Share

7.ศพที่สอง(1)

Author: Lee
last update publish date: 2026-08-03 19:15:22

เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องเหนืออาคารพร้อมสายฝนที่ยังโปรยลงมาไม่หยุด ทุกคนบนดาดฟ้านิ่งงันไปชั่วขณะหลังได้ยินคำพูดของสารวัตรภาคิน “วิชาญ…เสียชีวิตแล้ว” ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ต้นรู้สึกเหมือนหัวใจหล่นวูบ ความคิดหลายอย่างตีกันวุ่นอยู่ในหัว เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนวิชาญยังเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นศพรายที่สองของคดี ภาคินหันไปสั่งลูกน้องทันที “กันพื้นที่ชั้นใต้ดินทั้งหมด ห้ามพนักงานหรือเจ้าหน้าที่คนไหนลงไปโดยไม่ได้รับอนุญาต แจ้งพิสูจน์หลักฐานกับแพทย์นิติเวชให้รีบเข้ามา” ตำรวจหลายคนรีบวิ่งลงบันไดอย่างรวดเร็ว ภาคินหันมาหาต้น “คุณยังจะลงไปไหม” ต้นสูดลมหายใจลึกก่อนพยักหน้า “ครับ” “จำที่ผมบอกไว้ อย่าแตะต้องอะไร” “ครับ”

ทั้งสองรีบลงจากดาดฟ้า บันไดหนีไฟที่เปียกชื้นจากรองเท้าของเจ้าหน้าที่หลายคนทำให้ต้องเดินอย่างระมัดระวัง เสียงฝีเท้าดังก้องอยู่ภายในปล่องบันได ความเงียบปกคลุมทุกชั้นราวกับอาคารทั้งหลังหยุดหายใจ เมื่อลงมาถึงชั้นใต้ดิน ความเย็นชื้นก็พุ่งเข้าปะทะร่างกายทันที แสงไฟนีออนกะพริบเป็นจังหวะส่งเสียงหึ่งเบา ๆ กลิ่นอับของกระดาษเก่าผสมกลิ่นสนิมลอยคลุ้งไปทั่วทางเดิน ตำรวจสองนายยืนเฝ้าประตูห้องเก็บเอกสาร เมื่อเห็นสารวัตรภาคินก็รีบเปิดทางให้ “อยู่ด้านในครับ”

ภาคินเดินเข้าไปช้า ๆ ต้นก้าวตามหลังอย่างระมัดระวัง แต่ทันทีที่สายตาเหลือบเห็นร่างที่นอนอยู่กลางห้อง เขาก็หยุดนิ่ง ร่างของวิชาญนอนคว่ำหน้าอยู่ระหว่างชั้นเก็บแฟ้มเหล็ก เลือดสีเข้มไหลนองบนพื้นปูนเป็นทางยาว เสื้อเชิ้ตสีฟ้าเปียกชุ่มจนแทบเปลี่ยนเป็นสีดำ มือข้างหนึ่งเหยียดออกไปด้านหน้าเหมือนพยายามคว้าอะไรบางอย่างในวินาทีสุดท้าย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังถ่ายภาพอย่างละเอียด ส่วนแพทย์นิติเวชกำลังตรวจบาดแผลบริเวณลำคอ ภาคินย่อตัวลงข้างศพก่อนถาม “เสียชีวิตมานานแค่ไหน” แพทย์เงยหน้าขึ้นตอบ “ประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมงครับ บาดแผลเกิดจากของมีคมแทงเข้าลำคอจากด้านหลัง เสียเลือดอย่างรวดเร็ว และมีร่องรอยการต่อสู้ที่มือทั้งสองข้าง”ภาคินลุกขึ้นยืนช้า ๆ ดวงตายังคงจับจ้องร่างไร้วิญญาณของวิชาญ ก่อนหันไปมองรอบห้องเก็บเอกสารอย่างละเอียด ชั้นเหล็กสูงเรียงรายเป็นแนวยาว แฟ้มเอกสารจำนวนมากถูกดึงออกมากองบนพื้นราวกับมีใครบางคนค้นหาบางสิ่งอย่างรีบร้อน หลายแฟ้มเปิดอ้าค้างไว้ กระดาษกระจัดกระจายเปียกคราบเลือดและน้ำที่ไหลเข้ามาตามพื้นปูน “ทุกคนระวังอย่าเหยียบเอกสาร” ภาคินสั่งเสียงเรียบ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานรีบใช้ป้ายกำหนดตำแหน่งหลักฐานวางตามจุดต่าง ๆ ขณะที่ช่างภาพเก็บภาพทุกมุมอย่างต่อเนื่อง

ต้นยืนมองภาพตรงหน้าอย่างอึ้ง เขาพยายามนึกย้อนถึงตอนกลางวันที่ยังเห็นวิชาญเดินถือแฟ้มเอกสารผ่านโต๊ะทำงาน สีหน้าดูเคร่งเครียดกว่าปกติแต่ก็ไม่มีใครเอะใจ เขาไม่เคยคิดเลยว่าคนคนนั้นจะกลายเป็นศพในคืนเดียวกัน “คุณรู้จักวิชาญมากแค่ไหน” ภาคินถามโดยไม่หันมา ต้นตอบตามความจริง “ไม่ได้สนิทครับ แต่เขาทำงานที่ฝ่ายการเงินมาหลายปี ทุกคนบอกว่าเป็นคนละเอียด รอบคอบ และไม่ค่อยมีปัญหากับใคร” “มีศัตรูไหม” “เท่าที่รู้ไม่มีครับ”

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมถุงหลักฐาน “สารวัตรครับ พบโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย” ภาคินรับมาดู หน้าจอแตกจนเป็นรอยร้าว แต่ยังเปิดติด เจ้าหน้าที่ไอทีรีบรับไปเชื่อมต่ออุปกรณ์สำหรับดึงข้อมูล “ห้ามเปิดใช้งานโดยตรง” ภาคินกำชับ “ผมต้องการทุกข้อความ ทุกสายที่โทรเข้าออก รวมถึงข้อมูลที่ถูกลบ”

ขณะเดียวกัน แพทย์นิติเวชเรียกทุกคนเข้าไปดูใกล้ ๆ “สารวัตรครับ มีอะไรแปลก” เขาชี้ไปที่ข้อมือซ้ายของวิชาญ รอยแดงเป็นวงชัดเจนรอบข้อมือเหมือนเคยถูกมัดไว้ “เชือกหรือเคเบิลไทร์” ภาคินถาม “มีความเป็นไปได้ครับ แต่ถูกถอดออกก่อนเสียชีวิต” ต้นมองรอยนั้นแล้วรู้สึกหนาววาบ คนร้ายไม่ได้เพียงฆ่าเหยื่อ แต่ยังควบคุมตัวเขาไว้ก่อนลงมือ

เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอีกคนร้องเรียกจากมุมห้อง “สารวัตรครับ พบคราบรองเท้าอีกแบบหนึ่ง” ทุกคนรีบเดินไปดู รอยรองเท้าปรากฏอยู่บนพื้นฝุ่นหลังชั้นเก็บเอกสาร เป็นรอยที่คมชัดกว่ารอยอื่นอย่างเห็นได้ชัด เพราะบริเวณนั้นไม่มีน้ำฝนสาดเข้ามา เจ้าหน้าที่ใช้ไม้บรรทัดวัดขนาดก่อนถ่ายภาพ “ขนาดประมาณเบอร์สี่สิบสามครับ ดอกยางไม่เหมือนคู่ที่พบบนดาดฟ้า”

ภาคินหรี่ตาลง “หมายความว่ามีคนอย่างน้อยสองคนเข้ามาที่นี่” ไม่มีใครตอบ ทุกคนต่างคิดตามคำพูดนั้น หากมีคนร้ายมากกว่าหนึ่งคน คดีก็ซับซ้อนกว่าที่คาดไว้มาก

ต้นก้มลงมองพื้นโดยไม่แตะต้องอะไร จู่ ๆ เขาก็สังเกตเห็นเศษพลาสติกสีฟ้าชิ้นเล็กติดอยู่ใต้ชั้นเอกสาร “สารวัตรครับ ตรงนั้น” เจ้าหน้าที่ใช้แหนบคีบขึ้นมา มันเป็นเศษบัตรพลาสติกที่ถูกหักครึ่ง ด้านหนึ่งยังเห็นโลโก้บริษัท ส่วนอีกด้านมีตัวอักษรเพียงไม่กี่ตัว “…เสริฐ”

สมชายที่ยืนอยู่ด้านหลังเบิกตากว้าง “หรือว่าจะเป็นบัตรของคุณประเสริฐ”

ภาคินไม่รีบด่วนสรุป “ส่งตรวจลายนิ้วมือกับดีเอ็นเอ”

“ครับ”

เสียงวิทยุสื่อสารดังขึ้นอีกครั้ง “สารวัตรครับ ทีมที่ลงตรวจหลังอาคารพบรอยเชือกเสียดสีกับผนังต่อเนื่องจนถึงพื้น และพบรอยล้อรถจอดอยู่ตรงจุดนั้น”

ภาคินหยิบวิทยุขึ้นตอบ “ตรวจสอบกล้องภายนอกทั้งหมด”

“ครับ…แต่กล้องด้านหลังอาคารไม่ทำงานครับ”

ภาคินถอนหายใจเบา ๆ “เสียอีกแล้วสินะ”

ต้นเริ่มรู้สึกว่าทุกอย่างถูกวางแผนไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นกล้องที่เสีย ระบบที่ถูกลบข้อมูล หรือเส้นทางหลบหนี ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเหมือนคนร้ายรู้ทุกจุดอ่อนของบริษัทแห่งนี้

เจ้าหน้าที่ไอทีเงยหน้าขึ้นจากโน้ตบุ๊ก “สารวัตรครับ ดึงข้อมูลจากโทรศัพท์ของวิชาญได้บางส่วนแล้ว”

“มีอะไร”ก่อนเสียชีวิตประมาณสิบห้านาที มีข้อความถูกส่งเข้ามาครับ”จากใคร”เจ้าหน้าที่ส่ายหน้า “เป็นเบอร์เติมเงิน ไม่มีชื่อผู้ติดต่อ”ข้อความว่าอะไร”

เจ้าหน้าที่อ่านข้อความบนหน้าจอ “ถ้าไม่อยากให้ทุกอย่างถูกเปิดโปง ให้เอาเอกสารมาที่ห้องเก็บเอกสารใต้ดินคนเดียว”

ทั้งห้องเงียบสนิท ต้นรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด วิชาญไม่ได้ลงมาที่นี่โดยบังเอิญ เขาถูกนัดมา ภาคินถามต่อ “มีการตอบกลับไหม”

“ไม่มีครับ”แล้วโทรศัพท์หลังจากนั้นไม่มีการใช้งานอีกเลย”

ภาคินเดินไปมองศพของวิชาญอีกครั้ง “แสดงว่าเขามาถึงที่นี่ แล้วถูกฆ่าทันที”

ทันใดนั้น เจ้าหน้าที่หญิงจากฝ่ายบัญชีที่รอให้ปากคำอยู่ด้านนอกก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด “สารวัตรคะ…ฉันนึกอะไรออก”ภาคินหันไป “ว่ามา”ก่อนเลิกงาน ฉันเห็นวิชาญทะเลาะกับใครบางคนค่ะ”ใคร”เธอกลืนน้ำลาย “ผู้จัดการประเสริฐ”ต้นหันขวับทันที เรื่องอะไร”

ได้ยินไม่ชัดค่ะ แต่เหมือนวิชาญพูดว่า…เขาจะไม่ยอมปิดเรื่องนี้อีกแล้ว”คำพูดนั้นทำให้ทุกคนมองหน้ากัน ภาคินจดบันทึกก่อนถามต่อ “มีใครเห็นเหตุการณ์อีกไหม”น่าจะมีค่ะ ตอนนั้นยังมีพนักงานหลายคนอยู่”เรียกทุกคนมาสอบปากคำ”

“ค่ะ”ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเดินออกไป เสียงโทรศัพท์ของภาคินก็ดังขึ้นอีกครั้ง เขารับสาย สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดกว่าเดิม ยืนยันแล้วหรือ…เข้าใจแล้ว”เขาวางสายช้า ๆ ก่อนหันมาหาต้น ผลตรวจเบื้องต้นของกิตติออกแล้ว”ต้นรีบถาม “เป็นยังไงครับ”

ภาคินตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ใต้เล็บของกิตติมีเศษผิวหนังของคนร้าย” ต้นรู้สึกมีความหวังขึ้นมาทันที “แปลว่าหาตัวได้แล้ว”แต่ภาคินกลับส่ายหน้า“ไม่ง่ายขนาดนั้น…”เขาหยิบรายงานขึ้นมาแล้วพูดต่อ ดีเอ็นเอที่พบ…ไม่ตรงกับข้อมูลของพนักงานคนไหนในบริษัทเลย”

ความเงียบปกคลุมห้องอีกครั้ง หากดีเอ็นเอไม่ใช่ของพนักงานบริษัท ก็มีความเป็นไปได้เพียงสองทาง…คนร้ายเป็นคนนอกหรือไม่ก็…มีใครบางคนที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในระบบของบริษัท กำลังเดินอยู่ภายในอาคารแห่งนี้โดยไม่มีใครรู้ตัว.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เงาในออฟฟิศ   24.บ้านที่ไม่มี(1)

    ความมืดปกคลุมทุกสิ่ง ไม่มีเสียงสัญญาณเตือน ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีแม้แต่เสียงหายใจของใครสักคน ต้นยืนนิ่งอยู่กลางทางเดิน ปืนยังคงอยู่ในมือ ปลายกระบอกชี้ไปยังเตียงหมายเลข 47เสียงคำว่า ลูก…”ยังคงก้องอยู่ในหัวเสียงนั้นเขาจำไม่ได้แต่หัวใจกลับจำมันได้ ต้นค่อย ๆ ลดปืนลง“แม่…”คำพูดหลุดออกจากปากเบาราวกับเด็กคนหนึ่งที่กำลังเรียกหาใครบางคนในความฝัน ชาญรีบคว้าแขนเขา“ต้น! อย่าเพิ่งเชื่อเสียงนั่น”ต้นหันกลับแต่เสียงนั้น…”มันอาจเป็นระบบ”เจ้าหน้าที่ไอทีพูดแทรกขึ้น ระบบสามารถสร้างเสียงจากข้อมูลความทรงจำได้ ถ้ามันมีข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวของคุณ มันสามารถจำลองเสียงของแม่คุณได้”ต้นนิ่งไป แต่ผมไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับแม่”นั่นแหละครับที่น่ากลัว”เจ้าหน้าที่ไอทีตอบ“มันอาจไม่ได้สร้างเสียงจากความทรงจำของคุณ”เขาเงยหน้ามองลำโพงเหนือศีรษะ แต่มันอาจกำลังเปิดความทรงจำที่ถูกลบออกจากสมองคุณ”ทันใดนั้น กึก…เสียงบางอย่างดังขึ้นจากด้านหลัง ทุกคนหันขวับ ไฟฉุกเฉินสีแดงติดขึ้นทีละดวง หนึ่งดวง สองดวง สามดวงแสงสีแดงลากยาวไปตามทางเดินและสิ่งที่อยู่ปลายทางเดินทำให้ต้นหยุดหายใจ ชายคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ตรงนั้นเขาสวมเสื้อกา

  • เงาในออฟฟิศ   23.คนที่ไม่ควรมีตัวตน(4)

    ปัง! เสียงปืนดังสนั่นจนผนังทั้งสองด้านสั่นสะเทือน ต้นหลับตาลงโดยไม่รู้ตัวแต่ความเจ็บปวดที่ควรเกิดขึ้นกลับไม่มีเมื่อเขาลืมตาขึ้น ชาญยืนอยู่ตรงหน้า ปืนในมือของชาญยังมีควันจาง ๆ ลอยออกมา ผมยิงปืนของมันออกไป!”กระสุนของชายที่มีใบหน้าของภาคินเฉียดศีรษะต้น ก่อนกระแทกเข้ากับผนังด้านหลังชายคนนั้นถอยไปหนึ่งก้าวดวงตาสีดำสนิทจับจ้องชาญ“ผิดคนแล้ว”ชาญยกปืนขึ้นเล็งตรงหน้า วางปืน!”ชายคนนั้นกลับหัวเราะ พวกนายยังคิดว่าปืนใช้ได้ผลกับที่นี่อีกเหรอ?”ทันใดนั้นไฟเหนือศีรษะก็ดับลงความมืดกลืนทุกอย่างอีกครั้ง ทุกคนอยู่กับที่!” ชาญตะโกน เสียงฝีเท้าดังขึ้น กึก…กึก…กึก…แต่ครั้งนี้มันไม่ได้มีเพียงคู่เดียว เสียงฝีเท้าดังมาจากทุกทิศทาง ต้นหันซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว พวกมันมาแล้ว…”สมชายถาม ใคร?”ต้นไม่ตอบเพราะเขาเห็นเงาหลายสิบเงาปรากฏขึ้นบนผนังเงาของคนที่มีใบหน้าของเขา หนึ่งคน…สิบคน…ยี่สิบคน…จนเต็มทางเดิน เจ้าหน้าที่ไอทีตัวสั่น“นี่มันอะไรกัน…”เสียงสังเคราะห์ดังขึ้นเหนือศีรษะต้นเบิกตากว้าง“หลายตัวตน…”เจ้าหน้าที่ไอทีอ่านข้อความบนหน้าจอแล้วหน้าเสียมันกำลังตรวจสอบตัวตนของคุณครับ”แล้วผลเป็นยังไง?”เขาเงียบ ต้นคว้าแขน

  • เงาในออฟฟิศ   22.คนที่ไม่ควรมีตัวตน(3)

    “สารวัตรภาคิน…หายไปแล้ว!”เสียงของชาญดังขึ้นท่ามกลางความมืด ต้นชะงัก หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินชัดอยู่ในอก รอบตัวมีเพียงความมืดสนิท ไม่มีแม้แต่แสงจากไฟฉุกเฉิน ทุกคนตะโกนเรียกชื่อภาคินพร้อมกัน“สารวัตร!”ภาคิน!”เปิดไฟสิวะ!”เสียงเจ้าหน้าที่ไอทีดังสั่น ๆ ก่อนเสียงแป้นพิมพ์บนแท็บเล็ตจะดังรัว “ระบบไม่ตอบสนองครับ!”ใช้ไฟฉาย!” ชาญสั่ง แสงไฟจากโทรศัพท์หลายเครื่องสว่างขึ้นพร้อมกันต้นรีบหันไปมองเตียงโลหะร่างของชายที่นอนอยู่บนนั้นยังคงอยู่แต่ภาคินหายไปแล้วไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีเลือด ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าเหมือนเขาไม่เคยอยู่ตรงนั้นมาก่อน เมื่อกี้สารวัตรยืนอยู่ตรงนี้…” สมชายพูดเสียงเบา “ผมเห็นกับตา”ต้นไม่ตอบ สายตาของเขายังคงจับจ้องไปยังพื้นบริเวณที่ภาคินเคยยืนแล้วเขาก็เห็นบางอย่างรอยเลือดหยดหนึ่งอยู่ตรงกลางพื้น ต้นค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ก่อนหยุดกะทันหัน ทุกคน…อย่าเพิ่งขยับ”ชาญหันมา “อะไร?”ต้นชี้ลงพื้น“เลือด”เจ้าหน้าที่ไอทีส่องไฟไปยังพื้น หยดเลือดสีแดงเข้มสามหยดเรียงกันเป็นเส้นตรง ก่อนจะลากยาวไปยังประตูอีกด้านของห้อง ชาญยกปืนขึ้นทันที มีคนพาสารวัตรออกไป”ต้นส่ายหน้า ไม่ใช่”นายรู้ได้ยังไง?”ต้นมอง

  • เงาในออฟฟิศ   21.คนที่ไม่ควรมีตัวตน(2)

    ความเงียบหลังคำพูดของภาคินหนักอึ้งจนแทบไม่มีใครกล้าหายใจ ต้นยืนนิ่งอยู่กลางทางเดิน ดวงตาจับจ้องสารวัตรตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน“ทุกคนในอาคารจะตาย?”ภาคินไม่ได้ตอบทันที เขาค่อย ๆ ลดปืนลง แต่ยังคงมองต้นด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล“ใช่”“เพราะความทรงจำของผม?”ไม่ใช่เพราะความทรงจำอย่างเดียว”ภาคินเงยหน้ามองไฟสีขาวที่กำลังกะพริบเหนือศีรษะแต่เพราะสิ่งที่อยู่ในความทรงจำนั้น”ชาญขมวดคิ้ว สารวัตรพูดอะไร?”ภาคินยังไม่ทันตอบ เสียงของเจ้าหน้าที่ไอทีก็ดังขึ้นจากด้านหลัง เดี๋ยวก่อนครับ…”ทุกคนหันไปมองเขา เจ้าหน้าที่ไอทียังคงจ้องแท็บเล็ตในมือ สีหน้าของเขาซีดลงเรื่อย ๆ“เปอร์เซ็นต์มันเพิ่มขึ้นเองครับ”ต้นหันไปมองหน้าจอMEMORY RESTORATIONSUBJECT: TON18%ตัวเลขเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเปอร์เซ็นต์19%20% ปิดมัน!” ภาคินตะโกน เจ้าหน้าที่ไอทีพยายามกดปุ่มปิด แต่หน้าจอกลับไม่ตอบสนอง ผมปิดไม่ได้ครับ!”ถอดแบตเตอรี่!”มันไม่มีแบตเตอรี่ให้ถอดครับ!”ภาคินชะงัก หมายความว่าไง?”เจ้าหน้าที่ไอทีพลิกแท็บเล็ตให้ทุกคนดูเครื่องนี้ไม่ได้ทำงานด้วยระบบปกติ มันเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ของอาคารโดยตรง ถ้าผมตัดการเชื่อมต่อ…”ทำ

  • เงาในออฟฟิศ   20.คนที่ไม่ควรมีตัวตน(1)

    ปลายกระบอกปืนนับสิบกระบอกสะท้อนแสงสีแดงวูบวาบอยู่ในความมืด ภาคินยืนนิ่งไม่ขยับแม้แต่น้อย ดวงตาของเขาจับจ้องเงาของต้นทุกคนที่กำลังเล็งปืนมาที่เขาโดยไม่กะพริบ“สารวัตร…”สมชายกระซิบเสียงสั่น “พวกมันมีปืน”รู้แล้ว”ภาคินตอบสั้นๆต้นมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ปืน แต่เป็นความจริงที่ว่าเงาทุกคนกำลังทำท่าเดียวกันหมด พวกมันยืนเรียงกันเป็นแถว ปืนอยู่ในระดับเดียวกัน นิ้ววางอยู่บนไก และที่น่ากลัวที่สุดคือใบหน้าของพวกมันยังคงเป็นใบหน้าของต้น เสียงนับถอยหลังดังขึ้นอีกครั้ง“ห้า…”ภาคินค่อยๆยกมือขึ้น“ทุกคนอย่าขยับ”สี่…”เจ้าหน้าที่ไอทีหันไปมองแท็บเล็ตอย่างร้อนรน สารวัตรครับ! เวลาในระบบมันไม่ตรงกัน!หมายความว่าไง?”ตัวจับเวลาที่หน้าจอเหลือสองนาทีสี่สิบเจ็ดวินาที แต่ระบบเสียงกำลังนับถอยหลังจากสิบ!”สาม…”ชาญชะโงกหน้ามองหน้าจอแล้วเบิกตากว้างมันไม่ได้กำลังนับเวลา!”ทุกคนหันไปมองเขา แล้วมันนับอะไร?”ชาญกลืนน้ำลายก่อนตอบ มันกำลังนับจำนวนคน”ความเงียบเข้าปกคลุมทันที สอง…”ต้นหันกลับไปมองเงาของตัวเองอีกครั้ง แล้วก็พบสิ่งผิดปกติบางอย่างหนึ่งในเงาทั้งหมดไม่ได้ถือปืน ต้นหรี่ตา ตรง

  • เงาในออฟฟิศ   19.ชั้น47(3)

    ต้นถึงกับก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นใบหน้าของคนทั้งแถวเป็นหน้าของตัวเองทั้งหมด แต่ละคนยืนตัวตรง สวมเสื้อผ้าไม่เหมือนกัน บางคนใส่ชุดพนักงานบริษัท บางคนสวมชุดสูทสีดำ บางคนอยู่ในชุดนักโทษ และบางคนมีคราบเลือดเปื้อนทั่วร่าง แต่ทุกคนต่างมีดวงตาคู่เดียวกันกับต้นไม่มีใครพูดแม้แต่คำเดียวจนกระทั่งหนึ่งในนั้นก้าวออกมาข้างหน้า กึก…เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังเพียงครั้งเดียว แต่เงาร่างทั้งหมดกลับก้าวพร้อมกันราวกับเป็นคนคนเดียว กึก…กึก…กึก…เจ้าหน้าที่ไอทีมองแท็บเล็ตก่อนหน้าซีดกว่าเดิม“จุดสีแดง…กำลังรวมตัว!”บนหน้าจอจุดสีแดงทั้งหมดเคลื่อนเข้าหาจุดสีน้ำเงินของพวกเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะซ้อนทับกันกลายเป็นจุดเดียว ภาคินกำปืนแน่น“ทุกคนถอยช้าๆห้ามแตกแถว”ไม่มีใครกล้าหันหลังให้เงาปริศนา ทันใดนั้นชายที่ยืนอยู่หน้าสุดก็ยกมือขึ้นช้าๆเขาชี้มาที่ต้นก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเดียวกับต้นทุกอย่าง“นายไม่ควรขึ้นมาที่นี่”ต้นตัวแข็ง เสียง…”ชาญหันมามอง เหมือนนายทุกคำ”ชายตรงหน้ายิ้มอีกครั้ง เพราะฉันคือนาย”สิ้นประโยคนั้นเงาทั้งหมดก็พูดพร้อมกันฉันคือนาย”ฉันคือนาย”ฉันคือนาย”เสียงสะท้อนไปทั่วชั้น47จนแยกไม่ออกว่าเสียงจริงมาจาก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status