดครับ!”ภาคินชะงัก หมายความว่าไง?”เจ้าหน้าที่ไอทีพลิกแท็บเล็ตให้ทุกคนดูเครื่องนี้ไม่ได้ทำงานด้วยระบบปกติ มันเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ของอาคารโดยตรง ถ้าผมตัดการเชื่อมต่อ…”ทำ
ปลายกระบอกปืนนับสิบกระบอกสะท้อนแสงสีแดงวูบวาบอยู่ในความมืด ภาคินยืนนิ่งไม่ขยับแม้แต่น้อย ดวงตาของเขาจับจ้องเงาของต้นทุกคนที่กำลังเล็งปืนมาที่เขาโดยไม่กะพริบ“สารวัตร…”สมชายกระซิบเสียงสั่น “พวกมันมีปืน”รู้แล้ว”ภาคินตอบสั้นๆต้นมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ปืน แต่เป็นความจริงที่ว่าเงาทุกคนกำลังทำท่าเดียวกันหมด พวกมันยืนเรียงกันเป็นแถว ปืนอยู่ในระดับเดียวกัน นิ้ววางอยู่บนไก และที่น่ากลัวที่สุดคือใบหน้าของพวกมันยังคงเป็นใบหน้าของต้น เสียงนับถอยหลังดังขึ้นอีกครั้ง“ห้า…”ภาคินค่อยๆยกมือขึ้น“ทุกคนอย่าขยับ”สี่…”เจ้าหน้าที่ไอทีหันไปมองแท็บเล็ตอย่างร้อนรน สารวัตรครับ! เวลาในระบบมันไม่ตรงกัน!หมายความว่าไง?”ตัวจับเวลาที่หน้าจอเหลือสองนาทีสี่สิบเจ็ดวินาที แต่ระบบเสียงกำลังนับถอยหลังจากสิบ!”สาม…”ชาญชะโงกหน้ามองหน้าจอแล้วเบิกตากว้างมันไม่ได้กำลังนับเวลา!”ทุกคนหันไปมองเขา แล้วมันนับอะไร?”ชาญกลืนน้ำลายก่อนตอบ มันกำลังนับจำนวนคน”ความเงียบเข้าปกคลุมทันที สอง…”ต้นหันกลับไปมองเงาของตัวเองอีกครั้ง แล้วก็พบสิ่งผิดปกติบางอย่างหนึ่งในเงาทั้งหมดไม่ได้ถือปืน ต้นหรี่ตา ตรง
ต้นถึงกับก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นใบหน้าของคนทั้งแถวเป็นหน้าของตัวเองทั้งหมด แต่ละคนยืนตัวตรง สวมเสื้อผ้าไม่เหมือนกัน บางคนใส่ชุดพนักงานบริษัท บางคนสวมชุดสูทสีดำ บางคนอยู่ในชุดนักโทษ และบางคนมีคราบเลือดเปื้อนทั่วร่าง แต่ทุกคนต่างมีดวงตาคู่เดียวกันกับต้นไม่มีใครพูดแม้แต่คำเดียวจนกระทั่งหนึ่งในนั้นก้าวออกมาข้างหน้า กึก…เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังเพียงครั้งเดียว แต่เงาร่างทั้งหมดกลับก้าวพร้อมกันราวกับเป็นคนคนเดียว กึก…กึก…กึก…เจ้าหน้าที่ไอทีมองแท็บเล็ตก่อนหน้าซีดกว่าเดิม“จุดสีแดง…กำลังรวมตัว!”บนหน้าจอจุดสีแดงทั้งหมดเคลื่อนเข้าหาจุดสีน้ำเงินของพวกเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะซ้อนทับกันกลายเป็นจุดเดียว ภาคินกำปืนแน่น“ทุกคนถอยช้าๆห้ามแตกแถว”ไม่มีใครกล้าหันหลังให้เงาปริศนา ทันใดนั้นชายที่ยืนอยู่หน้าสุดก็ยกมือขึ้นช้าๆเขาชี้มาที่ต้นก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเดียวกับต้นทุกอย่าง“นายไม่ควรขึ้นมาที่นี่”ต้นตัวแข็ง เสียง…”ชาญหันมามอง เหมือนนายทุกคำ”ชายตรงหน้ายิ้มอีกครั้ง เพราะฉันคือนาย”สิ้นประโยคนั้นเงาทั้งหมดก็พูดพร้อมกันฉันคือนาย”ฉันคือนาย”ฉันคือนาย”เสียงสะท้อนไปทั่วชั้น47จนแยกไม่ออกว่าเสียงจริงมาจาก







