Share

7.ศพที่สอง(1)

Author: Lee
last update publish date: 2026-08-03 19:15:22

เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องเหนืออาคารพร้อมสายฝนที่ยังโปรยลงมาไม่หยุด ทุกคนบนดาดฟ้านิ่งงันไปชั่วขณะหลังได้ยินคำพูดของสารวัตรภาคิน “วิชาญ…เสียชีวิตแล้ว” ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ต้นรู้สึกเหมือนหัวใจหล่นวูบ ความคิดหลายอย่างตีกันวุ่นอยู่ในหัว เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนวิชาญยังเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นศพรายที่สองของคดี ภาคินหันไปสั่งลูกน้องทันที “กันพื้นที่ชั้นใต้ดินทั้งหมด ห้ามพนักงานหรือเจ้าหน้าที่คนไหนลงไปโดยไม่ได้รับอนุญาต แจ้งพิสูจน์หลักฐานกับแพทย์นิติเวชให้รีบเข้ามา” ตำรวจหลายคนรีบวิ่งลงบันไดอย่างรวดเร็ว ภาคินหันมาหาต้น “คุณยังจะลงไปไหม” ต้นสูดลมหายใจลึกก่อนพยักหน้า “ครับ” “จำที่ผมบอกไว้ อย่าแตะต้องอะไร” “ครับ”

ทั้งสองรีบลงจากดาดฟ้า บันไดหนีไฟที่เปียกชื้นจากรองเท้าของเจ้าหน้าที่หลายคนทำให้ต้องเดินอย่างระมัดระวัง เสียงฝีเท้าดังก้องอยู่ภายในปล่องบันได ความเงียบปกคลุมทุกชั้นราวกับอาคารทั้งหลังหยุดหายใจ เมื่อลงมาถึงชั้นใต้ดิน ความเย็นชื้นก็พุ่งเข้าปะทะร่างกายทันที แสงไฟนีออนกะพริบเป็นจังหวะส่งเสียงหึ่งเบา ๆ กลิ่นอับของกระดาษเก่าผสมกลิ่นสนิมลอยคลุ้งไปทั่วทางเดิน ตำรวจสองนายยืนเฝ้าประตูห้องเก็บเอกสาร เมื่อเห็นสารวัตรภาคินก็รีบเปิดทางให้ “อยู่ด้านในครับ”

ภาคินเดินเข้าไปช้า ๆ ต้นก้าวตามหลังอย่างระมัดระวัง แต่ทันทีที่สายตาเหลือบเห็นร่างที่นอนอยู่กลางห้อง เขาก็หยุดนิ่ง ร่างของวิชาญนอนคว่ำหน้าอยู่ระหว่างชั้นเก็บแฟ้มเหล็ก เลือดสีเข้มไหลนองบนพื้นปูนเป็นทางยาว เสื้อเชิ้ตสีฟ้าเปียกชุ่มจนแทบเปลี่ยนเป็นสีดำ มือข้างหนึ่งเหยียดออกไปด้านหน้าเหมือนพยายามคว้าอะไรบางอย่างในวินาทีสุดท้าย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังถ่ายภาพอย่างละเอียด ส่วนแพทย์นิติเวชกำลังตรวจบาดแผลบริเวณลำคอ ภาคินย่อตัวลงข้างศพก่อนถาม “เสียชีวิตมานานแค่ไหน” แพทย์เงยหน้าขึ้นตอบ “ประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมงครับ บาดแผลเกิดจากของมีคมแทงเข้าลำคอจากด้านหลัง เสียเลือดอย่างรวดเร็ว และมีร่องรอยการต่อสู้ที่มือทั้งสองข้าง”ภาคินลุกขึ้นยืนช้า ๆ ดวงตายังคงจับจ้องร่างไร้วิญญาณของวิชาญ ก่อนหันไปมองรอบห้องเก็บเอกสารอย่างละเอียด ชั้นเหล็กสูงเรียงรายเป็นแนวยาว แฟ้มเอกสารจำนวนมากถูกดึงออกมากองบนพื้นราวกับมีใครบางคนค้นหาบางสิ่งอย่างรีบร้อน หลายแฟ้มเปิดอ้าค้างไว้ กระดาษกระจัดกระจายเปียกคราบเลือดและน้ำที่ไหลเข้ามาตามพื้นปูน “ทุกคนระวังอย่าเหยียบเอกสาร” ภาคินสั่งเสียงเรียบ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานรีบใช้ป้ายกำหนดตำแหน่งหลักฐานวางตามจุดต่าง ๆ ขณะที่ช่างภาพเก็บภาพทุกมุมอย่างต่อเนื่อง

ต้นยืนมองภาพตรงหน้าอย่างอึ้ง เขาพยายามนึกย้อนถึงตอนกลางวันที่ยังเห็นวิชาญเดินถือแฟ้มเอกสารผ่านโต๊ะทำงาน สีหน้าดูเคร่งเครียดกว่าปกติแต่ก็ไม่มีใครเอะใจ เขาไม่เคยคิดเลยว่าคนคนนั้นจะกลายเป็นศพในคืนเดียวกัน “คุณรู้จักวิชาญมากแค่ไหน” ภาคินถามโดยไม่หันมา ต้นตอบตามความจริง “ไม่ได้สนิทครับ แต่เขาทำงานที่ฝ่ายการเงินมาหลายปี ทุกคนบอกว่าเป็นคนละเอียด รอบคอบ และไม่ค่อยมีปัญหากับใคร” “มีศัตรูไหม” “เท่าที่รู้ไม่มีครับ”

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมถุงหลักฐาน “สารวัตรครับ พบโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย” ภาคินรับมาดู หน้าจอแตกจนเป็นรอยร้าว แต่ยังเปิดติด เจ้าหน้าที่ไอทีรีบรับไปเชื่อมต่ออุปกรณ์สำหรับดึงข้อมูล “ห้ามเปิดใช้งานโดยตรง” ภาคินกำชับ “ผมต้องการทุกข้อความ ทุกสายที่โทรเข้าออก รวมถึงข้อมูลที่ถูกลบ”

ขณะเดียวกัน แพทย์นิติเวชเรียกทุกคนเข้าไปดูใกล้ ๆ “สารวัตรครับ มีอะไรแปลก” เขาชี้ไปที่ข้อมือซ้ายของวิชาญ รอยแดงเป็นวงชัดเจนรอบข้อมือเหมือนเคยถูกมัดไว้ “เชือกหรือเคเบิลไทร์” ภาคินถาม “มีความเป็นไปได้ครับ แต่ถูกถอดออกก่อนเสียชีวิต” ต้นมองรอยนั้นแล้วรู้สึกหนาววาบ คนร้ายไม่ได้เพียงฆ่าเหยื่อ แต่ยังควบคุมตัวเขาไว้ก่อนลงมือ

เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอีกคนร้องเรียกจากมุมห้อง “สารวัตรครับ พบคราบรองเท้าอีกแบบหนึ่ง” ทุกคนรีบเดินไปดู รอยรองเท้าปรากฏอยู่บนพื้นฝุ่นหลังชั้นเก็บเอกสาร เป็นรอยที่คมชัดกว่ารอยอื่นอย่างเห็นได้ชัด เพราะบริเวณนั้นไม่มีน้ำฝนสาดเข้ามา เจ้าหน้าที่ใช้ไม้บรรทัดวัดขนาดก่อนถ่ายภาพ “ขนาดประมาณเบอร์สี่สิบสามครับ ดอกยางไม่เหมือนคู่ที่พบบนดาดฟ้า”

ภาคินหรี่ตาลง “หมายความว่ามีคนอย่างน้อยสองคนเข้ามาที่นี่” ไม่มีใครตอบ ทุกคนต่างคิดตามคำพูดนั้น หากมีคนร้ายมากกว่าหนึ่งคน คดีก็ซับซ้อนกว่าที่คาดไว้มาก

ต้นก้มลงมองพื้นโดยไม่แตะต้องอะไร จู่ ๆ เขาก็สังเกตเห็นเศษพลาสติกสีฟ้าชิ้นเล็กติดอยู่ใต้ชั้นเอกสาร “สารวัตรครับ ตรงนั้น” เจ้าหน้าที่ใช้แหนบคีบขึ้นมา มันเป็นเศษบัตรพลาสติกที่ถูกหักครึ่ง ด้านหนึ่งยังเห็นโลโก้บริษัท ส่วนอีกด้านมีตัวอักษรเพียงไม่กี่ตัว “…เสริฐ”

สมชายที่ยืนอยู่ด้านหลังเบิกตากว้าง “หรือว่าจะเป็นบัตรของคุณประเสริฐ”

ภาคินไม่รีบด่วนสรุป “ส่งตรวจลายนิ้วมือกับดีเอ็นเอ”

“ครับ”

เสียงวิทยุสื่อสารดังขึ้นอีกครั้ง “สารวัตรครับ ทีมที่ลงตรวจหลังอาคารพบรอยเชือกเสียดสีกับผนังต่อเนื่องจนถึงพื้น และพบรอยล้อรถจอดอยู่ตรงจุดนั้น”

ภาคินหยิบวิทยุขึ้นตอบ “ตรวจสอบกล้องภายนอกทั้งหมด”

“ครับ…แต่กล้องด้านหลังอาคารไม่ทำงานครับ”

ภาคินถอนหายใจเบา ๆ “เสียอีกแล้วสินะ”

ต้นเริ่มรู้สึกว่าทุกอย่างถูกวางแผนไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นกล้องที่เสีย ระบบที่ถูกลบข้อมูล หรือเส้นทางหลบหนี ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเหมือนคนร้ายรู้ทุกจุดอ่อนของบริษัทแห่งนี้

เจ้าหน้าที่ไอทีเงยหน้าขึ้นจากโน้ตบุ๊ก “สารวัตรครับ ดึงข้อมูลจากโทรศัพท์ของวิชาญได้บางส่วนแล้ว”

“มีอะไร”ก่อนเสียชีวิตประมาณสิบห้านาที มีข้อความถูกส่งเข้ามาครับ”จากใคร”เจ้าหน้าที่ส่ายหน้า “เป็นเบอร์เติมเงิน ไม่มีชื่อผู้ติดต่อ”ข้อความว่าอะไร”

เจ้าหน้าที่อ่านข้อความบนหน้าจอ “ถ้าไม่อยากให้ทุกอย่างถูกเปิดโปง ให้เอาเอกสารมาที่ห้องเก็บเอกสารใต้ดินคนเดียว”

ทั้งห้องเงียบสนิท ต้นรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด วิชาญไม่ได้ลงมาที่นี่โดยบังเอิญ เขาถูกนัดมา ภาคินถามต่อ “มีการตอบกลับไหม”

“ไม่มีครับ”แล้วโทรศัพท์หลังจากนั้นไม่มีการใช้งานอีกเลย”

ภาคินเดินไปมองศพของวิชาญอีกครั้ง “แสดงว่าเขามาถึงที่นี่ แล้วถูกฆ่าทันที”

ทันใดนั้น เจ้าหน้าที่หญิงจากฝ่ายบัญชีที่รอให้ปากคำอยู่ด้านนอกก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด “สารวัตรคะ…ฉันนึกอะไรออก”ภาคินหันไป “ว่ามา”ก่อนเลิกงาน ฉันเห็นวิชาญทะเลาะกับใครบางคนค่ะ”ใคร”เธอกลืนน้ำลาย “ผู้จัดการประเสริฐ”ต้นหันขวับทันที เรื่องอะไร”

ได้ยินไม่ชัดค่ะ แต่เหมือนวิชาญพูดว่า…เขาจะไม่ยอมปิดเรื่องนี้อีกแล้ว”คำพูดนั้นทำให้ทุกคนมองหน้ากัน ภาคินจดบันทึกก่อนถามต่อ “มีใครเห็นเหตุการณ์อีกไหม”น่าจะมีค่ะ ตอนนั้นยังมีพนักงานหลายคนอยู่”เรียกทุกคนมาสอบปากคำ”

“ค่ะ”ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเดินออกไป เสียงโทรศัพท์ของภาคินก็ดังขึ้นอีกครั้ง เขารับสาย สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดกว่าเดิม ยืนยันแล้วหรือ…เข้าใจแล้ว”เขาวางสายช้า ๆ ก่อนหันมาหาต้น ผลตรวจเบื้องต้นของกิตติออกแล้ว”ต้นรีบถาม “เป็นยังไงครับ”

ภาคินตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ใต้เล็บของกิตติมีเศษผิวหนังของคนร้าย” ต้นรู้สึกมีความหวังขึ้นมาทันที “แปลว่าหาตัวได้แล้ว”แต่ภาคินกลับส่ายหน้า“ไม่ง่ายขนาดนั้น…”เขาหยิบรายงานขึ้นมาแล้วพูดต่อ ดีเอ็นเอที่พบ…ไม่ตรงกับข้อมูลของพนักงานคนไหนในบริษัทเลย”

ความเงียบปกคลุมห้องอีกครั้ง หากดีเอ็นเอไม่ใช่ของพนักงานบริษัท ก็มีความเป็นไปได้เพียงสองทาง…คนร้ายเป็นคนนอกหรือไม่ก็…มีใครบางคนที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในระบบของบริษัท กำลังเดินอยู่ภายในอาคารแห่งนี้โดยไม่มีใครรู้ตัว.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เงาในออฟฟิศ   35.คนที่ไม่เคยตาย

    ปัง!เสียงปืนดังขึ้นในความมืดต้นยืนแข็งอยู่กลางทางเดิน ร่างกายไม่ตอบสนองต่อคำสั่งของสมอง เสียงปืนยังคงสะท้อนซ้ำไปซ้ำมาราวกับไม่มีวันจางหาย“สารวัตร!”ไม่มีเสียงตอบ ต้นยกปืนขึ้นช้า ๆ“สารวัตรภาคิน!”ความมืดเงียบสนิทจากนั้นไฟฉุกเฉินสีแดงก็ติดขึ้น วูบ…วูบ…วูบ…ทางเดินยาวตรงหน้ากลับว่างเปล่า ไม่มีภาคิน ไม่มีชายปริศนา ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของกระสุนต้นหันกลับไปมองหน้าจอที่ติดอยู่บนผนังภาพบ้านหลังเดิมยังค้างอยู่ เด็กสามคนยืนอยู่หน้าบ้านแต่ตอนนี้มีเพียงสองคนต้นกับธีร์ เด็กคนที่สามหายไปแล้วต้นขมวดคิ้ว“เมื่อกี้มีสามคน…”เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง “ใช่”ต้นหันกลับทันทีชายคนนั้นยืนอยู่ตรงปลายทางเดินแสงสีแดงส่องกระทบใบหน้าต้นมองเขาอย่างไม่กะพริบ ใบหน้าของชายคนนั้นคล้ายเขาแต่ไม่เหมือน T-01ไม่เหมือนธีร์ ไม่เหมือนต้น ดวงตาของเขามีบางอย่างที่ต้นไม่เคยเห็นในตัวใครความว่างเปล่า“นายคือใคร?”ชายคนนั้นยิ้ม“คำถามนี้พี่เคยถามผมแล้ว” ต้นกำปืนแน่น“ฉันไม่เคยเห็นนาย” “พี่เห็น” “ไม่เคย”“ทุกคืน”ต้นชะงัก ชายคนนั้นเดินเข้ามาช้า ๆ“ทุกครั้งที่พี่ฝันว่าตัวเองยืนอยู่ริมสระ”ต้นหน้าซีด“หยุด…”“ทุกครั้งที่พี่ได้ยินเ

  • เงาในออฟฟิศ   34.คนที่กลับมา

    ปัง!เสียงปืนจากนอกห้องดังขึ้นอีกครั้งต้นสะดุ้งสุดตัว เขาหันกลับไปมองประตูเหล็กที่ปิดสนิท หัวใจเต้นแรงจนแทบไม่ได้ยินเสียงอื่น“สารวัตร!”ไม่มีคำตอบ ต้นรีบวิ่งไปที่ประตู ใช้สองมือผลักมันเต็มแรง แต่ประตูไม่ขยับแม้แต่น้อย“เปิด!”เขาทุบประตูซ้ำ“สารวัตรภาคิน!” ความเงียบตอบกลับมา มีเพียงเสียงเครื่องจักรเบา ๆ ที่ดังอยู่ใต้พื้น ต้นค่อย ๆ ถอยออกมา หน้าจอขนาดใหญ่ตรงหน้ากะพริบอีกครั้ง ต้นจ้องข้อความนั้นด้วยความสับสน“ผมคือ T-02…”เสียงของเขาเองยังคงดังออกมาจากลำโพง “ถ้านายกำลังได้ยินเสียงนี้ แปลว่าฉันตายไปแล้ว” ต้นยกมือขึ้นกุมขมับ“นี่มันอะไรกัน…”ศักดิ์ชัยยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงมุมห้อง สีหน้าเรียบเฉยราวกับกำลังรอให้เขานึกอะไรบางอย่างออก“แกถามว่าความจริงคืออะไร” ต้นหันไปมอง“ผมอยากรู้ทุกอย่าง”ศักดิ์ชัยเงียบไปครู่หนึ่ง“แน่ใจหรือ”“ผมเสียเวลาอยู่ที่นี่มามากพอแล้ว”“ถ้ารู้แล้ว แกอาจอยากลืมมันอีกครั้ง”“ผมไม่สน” ศักดิ์ชัยหัวเราะเบา ๆ“เหมือนเดิมจริง ๆ” ต้นชะงัก“เหมือนเดิม?”“ดื้อ และคิดว่าตัวเองรับความจริงได้ทุกอย่าง”“พ่อรู้จักผมจริง ๆ หรือเปล่า?”คำถามนั้นทำให้ศักดิ์ชัยนิ่ง“รู้จักมากกว่าที่แกรู้จั

  • เงาในออฟฟิศ   33.พี่ชายที่ไม่ควรมีอยู่

    ปัง!เสียงปืนจากชั้น 47 ดังสนั่นจนพื้นใต้เท้าของต้นสั่นสะเทือน ความมืดกลืนกินทุกสิ่งในชั่วพริบตาต้นยืนแข็งอยู่กลางทางเดิน หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกจากอก มือที่ถือปืนกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“สารวัตร!” ไม่มีเสียงตอบ“สารวัตรภาคิน!”ยังคงเงียบ ต้นหันกลับไปทางชายสูงวัยที่ยืนอยู่ตรงหน้าเมื่อครู่ แต่ตรงนั้นกลับว่างเปล่า ไม่มีชายชราไม่มีรูปถ่าย ไม่มีแม้แต่ร่องรอยว่าเคยมีใครยืนอยู่ มีเพียงความมืดและเสียงหายใจของตัวเองต้นยกปืนขึ้นช้า ๆ“ภาคิน…”ทันใดนั้นแสงไฟฉุกเฉินสีแดงก็ติดขึ้นทีละดวง วูบ…วูบ…วูบ…แสงสีแดงส่องทางเดินเป็นช่วง ๆ เผยให้เห็นภาพที่ทำให้ต้นต้องกลั้นหายใจ พื้นเต็มไปด้วยรอยเลือดแต่ไม่มีศพไม่มีปลอกกระสุน ไม่มีแม้แต่รอยกระสุนบนผนัง ต้นค่อย ๆ เดินไปข้างหน้า “สารวัตร?” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง “อย่าขยับ”ต้นชะงักทันทีเขาจำเสียงนั้นได้ภาคินต้นค่อย ๆ หันกลับไปสารวัตรยืนอยู่ปลายทางเดิน ปืนถูกยกขึ้นเล็งตรงมายังเขา“วางปืนลง”ต้นมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ“เมื่อกี้คุณหายไปไหน?”“วางปืนลงก่อน”“ผมถามว่าคุณหายไปไหน!”ภาคินไม่ตอบ ต้นมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าเสื้อเชิ้ตยังขาดเป็นริ้ว แขนข้างเ

  • เงาในออฟฟิศ   32.คนที่ตายไปแล้ว

    เสียงนั้นยังคงก้องอยู่ในหัวของต้น“ครั้งนี้…อย่าฆ่าผิดคน”ต้นยืนตัวแข็งอยู่กลางห้องบัญชี ปืนในมือสั่นเล็กน้อย สายตาจับจ้องชายสองคนที่ยืนอยู่หน้าประตูคนแรกคือสารวัตรภาคิน เสื้อเชิ้ตของเขาขาดเป็นริ้ว ใบหน้าด้านหนึ่งเปื้อนเลือดจนแทบมองไม่เห็นสีผิว แขนข้างหนึ่งห้อยลงอย่างผิดธรรมชาติ แต่เขายังคงยืนอยู่และในอ้อมแขนของเขา…คือร่างของกิตติดวงตาของกิตติปิดสนิท ใบหน้าซีดขาว รอยเลือดไหลลงมาตามขมับ ก่อนหยดลงบนพื้นทีละหยด หยด…หยด…หยด…แต่คนที่ทำให้ต้นไม่สามารถขยับได้คือชายที่ยืนอยู่ด้านหลังภาคินเขามีใบหน้าเหมือนต้นทุกประการเหมือนกับชายที่เพิ่งหายตัวไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนต้นยกปืนขึ้น“แก…” ชายอีกคนไม่ตอบเขาเพียงยืนมองต้นผ่านศูนย์เล็งของปืนในมือภาคินค่อย ๆ วางร่างกิตติลงกับพื้น“ต้น” เสียงของภาคินแหบพร่า“อย่ายิง”ต้นไม่ลดปืน“สารวัตรเป็นอะไร?”ภาคินก้มมองแขนตัวเอง“ฉันไม่รู้”“เลือดนั่น…”“ไม่ใช่เลือดของฉัน” ต้นชะงักภาคินเงยหน้าขึ้น“และไม่ใช่เลือดของกิตติ” อะไรนะ?”ภาคินเดินเข้ามาช้า ๆ“มันเป็นเลือดที่ระบบสร้างขึ้นมา” ต้นมองร่างกิตติบนพื้น“แล้วเขาตายหรือยัง?”ภาคินไม่ตอบต้นกำปืนแน่นขึ้น“ผมถา

  • เงาในออฟฟิศ   31.คืนแรกที่ไม่เคยเกิดขึ้น(4)

    ปัง!เสียงปืนดังสนั่นจนต้นสะดุ้งสุดตัว ควันสีขาวลอยออกจากปลายกระบอกปืนในมือของชายตรงหน้า แต่ไม่มีเลือด ไม่มีร่างใครล้มลง และไม่มีแม้แต่รอยกระสุนบนผนังต้นยืนแข็งอยู่กับที่ชายที่มีใบหน้าเหมือนเขายังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ รอยยิ้มเศร้าปรากฏขึ้นบนใบหน้า“ตกใจเหรอ?”ต้นยกปืนขึ้นเล็งตรงกลางหน้าผากของอีกฝ่าย“เมื่อกี้แกยิงอะไร?”“ความทรงจำ”“หมายความว่าอะไร?”ชายคนนั้นถอนหายใจ ก่อนวางปืนลงบนโต๊ะ กระสุนที่นายเห็นเมื่อกี้ไม่ใช่กระสุนจริง มันเป็นเพียงเหตุการณ์ที่ระบบต้องการให้นายเชื่อว่าเกิดขึ้น”ต้นไม่ลดปืน“แกเป็นใคร?”ฉันบอกไปแล้ว”“ฉันไม่เชื่อ”“นายไม่เคยเชื่อฉันอยู่แล้ว”คำตอบนั้นทำให้ต้นชะงัก ชายตรงหน้าค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขาดูเหมือนต้นทุกอย่าง ทั้งใบหน้า รูปร่าง น้ำเสียง แม้กระทั่งรอยแผลเล็ก ๆ บริเวณข้อมือซ้าย แต่สิ่งหนึ่งที่ต่างออกไปคือดวงตา ดวงตาคู่นั้นเหมือนคนที่ไม่ได้นอนมาหลายปี“ฉันคือต้นจากครั้งที่สาม”“ครั้งที่สาม?”“ใช่”ชายคนนั้นเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมา“และนายคือต้นจากครั้งแรก”ต้นขมวดคิ้ว“ฉันไม่เข้าใจ”“เพราะความทรงจำของนายถูกตัดออก”แฟ้มถูกเปิดออกด้านในเต็มไปด้วยรูป

  • เงาในออฟฟิศ   30.คืนแรกที่ไม่เคยเกิดขึ้น(3)

    “พี่เปิดประตู แล้วทุกคนตายหมด”ต้นจ้องเด็กชายตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ มือของเด็กกำปืนแน่นจนปลายนิ้วซีด แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่อาวุธในมือเล็ก ๆ นั้นมันคือสายตา สายตาของเด็กชายไม่ได้เหมือนเด็กวัยเจ็ดขวบเลย มันเต็มไปด้วยความรู้เหมือนเด็กคนนี้เคยเห็นสิ่งที่ต้นกำลังจะเห็นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน“นายรู้ได้ยังไง…”เด็กชายไม่ตอบ นายเป็นใคร?”เด็กชายก้มมองปืนในมือ ก่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง“ผมบอกพี่แล้ว”อะไร?”ผมคือพี่”ต้นนิ่งไป ไม่ใช่…”พี่จำไม่ได้หรอก”เด็กชายเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าวกึก…กึก…กึก…ทุกครั้งที่เท้าของเด็กแตะพื้น เสียงรอบตัวกลับเงียบลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดต้นไม่ได้ยินแม้แต่เสียงระบบที่กำลังทำงานอยู่คืนนี้พี่เคยเปิดประตูมาแล้ว”ต้นส่ายหน้าฉันไม่เคย…”เคย”เด็กชายยกปืนขึ้นชี้ไปที่ประตูห้องบัญชี แล้วพี่ก็เสียทุกคนไป”ต้นหันไปมองประตู ประตูไม้สีเทายังคงปิดสนิทแต่คราวนี้มันไม่ได้มีเพียงเสียงโทรศัพท์ดังออกมา มีเสียงบางอย่างดังมาจากด้านในเสียงคนเดินหลายคน กึก…กึก…กึก…จากนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นต้น…”ต้นจำได้ทันที กิตติ ช่วยฉันด้วย…”ต้นกำกระดาษที่อยู่ในมือแน่นขึ้น เสียงเมย์ตามมา ต้น เปิดประตูสิ…”จ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status