Beranda / วัยรุ่น / เด็กเฮียเต / บทที่ 6 เด็กแสบ

Share

บทที่ 6 เด็กแสบ

last update Tanggal publikasi: 2025-01-23 21:42:53

“ตอนนี้เรารู้แหล่งกบด่านของเป้าหมายแล้ว พวกมันยังมีพรรคพวกไม่มาก แต่อย่าชะล่าใจไปเพราะเรายังไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้อีก”

“พวกมันเหมือนรออะไรบางอย่าง ดูเหมือนทุกอย่างกำลังเพิ่งเริ่ม...” ซานออกความเห็น

“จริง ๆ เรื่องนี้มีมานานมากแล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาพวกของมันส่วนใหญ่ถูกยัดเข้าคุกกันหมด แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เหลือรอดเลยสักคน ที่แน่ ๆ ตอนนี้แกนนำของพวกมันบางส่วนกลับมาแล้ว หน้าที่ของพวกเราคือหาหลักฐานให้เพียงพอเพื่อยัดพวกมันกลับเข้าคุกอีกครั้ง”

“หัวหน้าครับ ผมได้เวลาไปทำหน้าที่แล้ว” เซนพูดขึ้นแทรก เขาสวมใส่ชุดนักเรียนชายมัธยมปลาย เนื่องจากได้รับมอบหมายให้ปลอมตัวเข้าไปเป็นนักเรียนของโรงเรียนในชุมชน เพราะเตชินเชื่อว่าต้องมีเด็กผู้ชายวัยเดียวกันในโรงเรียน ที่น่าจะรู้เรื่องราวแวดวงใน แม้มันอาจจะเป็นงานน่าเบื่อไปหน่อยแต่เซนก็ทำทุกอย่างเพื่อทีม

“อย่าทำตัวฉลาดเกินเด็กวัยเดียวกันล่ะ”

“ผมไม่ทำแบบนั้นหรอก หัวหน้าไว้ใจได้”

เตชินพยักหน้าให้กับเด็กฝึก บ่งบอกว่าเขาไว้ใจและมั่นใจในการทำงานของเซน

“แต่งตัวหล่อเชียว ชุดนักเรียนเหมาะกับเซนมากเลย ลาออกจากองค์กรแล้วไปเรียนต่อก็ใช้ได้อยู่นะ”

“ยัยเคส!” เตชินปรามเพื่อนที่เพิ่งเดินเข้ามา ก่อนจะส่งสัญญาณให้เซนออกไปทำหน้าที่ของตัวเองได้ “เพราะนิสัยชอบแหกกฎแบบแกไม่ใช่เหรอ ถึงทำให้แกเป็นได้แค่ลูกน้องของฉัน”

“ฮึ...ไม่เจ็บสักนิด คนที่ไม่เคยทำผิดกฎองค์กรแบบแกไม่รู้หรอก ว่าการที่ได้ทำอะไรนอกกรอบมันสนุกและตื่นเต้นแค่ไหน ใช่ไหมวิน”

ซานกับนาวินแอบยิ้มเจื่อน ถึงแม้ว่าคาริสาจะเป็นลูกน้องคนหนึ่งของเตชิน แต่ทั้งคู่ก็เคารพเธอราวกับว่าเป็นหัวหน้าองค์กรคนหนึ่งเช่นกัน

“ครั้งเดียวก็เกินพอครับพี่เคส” นาวินเคยทำผิดกฎเพราะต้องการทำเรื่องท้าทายแบบรุ่นพี่ ทว่าบทลงโทษขององค์กรก็ทำเอาเขาจำไม่ลืมจนถึงทุกวันนี้

“ไม่ต้องมาปั่นหัวเด็กฝึกของฉัน ถ้าว่างมากเดี๋ยวจะหางานให้ทำ”

“ใครมาทำงาน ฉันมาเที่ยว”

“ช่วยไปสืบเรื่องของคนที่อยู่ในรายชื่อนี้หน่อย ว่าเกี่ยวข้องอะไรกับนายดำรง” เตชินพูดพร้อมยื่นไดร์ฟข้อมูลให้กับคาริสา

“ไม่ทำ!”

“ถ้าไม่ทำก็กลับบ้านไป”

“ก็บอกว่าฉันมาเที่ยวไง”

“ไอ้เต! จะกลั่นแกล้งอะไรยัยเคสอีก” เรติกาที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องทำงานเห็นว่าเตชินบังคับให้คาริสาทำงานโดยที่ไม่เต็มใจ เธอจึงปรี่เข้ามาช่วยเหลือเพื่อนสาว

“พอเลย อย่าให้ท้ายเมียจนไม่ลืมหูลืมตา ถ้าจะมาป่วนก็กลับบ้านไป ถ้ายังอยากอยู่ที่นี่ก็ต้องช่วยทำงาน ถ้าไม่ช่วยฉันจะยื่นเอกสารรายงานบิ๊กบอสว่าพวกแกขัดขวางการทำงานของฉัน”

“เต...”

“ฉันไม่เกี่ยวนะ สายแล้วมีนัดวิดีโอคอลกับกรณ์น้อย” เรติกาวิ่งหายไปจากห้องทำงานทันที ปล่อยให้คาริสาต้องรับงานมาทำอย่างไม่เต็มใจนัก

“วินไปทำงานกับพี่ไหม”

“วินกับซานมีหน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้ว ส่วนหน้าที่ของแกก็ไปเตรียมตัวทำงานซะ” เตชินยื่นไดร์ฟข้อมูลให้คาริสาอีกครั้ง เขารู้ว่าคาริสามาเพื่อจุดประสงค์อะไร แต่การมีคาริสามาร่วมทำงานด้วย หลายอย่างที่คิดว่ายากก็อาจจะง่ายขึ้น

“จะหนีไปไหน!”

“แม่...”

“มานี่เลยมาเอาไม้เรียวก่อน มันน่านักนังลูกคนนี้ บอกว่าอย่าไปมีเรื่องกับใคร”

มะปรางวิ่งหนีไม้เรียวที่สั่นดิ๊ก ๆ อยู่ในมือของคนเป็นแม่ ใครจะไปยอมโดนตีกันเล่า อายุก็เข้าหลักสองแล้วยังโดนแม่ไล่ตีเหมือนเด็ก ๆ

“แม่...ปรางไม่ผิดนะแม่”

“ไม่ผิดแล้วทำไมถึงโดนไล่ออก พี่ก้อยบอกว่าแกไปมีเรื่องกับลูกค้าของเขา”

“มันเป็นความจริงแค่ครึ่งเดียวนะแม่ ไอ้ลูกค้าพวกนั้นมันลวนลามเพื่อนปรางก่อน”

“ว่าไงนะ” เมื่อลูกสาวให้เหตุผลมาอย่างนั้น มะลิผู้เป็นแม่ที่เกลียดผู้ชายพรรค์นี้ที่สุดมีหรือจะอยู่เฉย

“เพื่อนปรางเผลอเอาปากกาไปทิ่มมือของมันจนได้รับบาดเจ็บ พวกมันเลยโวยวาย ปรางก็เลยเข้าไปช่วย”

“แล้วพวกมันทำอะไรปรางหรือเปล่า แล้วเพื่อนปรางล่ะเป็นยังไง”

“มะปรางลูกสาวแม่มะลิซะอย่าง ไม่มีใครหน้าไหนมารังแกได้ง่าย ๆ หรอก ปรางใช้วิธีหมัดมวยกระทืบพวกมัน เอาไม้เรียวลงก่อนนะแม่นะ” มะปรางเดินเข้ามากอดคนเป็นแม่ เมื่อเห็นว่าท่านเริ่มใจเย็นขึ้นมาบ้าง เธอแอบดึงไม้เรียวเจ้ากรรมออกห่างจากมือของแม่มะลิอย่างถือวิสาสะ

“ไอ้พวกหน้าตัวเมียอยู่ไปก็รกแผ่นดินจริง ๆ อย่าให้เจอนะ”

“เห็นไหม ถ้าแม่อยู่ตรงนั้นแม่ก็ทำแบบเดียวกับปราง ส่วนเพื่อนของปรางเขาโอเคขึ้นแล้ว แต่ปรางนี่สิ”

“ไล่ออกก็ไล่ออกสิ พี่ก้อยก็คงเห็นแก่เงินแก่หน้าตามากกว่าคนกันเองเหมือนเดิม”

“ไม่เครียดนะแม่นะ เดี๋ยวความดันขึ้น” มะปรางเดินเข้าไปกอดแล้วโยกตัวคนเป็นแม่ไปมา หวังจะให้คลายอารมณ์คุกรุ่นลง

“ถ้าไม่มีงานทำแล้วก็ไปช่วยแม่ขายของที่โรงเรียน สายแล้วด้วยเดี๋ยวเตรียมของไม่ทันพักเที่ยง”

“รับทราบครับ! เดี๋ยวปรางไปยกของขึ้นซาเล้งให้นะ”

“ให้เร็วเลย”

“รู้แล้ว ๆ ใช้งานลูกอย่างกะใช้แรงงานทาส”

สองชั่วโมงผ่านไป

“เรียบร้อย” มะปรางช่วยคนเป็นแม่จัดระเบียบอาหารกลางวันสำหรับค้าขายเสร็จสรรพ เธอเดินไปนวดไหล่ให้คนเป็นแม่อย่างชำนาญ ขณะที่แม่มะลิก็สะบัดพัดคลายความร้อนให้กับตัวเองอย่างอารมณ์ดี “อารมณ์ดีขึ้นแล้ว แม่จ๋า...ปรางขอกลับบ้านก่อนนะ ปรางรู้สึกปวดท้อง”

“เป็นอะไร ปวดตรงไหนมาให้แม่ดู” แม่มะลิพูดถามพร้อมคลำไปที่บริเวณหน้าท้องของลูกสาว

“ปรางปวดท้องน้อย สงสัยเมนส์จะมา” มะปรางกระซิบพูด

“เอ้า ปวดมากไหม ถ้าไม่ไหวก็กลับบ้านไปพักผ่อนก่อน”

“จ้ะแม่ ปรางกลับก่อนนะ”

มะปรางหอมแก้มแม่มะลิแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายมาคล้องบ่า ก่อนจะเดินแยกออกไปในทันที ส่วนคนเป็นแม่ก็หันไปเม้าท์มอยกับคนที่มาขายของด้วยการตามประสา

“พี่ปราง”

“อ้าวเติร์ด แอบหนีเรียนมาเหรอ กลับไปเรียนเลยนะ”

“ช่วงเปลี่ยนคาบ ยังพอมีเวลาพี่ปราง” เติร์ดเดินเข้าไปใกล้มะปรางพร้อมกระซิบกระซาบบอกในสิ่งที่รู้มา “เห็นว่าหลังสนามเด็กเล่นมีอุโมงค์ใต้ดิน แถมยังมีคนเข้าออกในตอนกลางคืนด้วย ต้องเป็นพวกเอเยนต์ค้ายาแน่ ๆ เราอาจจะมีช่องทางค้าขายเหล้าเถื่อน เป็นไงพี่ปรางติดต่อทำธุรกิจด้วยไหม”

“ห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนั้นนะ ห้ามยุ่งเด็ดขาด”

“ไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยว แล้วให้ตามตระเวนสืบทำไม”

“รู้ไว้ใช่ว่า...”

“…ใส่บ่าแบกหาม” เติร์ดต่อประโยคสำนวนของมะปรางด้วยความเข้าใจในความหมาย “รู้ไว้ไม่เสียหาย แต่เสี่ยงตายเลยนะพี่ปราง”

“เอาน๊า ถึงเราจะทำผิดไปบ้าง แต่ก็ใช้ว่าจะโลภจนไม่ลืมหูลืมตา ไปเรียนได้แล้ว แล้วก็อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครล่ะ เดี๋ยวอายุสั้น”

“เรื่องนี้พี่ปรางรู้แค่คนเดียว ก่อนไปเรียนขอเงินกินข้าวหน่อย” เติร์ดแบมือขอเงินกับมะปรางตามนิสัย มะปรางจึงหยิบธนบัตรใบสีแดงสองใบจากกระเป๋าสะพายให้กับเติร์ดอย่างไม่เรื่องมาก

“ใช้ประหยัด ๆ ล่ะ เรื่องคืบหน้ายังไงก็มาบอกด้วย”

“จัดไปพี่ปราง”

“เดี๋ยวก่อน เด็กผู้ชายใส่แว่นที่ยืนรออยู่ตรงนั้นใครอ่ะ เพื่อนเหรอ?”

“นั่นไอ้เซนเด็กใหม่ มันดูฉลาดดีก็เลยคบเอาไว้ให้มันช่วยทำการบ้าน”

“หัวหมอนักนะ ยังไงก็ระวังตัวด้วยล่ะ”

เติร์ดพยักหน้าให้มะปรางก่อนจะหันหลังเดินไปหาเซนที่ยืนรออยู่ มะปรางหยิบโทรศัพท์มือถือต่อสายหาเตชินทันที เพราะต้องการบอกเบาะแสเพิ่มเติมกับเขา

“รู้ก่อนหนูอีกแล้ว คงไม่ต้องมีหนูร่วมทีมก็ได้มั้ง” มะปรางทำสีหน้าบูดบึ้งเมื่อเตชินรู้เรื่องอุโมงค์หลังสนามเด็กเล่น ก่อนเธอไปตั้งหนึ่งวัน

“ทำไมต้องทำหน้างอนแบบนั้นด้วยล่ะ เฮียต้องการหนูมาร่วมทีมนะ มานั่งนี่มา”

เตชินปรับเบาะที่นั่งเล็กน้อย ก่อนเอื้อมมือไปดึงมะปรางที่นั่งอยู่เบาะข้าง ๆ ให้ขึ้นมานั่งบนตักแกร่งของเขาแทน เขาจูบขมับคนตัวเล็กเบา ๆ เมื่อเห็นเธอยังชักสีหน้าบูดบึ้งอยู่

“อื้อ! ถึงหนูจะรู้จักกับพี่โสหลายคนแต่หนูก็ไม่ใช่เด็กโสนะ”

“เด็กโสอะไรกัน หนูเป็นเด็กเฮียต่างหาก”

“ชอบปั่นหัวให้คนอื่นใจอ่อนอยู่เรื่อย ทะ...ทำอะไร” มะปรางอุทานด้วยความตกใจเมื่อเตชินเลื่อนนาฬิกาและสร้อยข้อมือที่ถักด้วยเชือกหลากสีขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยสักขนาดเล็กที่อยู่ตรงบริเวณข้อมือข้างซ้ายของเธอ

รอยสักนี้คือรหัสที่แสดงถึงตัวตนของเขา

ชายหนุ่มคิดไตร่ตรองอยู่นานว่าทำไมมะปรางถึงสามารถเข้าไปในห้องส่วนตัวของเขาได้ ทั้ง ๆ ที่มันต้องสแกนรหัสผ่าน ซึ่งเป็นตัวตนของเขาเท่านั้นประตูถึงจะเปิดออก

“เด็กแสบ! สักไว้นานแค่ไหนแล้ว” เขาตำหนิเด็กสาวเสียงเบา ก่อนจะเอ่ยถาม

“...” ไร้ซึ่งการตอบกลับของมะปราง เธอหันหน้าหนีเขาไปทางอื่นพลางทำหน้ามุ่ยกลบเกลื่อน ก่อนจะดึงเครื่องประดับลงมาปกปิดรอยสักเอาไว้

“ถ้าเฮียเปลี่ยนรหัสตัวตน หนูจะลบรอยสักนี้ออกไหม”

“คุณไม่สามารถเปลี่ยนได้หรอก เพราะรหัสนี้มันจะติดตัวคุณไปจนตายนั่นแหละ”

“รู้ดี”

“ถ้าคุณไม่มีอะไรแล้ว หนูขอตัวกลับก่อน”

“จะรีบไปไหน”

“หนูจะกลับบ้าน”

“เดี๋ยวเฮียไปส่ง”

“ไม่เอา คุณแฝงตัวเป็นตำรวจอยู่ไม่ใช่เหรอ ไปทำงานของคุณเถอะเดี๋ยวคนอื่นก็สงสัยเอาหรอก”

“เดี๋ยวก่อน” เตชินเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเว้าวอนตอนที่มะปรางกำลังจะลุกออกไป​ เขารั้งใบหน้าสวยเข้ามาจูบ​แนบชิด​

ริมฝีปากอวบอิ่มอ้ารับเรียวลิ้นที่พยายามสอดเข้ามาหยอกล้อในโพรงปาก​ รสจูบละเมียดละไม​แปรเปลี่ยนมาดูดดื่ม​เร่าร้อนจนมะปรางหายใจแทบไม่ทัน​ เธอผละจูบออกแล้วโกยอากาศหายใจเข้าปอด​ เตชินดึงดัน​จะจูบต่อแต่มะปรางห้ามเอาไว้ได้ก่อน

“อย่าค่ะ”

“เฮียคิดถึง​หนู” เขาพูดเสียงออดเสียงอ้อน

“อย่ามาอ่อยนะ​ เดี๋ยวรถโยก”

“เคยทำเหรอ”

“ไม่เคย​ แต่มั่นใจว่าทำเป็น”

“อยากลองจัง” เขาพูดจาทะเล้นใส่​ มือหนาวางข้างพวงแก้มพลางเกลี่ยนิ้วหัวแม่มือไปมาเบา ๆ

“น่าเสียดายที่วันนี้เมนส์หนูมา​ ไม่อย่างนั้นจะทำให้ร้องไม่ออก”

“ขนาดนั้นเชียว”

“ยิ่งกว่านั้นแน่นอน​ค่ะ” เด็กสาว​จอมแก่นพูดอวดโอ้สรรพคุณ​ตัวเอง​ขนาด​นี้​ใครจะไม่อยากลิ้มลอง​

กับคนอื่นมะปรางด่าเรียบ​ แต่กับเตชินเธอมีแต่คำหวาน ๆ​ หยอดใส่​ หลายปีที่ต้องจากกันไป​ เธอตั้งปฏิญาณ​ไว้แล้วว่าถ้าเขากลับมาอีก​ครั้ง​ เธอจะจีบเขาให้ได้

“เฮียจะรอนะ​” เขาพูดแล้วดึงหน้าผากมนมาจูบ​อีกครั้​ง

มะปรางแอบอมยิ้มไม่หุบขณะที่​ขยับตัวลงจากตักแกร่ง​ เธอก้าวขาลงไปจากรถยนต์โดยมีเตชินยิ้มและมองตามอย่างไม่ละสายตา​ เขามองเธอเดินจากไปเงียบ ๆ อยู่ภายในรถ นานนับนาทีกว่าเขา​จะ​ยอมสตาร์ทรถแล้วเร่งเครื่องออกไปยังที่ทำงาน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เด็กเฮียเต   ตอนพิเศษ 3 มิตรภาพและครอบครัว

    สองปีต่อมา...“วันนี้พ่อกับแม่เธอไม่อยู่บ้าน​ พวกเราก็เลยมาอยู่​เล่นเป็นเพื่อน”คามินเอ่ยพูด​ขณะที่​ปรินทร์ทำหน้าบูดบึ้ง​ เนื่องจาก​ถูกคนเป็นแม่บังคับ​ให้มาเป็นเพื่อนเล่นของเชอรีน​ แทนที่​เขาจะได้ไปเล่นยิงปืนที่ชอบกับพี่ชาย​ ต้องจำใจมาอยู่กับเชอรีน​เป็นเพื่อนคามินคามิน วงศ์วริศ หรือ คามิน​ ลูกชายคนโตของคาริสากับแดเนียล​ปรินทร์ เอกอัครกุล หรือ ปรินทร์​ ลูกชายคนเล็กของเรติกากับปีแสง“อ่ะนี่ขนมช่อม่วง​ ย่าทวดฉันเป็นคนทำเอง​ แม่เคสให้เอามาฝากเธอ”คามินยื่นขนมที่ถือติดมือมาด้วยให้กับเชอรีน​ ก่อนป้าเพ็ญ​จะมารับช่วงต่ออยากรู้งาน“มาค่ะ​ เดี๋ยวป้าเอาขนมไปจัดจานมาเสิร์ฟนะคะ”เชอรีนกอดอกพลางมองคามินกับปรินทร์สลับกันไปมา​ พูดกี่ครั้ง​ก็ไม่เคยจำเลย“ก่อนอื่นนะ​ พวกนายต้องเรียกฉันว่าพี่เชอ เพราะว่า​ฉันเกิดก่อนพวกนาย”“เกิดก่อนอะไรก็เกิดปีเดียว​กัน”ปรินทร์รีบโต้แย้ง​ ถ้าให้เขาเรียกเธอว่าพี่เชอคงจะกระดากปากที่สุด“แต่ฉันเกิดก่อนพวกนายตั้งหลายเดือนเลยนะ​ โดยเฉพาะนายปรินทร์​ ฉันเกิดก่อนนายตั้งสามเดือนกว่า​ ร

  • เด็กเฮียเต   ตอนพิเศษ 2 ความสำเร็จ

    หกปีต่อมา...“ยินดี​กับบัณฑิต​คนใหม่ด้วยนะครับ”เตชินกล่าวพร้อมยื่นดอกไม้ช่อใหญ่​ให้กับภรรยาคนเก่ง​ ที่บัดนี้​เป็นบัญฑิตจบใหม่​ป้ายแดงไปเรียบร้อย​แล้วหลังจากที่คลอดเชอรีนได้ปีกว่า ๆ​ มะปรางก็ตัดสินใจ​เรียนต่อในระดับอุดมศึกษา​ คณะครุศาสตร์​ สาขาคณิตศาสตร์ โดยมีเตชินให้การสนับสนุนเต็มที่​เรื่องลูกเธอก็​ไม่เป็นกังวล​หรือเป็นห่วง​มากนัก เพราะ​มีคุณย่ากับคุณยายของน้องเชอรีนอย่างแม่นารินกับแม่มะลิ​คอยประคบประหงม​ดูแล​อย่างใกล้ชิด​มะปรางตั้งใจเรียน​ ตั้งใจสอบ​ ตั้งใจทำเกรด​ จนได้เกียรตินิยม​อันอับหนึ่งคณะครุศาสตร์​ ต่อจากนี้ไป​ เธอก็จะนำความรู้ที่เรียนมา ไปสอนเด็ก ๆ​ ในโรงเรียน​ นอกจากหลักสูตรในรายวิชาคณิตศาสตร์แล้ว​ ประสบการณ์​ชีวิตของเธอก็นับเป็นอีกหลักสูตร​หนึ่งที่สามารถสอดแทรก​เข้าไปในการเรียนการสอนได้​ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะเรียนรู้​​“คุณแม่ของน้องเชอเก่งที่สุด​” เชอรีนวัยห้าขวบย่างเข้าหกขวบเดินเตาะแตะเข้ามาแสดงความยินดี​ เธอยื่นพวงมาลัยพวงเล็ก ๆ​ ที่ไม่ได้สวยงามอะไรมากนักให้​กับคนเป็นแม่​พร้อมฉีกยิ้มจนตาหยี“น้องเชอหัดทำเองเ

  • เด็กเฮียเต   ตอนพิเศษ 1 รอยยิ้มแห่งความสุข

    หลายเดือนต่อมา...“อึบ!​ อื้ออออ!!!”มะปรางพรั่งพรู​ลมหายใจ​ออกมาจากทาง​ปาก​ มือเรียวเล็กกำมือเตชินสามีของเธอ​ไว้แน่น​ ขณะที่​หมอกับพยาบาลต่างส่งเสียง​เชียร์ให้เบ่งอีก เบ่งอีก!“อีกนิดเดียวนะ​คะคุณแม่​ ใกล้​แล้วค่ะ”“อีกนิดเดียว​นะครับเด็กดี”เตชิน​พูด​ให้กำลังใจ​อย่างใกล้ชิด​ มะปรางพยักหน้า​พร้อมสูดหายใจเข้าออกลึก ๆ ก่อนจะออกแรงเบ่งอีกครั้ง​ โดยก้มหน้าคางชิดอกและ​กลั้นหายใจเบ่งยาว ๆ ท่ามกลางแรงเชียร์​ที่ล้นหลาม​อุ๊แว~ อุ๊แว~เสียงร้องของทารกแรกเกิดดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงดีอกดีใจ​ของหมอและเหล่าพยาบาลที่ช่วยกันทำคลอดนานเกือบชั่วโมง​น้ำตาของมะปรางไหลออกมาทันทีที่ได้ยินลูกน้อยร้อง มันคือความเจ็บปวด​ที่มีความสุข​ที่สุด​ฉับ!เลือดกระเซ็นอาบคมกรรไกรหลังจาก​ที่ตัดสายสะดือ​ บ่งบอก​ว่าสองชีวิตได้แยกจากแล้ว​ รอยยิ้มแห่งความสุข​ปรากฏอยู่บนใบหน้าของเตชินและมะปราง​ ในที่สุด​วันที่เขาและเธอรอคอยมาตลอดก็มาถึง​เที่ยงคืนสิบห้านาที​ เด็กหญิงชลธิมา สกุลเกียรติ​ ได้ออกมาลืมตาดูโลกเป็นวินาทีแรก​สองวันต่อมา...

  • เด็กเฮียเต   ตอนจบ พยานรัก

    สองเดือนต่อมา...หลังจากที่มีการต่อสู้ในชั้นศาลเป็นเวลาเกือบสองเดือน ทุกอย่างก็คลี่คลายและจบลงด้วยดี หากว่าจำเลยทั้งห้าคนยอมจำนนต่อหลักฐานทั้งหมดที่มี ไม่ว่าจะเป็นคลิปเสียงที่ถกเถียงกันในกลุ่มผู้ร่วมกระบวนการ เอกสารสัญญาทำธุรกิจผิดกฎหมายของนายเจษฎา หลักฐานฉ้อโกงของคุณรัศมี คลิปจากกล้องวงจรปิดตอนที่ผู้อำนวยการชูวิทย์ค้ายาให้กับนักเรียนชายในโรงเรียน การติดสินบนของกำนันดำรง การปลอมแปลงเอกสารวิชาชีพของหมอยอดศักดิ์ จำเลยทั้งห้าคน​ มีส่วนหนุนหลังไมเคิลมาโดยตลอดนอกจากนี้ยังมีพยานปากสำคัญที่ยืนยันว่าจำเลยทั้งห้าคนรู้เห็นเป็นใจในการหายตัวไปของชาวบ้านและตำรวจหลายนาย ซึ่งก็คือคุณตาของเติร์ดที่เป็นหูเป็นตาให้กับทางการ“เซน!!” เติร์ดตะโกนเรียกเซนเสียงดัง เมื่อเห็นว่าเซนกำลังจะเดินออกจากรั้วโรงเรียน หากว่าเซนเพียงแค่มายื่นเอกสารย้ายโรงเรียนกลางคัน เพื่อไม่ให้คนอื่นในโรงเรียนสงสัยในตัวเขา ชายหนุ่มหันไปมองหน้าเพื่อนนิ่ง ๆ ก่อนจะเมินเฉยด้วยการเปลี่ยนทิศทางการเดิน“เซน เซนกูขอโทษ กูขอโทษนะที่ด่ามึงวันนั้น” เติร์ดรีบวิ่งไปคุกเข่าตรงหน้าของเซนด้วยสีหน้าสำนึกผิด เขาอยากขอบคุ

  • เด็กเฮียเต   บทที่ 22 เพราะรัก

    “เฮีย!!” มะปรางตะโกนเรียกเตชิน หากว่าลงมาจากบนบ้านแล้วไม่เจอเขา ก่อนจะเห็นกระดาษโน้ตติดไว้บนฝาชี‘เฮียไปทำธุระแป๊บหนึ่งนะครับ เดี๋ยวช่วงเที่ยง ๆ เฮียมารับ’“ไปไหนของเขาอีกนะ” มะปรางส่ายหน้าไปมาน้อย ๆ ก่อนเสียงมือถือที่วางอยู่ข้าง ๆ ฝาชีจะดังขึ้น หากว่ามันคือโทรศัพท์มือถือของเธอเองครื๊ด...ครื๊ด!“แล้วเมื่อวานก็ไม่ยอมคืนมือถือให้เรา” มะปรางจิ๊ปากพูดอย่างเอือมระอาก่อนจะกดรับสายอย่างไม่รอช้า เมื่อเห็นว่าปลายสายคือเจ๊แก้ว“ว่าไงเจ๊”‘เจ๊มีเรื่องสำคัญมากจะบอก มาหาเจ๊ที่ผับได้ไหม’“เรื่องอะไรเจ๊พูดตอนนี้เลยไม่ได้เหรอ”‘เรื่องนี้สำคัญมาก เจ๊จะรอนะ’พูดจบปลายสายก็ตัดทิ้งทันที โดยที่มะปรางก็ได้แต่อ้ำอึ้ง ปกติเจ๊แก้วจะไม่ค่อยให้เธอยุ่งเรื่องส่วนตัวเท่าไหร่ และถ้าไม่มีธุระเร่งด่วนอะไรเจ๊แก้วจะไม่มีทางโทรมาหาเด็ดขาด“เจ๊แก้วเรียกให้ปรางมาหา” มะปรางพูดกับคนที่ดูแลร้าน หากว่าช่วงกลางวันร้านเจ้แก้วจะไม่มีคนเลย นอกจากคนดูแลร้าน“เจ๊แก้วน่าจะอยู่ชั้นสองในห้องทำงานชั้นในสุด น่าจะเข้าไปได้เลยนะครับถ้าหากว่านัดไว้แล้ว”

  • เด็กเฮียเต   บทที่ 21 กลัวการจากลา

    หลังจากเคลียร์ทุกอย่างที่โรงพักเสร็จเรียบร้อย เตชินก็รีบมาหามะปรางโดยเร็ว เขาซื้ออาหารมื้อเย็นและของกินเล่นติดไม้ติดมือมาด้วย หวังว่าคืนนี้คงเป็นคืนสุดท้ายที่เขาและเธอจะได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง“มะปราง!” เตชินอุทานเรียกชื่อเด็กสาวด้วยความตกใจ หากว่าข้าวของภายในบ้านถูกรื้อจนกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น เขารีบเอาของกินที่ถือพะรุงพะรังอยู่ในมือไปวางบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะตามหาเธอจนทั่วบ้าน ซึ่งก็ไม่มีวี่แววของเธอเลยชายหนุ่มยืนครุ่นคิดอยู่สักพัก หากว่าตอนที่เขาเข้ามา ประตูบ้านก็ยังถูกล็อกไว้อย่างหนาแน่น ถ้าโดนบุกรุกมันก็ต้องมีรอยงัดแงะให้เห็น เตชินหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดดูภาพในกล้องที่เขาแอบติดไว้ตามจุดต่าง ๆ ภายในบ้านก่อนที่เขาจะออกไปปฏิบัติหน้าที่เมื่อช่วงสายของวันนี้ จึงเห็นว่ามะปรางเป็นคนทำลายข้าวของทั้งหมด แถมยังเอาตัวเองไปซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าอีก“ตัวแสบ!” เตชินกัดฟันพูดชายหนุ่มเดินไปยังในทิศทางของตู้เสื้อผ้า แล้วเปิดมันออก จึงเห็นว่ามีเด็กตัวแสบแอบไปหลบอยู่ในนั้นจริง ๆ“เฮีย!!”มะปรางตกใจเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าเขาจะหาทางเธอเจอได้รวดเร็วขนาดนี้ ก

  • เด็กเฮียเต   บทที่ 14 ตกอยู่ในอันตราย

    “ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม” หลังจากที่เสร็จภารกิจอันแสนจะวุ่นวาย เตชินเดินเข้ามาในห้องทำงานโดยที่มีเด็กฝึกทั้งสามคนยังคงปฏิบัติหน้าที่ที่เขาได้มอบหมายเมื่อตอนบ่ายของวันนี้อย่างขะมักเขม้นเซน มีหน้าที่ตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่น่าสงสัย และเรียบเรียงลำดับข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้มาตลอดหลายสัปดาห์ซาน ตรวจเช็คสัญญ

  • เด็กเฮียเต   บทที่ 11 การสูญเสีย

    ‘เมื่อช่วงค่ำของวันนี้ เกิดเหตุทะเลาะวิวาทครั้งใหญ่ในชุมชน​บ้านไข่น้ำ คาดว่าสาเหตุเกิดจากยาเสพติดชนิดใหม่ที่มาในรูปแบบยาสามัญประจำบ้าน ซึ่งคนในชุมชนบ้านไข่น้ำได้รับบริจาคข้าวของเครื่องใช้และยาสามัญประจำบ้านเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ หลายคนตกเป็นเหยื่อและนำไปสู่เหตุจลาจลก่อนหน้านี้มีรายงานว่า หลังจากที

  • เด็กเฮียเต   บทที่ 9 ยา(ลดไข้)นรก...เป็นเหตุ

    “หนูทำอะไรอยู่ ไม่รีบกลับบ้านเหรอ” เตชินเดินเข้ามาในครัว หลังจากที่สั่งงานเด็กฝึกเสร็จเรียบร้อย ส่วนเพื่อนรักทั้งสองคนก็ส่งกลับบ้านตั้งแต่เช้ามืด เหลือแค่มะปรางที่กว่าจะสร่างเมาจากอาการเมาค้างก็ล่วงเลยเวลามาจนเกือบเที่ยง“หนูยังปวดหัวนิดหน่อย เลยกินยาดักไว้ก่อนเผื่อไข้ขึ้น เหลืออยู่หนึ่งเม็ดพอดี” พ

  • เด็กเฮียเต   บทที่ 7 เบาะแส

    หลายวันต่อมา...“งานอะไรก็ได้เจ๊ ฉันทำได้ทั้งนั้น” มะปรางพูดกับเจ๊แก้วผู้จัดการร้านผับที่ตั้งอยู่ห่างออกไปจากชุมชน หากว่าเธอตัดสินใจนั่งวินมาถึงตัวอำเภอเพื่อมาหางานทำ อีกทั้งอาจจะได้เบาะแสเพิ่มเติม“งานที่แล้วก็เพิ่งกระทืบลูกค้ามาเพราะเพื่อนโดนลวนลาม งานนี้มันหนักกว่ามากนะ แกจะไม่เอาปืนมายิงลูกค้าเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status