INICIAR SESIÓN“หยุด! แล้วปล่อยเธอเดี๋ยวนี้!”
เสียงตวาดกร้าวและทรงพลังดังขึ้น ทำเอาไอ้เด็กหนุ่มสองคนสะดุ้งสุดตัว พวกมันผละออกจากร่างของเหยื่อแล้วหันมามองขวับ คนที่ถูกขัดจังหวะทำหน้าถมึงทึง ก้าวอาดๆ เข้ามาหาเขาด้วยท่าทีเอาเรื่อง
“มึงเป็นใครวะ เสือกเหี้ยอะไรด้วย!”
ภัทร์แค่นยิ้มมุมปาก นัยน์ตาวาวโรจน์ในความมืด เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์ ค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาพวกมันด้วยท่าทางคุกคามที่ไม่ต้องใช้ปืนก็ทำให้อีกฝ่ายขนลุกได้
“จะปล่อยเธอไปดีๆ... หรือว่าอยากถูกจับเข้าคุกข้อหาล่วงละเมิดและวางยาคนอื่น?”
น้ำเสียงของเขาเยือกเย็น แต่แฝงไปด้วยอำนาจล้นเหลือ
“มึงพูดบ้าอะไร... เฮ้ย... ตำรวจนี่หว่า!”
หนึ่งในนั้นตาเบิกกว้างเมื่อจำหน้าเขาได้ คงเพราะภัทร์ เพิ่งให้สัมภาษณ์ข่าวจับแก๊งปล้นร้านทองไปเมื่อเช้านี้ พอรู้ตัวว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟ และคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือพ่อบังเกิดเกล้าในเครื่องแบบ (แม้ตอนนี้จะใส่ชุดธรรมดาก็ตาม) ความเก่งกล้าเมื่อครู่ก็หดหายไปในพริบตา
พวกมันรีบปล่อยมือจากร่างของเด็กสาวราวกับจับของร้อน ร่างที่ไร้ที่พิงกำลังจะทรุดร่วงลงไปกองกับพื้นปูน ภัทพุ่งตัวเข้าไปคว้าต้นแขนเล็กๆ นั้นไว้ได้ทันท่วงที เขาดึงร่างบางเข้ามาพยุงไว้ ก่อนจะตวัดสายตากลับไปมองไอ้เด็กเหลือขอสองคนนั้น
“ไสหัวไป ก่อนที่กูจะเรียกสายตรวจมาลากคอพวกมึงเข้าซังเต!”
ไม่ต้องรอให้พูดซ้ำ สองคนนั้นลุกลี้ลุกลันวิ่งหนีหายไปในความมืด ทิ้งให้ผู้กองหนุ่มต้องรับภาระหนักอึ้งที่กำลังทิ้งน้ำหนักพิงอกเขาอยู่ นทีก้มลงมองคนในอ้อมแขน ลมหายใจร้อนผ่าวของเธอเป่ารดต้นคอเขา กลิ่นหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ลอยแตะจมูก
เด็กสาวไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนเมื่ออยู่ในอ้อมกอดเขา ดวงตาที่ปรือปรอยพยายามช้อนขึ้นมองใบหน้าคมคาย ริมฝีปากบางแดงระเรื่อเผยอออกน้อยๆ ร่างกายของเธอร้อนระอุราวกับคนเป็นไข้สูง
“อึก...” เธอครางเบาๆ ขยับตัวเบียดเข้าหาความเย็นจากแผ่นอกกว้างของเขาตามสัญชาตญาณ ภัทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สภาพเธอตอนนี้อันตรายเกินกว่าจะปล่อยทิ้งไว้ เขาตัดสินใจช้อนร่างที่ไร้สติขึ้นอุ้ม มุ่งหน้าไปยังรถฟอร์จูนเนอร์สีดำของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกล คืนนี้คงอีกยาวไกล และสัญชาตญาณของเขาก็บอกว่า เรื่องวุ่นวายเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ประตูฝั่งผู้โดยสารของฟอร์จูนเนอร์คันใหญ่ถูกเปิดออก ภัทร์ค่อยๆ วางร่างที่อ่อนปวกเปียกของหญิงสาวลงบนเบาะหนังอย่างระมัดระวัง ทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสเบาะ เธอก็เริ่มขยับตัวบิดไปมา ส่งเสียงครางอืออาในลำคอดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะบ่งบอกถึงความทรมานจากบางสิ่งที่กำลังแผดเผาอยู่ข้างใน ผู้กองหนุ่มเอื้อมมือไปดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้ แต่คนเมาไม่ได้สติกลับปัดป่ายมือไปมาจนไปโดนใบหน้าและแผงอกของเขาหลายครั้ง
“นี่เธอ... นั่งดีๆ หน่อย ฉันบอกให้นั่งดีๆ ไง”
ชายหนุ่มปรามเสียงดุ แต่ดูเหมือนจะไร้ผล ร่างกายของเธอร้อนจี๋จนสัมผัสได้แม้ผ่านเนื้อผ้า ยิ่งเธอขยับตัวดิ้นรน เดรสเกาะอกสีขาวที่สั้นอยู่แล้วก็ยิ่งร่นลงมาจนเผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจหอบถี่ ผู้กองหนุ่มต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติที่เริ่มแตกกระเจิง แล้วคว้ากระเป๋าสะพายใบเล็กของเธอที่ติดมือมาด้วยขึ้นมาเปิดดู หวังจะหาบัตรประชาชนหรือเบอร์โทรติดต่อใครสักคนที่จะมารับตัวเธอไปได้
แต่เมื่อเปิดดูก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ ภายในกระเป๋ามีเพียงแป้งตลับหนึ่ง ลิปสติก หนึ่งแท่ง เงินสดแบงก์พันรวมๆ แล้วน่าจะราวหนึ่งหมื่นบาท และโทรศัพท์มือถือที่ถูกล็อกด้วยรหัสผ่าน ไม่มีกระเป๋าสตางค์ ไม่มีเอกสารยืนยันตัวตนใดๆ ทั้งสิ้น หมดหนทางที่จะติดต่อทางบ้านหรือเพื่อนคนอื่นของเธอได้เลย
“เธอเป็นใคร บ้านช่องอยู่ไหนเนี่ย” เขาพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย ระหว่างที่กำลังคิดไม่ตก โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของเขาก็ดังขึ้น เป็นจ่าแย้มนั่นเอง
“ครับ จ่า”
(ผู้กองครับ ทางนั้นเรียบร้อยดีไหมครับ ให้พวกผมตามไปไหม)
“ไม่ต้องๆ พวกนายกินกันไปก่อนเลยนะ” ภัทร์กรอกเสียงตอบกลับไป สายตายังคงจับจ้องคนที่นั่งบิดเร่าอยู่เบาะข้างๆ
“ฉันจะพาเด็กนี่ไปส่งบ้านก่อน ดูท่าจะถูกวางยาว่ะ อาการหนักเอาการ ถ้ายังไงแกจัดการค่าใช้จ่ายที่ร้านไปก่อนเลยนะ แล้วพรุ่งนี้มาเบิกที่ฉัน”
(ได้ครับผู้กอง ขับรถดีๆ นะครับ)
เมื่อวางสาย ภัทร์ก็สตาร์ทรถและเร่งแอร์จนสุดขีด หวังว่าความเย็นจะช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มในตัวหญิงสาวได้บ้าง แต่เขาคิดผิดมหันต์ ยิ่งแอร์เย็น เธอก็ยิ่งเบียดตัวเข้าหาไออุ่น มือเล็กๆ ปัดป่ายไปมาจนคว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนแกร่งของเขาขณะที่กำลังจะเข้าเกียร์
“อื้อ... ร้อน... ฉันร้อน”
เสียงหวานครางกระเส่า มือของเธอไม่เพียงแค่จับ แต่ยังพยายามดึงทึ้งเสื้อผ้าของตัวเองออก เดรสเกาะอกตัวจิ๋วถูกรั้งลงมาจนถึงเอว เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มสล้างเกินวัยท้าทายสายตาในความสลัวของแสงไฟถนน มีเพียงที่แปะจุกขนาดเท่าเหรียญสิบเท่านั้นที่ปกปิดเอาไว้
“เฮ้ย! ทำบ้าอะไรเนี่ย!”
ผู้กองหนุ่มตาเหลือก รีบหักพวงมาลัยจอดเข้าข้างทางแทบไม่ทัน เขาพยายามดึงเสื้อเกาะอกของเธอขึ้นมาปิด แต่คนโดนยายิ่งดิ้นรนขัดขืน มือไม้ปัดป่ายจนไปข่วนเข้าที่หลังมือเขา ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เขาคงขับรถไม่ได้และอาจจะพาหันไปตกถนนตายกันทั้งคู่แน่ๆ
ผู้กองหนุ่มตัดสินใจหันไปหยิบเทปกาวใสที่ท้ายรถ ซึ่งมักจะติดไว้ใช้ในงานตรวจที่เกิดเหตุ เขาจำใจต้องรวบข้อมือเล็กๆ ทั้งสองข้างของเธอเข้าด้วยกันแล้วพันเทปกาวไว้หลวมๆ พอไม่ให้เธอขยับมือมาถอดเสื้อผ้าตัวเองได้อีก จากนั้นก็เอื้อมไปหยิบเสื้อแจ็คเก็ตสีเข้มที่เบาะหลังมาคลุมร่างท่อนบนที่ล่อแหลมของเธอไว้อย่างมิดชิด
“อดทนหน่อยนะ ฉันไม่มีทางเลือกจริงๆ” เขาบอกกับคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ก่อนจะเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าไปยังทาวน์โฮมของตัวเอง เพราะนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะพาผู้หญิงที่ไหน และไม่รู้ว่าในสภาพนี้จะไปทิ้งไว้ที่ไหน จะพาไปโรงพักก็คงเป็นเรื่องใหญ่โต หรือจะพาเข้าโรงแรมก็ดูจะผิดวิสัยเกินไป
บ้านของเขาเป็นทาวน์โฮมขนาดสองห้องนอน สามห้องน้ำ ภายในบ้านเงียบสงบเพราะเขาพักอาศัยอยู่เพียงลำพัง ภัทร์ดับเครื่องยนต์ เดินอ้อมมาอุ้มร่างบางที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำและตัวสั่นเทาลงจากรถ เขาสแกนนิ้วกับ Door lock แล้วใช้ขาดันประตูบ้านให้เปิดออกแล้วอุ้มเธอไปวางลงบนโซฟากว้างในห้องรับแขก ชายหนุ่มรีบเดินไปหยิบกรรไกรมาตัดเทปกาวที่พันข้อมือของเธอออก ทันทีที่มือเป็นอิสระ แทนที่เธอจะนอนเฉยๆ เธอกลับผวาเข้ามากอดรัดรอบคอเขาไว้แน่นจนภัทร์เสียหลักล้มทาบทับลงไปบนตัวเธอ
“อุแหวะ!”เสียงอาเจียนดังมาจากห้องน้ำชั้นสองตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ภัทร์ที่เพิ่งจะงัวเงียตื่นรีบกระเด้งตัวลุกจากเตียง วิ่งหน้าตั้งเข้าไปหาคนรักที่กำลังโก่งคออาเจียนอยู่ที่อ่างล้างหน้าจนหน้าดำหน้าแดง ชายหนุ่มรีบเข้าไปลูบหลังให้อย่างเบามือ มืออีกข้างก็รวบผมที่ปรกหน้าออกให้ด้วยความเป็นห่วง“บัว... เป็นอะไร ไหวไหม ไปหาหมอเถอะ หน้าซีดหมดแล้วเนี่ย”“บัว... อึก... บัวเวียนหัวค่ะ คลื่นไส้ไปหมดเลย สงสัยเมื่อวานกินยำรสจัดไปหน่อย” เธอหอบหายใจ รับแก้วน้ำอุ่นจากเขามาบ้วนปากแต่ภัทร์ไม่ยอมปล่อยผ่าน อาการหน้ามืด อ่อนเพลีย และอาเจียนตอนเช้าแบบนี้ มันคุ้นๆ เหมือนที่เขาเคยได้ยินพวกลูกน้องที่มีเมียแล้วเล่าให้ฟังไม่มีผิด ชายหนุ่มไม่รอช้า จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ตัวเองและจับคนป่วยยัดใส่เสื้อคลุม อุ้มลงบันไดพาขึ้นรถบึ่งตรงไปที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังย่านลาดพร้าวทันทีการรอคอยหน้าห้องตรวจยาวนานราวกับเป็นปีในความรู้สึกของสารวัตรหนุ่ม เขาเดินวนไปวนมาอยู่หน้าประตูจนจ่าแย้มที่บังเอิญแวะมาเอาเอกสารด่วนต้องรีบดึงแขน เจ้านายให้นั่งลงจนกระทั่งพยาบาลเรียกชื่อกอบัว ภัทร์ก็รีบพยุงเธอเข้าไปพบคุณหมอวัยกลางคนที่มีรอยยิ้มใจดีปร
“อึก... แน่นมากเลยบัว... เมียพี่หวานไปทั้งตัวเลย” เขากัดกรามแน่นเพื่อข่มความเสียวซ่าน รอให้เธอปรับตัวรับขนาดของเขาเพียงครู่เดียว ก็เริ่มขยับเอวสอบดึงรั้งความยิ่งใหญ่ออกมาจนเกือบสุด แล้วกระแทกกลับเข้าไปใหม่จนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องแข่งกับเสียงสายน้ำปั้บ! ปั้บ! ปั้บ! กอบัวจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความหฤหรรษ์ ร่างกายของเธอขยับขึ้นลงตามแรงอัดกระแทกที่หนักหน่วง ท่ามกลางสายน้ำอุ่นที่ไหลรดลงมา ภัทร์โหมกระหน่ำสะโพกเข้าใส่ไม่ยั้ง สัญชาตญาณความเป็นผู้นำและนักล่าถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ เขาจงใจเบี่ยงสะโพกเพื่อเน้นย้ำจุดกระสันภายใน จนกอบัวต้องหวีดร้องเสียงหลง“อ๊าย! พี่ภัทร์... เสียว... บัวเสียว... อ๊ะๆๆ”“เรียกสารวัตรสิครับเด็กดี... คืนนี้บัวเป็นเมียสารวัตรแล้วนะ” เขากระซิบเสียงแหบพร่าข้างใบหู ขยับกระแทกสะโพกเน้นๆ ไปพร้อมกับคำสั่ง“สารวัตรขา... อื้อออ... แรงอีกค่ะ... สารวัตรของบัว”สรรพนามที่เปลี่ยนไปพร้อมกับเสียงครางหวานหู ทำเอาเส้นความอดทนของภัทร์ขาดผึง เขาคำรามต่ำในลำคอ เร่งจังหวะอัดกระแทกรัวเร็วและดุดันยิ่งขึ้น กอบัวตอดรัดเขารุนแรง ร่างกายเกร็งสะท้านราวกับถูกกระแสไฟฟ้า
เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งเดือนนับตั้งแต่วันที่พายุฝนกระหน่ำและการบุกทลายโกดังของเครือข่ายยาเสพติด คดีความทุกอย่างถูกจัดการจนเสร็จสิ้นกระบวนการทางกฎหมาย เสี่ยชัชและลูกสมุนถูกส่งตัวเข้าเรือนจำโดยไม่มีสิทธิ์ได้รับการประกันตัว ภัยคุกคามที่เคยสร้างความหวาดหวั่นให้กับกอบัวถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก หญิงสาวจึงสามารถกลับมาใช้ชีวิตนักศึกษาชั้นปีที่สี่ได้อย่างปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์แม้ว่าอันตรายจะหมดไปแล้ว แต่มีหรือที่ผู้กองหนุ่มสายรุกจะยอมปล่อยให้ว่าที่ภรรยาของเขาย้ายกลับไปอยู่คอนโดคนเดียว ภัทร์ใช้สารพัดข้ออ้าง ทั้งอ้างว่าบ้านเหงา อ้างว่าไม่มีคนทำกับข้าวให้กิน ไปจนถึงการอ้างหน้าด้านๆ ว่า ‘นอนกอดหมอนข้างมันไม่อุ่นเท่านอนกอดเมีย’ สุดท้ายกอบัวก็ต้องยอมพ่ายแพ้ต่อลูกอ้อนของผู้ชายหน้าดุ ย้ายสำมะโนครัวมาอยู่กับเขาที่ทาวน์โฮมอย่างถาวรเย็นวันศุกร์ปลายเดือนพฤศจิกายน กอบัวกลับจากการพรีเซนต์โปรเจกต์จบที่มหาวิทยาลัยด้วยความโล่งใจ หญิงสาวแวะซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารเย็นชุดใหญ่เพื่อฉลองความสำเร็จของตัวเอง แต่เมื่อเปิดประตูบ้านเข้ามา เธอกลับพบว่าไฟในห้องรับแขกเปิดสว่างโร่ และเจ้าของบ้านร่างสูงใหญ่ก็กำลังนั่งยิ้มกริ่มรออยู่บ
ชายหนุ่มไม่ได้สอดนิ้วเข้าไปในทันที แต่เขากลับย่อตัวลงคุกเข่ากับพื้นตรงหน้าเคาน์เตอร์ จับเรียวขาของเธอให้กางออกกว้างขึ้นอีก กอบัวเบิกตาโตเมื่อตระหนักได้ว่าเขากำลังจะทำอะไร“พี่ภัทร์! จะทำอะไรคะ ตรงนั้นมัน... อ๊ะ!”คำคัดค้านถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากร้อนจัดประทับลงบนความอ่อนนุ่มที่กลางกายสาว ภัทร์ใช้ปลายลิ้นสากตวัดเลียหยอกล้อกับติ่งเนื้อเกสรสีสดอย่างชำนาญ กอบัวผวาเฮือก สองมือจิกเกร็งลงบนขอบเคาน์เตอร์หินอ่อน ร่างกายบิดเร่าด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานจนกู่ไม่กลับ“อ๊าย! พี่ภัทร์... ย... อย่าค่ะ บัว... อื้อออ”ชายหนุ่มไม่ฟังเสียงห้าม เขาดูดดึงและใช้ลิ้นรัวเร็วสลับหนักเบา ตักตวงน้ำหวานสีใสที่หลั่งออกมาไม่ขาดสายราวกับคนกระหายน้ำ ความชำนาญของผู้กองหนุ่มที่เคยผ่านการฝึกฝนความอดทนมาอย่างหนัก บัดนี้ถูกนำมาใช้เพื่อปรนเปรอผู้หญิงที่เขารักจนหมดหัวใจ กอบัวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความสุขสมก่อตัวขึ้นเป็นเกลียวคลื่น พัดพาเธอให้ลอยละล่องขึ้นสู่จุดสูงสุด“พี่ภัทร์ขา... บัวไม่ไหว... อ๊าาา!”หญิงสาวบิดเร่าร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ปลดปล่อยหยาดน้ำหวานออกมารดรินริมฝีปากของเขาจนเปรอะเลอะปาก ภัทร์จูบซั
ภัทร์ปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองออก ก่อนจะเอี้ยวตัวไปปลดเข็มขัดนิรภัยให้คนตัวเล็กด้วย ฝ่ามือใหญ่ทาบทับลงบนต้นขาเนียนที่โผล่พ้นชายกระโปรงที่โผล่พ้นจากชุดเดรสสีครีม“ถ้าหนาว... เดี๋ยวพี่เพิ่มความอบอุ่นให้เอาไหม” ชายหนุ่มไม่ได้รอคำตอบ เขากดปุ่มปรับเลื่อนเบาะของตัวเองให้ถอยร่นไปด้านหลังจนสุด เพิ่มพื้นที่ว่างระหว่างพวงมาลัยกับเบาะนั่งให้กว้างขึ้น ก่อนจะตบลงบนหน้าขาแกร่งของตัวเองเบาๆ สองที“มานั่งบนตักพี่สิครับ” กอบัวเบิกตาโต ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ“พะ. .. พี่ภัทร์ จะบ้าเหรอคะ นี่มันในรถนะ แล้วอีกอย่าง นี่มันที่สาธารณะด้วย”“ที่สาธารณะก็จริง แต่รถคันนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเรานะครับ” ภัทร์ยิ้มเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาพราวระยับ“กระจกติดฟิล์มดำมืดขนาดนี้ แถมฝ้ายังเกาะหนาเตอะ ฝนก็ตกหนักจนแทบลืมตาไม่ขึ้น... ไม่มีใครเห็นหรอกครับคนดี มาสิ... พี่หนาวจะแย่อยู่แล้ว อยากกอดเมีย”ลูกอ้อนของตำรวจหน้าดุทำเอากอบัวใจอ่อนยวบ เธอเม้มริมฝีปากอย่างชั่งใจ แต่สุดท้ายก็ยอมปีนข้ามคอนโซลกลางรถ ขยับพาตัวเองไปนั่งคร่อมทับลงบนตักแกร่งของเขาอย่างทุลักทุเล ชุดเดรสตัวสั้นร่นขึ้นมาจนกองอยู่ที่เอว เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนแ
“บัว... เมียจ๋า... อืมมม”ชายหนุ่มคำรามต่ำในลำคอ ความสุขสมใกล้เข้ามาทุกที เขาเร่งจังหวะให้รัวและเร็วยิ่งขึ้น สวนสะโพกอัดกระแทกไม่ยั้งจนกอบัวตัวเกร็งกระตุก ร้องเสียงหลงพร้อมกับปลดปล่อยสายธารน้ำหวานออกมาชโลมตัวตนของเขาจนชุ่มฉ่ำ นองโหนกและโคนแท่งเอ็นใหญ่ ภัทร์อัดกระแทกตามเข้าไปอีกสามสี่ครั้ง ก่อนจะเกร็งกระตุกไปทั้งร่าง ปลดปล่อยสายธารแห่งชีวิตอุ่นร้อนฉีดพ่นเข้าไปในตัวเธอจนหมดทุกหยาดหยด ร่างบางทรุดตัวลงทาบทับบนแผงอกกว้าง หอบหายใจรวยริน เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายเต็มกรอบหน้าหวาน ภัทร์กอดรัดเธอไว้แน่นด้วยแขนขวาเพียงข้างเดียว ริมฝีปากหยักพรมจูบไปตามขมับและกลุ่มผมหอมนุ่มอย่างแสนรัก“เก่งมากครับ พยาบาลส่วนตัวของพี่” เขากระซิบหยอกเย้าข้างใบหู กอบัวทุบเข้าที่อกเขาเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ “คนโกหก ไหนบอกจะให้อยู่เฉยๆ ไงคะ สุดท้ายก็เอาเปรียบบัวอยู่ดี แผลปริหรือเปล่าก็ไม่รู้” เธอพยายามจะขยับตัวลุกขึ้นเพื่อดูแผลที่แขนซ้ายของเขา แต่ภัทร์กลับรัดเอวเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย“แผลไม่ปริหรอกครับ แต่ตรงนี้สิ... เหมือนมันอยากจะให้พยาบาลฉีดยาอีกสักเข็มนะ” เขาแกล้งขยับสะโพกเบาๆ ให้เธอรับรู้ถึงความเป็นชายที่ยังคงเชื่อมต่อ







