INICIAR SESIÓNยิ่งเห็นภาพเนตรชนกในชุดเดรสเกาะอกสีดำเขาก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ เธอไม่เคยไปไหนไม่บอกไม่กล่าว เพราะอะไรกันถึงได้ทำตัวเหลวไหลอย่างที่ไม่เคยเป็นแบบนี้
“ตะวัน” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“คุณอา! คุณอามาได้ไงคะ” เนตรชนกมองจ้องคนตัวโตที่ยืนทำหน้าถมึงทึงด้วยความแปลกใจ หรือว่าตอนนี้เธอกำลังตาฝาด ทว่าไม่ทันที่จะได้ไตร่ตรองหรือมองจ้องคนตรงหน้าอีกรอบ ตัวของเธอก็ลอยขึ้นสูง เขาอุ้มเธอ!
“กลับบ้าน” กันต์นทีเอ่ยเสียงห้วนก่อนจะพาสาวเจ้าออกไปจากผับโดยไม่คิดจะหันหลังมาทักทายเพื่อนทั้งสองของเธอแม้แต่น้อย
อุ้มคนตัวเล็กมาวางแหมะในรถได้ กันต์นทีก็รีบขับรถออกไปจากสถานที่อโคจรตรงนี้ในทันที ภาพที่ผู้ชายคนนั้นกำลังเกาะแกเธอทำให้เขาไม่ค่อยสบอารมณ์จนถึงตอนนี้ ปกติแล้วเธอไม่ใช่คนเที่ยวกลางคืนแล้ววันนี้ทำไมถึงคิดที่จะมาที่แบบนั้น
“จะไปไหนมาไหนทำไมไม่บอกอา ไม่รู้หรือไงว่าที่นั่นมันอันตราย” รู้ว่าสาวเจ้ายังไม่มีสติ แต่เขาก็อดที่จะบ่นเธอในตอนนี้ไม่ได้
“ตะวันโตแล้วค่ะ ไม่ได้เด็กอย่างที่คุณอาบอกสักหน่อย”
กันต์นทีนิ่งงันไปชั่วครู่หลังจากสาวเจ้าเอ่ยคำพูดไม่ค่อยเป็นคำ ทว่าเขาก็ฟังรู้เรื่อง เธอต้องการประชดเขาสินะ
“จะให้อาทำยังไงตะวันถึงจะไม่ทำตัวแบบนี้อีก
“อย่าไปจูบกับใครอีก คุณอาเป็นของตะวันคนเดียว”
“เราจะคิดผิดๆ แบบนี้ไม่ได้นะตะวัน”
“ทำไมคะ ตะวันรักอาไทม์ ผิดตรงไหน” เอ่ยจบสาวเจ้าก็คอพับคออ่อนพิงไปกับประตูรถ
“อาจะถือว่าตะวันเมาก็แล้วกัน”
รถจอดสนิทได้กันต์นทีก็อุ้มร่างบางขึ้นมาแนบอก เขาเดินผ่านความเงียบของตัวบ้านไปยังห้องนอนของเธอก่อนจะวางคนตัวเล็กลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง
มือหนาดึงผ้าห่มผืนหนาคลุมร่างกายเนตรชนกเรียบร้อยก็หมายจะหันหลังกลับ ทว่ามือเล็กกลับคว้าแขนเขาไว้
“อย่าไป…”
เสียงพึมพำแผ่วเบา ก่อนที่ริมฝีปากอุ่นนุ่มจะทาบลงมาบนปากของเขาอย่างไร้เดียงสา กันต์นทีชะงักงัน ลมหายใจสะดุด มือเล็กที่คว้าแขนเขาไว้แน่นยิ่งทำให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกที่เก็บซ่อนไว้ถูกปลุกขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
เพียงเสี้ยววินาทีกันต์นทีก็เผลอไหลตามอารมณ์ของตัวเอง เขาประคองท้ายทอยหญิงสาวจากนั้นก็เริ่มบดจูบลุกลำด้วยลิ้นร้ายเข้าไปในปากอุ่นนุ่ม เขาจูบย้ำกับริมฝีปากบางครั้งแล้วครั้งเล่า ลมหายใจเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ ทว่าสุดท้ายสติก็ดึงให้เขากลับมารู้เนื้อรู้ตัวว่ากำลังทำสิ่งที่ไม่ควรทำ
“ไม่ได้ ทำแบบนี้ไม่ได้นะตะวัน”
สิ้นคำสั่งนั้นดวงตาคู่สวยก็หลับสนิทอีกครั้ง
กันต์นทีถอนหายใจพรืด ก่อนจะปล่อยให้คนตัวเล็กหลับไหล แววตาของเขาเต็มไปด้วยความลำบากใจ จากนั้นก็ออกจากห้องนอนของเนตรชนกไป
“ไม่ได้” คำสั่งนี้ไม่ได้สั่งเพียงแค่หลานสาวต่างสายเลือดของเขาเพียงคนเดียว ทว่าเป็นคำที่ย้ำเตือนใจของเขาด้วย เขาจะปล่อยตัวเองให้ไหลตามอารมณ์ไม่ได้
“หวังว่าพรุ่งนี้จะจำอะไรไม่ได้นะตะวัน...”
“โอ๊ย…” เนตรชนกร้องโอดโอยเมื่อพลางยกมือกุมขมับ ความปวดหน่วงแล่นจี๊ดจนต้องหลับตาแน่นขณะกำลังจะพยุงตัวลุกขึ้น
“เมื่อคืนดื่มอะไรไปบ้างเนี่ย…” เธอพยายามนึก ทว่าความทรงจำขาดหาย จำได้เพียงภาพเลือนรางของกันต์นทีที่มารับเธอกลับบ้าน
“ซวยแล้ว…” เธอพึมพำกับตัวเอง เพราะรู้ว่าวันนี้ต้องโดนดุแน่ๆ
เธอพยายามพยุงตัวลุกจากเตียงไปล้างหน้าล้างตา อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะรีบเดินลงบันไดมาชั้นล่าง
“คุณอาคะ…” เอ่ยจบก็เว้นช่วงเงี่ยหูฟัง ทว่าก็ไม่มีเสียงตอบรับ
“อาไทม์คะ” บ้านทั้งหลังเงียบผิดปกติ เธอเดินไปที่ห้องนั่งเล่น มองซ้ายขวา ก่อนจะขมวดคิ้ว “ไม่อยู่เหรอ…”
เมื่อเดินไปยังโต๊ะรับประทานอาหารสายตาเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กบนโต๊ะจึงรีบหยิบขึ้นมาอ่าน
ตื่นแล้วกินน้ำเยอะๆ ต่อไปถ้าจะไปไหน บอกอาก่อน
“แค่นี้เหรอ…” เนตรชนกยืนงงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจโล่งอย่างไม่รู้ตัว
“ไม่ดุสักนิดเลยเหรอ” เธอเอ่ยพลางยกมือเท้าเอวครุ่นคิด “หรือดุไปแล้วเมื่อคืน…” เนตรชนกพยายามนึกอีกครั้ง ทว่าหัวกลับรู้สึกปวดมากกว่าเดิมเพราะจำอะไรไม่ได้เลย
เธอหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม ก่อนจะมองโน้ตอีกครั้ง แววตานิ่งไปเล็กน้อย
“บอกก่อน…” คำสั้นๆ นั้นทำให้หัวใจเธอเต้นแปลกๆ
“ห่วงเหรอ หรือว่าคุณอายังเห็นฉันยังไม่โตกันแน่” เนตรชนกส่ายหัวกับความคิดของตัวเอง ก่อนจะหันไปจัดการกับอาการเมาค้าง โดยไม่รู้เลยว่ามีบางความทรงจำที่หายไป ทว่ามันยังคงเป็นเหตุการณ์ฝังอยู่ในใจของใครอีกคน
ในเวลาเดียวกัน กันต์นทีนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัยรถที่จอดอยู่หน้าบริษัท เขากำพวงมาลัยแน่นขณะกำลังคิดถึงเรื่องเมื่อคืน
อย่าไป… เสียงนั้นยังกึกก้องอยู่ในโสตประสาท รวมถึงสัมผัสอุ่นนุ่มที่แตะลงบนริมฝีปากเขาเมื่อคืนด้วย
กันต์นทีหลับตาลงเพื่อข่มอารมณ์ “ไม่ได้...” เขาพึมพำกับตัวเองอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเธอจำได้หรือไม่ แต่เขาจำได้ทุกวินาที
“แค่ครั้งเดียว ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว”
กันต์นทีถอนหายใจยาวก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ วันนี้เขาจะทำงานตั้งแต่ฟ้าสางจนฟ้ามืด ไม่ลืมเรื่องฟุ้งซ่านได้ก็ให้มันรู้ไป
ณ ร้านคาเฟ่ใจกลางเมืองนครสวรรค์ เขมิกาและมินตรานั่งจิบกาแฟพลางรอคอยเพื่อนรักที่หายหน้าหายตาไปใช้ชีวิตสวีทหวานที่บ้านสวนริมน้ำอยู่นานสองนาน“นั่นไง! มาแล้ว” มินตราชี้ไปที่ประตูร้านมาริสาเดินเข้ามาในร้านด้วยรอยยิ้มที่สดใสยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ผิวพรรณของเธอมีออร่าบางอย่างที่ทำให้เพื่อนทั้งสองต้องหรี่ตามองอย่างจับผิด“แหม... ตั้งแต่เป็นคุณนายคุโรกิเนี่ย สวยวันสวยคืนเลยนะจ๊ะแม่คุณ” เขมิกาเอ่ยแซวทันทีที่มาริสานั่งลง “แล้วนี่คุณสามีหน้ายักษ์ยอมปล่อยตัวมาหาพวกเราได้ยังไงเนี่ย”“ก็... วันนี้ฉันมีเรื่องสำคัญจะมาบอกพวกแกนี่นา” มาริสาทำท่าเอียงอายพลางเปิดกระเป๋าหยิบซองสีขาวเล็กๆ ออกมาวางบนโต๊ะมินตรากับเขมิกามองหน้ากันก่อนจะรีบคว้าซองนั้นไปเปิดดู... มันคือรูปภาพอัลตราซาวด์ที่มีจุดเล็กๆ ปรากฏอยู่ตรงกลาง“อ๊าย... มะลิ! นี่แก...” มินตราเอามือปิดปาก ตาค้างด้วยความดีใจ“ท้องแล้วจ้า... สองเดือนแล้ว” มาริสาตอบเสียงใส“โอ๊ย! ฉันจะเป็นลม ยัยมะลิคนซื่อบื้อของพวกเรา วันนี้กำลังจะมีตัวน้อยให้ท่านประธานเซจิแล้วเหรอเนี่ย แล้วพ่อเขาเห่อมากเปล่าอะ”“ก็เห่อพอสมควร ขนาดจะมาหาพวกแกเขายังจะตามมาด้วยเลย ฉันเลยบอกว่าอยาก
เมื่อคนตัวโตเห็นว่าภรรยาตนพร้อมจนร่างสั่นเทิ้ม เซจิในตอนนี้ก็เต็มไปด้วยความต้องการที่พุ่งพล่าน เขาจัดการงัดแท่งร้อนขนาดมหึมาที่ตื่นตัวจนหัวเห็ดปูดเป่งออกมาจ่อที่ปากทางรักเซจิกดสะโพกแกร่งสวนลึกเข้าไปรวดเดียวจนสุดทาง แก่นกายร้อนระอุมุดหายเข้าไปในร่องสวาทที่คับแน่นจนถึงส่วนลึกที่สุด “อ๊าย...” มาริสาแหงนหน้าขึ้นกรีดร้องเสียงหลงเซจิไม่รอให้เธอพักหายใจ เขารัวสะโพกเข้าใส่ด้วยจังหวะที่ดุดันและหนักหน่วงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ทุกครั้งที่เขากระทั้นกายเข้าหา ยอดอกของคนตัวเล็กก็สั่นไหวระริกไปตามแรงส่งจนเป็นที่น่าพอใจต่อสายตาคนตัวโต“อ๊ะ... อ๊าาา...คุณเซจิ อ๊า...”เสียงหวานที่เรียกชื่อเขาแทบขาดใจทำให้เซจิแทบคลั่ง เขาจับขาเมียรักพาดบ่าแล้วโหมกระแทกเข้าไปเน้นๆ จนสุดลำพักใหญ่ไม่นานนัก แรงตอดรัดจากภายในที่ทวีความรุนแรงทำให้เซจิรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่ เขาต้องเร่งจังหวะให้ทันแตะขชอบสวรรค์พร้อมกับมาริสา“อ๊ะ อ๊ะ อ๊าย...”“อะ อ้าส...” ทั้งสองกระตุกเกร็งเสร็จสมไปพร้อมกัน ในขณะที่เซจิก็ไม่ลืมจะอัดธารรักเพื่อสร้างทายาทให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นเขาก็กอดร่างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเธอไว้แน่น ท่ามกลางเสียงหอบหา
มาริสาน้ำตาคลอเบ้า “ยายจ๋า... มะลิว่ามะลิโชคดีที่สุดเลยที่ได้เจอคุณเซจิ”ทองมาได้ยินหลานสาวเอ่ยคำพวกนั้นออกมาอย่างสุขใจเธอก็ทำได้แค่ยิ้มปลื้มใจ เมื่อหลานสาวของเธอมีคู่ชีวิตที่ดี วันข้างหน้าหากเธอไม่อยู่แล้วเธอก็จะได้ไม่ต้องห่วงคนข้างหลังในขณะที่ภายในห้องเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความรัก เซจิเหลือบไปเห็น มาโมรุ ที่ยืนทำสัญญาณมืออยู่ที่หน้าประตูห้องพัก เขาจึงขอตัวออกมาข้างนอก“มีอะไร”“ข่าวจากสายสืบครับนายน้อย ที่ดินที่โทโมยะได้ไป... ตอนนี้เขากำลังร้อนเงินหนัก เพราะเอาไปวางค้ำประกันไว้กับบ่อนพนันใต้ดินของพวกยากูซ่า และดูเหมือนว่าเขาจะโดนโกงสัญญาที่ดินผืนนั้นด้วย”“หึ่...มันเป็นไปตามที่คุณปู่บอกจริงๆ... คนที่ได้อะไรมาด้วยความคดโกง สุดท้ายมันก็จะสูญสิ้นไปด้วยความโลภของตัวเอง”“เราจะเข้าไปยุ่งไหมครับ”“ไม่จำเป็น... ปล่อยให้พวกยากูซ่าจัดการกันเอง” เซจิหันไปมองมาริสาผ่านกระจกประตูห้องที่กำลังหัวเราะอยู่กับยาย “หน้าที่ของฉันคือปกป้องรอยยิ้มของเมียฉัน ส่วนไอ้คนพรรค์นั้น... ให้ผลกรรมมันทำงานของมันเอง”หลังจากการเยี่ยมไข้ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เซจิก็ทำตามความต้องการของมาริสาด้วยการพาเธอมายังบ้านเรือน
เซจิเริ่มเลื่อนละเลงลิ้นต่ำลงมายังยอดอกอิ่มสีหวานที่ชูชันท้าทายสายตา เขาใช้ริมฝีปากครอบครองมันไว้แล้วดูดดึงเต็มแรงจนมาริสาต้องแอ่นหน้าอกรับด้วยความเสียวซ่าน“อ๊ะ... คุณเซจิ...” มือเล็กจิกขยำลงบนแผ่นหลังกว้างระบายอารมณ์เซจิไม่ปล่อยให้เธอพักหายใจ เขาเลื่อนมือลงต่ำไปยังใจกลางความสาวที่ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำหวาน ก่อนจะส่งนิ้วเรียวยาวสอดแทรกเข้าไปสำรวจภายในจนมาริสาบิดเร่า“พร้อมแล้วสินะ... ยัยเด็กดื้อ”เซจิจัดการแยกเรียวขาสวยออกกว้าง จากนั้นก็จ่อส่วนหัวที่หยาดเยิ้มลงบนร่องสวาทก่อนจะค่อยๆ กดแทรกกายเข้าไปให้ร่องนั้นกลืนกินตัวตนของเขาไปจนมิด“อือ อื้อ...” มาริสาเบิกตาโพลง ความใหญ่โตของตัวตนของเขาทำให้เธอรู้สึกจุกแน่นจนแทบหยุดหายใจเซจิกัดฟันกรอด พยายามข่มอารมณ์ดิบเถื่อนทั้งที่อยากจะกระแทกกระทั้นโถมบนตัวของเธอเป็นบ้า ทว่าก็ต้องแช่ค้างไว้จนคนตัวเล็กเริ่มปรับตัวได้“พร้อมไหม”“ค่ะ” มาริสาตอบเสียงแหบพร่า หลังจากเธอพยักหน้า ตัวของเธอก็สั่นคลอนไปตามแรงกระแทกแสนเสียวซ่านของเขานานสองนานที่เสียงผิวเนื้อกระทบกันดังระงมไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด ยิ่งตคนตัวโตเห็นยอดอกอิ่มของเธอสั่นไหวตามจังหวะที่เขาถาโถมเท่าไร
“เปล่า ฉันเห็นว่าหนี้ที่ดินของเธอมาตั้งหลายล้านเยน ถ้ากอดอย่างเดียวคงต้องกอดกันไปถึงชาติหน้า ฉันเลยมีงานพิเศษอีกอย่างมาเสนอ... ถ้าเธอยอมให้ฉันจูบก่อนไปทำงานทุกวัน ฉันจะเพิ่มให้ครั้งละห้าพันเยน”มาริสาอ้าปากค้าง “ห้าพันเยน! แค่จูบเนี่ยนะคะ คุณเซจิคะ คุณเริ่มจะเสพติดการจ่ายเงินแปลกๆ แล้วนะ”“ไม่เอาก็ตามใจ” เอ่ยจบก็มองไปที่กองเอกสารด้วยท่าทางทำเป็นไม่สนใจมาริสากัดริมฝีปากนิ่งคำนวณ ห้าพันเยนก็เกือบพันกว่าบาท แค่จุ๊บเดียวเอง คุ้มจะตาย! “ก็ได้ค่ะ! รับค่ะ เริ่มเลยไหมคะ”เซจิอมยิ้มก่อนจะดึงให้เธอโน้มตัวลงมาหา ใบหน้าคมเข้มเลื่อนเข้าไปประทับริมฝีปากนุ่มอย่างแผ่วเบาแต่เนิ่นนานกว่าที่มาริสาคิดไว้ หัวใจของคนตัวเล็กเต้นรัวจนผิดจังหวะ จนลืมเรื่องเงินไปชั่วขณะเซจิผละออกพลางจ้องตามาริสาที่กำลังเคลิ้มไม่หยุด “โอเคแล้ว”“คะ?”“ทำไม ไม่พอใจเหรอ”“ม... ไม่ค่ะ! ฉันไปทำงานแล้วนะคะ” มาริสารีบวิ่งหน้าแดงออกไปจากห้อง ทิ้งให้เซจินั่งยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี ถ้าเขาทำแบบนี้ทุกวันแล้วเธอยังอยากจะให้เขาเป็นอิสระอีกก็ถือว่าเธอใจแข็งเกินไปแล้วความสุขเมื่อครู่อยู่ได้ไม่นาน เมื่อมาโมรุเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “
บรรยากาศที่เคยหวานละมุนจากการล้อเลียนเรื่องลูกชุบสลายตัวไปในทันที เมื่อเซจิเริ่มที่จะเข้าเรื่องเคร่งเครียด“ฉันคุยกับคุณปู่แล้ว... เพื่อให้เรื่องทุกอย่างมันจบ และเพื่อให้พ่อของเธอเลิกเอาเรื่องยายมาขู่เธอ ฉันจะเซ็นยกที่ดินผืนนั้นให้เขาไปซะ”มาริสาเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เธอรู้ดีว่าที่ดินผืนนั้นมีความสำคัญต่อตระกูลคุโรกิมากแค่ไหน “ไม่ได้นะคะคุณเซจิ! ที่ดินผืนนั้นมูลค่ามันมหาศาลมาก คุณจะยอมเสียมันไปเพราะเรื่องของฉันไม่ได้นะคะ”“มันคุ้มที่จะแลก มะลิ... ถ้ามันทำให้เธอหลุดพ้นจากคนพรรค์นั้นได้”คำพูดของเขาทำให้มาริสารู้สึกผิดพอสมควร เธอไม่อยากเป็นภาระที่ทำให้เขาต้องเสียสมบัติของตระกูล “ถ้าอย่างนั้น... คุณบอกฉันได้ไหมคะว่าที่ดินผืนนั้นราคาเท่าไร ฉันจะทำงานชดใช้ให้ค่ะ ฉันจะทำงานที่บริษัทให้หนักขึ้น แล้วก็จะหางานเสริมทำเยอะๆ เท่าที่จะไหว ฉันจะผ่อนใช้หนี้ให้คุณจนครบทุกบาททุกสตางค์เลยค่ะ!”เซจิขมวดคิ้ว “เธอจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร”“ก็เพื่อที่จะได้ไม่ต้องติดหนี้บุญคุณคุณไปตลอดชีวิตไงคะ...” มาริสาตอบตามที่ใจคิด “ถ้าฉันใช้หนี้หมดเร็ว ฉันจะได้ไม่ต้องอยู่ในสถานะภรรยาของคุณนานเกินไป... เผื่อวันข้างหน้าคุ







