로그인สองเดือนต่อมา...
หลังจากที่มีการต่อสู้ในชั้นศาลเป็นเวลาเกือบสองเดือน ทุกอย่างก็คลี่คลายและ
สองปีต่อมา...“วันนี้พ่อกับแม่เธอไม่อยู่บ้าน พวกเราก็เลยมาอยู่เล่นเป็นเพื่อน”คามินเอ่ยพูดขณะที่ปรินทร์ทำหน้าบูดบึ้ง เนื่องจากถูกคนเป็นแม่บังคับให้มาเป็นเพื่อนเล่นของเชอรีน แทนที่เขาจะได้ไปเล่นยิงปืนที่ชอบกับพี่ชาย ต้องจำใจมาอยู่กับเชอรีนเป็นเพื่อนคามินคามิน วงศ์วริศ หรือ คามิน ลูกชายคนโตของคาริสากับแดเนียลปรินทร์ เอกอัครกุล หรือ ปรินทร์ ลูกชายคนเล็กของเรติกากับปีแสง“อ่ะนี่ขนมช่อม่วง ย่าทวดฉันเป็นคนทำเอง แม่เคสให้เอามาฝากเธอ”คามินยื่นขนมที่ถือติดมือมาด้วยให้กับเชอรีน ก่อนป้าเพ็ญจะมารับช่วงต่ออยากรู้งาน“มาค่ะ เดี๋ยวป้าเอาขนมไปจัดจานมาเสิร์ฟนะคะ”เชอรีนกอดอกพลางมองคามินกับปรินทร์สลับกันไปมา พูดกี่ครั้งก็ไม่เคยจำเลย“ก่อนอื่นนะ พวกนายต้องเรียกฉันว่าพี่เชอ เพราะว่าฉันเกิดก่อนพวกนาย”“เกิดก่อนอะไรก็เกิดปีเดียวกัน”ปรินทร์รีบโต้แย้ง ถ้าให้เขาเรียกเธอว่าพี่เชอคงจะกระดากปากที่สุด“แต่ฉันเกิดก่อนพวกนายตั้งหลายเดือนเลยนะ โดยเฉพาะนายปรินทร์ ฉันเกิดก่อนนายตั้งสามเดือนกว่า ร
หกปีต่อมา...“ยินดีกับบัณฑิตคนใหม่ด้วยนะครับ”เตชินกล่าวพร้อมยื่นดอกไม้ช่อใหญ่ให้กับภรรยาคนเก่ง ที่บัดนี้เป็นบัญฑิตจบใหม่ป้ายแดงไปเรียบร้อยแล้วหลังจากที่คลอดเชอรีนได้ปีกว่า ๆ มะปรางก็ตัดสินใจเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา คณะครุศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์ โดยมีเตชินให้การสนับสนุนเต็มที่เรื่องลูกเธอก็ไม่เป็นกังวลหรือเป็นห่วงมากนัก เพราะมีคุณย่ากับคุณยายของน้องเชอรีนอย่างแม่นารินกับแม่มะลิคอยประคบประหงมดูแลอย่างใกล้ชิดมะปรางตั้งใจเรียน ตั้งใจสอบ ตั้งใจทำเกรด จนได้เกียรตินิยมอันอับหนึ่งคณะครุศาสตร์ ต่อจากนี้ไป เธอก็จะนำความรู้ที่เรียนมา ไปสอนเด็ก ๆ ในโรงเรียน นอกจากหลักสูตรในรายวิชาคณิตศาสตร์แล้ว ประสบการณ์ชีวิตของเธอก็นับเป็นอีกหลักสูตรหนึ่งที่สามารถสอดแทรกเข้าไปในการเรียนการสอนได้ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะเรียนรู้“คุณแม่ของน้องเชอเก่งที่สุด” เชอรีนวัยห้าขวบย่างเข้าหกขวบเดินเตาะแตะเข้ามาแสดงความยินดี เธอยื่นพวงมาลัยพวงเล็ก ๆ ที่ไม่ได้สวยงามอะไรมากนักให้กับคนเป็นแม่พร้อมฉีกยิ้มจนตาหยี“น้องเชอหัดทำเองเ
หลายเดือนต่อมา...“อึบ! อื้ออออ!!!”มะปรางพรั่งพรูลมหายใจออกมาจากทางปาก มือเรียวเล็กกำมือเตชินสามีของเธอไว้แน่น ขณะที่หมอกับพยาบาลต่างส่งเสียงเชียร์ให้เบ่งอีก เบ่งอีก!“อีกนิดเดียวนะคะคุณแม่ ใกล้แล้วค่ะ”“อีกนิดเดียวนะครับเด็กดี”เตชินพูดให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด มะปรางพยักหน้าพร้อมสูดหายใจเข้าออกลึก ๆ ก่อนจะออกแรงเบ่งอีกครั้ง โดยก้มหน้าคางชิดอกและกลั้นหายใจเบ่งยาว ๆ ท่ามกลางแรงเชียร์ที่ล้นหลามอุ๊แว~ อุ๊แว~เสียงร้องของทารกแรกเกิดดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงดีอกดีใจของหมอและเหล่าพยาบาลที่ช่วยกันทำคลอดนานเกือบชั่วโมงน้ำตาของมะปรางไหลออกมาทันทีที่ได้ยินลูกน้อยร้อง มันคือความเจ็บปวดที่มีความสุขที่สุดฉับ!เลือดกระเซ็นอาบคมกรรไกรหลังจากที่ตัดสายสะดือ บ่งบอกว่าสองชีวิตได้แยกจากแล้ว รอยยิ้มแห่งความสุขปรากฏอยู่บนใบหน้าของเตชินและมะปราง ในที่สุดวันที่เขาและเธอรอคอยมาตลอดก็มาถึงเที่ยงคืนสิบห้านาที เด็กหญิงชลธิมา สกุลเกียรติ ได้ออกมาลืมตาดูโลกเป็นวินาทีแรกสองวันต่อมา...
สองเดือนต่อมา...หลังจากที่มีการต่อสู้ในชั้นศาลเป็นเวลาเกือบสองเดือน ทุกอย่างก็คลี่คลายและจบลงด้วยดี หากว่าจำเลยทั้งห้าคนยอมจำนนต่อหลักฐานทั้งหมดที่มี ไม่ว่าจะเป็นคลิปเสียงที่ถกเถียงกันในกลุ่มผู้ร่วมกระบวนการ เอกสารสัญญาทำธุรกิจผิดกฎหมายของนายเจษฎา หลักฐานฉ้อโกงของคุณรัศมี คลิปจากกล้องวงจรปิดตอนที่ผู้อำนวยการชูวิทย์ค้ายาให้กับนักเรียนชายในโรงเรียน การติดสินบนของกำนันดำรง การปลอมแปลงเอกสารวิชาชีพของหมอยอดศักดิ์ จำเลยทั้งห้าคน มีส่วนหนุนหลังไมเคิลมาโดยตลอดนอกจากนี้ยังมีพยานปากสำคัญที่ยืนยันว่าจำเลยทั้งห้าคนรู้เห็นเป็นใจในการหายตัวไปของชาวบ้านและตำรวจหลายนาย ซึ่งก็คือคุณตาของเติร์ดที่เป็นหูเป็นตาให้กับทางการ“เซน!!” เติร์ดตะโกนเรียกเซนเสียงดัง เมื่อเห็นว่าเซนกำลังจะเดินออกจากรั้วโรงเรียน หากว่าเซนเพียงแค่มายื่นเอกสารย้ายโรงเรียนกลางคัน เพื่อไม่ให้คนอื่นในโรงเรียนสงสัยในตัวเขา ชายหนุ่มหันไปมองหน้าเพื่อนนิ่ง ๆ ก่อนจะเมินเฉยด้วยการเปลี่ยนทิศทางการเดิน“เซน เซนกูขอโทษ กูขอโทษนะที่ด่ามึงวันนั้น” เติร์ดรีบวิ่งไปคุกเข่าตรงหน้าของเซนด้วยสีหน้าสำนึกผิด เขาอยากขอบคุ
“เฮีย!!” มะปรางตะโกนเรียกเตชิน หากว่าลงมาจากบนบ้านแล้วไม่เจอเขา ก่อนจะเห็นกระดาษโน้ตติดไว้บนฝาชี‘เฮียไปทำธุระแป๊บหนึ่งนะครับ เดี๋ยวช่วงเที่ยง ๆ เฮียมารับ’“ไปไหนของเขาอีกนะ” มะปรางส่ายหน้าไปมาน้อย ๆ ก่อนเสียงมือถือที่วางอยู่ข้าง ๆ ฝาชีจะดังขึ้น หากว่ามันคือโทรศัพท์มือถือของเธอเองครื๊ด...ครื๊ด!“แล้วเมื่อวานก็ไม่ยอมคืนมือถือให้เรา” มะปรางจิ๊ปากพูดอย่างเอือมระอาก่อนจะกดรับสายอย่างไม่รอช้า เมื่อเห็นว่าปลายสายคือเจ๊แก้ว“ว่าไงเจ๊”‘เจ๊มีเรื่องสำคัญมากจะบอก มาหาเจ๊ที่ผับได้ไหม’“เรื่องอะไรเจ๊พูดตอนนี้เลยไม่ได้เหรอ”‘เรื่องนี้สำคัญมาก เจ๊จะรอนะ’พูดจบปลายสายก็ตัดทิ้งทันที โดยที่มะปรางก็ได้แต่อ้ำอึ้ง ปกติเจ๊แก้วจะไม่ค่อยให้เธอยุ่งเรื่องส่วนตัวเท่าไหร่ และถ้าไม่มีธุระเร่งด่วนอะไรเจ๊แก้วจะไม่มีทางโทรมาหาเด็ดขาด“เจ๊แก้วเรียกให้ปรางมาหา” มะปรางพูดกับคนที่ดูแลร้าน หากว่าช่วงกลางวันร้านเจ้แก้วจะไม่มีคนเลย นอกจากคนดูแลร้าน“เจ๊แก้วน่าจะอยู่ชั้นสองในห้องทำงานชั้นในสุด น่าจะเข้าไปได้เลยนะครับถ้าหากว่านัดไว้แล้ว”
หลังจากเคลียร์ทุกอย่างที่โรงพักเสร็จเรียบร้อย เตชินก็รีบมาหามะปรางโดยเร็ว เขาซื้ออาหารมื้อเย็นและของกินเล่นติดไม้ติดมือมาด้วย หวังว่าคืนนี้คงเป็นคืนสุดท้ายที่เขาและเธอจะได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง“มะปราง!” เตชินอุทานเรียกชื่อเด็กสาวด้วยความตกใจ หากว่าข้าวของภายในบ้านถูกรื้อจนกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น เขารีบเอาของกินที่ถือพะรุงพะรังอยู่ในมือไปวางบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะตามหาเธอจนทั่วบ้าน ซึ่งก็ไม่มีวี่แววของเธอเลยชายหนุ่มยืนครุ่นคิดอยู่สักพัก หากว่าตอนที่เขาเข้ามา ประตูบ้านก็ยังถูกล็อกไว้อย่างหนาแน่น ถ้าโดนบุกรุกมันก็ต้องมีรอยงัดแงะให้เห็น เตชินหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดดูภาพในกล้องที่เขาแอบติดไว้ตามจุดต่าง ๆ ภายในบ้านก่อนที่เขาจะออกไปปฏิบัติหน้าที่เมื่อช่วงสายของวันนี้ จึงเห็นว่ามะปรางเป็นคนทำลายข้าวของทั้งหมด แถมยังเอาตัวเองไปซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าอีก“ตัวแสบ!” เตชินกัดฟันพูดชายหนุ่มเดินไปยังในทิศทางของตู้เสื้อผ้า แล้วเปิดมันออก จึงเห็นว่ามีเด็กตัวแสบแอบไปหลบอยู่ในนั้นจริง ๆ“เฮีย!!”มะปรางตกใจเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าเขาจะหาทางเธอเจอได้รวดเร็วขนาดนี้ ก
“ตอนนี้เรารู้แหล่งกบด่านของเป้าหมายแล้ว พวกมันยังมีพรรคพวกไม่มาก แต่อย่าชะล่าใจไปเพราะเรายังไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้อีก”“พวกมันเหมือนรออะไรบางอย่าง ดูเหมือนทุกอย่างกำลังเพิ่งเริ่ม...” ซานออกความเห็น“จริง ๆ เรื่องนี้มีมานานมากแล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาพวกของมันส่วนใหญ่ถูกยัดเข้าคุกกันหมด แต
“แม่...ปรางไปทำงานก่อนนะ” มะปรางตะโกนพูดหลังจากที่แต่งตัวเสร็จสรรพ หากว่าเธอทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของเธอนัก แม้รายได้จะน้อยนิดแต่ก็เป็นงานสุจริตเพียงหนึ่งเดียวที่เธอทำอยู่“อย่าไปมีเรื่องมีราวกับใครเขาอีกล่ะ” ประโยคสุดฮิตที่แม่มะลิมักจะบอกกับลูกสาวก่อนไปทำงาน มะปร
“ใครเหรอครับหัวหน้า เด็กฝึกคนใหม่ของหัวหน้าเหรอ” เซนเอ่ยถามทันทีที่เตชินเดินเข้ามาภายในห้องทำงาน หลังจากที่เขาขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อยืดสีดำและกางเกงโทนสีเดียวกัน“เธอเป็นคนที่นี่ พวกเราจะทำงานสะดวกขึ้นถ้าหากมีคนในท้องที่ทำงานด้วย” เตชินตอบกลับไป ขณะที่สายตาของเด็กฝึกทั้งสามคนต่างก็จ้องมองมา
หลังจากถูกปล่อยตัวออกมาจากห้องขัง มะปรางก็รีบมาหาเตชินตามที่นัดหมาย ซึ่งกระดาษที่เตชินให้กับเธอเมื่อคืนมีข้อความสั้น ๆ ระบุสถานที่อยู่ลับของเขา ตัวอักษรที่ไม่มีใครอ่านออก มีเพียงมะปรางคนเดียวเท่านั้นที่แกะรหัสตัวอักษรพวกนั้นได้เด็กสาวสแกนรหัสผ่านประตูห้องลับด้วยรอยสักบาร์โค้ดขนาดเล็กที่อยู่บริเวณ







