Accueil / วัยรุ่น / เด็กเฮียเต / บทที่ 7 เบาะแส

Partager

บทที่ 7 เบาะแส

last update Date de publication: 2025-01-24 21:27:38

หลายวันต่อมา...

“งานอะไรก็ได้เจ๊ ฉันทำได้ทั้งนั้น” มะปรางพูดกับเจ๊แก้วผู้จัดการร้านผับที่ตั้งอยู่ห่างออกไปจากชุมชน หากว่าเธอตัดสินใจนั่งวินมาถึงตัวอำเภอเพื่อมาหางานทำ อีกทั้งอาจจะได้เบาะแสเพิ่มเติม

“งานที่แล้วก็เพิ่งกระทืบลูกค้ามาเพราะเพื่อนโดนลวนลาม งานนี้มันหนักกว่ามากนะ แกจะไม่เอาปืนมายิงลูกค้าเจ๊เลยเหรอ”

“ให้ฉันล้างถ้วยล้างจานหลังร้านก็ได้เจ๊ รับรองว่าฉันจะไม่มาเพ่นพ่านในนี้เด็ดขาด”

“แกมาถึงที่นี่เพื่อที่จะมารับจ้างล้างจานจริง ๆ เหรอ มันคุ้มค่าเดินทางแกเหรออีมะปราง”

“ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรทำนี่เจ๊”

“อ้าวดูสิว่าใครมา” หนึ่งในสามสาวที่เพิ่งมาใหม่เอ่ยทักทายมะปรางอย่างเป็นกันเอง

“หวัดดีพี่โส” มะปรางยกมือไหว้ทั้งสามคนเหนือหัวอย่างหยอกล้อ​ หากว่ารู้จักกันเป็นอย่างดี

“โอ๊ยยัยเด็กบ้านี่ เรียกพี่โสเดี๋ยวแม่ตบปากแตกเลย ฉันเจนนี่ย๊ะ”

“ส่วนพี่...ชื่อโบวี่”

“ส่วนพี่ก็...ชื่อหนูเล็ก มากับเจนนี่แล้วก็มากับโบวี่”

“รู้แล้ว ๆ แนะนำตัวเป็นทางการตลอด​ แหม...วันนี้​แต่งตัว​สวยเชียวนะ”

“อย่ามาอวย​เดี๋ยวเงินหมดกระเป๋า​ ว่าแต่แกมาทำอะไรที่นี่อีมะปราง จะมาแย่งงานพวกฉันเหรอ” เจนนี่เท้าเอวถาม ก่อนที่หนูเล็กจะช้อนปลายคางของมะปรางขึ้นเล็กน้อย

“หน้ามันก็เอาเรื่องอยู่นะ แต่งนิดแต่งหน่อยก็รับแขกได้แล้ว”

“อีหนูเล็ก เสียงดังนะมึง!” เจ๊แก้วผู้จัดการร้านพูดปรามพลางทำหน้าขึงขังใส่ทั้งสามคน

“อะไรนักหนาเจ๊ ห่วงมันจังเลยเด็กคนนี้” โบวี่พูดแทนเพื่อน

“ไปทำงานได้แล้วไป เสียเวลาทำมาหากิน​” ผู้จัดการร้านไล่คนของตัวเองให้รีบออกไป ทั้งสามคนเลยต้องรีบเดินเลี่ยงออกไปยังหลังร้านเพื่อแต่งตัวสำหรับทำหน้าที่ของตัวเอง

“น่าสนอยู่นะเจ๊ รายได้ดีแน่เลย” มะปรางพูดพร้อมทำท่าทางชะเง้อมองไปยังหลังร้าน ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“อีมะปราง!”

“ปรางล้อเล่น ว่าแต่เจ๊จะให้ฉันทำงานที่นี่หรือเปล่า”

“กลับไปต้มเหล้าเถื่อนขายเหมือนเดิมน่าจะได้เงินดีกว่าล้างจานนะ”

“ชู่ว...เบา ๆ สิเจ๊” มะปรางส่งเสียง​ชู่ออกจากริมฝีปาก​ พลางมองซ้ายมองขวา​ “เรื่องแบบนี้ใครเขาให้พูดในที่สาธารณะกัน”

“ฉันกับแกเคยอยู่ในจุดที่เอาตัวไม่รอดมาครั้งหนึ่งแล้วนะอีมะปราง ฉันไม่อยากให้แกกลับมาวนลูปอยู่ที่เดิม”

“เจ๊ไม่อยากให้ฉันวนลูป แล้วทำไมเจ๊ยังทำงานแบบนี้อยู่”

“ฉันมันไม่ยอมหยุดเองตั้งแต่วันนั้นทั้งที่ฉันทำได้ แกโชคดีแล้วนะ แกอยู่ในจุดที่แกอยู่ตอนนี้มันดีที่สุดแล้ว เพราะที่ฉันเป็นอยู่มันทรมานมาก”

“มีใครอยู่เบื้องหลังงานนี้หรือเปล่าเจ๊” มะปรางเอียงศีรษะเล็กน้อยพลางกระซิบกระซาบเสียงเบา ก่อนจะโดนอีกฝ่ายแผดเสียงดังกลับมา

“แกไปให้พ้น ๆ จากที่นี่เลยนะ ถือว่าเจ๊เตือนด้วยความหวังดี เจ๊เห็นว่าแกเป็นน้องนะอีมะปราง”

“เจ๊พูดอะไรมาฉันก็ไม่เข้าใจหรอก เจ๊ก็รู้ว่าฉันมันโง่ จบแค่มอหกเองจะเอาความรู้มาจากไหน แค่มีงานให้ทำก็บุญหัวนักหนาแล้ว”

“ที่นี่ไม่มีงานให้คนไม่มีสมองอย่างแกทำหรอก กลับบ้านไปเลยไป” เจ๊แก้วชี้นิ้วไล่ตะเพิดมะปรางอีกครั้ง ก่อนจะกระทืบเท้าปึงปังเดินจากไป โดยไม่เหลียวหลังมามองเด็กสาวที่มาของานทำอีก

“เสียเวลาชะมัด” มะปรางบ่นอุบเมื่อไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือมาสักอย่าง ก่อนจะได้ยินเสียงของใครบางคนเอ่ยทักทายและเชิญชวน

“จะรีบไปไหนล่ะ มานั่งดื่มด้วยกันก่อนสิ”

มะปรางหันไปมองยังต้นทางของเสียง จึงเห็นว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นผู้หญิงในชุดเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนสีเดียวกันกับเสื้อ กำลังนั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่เพียงลำพัง

“พี่...คนนั้น”

เรติกาวางแก้วน้ำสีอำพันลงกับโต๊ะ เธอเอียงศีรษะเล็กน้อยพร้อมผายมือเชิญชวนให้เด็กสาวนั่งลง

“รู้จักพี่ด้วยเหรอ น้อง...มะปราง”

“ก็พี่ที่พยายามจะมาช่วยปราง ตอนที่ปรางกำลังตีกับพวกลูกค้าวันนั้นไงคะ”

“เห็นด้วยเหรอ ช่างสังเกตนะเรา”

“ขอบคุณนะคะที่พยายามจะช่วยปราง ทั้งที่เรื่องนั้นมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพี่”

“น้องก็ช่วยเหลือเพื่อนทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับน้องเหมือนกัน พี่โคตรนับถือใจน้องเลย”

“ค่ะ งั้นปรางขอตัวกลับ...”

“จะรีบไปไหนนั่งคุยด้วยกันก่อน เพื่อนพี่กำลังจะมาถึงแล้ว เดี๋ยวพี่แนะนำเพื่อนให้รู้จัก”

“ไม่ดีกว่า...”

“เอาน๊าถือว่าคนกันเอง มะปรางเอาเหล้าหน่อยไหม หรือเอาเบียร์?”

“งั้นเอาเบียร์ก็ได้ค่ะ แต่ปรางไม่ดื่มเยอะนะคะ”

“คออ่อนเหรอเราอ่ะ หมดแก้วนี้พี่ให้พันหนึ่ง หมดสองแก้วเอาไปสองพัน หมดเท่าไหร่เอาไปเท่านั้น” คำพูดของเรติกาทำเอาดวงตาเด็กสาวลุกวาวเป็นประกาย อย่างน้อยวันนี้ก็ไม่ได้กลับบ้านมือเปล่า “ลืมแนะนำตัว พี่ชื่อพี่เรย์นะ”

“มะปรางค่ะ”

เอ้า...ชนแก้ว!!!

“เรื่องที่ให้สืบเป็นไงบ้าง” เตชินเอ่ยถามเพื่อนสาวทันทีที่เธอขึ้นมานั่งบนรถ

“พวกมันเกี่ยวข้องกันหมดเลย” คาริสาพูดพร้อมถอดหน้ากากออก เธออธิบายรายละเอียดและข้อมูลที่รู้มาขณะที่เปลี่ยนเสื้อผ้าตัวใหม่ภายในรถ “นายดำรงกับนายชูวิทย์ผู้อำนวยการโรงเรียน พวกเขาสองคนเป็นเพื่อนกัน ส่วนนายชูวิทย์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับนายเจษฎา นายเจษฎารู้จักกับพวกไมเคิล พ่อค้ายารายใหญ่ที่แกยัดเข้าคุกเมื่อห้าปีก่อน แต่มันโดนตัดสินจำคุก 20 ปีไม่ใช่เหรอ?”

“แกเห็นตัวไอ้ไมเคิลหรือยัง”

“ได้ยินแค่เสียง อาทิตย์หน้าพวกมันมีนัดเจอกันด้วย ตอนนี้ยังไม่ทราบสถานที่ ฉันได้ติดเครื่องดักฟังไว้กับมือถือของนายเจษฎาแล้ว นาวินกำลังดักฟังข้อมูลเพิ่มเติมอยู่ ถ้ามีอะไรคืบหน้าเดี๋ยวก็คงรายงานเข้ามาเองแหละ”

“อืม” เตชินพยักหน้ารับรู้ เป็นจังหวะเดียวกับที่คาริสาแต่งตัวเสร็จพอดี “จำเป็นต้องแต่งตัวจัดเต็มขนาดนี้ไหม”

ครื๊ด ครื๊ด

คาริสาไหวไหล่อย่างสะทกสะท้านในคำพูดของเพื่อนหนุ่ม ก่อนจะกดรับสายคนที่โทรเข้ามา

“ว่าไง”

‘อยู่ไหน? เมื่อไหร่จะมาถึง’

“ใกล้ถึงแล้ว”

‘เร็ว ๆ นะ มีอะไรจะอวดพวกแกด้วย’

“เออ...อย่าเพิ่งเมาล่ะ เดี๋ยวก็หมดสนุกกันพอดี”

‘พี่เรย์...คุยกับใครคะ’ เสียงอ้อแอ้ของผู้หญิงที่เล็ดลอดเข้ามาในสาย ทำให้สองหนุ่มสาวที่อยู่ภายในรถเดียวขมวดคิ้วด้วยความสงสัย หากว่าคิดเป็นตุเป็นตะไปเรื่อย

“เสียงใคร” เตชินเป็นฝ่ายเอ่ยถาม

‘พี่เรย์ ปรางดื่มหมดแก้วที่สิบแล้วนะ ปรางต้องได้หนึ่งหมื่นนะคะ’

“มะปราง!” เตชินอุทานออกมาด้วยความตกใจ ขณะที่คาริสายกมือขึ้นมาปิดปากอย่างนึกไม่ถึงว่าเรติกาจะพามะปรางมาสังสรรค์ด้วย

‘แค่นี้ก่อนนะ รีบมาล่ะ’

ไม่รอให้เตชินได้พูดอะไรเรติกาก็วางสายทิ้งในทันที

“ยัยเรย์นี่มันเอาเรื่องนะ” คาริสาพูดออกมาด้วยความตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก โดยไม่สนว่ามีสายตาอำมหิตจากคนข้าง ๆ แผ่มองมาอยู่

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เด็กเฮียเต   ตอนพิเศษ 3 มิตรภาพและครอบครัว

    สองปีต่อมา...“วันนี้พ่อกับแม่เธอไม่อยู่บ้าน​ พวกเราก็เลยมาอยู่​เล่นเป็นเพื่อน”คามินเอ่ยพูด​ขณะที่​ปรินทร์ทำหน้าบูดบึ้ง​ เนื่องจาก​ถูกคนเป็นแม่บังคับ​ให้มาเป็นเพื่อนเล่นของเชอรีน​ แทนที่​เขาจะได้ไปเล่นยิงปืนที่ชอบกับพี่ชาย​ ต้องจำใจมาอยู่กับเชอรีน​เป็นเพื่อนคามินคามิน วงศ์วริศ หรือ คามิน​ ลูกชายคนโตของคาริสากับแดเนียล​ปรินทร์ เอกอัครกุล หรือ ปรินทร์​ ลูกชายคนเล็กของเรติกากับปีแสง“อ่ะนี่ขนมช่อม่วง​ ย่าทวดฉันเป็นคนทำเอง​ แม่เคสให้เอามาฝากเธอ”คามินยื่นขนมที่ถือติดมือมาด้วยให้กับเชอรีน​ ก่อนป้าเพ็ญ​จะมารับช่วงต่ออยากรู้งาน“มาค่ะ​ เดี๋ยวป้าเอาขนมไปจัดจานมาเสิร์ฟนะคะ”เชอรีนกอดอกพลางมองคามินกับปรินทร์สลับกันไปมา​ พูดกี่ครั้ง​ก็ไม่เคยจำเลย“ก่อนอื่นนะ​ พวกนายต้องเรียกฉันว่าพี่เชอ เพราะว่า​ฉันเกิดก่อนพวกนาย”“เกิดก่อนอะไรก็เกิดปีเดียว​กัน”ปรินทร์รีบโต้แย้ง​ ถ้าให้เขาเรียกเธอว่าพี่เชอคงจะกระดากปากที่สุด“แต่ฉันเกิดก่อนพวกนายตั้งหลายเดือนเลยนะ​ โดยเฉพาะนายปรินทร์​ ฉันเกิดก่อนนายตั้งสามเดือนกว่า​ ร

  • เด็กเฮียเต   ตอนพิเศษ 2 ความสำเร็จ

    หกปีต่อมา...“ยินดี​กับบัณฑิต​คนใหม่ด้วยนะครับ”เตชินกล่าวพร้อมยื่นดอกไม้ช่อใหญ่​ให้กับภรรยาคนเก่ง​ ที่บัดนี้​เป็นบัญฑิตจบใหม่​ป้ายแดงไปเรียบร้อย​แล้วหลังจากที่คลอดเชอรีนได้ปีกว่า ๆ​ มะปรางก็ตัดสินใจ​เรียนต่อในระดับอุดมศึกษา​ คณะครุศาสตร์​ สาขาคณิตศาสตร์ โดยมีเตชินให้การสนับสนุนเต็มที่​เรื่องลูกเธอก็​ไม่เป็นกังวล​หรือเป็นห่วง​มากนัก เพราะ​มีคุณย่ากับคุณยายของน้องเชอรีนอย่างแม่นารินกับแม่มะลิ​คอยประคบประหงม​ดูแล​อย่างใกล้ชิด​มะปรางตั้งใจเรียน​ ตั้งใจสอบ​ ตั้งใจทำเกรด​ จนได้เกียรตินิยม​อันอับหนึ่งคณะครุศาสตร์​ ต่อจากนี้ไป​ เธอก็จะนำความรู้ที่เรียนมา ไปสอนเด็ก ๆ​ ในโรงเรียน​ นอกจากหลักสูตรในรายวิชาคณิตศาสตร์แล้ว​ ประสบการณ์​ชีวิตของเธอก็นับเป็นอีกหลักสูตร​หนึ่งที่สามารถสอดแทรก​เข้าไปในการเรียนการสอนได้​ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะเรียนรู้​​“คุณแม่ของน้องเชอเก่งที่สุด​” เชอรีนวัยห้าขวบย่างเข้าหกขวบเดินเตาะแตะเข้ามาแสดงความยินดี​ เธอยื่นพวงมาลัยพวงเล็ก ๆ​ ที่ไม่ได้สวยงามอะไรมากนักให้​กับคนเป็นแม่​พร้อมฉีกยิ้มจนตาหยี“น้องเชอหัดทำเองเ

  • เด็กเฮียเต   ตอนพิเศษ 1 รอยยิ้มแห่งความสุข

    หลายเดือนต่อมา...“อึบ!​ อื้ออออ!!!”มะปรางพรั่งพรู​ลมหายใจ​ออกมาจากทาง​ปาก​ มือเรียวเล็กกำมือเตชินสามีของเธอ​ไว้แน่น​ ขณะที่​หมอกับพยาบาลต่างส่งเสียง​เชียร์ให้เบ่งอีก เบ่งอีก!“อีกนิดเดียวนะ​คะคุณแม่​ ใกล้​แล้วค่ะ”“อีกนิดเดียว​นะครับเด็กดี”เตชิน​พูด​ให้กำลังใจ​อย่างใกล้ชิด​ มะปรางพยักหน้า​พร้อมสูดหายใจเข้าออกลึก ๆ ก่อนจะออกแรงเบ่งอีกครั้ง​ โดยก้มหน้าคางชิดอกและ​กลั้นหายใจเบ่งยาว ๆ ท่ามกลางแรงเชียร์​ที่ล้นหลาม​อุ๊แว~ อุ๊แว~เสียงร้องของทารกแรกเกิดดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงดีอกดีใจ​ของหมอและเหล่าพยาบาลที่ช่วยกันทำคลอดนานเกือบชั่วโมง​น้ำตาของมะปรางไหลออกมาทันทีที่ได้ยินลูกน้อยร้อง มันคือความเจ็บปวด​ที่มีความสุข​ที่สุด​ฉับ!เลือดกระเซ็นอาบคมกรรไกรหลังจาก​ที่ตัดสายสะดือ​ บ่งบอก​ว่าสองชีวิตได้แยกจากแล้ว​ รอยยิ้มแห่งความสุข​ปรากฏอยู่บนใบหน้าของเตชินและมะปราง​ ในที่สุด​วันที่เขาและเธอรอคอยมาตลอดก็มาถึง​เที่ยงคืนสิบห้านาที​ เด็กหญิงชลธิมา สกุลเกียรติ​ ได้ออกมาลืมตาดูโลกเป็นวินาทีแรก​สองวันต่อมา...

  • เด็กเฮียเต   ตอนจบ พยานรัก

    สองเดือนต่อมา...หลังจากที่มีการต่อสู้ในชั้นศาลเป็นเวลาเกือบสองเดือน ทุกอย่างก็คลี่คลายและจบลงด้วยดี หากว่าจำเลยทั้งห้าคนยอมจำนนต่อหลักฐานทั้งหมดที่มี ไม่ว่าจะเป็นคลิปเสียงที่ถกเถียงกันในกลุ่มผู้ร่วมกระบวนการ เอกสารสัญญาทำธุรกิจผิดกฎหมายของนายเจษฎา หลักฐานฉ้อโกงของคุณรัศมี คลิปจากกล้องวงจรปิดตอนที่ผู้อำนวยการชูวิทย์ค้ายาให้กับนักเรียนชายในโรงเรียน การติดสินบนของกำนันดำรง การปลอมแปลงเอกสารวิชาชีพของหมอยอดศักดิ์ จำเลยทั้งห้าคน​ มีส่วนหนุนหลังไมเคิลมาโดยตลอดนอกจากนี้ยังมีพยานปากสำคัญที่ยืนยันว่าจำเลยทั้งห้าคนรู้เห็นเป็นใจในการหายตัวไปของชาวบ้านและตำรวจหลายนาย ซึ่งก็คือคุณตาของเติร์ดที่เป็นหูเป็นตาให้กับทางการ“เซน!!” เติร์ดตะโกนเรียกเซนเสียงดัง เมื่อเห็นว่าเซนกำลังจะเดินออกจากรั้วโรงเรียน หากว่าเซนเพียงแค่มายื่นเอกสารย้ายโรงเรียนกลางคัน เพื่อไม่ให้คนอื่นในโรงเรียนสงสัยในตัวเขา ชายหนุ่มหันไปมองหน้าเพื่อนนิ่ง ๆ ก่อนจะเมินเฉยด้วยการเปลี่ยนทิศทางการเดิน“เซน เซนกูขอโทษ กูขอโทษนะที่ด่ามึงวันนั้น” เติร์ดรีบวิ่งไปคุกเข่าตรงหน้าของเซนด้วยสีหน้าสำนึกผิด เขาอยากขอบคุ

  • เด็กเฮียเต   บทที่ 22 เพราะรัก

    “เฮีย!!” มะปรางตะโกนเรียกเตชิน หากว่าลงมาจากบนบ้านแล้วไม่เจอเขา ก่อนจะเห็นกระดาษโน้ตติดไว้บนฝาชี‘เฮียไปทำธุระแป๊บหนึ่งนะครับ เดี๋ยวช่วงเที่ยง ๆ เฮียมารับ’“ไปไหนของเขาอีกนะ” มะปรางส่ายหน้าไปมาน้อย ๆ ก่อนเสียงมือถือที่วางอยู่ข้าง ๆ ฝาชีจะดังขึ้น หากว่ามันคือโทรศัพท์มือถือของเธอเองครื๊ด...ครื๊ด!“แล้วเมื่อวานก็ไม่ยอมคืนมือถือให้เรา” มะปรางจิ๊ปากพูดอย่างเอือมระอาก่อนจะกดรับสายอย่างไม่รอช้า เมื่อเห็นว่าปลายสายคือเจ๊แก้ว“ว่าไงเจ๊”‘เจ๊มีเรื่องสำคัญมากจะบอก มาหาเจ๊ที่ผับได้ไหม’“เรื่องอะไรเจ๊พูดตอนนี้เลยไม่ได้เหรอ”‘เรื่องนี้สำคัญมาก เจ๊จะรอนะ’พูดจบปลายสายก็ตัดทิ้งทันที โดยที่มะปรางก็ได้แต่อ้ำอึ้ง ปกติเจ๊แก้วจะไม่ค่อยให้เธอยุ่งเรื่องส่วนตัวเท่าไหร่ และถ้าไม่มีธุระเร่งด่วนอะไรเจ๊แก้วจะไม่มีทางโทรมาหาเด็ดขาด“เจ๊แก้วเรียกให้ปรางมาหา” มะปรางพูดกับคนที่ดูแลร้าน หากว่าช่วงกลางวันร้านเจ้แก้วจะไม่มีคนเลย นอกจากคนดูแลร้าน“เจ๊แก้วน่าจะอยู่ชั้นสองในห้องทำงานชั้นในสุด น่าจะเข้าไปได้เลยนะครับถ้าหากว่านัดไว้แล้ว”

  • เด็กเฮียเต   บทที่ 21 กลัวการจากลา

    หลังจากเคลียร์ทุกอย่างที่โรงพักเสร็จเรียบร้อย เตชินก็รีบมาหามะปรางโดยเร็ว เขาซื้ออาหารมื้อเย็นและของกินเล่นติดไม้ติดมือมาด้วย หวังว่าคืนนี้คงเป็นคืนสุดท้ายที่เขาและเธอจะได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง“มะปราง!” เตชินอุทานเรียกชื่อเด็กสาวด้วยความตกใจ หากว่าข้าวของภายในบ้านถูกรื้อจนกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น เขารีบเอาของกินที่ถือพะรุงพะรังอยู่ในมือไปวางบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะตามหาเธอจนทั่วบ้าน ซึ่งก็ไม่มีวี่แววของเธอเลยชายหนุ่มยืนครุ่นคิดอยู่สักพัก หากว่าตอนที่เขาเข้ามา ประตูบ้านก็ยังถูกล็อกไว้อย่างหนาแน่น ถ้าโดนบุกรุกมันก็ต้องมีรอยงัดแงะให้เห็น เตชินหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดดูภาพในกล้องที่เขาแอบติดไว้ตามจุดต่าง ๆ ภายในบ้านก่อนที่เขาจะออกไปปฏิบัติหน้าที่เมื่อช่วงสายของวันนี้ จึงเห็นว่ามะปรางเป็นคนทำลายข้าวของทั้งหมด แถมยังเอาตัวเองไปซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าอีก“ตัวแสบ!” เตชินกัดฟันพูดชายหนุ่มเดินไปยังในทิศทางของตู้เสื้อผ้า แล้วเปิดมันออก จึงเห็นว่ามีเด็กตัวแสบแอบไปหลบอยู่ในนั้นจริง ๆ“เฮีย!!”มะปรางตกใจเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าเขาจะหาทางเธอเจอได้รวดเร็วขนาดนี้ ก

  • เด็กเฮียเต   บทที่ 5 คนนี้แหละ...ว่าที่เมียเพื่อน

    “แม่...ปรางไปทำงานก่อนนะ” มะปรางตะโกนพูดหลังจากที่แต่งตัวเสร็จสรรพ หากว่าเธอทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของเธอนัก แม้รายได้จะน้อยนิดแต่ก็เป็นงานสุจริตเพียงหนึ่งเดียวที่เธอทำอยู่“อย่าไปมีเรื่องมีราว​กับใครเขาอีกล่ะ” ประโยคสุดฮิตที่แม่มะลิมักจะบอกกับลูกสาวก่อนไปทำงาน มะปร

  • เด็กเฮียเต   บทที่ 4 ผิดบ้างถูกบ้าง

    “ใครเหรอครับหัวหน้า เด็กฝึกคนใหม่ของหัวหน้าเหรอ” เซนเอ่ยถามทันทีที่เตชินเดินเข้ามาภายในห้องทำงาน หลังจากที่เขาขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อยืดสีดำและกางเกงโทนสีเดียวกัน“เธอเป็นคนที่นี่ พวกเราจะทำงานสะดวกขึ้นถ้าหากมีคนในท้องที่ทำงานด้วย” เตชินตอบกลับไป ขณะที่สายตาของเด็กฝึกทั้งสามคนต่างก็จ้องมองมา

  • เด็กเฮียเต   บทที่ 3 เด็กดีของเฮีย

    หลังจากถูกปล่อยตัวออกมาจากห้องขัง มะปรางก็รีบมาหาเตชินตามที่นัดหมาย ซึ่งกระดาษที่เตชินให้กับเธอเมื่อคืนมีข้อความสั้น ๆ ระบุสถานที่อยู่ลับของเขา ตัวอักษรที่ไม่มีใครอ่านออก มีเพียงมะปรางคนเดียวเท่านั้นที่แกะรหัสตัวอักษรพวกนั้นได้เด็กสาวสแกนรหัสผ่านประตูห้องลับด้วยรอยสักบาร์โค้ด​ขนาดเล็กที่อยู่บริเวณ

  • เด็กเฮียเต   บทที่ 2 เรื่องระหว่างเรา

    มะปรางถูกจับตัวแยกออกมาเพื่อไปยังห้องห้องหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องทำงานส่วนตัวของผู้กองเตชิน“นั่งก่อนสิ”ทันทีที่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง เตชินก็ผ่ายมือข้างหนึ่งพร้อมกล่าวให้เธอนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามของโต๊ะทำงาน เด็กสาวมองคนตรงหน้านิ่ง ๆ ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ในหัว ซึ่งเตชินก็รับรู้ถึงความคิดของเธ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status