LOGINภีม ธิปติพัศ (ทิบ-ติ-พัด) (ก็บอกอยู่ว่าไม่รัก ไม่เคยรักจะเรียกร้องอะไรหนักหนาวะ) ปัน ปรียาดา (ปรี-ยา-ดา) (ไม่เคยรักเลยว่างั้น หึ! น่าสมเพชจังหมายถึงฉันน่ะนะ)
View Moreคฤหาสน์อธิราชบดินทร์
เมื่อขาก้าวสู่อธิราชบดินทร์ลมหายใจของปรียาดาสะดุดอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอมองไปรอบคฤหาสน์แห่งนี้ด้วยความหวาดหวั่นเพราะนานมากแล้วที่เธอไม่ได้มาเหยียบ ณ ที่แห่งนี้ ที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำมากมายระหว่างเธอกับเขา ผู้ชายที่เธอแอบรักตั้งแต่วัยเยาว์ แต่แล้ววันนี้เธอก็กลับมาเหยียบที่แห่งนี้อีกครั้ง กลับมาในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของธิปติพัศ ทายาทเพียงหนึ่งเดียวของอธิราชบดินทร์ พ่อของธิปติพัศและปรียาดาเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมด้วยกันจนกระทั่งที่ทั้งสองต่างมีครอบครัวมีลูกที่น่ารักก็ได้หมายมั่นสัญญากันว่าเมื่อใดก็ตามที่พ่อของธิปติพัศมีลูกไม่ว่าจะหญิงหรือชายเช่นเดียวกันกับพ่อของปรียาดาจะให้ลูกของทั้งคู่แต่งงานกัน จวบจนเวลาล่วงเลยมาถึง ณ ปัจจุบัน ที่ธิปติพัศอายุยี่สิบแปดปี และปรียาดา อายุยี่สิบห้าปี พ่อของชายหนุ่มก็ได้มาทวงถามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ในอดีตกับพ่อของปรียาดา จึงบังเกิดเป็นงานแต่งงานใหญ่โตขึ้นมาข่าวแต่งงานของคนทั้งคู่แพร่สะพัดกระหน่ำไปทุกช่องทางเกิดเสียงฮือฮาขึ้นอย่างกว้างขวางเมื่อทายาทอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้านแต่งงานกับลูกสาวเจ้าของธุรกิจเหมืองแร่ ในตอนที่คนเป็นพ่อบอกว่าปรียาดาต้องแต่งงานกับธิปติพัศ เธอเอ่ยตอบรับแทบจะทันที ใบหน้าหวานปรากฏรอยยิ้มดีใจจนปิดไม่มิดเมื่อตัวเธอกำลังจะได้แต่งงานกับชายหนุ่มที่เธอแอบรักมานาน ธิปติพัศคือรักแรกของปรียาดาและมันยังคงเป็นแบบนั้นเสมอมาไม่เคยเปลี่ยนแปลงแม้ก่อนหน้านี้โชคชะตาจะพัดพาให้เธอกับเขาต้องแยกจากกันก็ตาม ภายหลังจากงานแต่งงานจบลงปรียาดาก็ขนข้าวขนของจากบ้านของตัวเองย้ายเข้ามาอยู่กับธิปติพัศตามความต้องการของคนเป็นสามี "มาแล้วเหรอ" เสียงทุ้มต่ำที่ดังมาจากตรงหน้าทำให้ปรียาดาที่กำลังก้มหน้าอยู่เงยหน้าขึ้นมามอง "พี่ภีม" เอ่ยพึมพำชื่อของคนเป็นสามีอย่างแผ่วเบา พลางระบายยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นว่าคนเป็นสามีเดินเข้ามาหา "ขอโทษที่พี่ไม่ได้ไปรับปันด้วยตัวเองนะครับ วันนี้งานพี่ยุ่งมาก" แม้ทุ้มเสียงที่ใช้พูดกับปรียาดาจะดูอ่อนโยนแต่ทว่าแววตาคู่คมของธิปติพัศกลับปิดความว่างเปล่าในแววตาไม่มิด เขามองปรียาดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า ในขณะที่ตัวของหญิงสาวมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความรักที่เปี่ยมล้น "เดี๋ยวเราขึ้นห้องเอากระเป๋าไปเก็บกันนะครับ มาครับเดี๋ยวพี่ลากกระเป๋าให้" ปรียาดายิ้มหวานให้คนเป็นสามีเมื่อเห็นเขาดูแลเทคแคร์เธอดีขนาดนี้ ก่อนจะเดินตามหลังของคนเป็นสามีขึ้นห้องนอนของเขามา ปรียาดากวาดสายตามองห้องธิปติพัศอย่างพินิจพิจารณาเมื่อเห็นว่าภายในห้องนอนของเจ้าตัวเปลี่ยนไปมากต่างจากวัยเด็กที่เต็มไปด้วยภาพการ์ตูนแปะเต็มผนัง "ห้องพี่ภีมเปลี่ยนไปมากเลยนะคะ" สิบสองปีที่ไม่ได้เจอกันนึกไม่ถึงว่าทุกอย่างที่เธอเห็นและเจอมันจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ "แน่นอนสิ มันไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว" น้ำเสียงนั่นเหมือนกำลังบอกอะไรบางอย่างกับเธออยู่กลาย ๆ แต่ปรียาดาก็เลือกจะมองผ่านไปอย่างไม่คิดอะไร "ใช่ค่ะ ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะขนาดตัวพี่ภีมเองก็ยังเปลี่ยนไป หล่อขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ" ปรียาดาหัวเราะคิกคักในกับคำพูดของตัวเอง "หึ" ธิปติพัศเค้นหัวเราะให้กับหญิงสาวตรงหน้า มองสบสายตาปรียาดาด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ว่าตัวเขานั่นคิดอะไรอยู่ธิปติพัศถึงปรียาดา หลังจากที่ปรียาดามาส่งเขาที่บ้านวันนั้น ธิปติพัศก็ได้ปรับความเข้าใจกับครอบครัวและกลับมาใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป กลับมาบริหารงานที่เขารัก ทุ่มเทเวลาทั้งหมดที่มีไปกับการทำงาน เขาทำงานหนักเพื่อไม่ให้จิตใจคิดฟุ้งซ่าน ธิปติพัศยังคงรู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำไว้กับปรียาดาอยู่ทุกวัน ไม่เคยมีเลยสักวันที่เขาจะลืมเลือนสิ่งที่เขาทำกับเธอไว้ เมื่อย้อนกลับไปมองในสิ่งที่เขาทำมันช่างผิดมหันต์จนไม่น่าให้อภัยเลยด้วยซ้ำ แต่ปรียาดาก็คือปรียาดาจิตใจของเธออ่อนโยนยิ่งกว่าสิ่งใด ไม่เคยคิดโกรธหรือเกลียดใครเพราะเธอเป็นแบบนั้นธิปติพัศจึงยิ่งรู้สึกผิดที่ทำร้ายเธอ ถ้าย้อนเวลากลับไปตอนนั้นได้ธิปติพัศคงไม่ทำแบบนั้น และถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาก็จะไม่แต่งงานกับเธอ และถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาก็จะไม่บอกให้เธอรอ และถ้าย้อนเวลากลับไปได้อีกธิปติพัศก็อยากจะบอกกับปรียาดาว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยคิดเกินเลยกับเธอเกินกว่าพี่ชายและน้องสาวเลย ในตอนนั้นธิปติพัศกับปรียาดาสนิทกันมาก ครอบครัวทั้งสองฝ่ายไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ อีกทั้งเขาและเธอยังเรียนอยู่ที่เดียวกัน ความสนิทระหว่างเขากับเธอในตอนนั้นมันเพิ่มทวีคูณขึ้นทุก
วันนี้รัชชานนท์พาปรียาดามาลองชุดเจ้าสาวพร้อมกับถ่ายพรีเวดดิ้งแบบครอบครัว ทุกอย่างเกิดขึ้นแบบปุบปับมากเพราะจากวันขอแต่งงาน อีกวันชายหนุ่มก็พาเธอมาลองชุดแต่งงานเลย เนื่องจากงานแต่งของเขาและเธอจะถูกจัดขึ้นอีกในหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า ปรียาดาไม่รู้เลยว่ารัชชานนท์เตรียมการเรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้วเพราะทุกอย่างมันดูพร้อมไปหมดจนเธอแปลกใจ ไหนจะฤกษ์แต่งงานที่ไม่รู้รัชชานนท์แอบไปดูมาตอนไหน ไหนจะสถานที่จัดงานบลา ๆ รัชชานนท์จัดการเอาไว้อย่างเสร็จสรรพหมดแล้ว เหมือนเรื่องนี้มีแค่ปรียาดาเท่านั้นที่ไม่รู้อะไรเลย ก่อนถึงวันงานปรียาดากับรัชชานนท์ก็ต้องแยกกันอยู่ตามความเชื่อของผู้หลักผู้ใหญ่ รัชชานนท์ไปนอนที่บ้านของเขา ส่วนปรียาดาก็อยู่ที่บ้านปัจจุบันกับลูกน้อย จวบจนถึงวันแต่งงานปรียาดาตื่นตั้งแต่ตีสามเพื่อลุกขึ้นมาอาบน้ำและรอช่างแต่งหน้ามาเนรมิตตัวเธอให้เป็นเจ้าสาวที่สวยสะพรั่งที่สุดในวันนี้ ถึงจะเป็นการแต่งงานครั้งที่สองแล้ว แต่ทว่าความรู้สึกครั้งนี้มันกลับแตกต่างไปจากตอนนั้นอย่างสิ้นเชิง…. ปรียาดามองภาพตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกก่อนจะฉีกยิ้มออกมาเบา ๆ วันนี้เธอในชุดเจ้าสาวสวยมาก และลู
หนึ่งปีต่อมา… ผ่านมาหนึ่งปีแล้วกับชีวิตแม่ลูกอ่อน พิมาลาในวัยหนึ่งขวบกำลังหัดพูดหัดจาและค่อนข้างจะซนมากเลยทีเดียว เธอเป็นเด็กสดใสยิ้มเก่ง หัวเราะง่ายเป็นที่รักของทุกคน พิมาดาเป็นเด็กที่ชอบเที่ยวมากในทุก ๆ วันหยุดรัชชานนท์เลยมักจะพาแม่ลูกไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ในหนึ่งปีที่ผ่านมาชีวิตของปรียาดาเป็นไปอย่างเรียบง่าย เช่นเดียวกันกับชีวิตคู่ของเธอที่ไม่ดูหวือหวามากกว่าตอนเป็นแฟนกันสักนิด รัชชานนท์ก็ยังคงเป็นรัชชานนท์เคยดูแลเธอยังไงก็ยังดูแลเธออยู่อย่างนั้น จากวันแรกที่เริ่มรู้จักกันจรดจนถึงวันนี้เขาก็ยังคงเสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน วันนี้ที่บ้านค่อนข้างจะวุ่นวาย เต็มไปด้วยเสียงเจี๊ยวจ๊าวของปู่ย่า ตายาย ลุงป้า น้า อา ที่พากันมาช่วยกันจัดงานฉลองวันเกิดปีแรกให้กับหนูน้อยพิมาลา บรรยากาศในงานถูกประดับประดาไปด้วยลูกโป่งหลากหลายสีอย่างสวยมาก มีเค้กก้อนโตวางอยู่ตรงกลาง รอบ ๆ ด้านรายล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย รัชชานนท์ยืนอุ้มลูกอยู่ตรงกลาง ข้าง ๆ เขาเป็นภรรยาสาวสวยอย่างปรียาดา เพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ถูกขับกล่อมไปอย่างเชื่องช้า ก่อนที่สามคนพ่อลูกจะก้มลงเป่าเทียนวันเกิดพร้อมกัน จากนั้นรัชชานนท
กลางดึกคืนหนึ่งแสนวุ่นวายเมื่อปรียาดาเจ็บท้องคลอดกะทันหัน บ้านทั้งบ้านวุ่นวายกันไปหมดเนื่องจากพากันตื่นเต้นจนทำอะไรไม่พูด กว่าจะพาปรียาดาส่งโรงพยาบาลได้ก็ใช้เวลาไปไม่น้อยเลยทีเดียว รัชชานนท์ที่เห็นสีหน้าเจ็บปวดของภรรยาเขาก็รู้สึกสงสารปรียาดาจับใจ เสียงร้องไห้ด้วยเจ็บปวดของเธอมันบาดลึกลงไปถึงขั้วหัวใจของเขา ความรู้สึกอยากเจ็บปวดแทนภรรยาเกิดขึ้นกับผู้ชายที่ชื่อว่ารัชชานนท์อีกครั้ง ในขณะที่รอหมอพาปรียาดาเข้าห้องคลอดรัชชานนท์คอยจับมือหญิงสาวไม่ห่าง ยอมให้หญิงสาวใช้เล็บจิกมือเขาเพื่อระบายความเจ็บโดยที่เขาไม่คิดทักท้วงสิ่งใดออกมา “อดทนหน่อยนะครับ” บอกกับภรรยาพร้อมจรดริมฝีปากจุมพิตหน้าผากมนซ้ำ ๆ อย่างต้องการปลอบประโลมเธอ “อื้อ เจ็บอะเขื่อน ฮือออ” ปรียาดาบีบมือรัชชานนท์แน่นพลางร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด มันเจ็บมาก เจ็บเหมือนร่างกายของเธอจะแตกออกจากกันเป็นเสี่ยง ๆ เจ็บเหมือนจะตายเสียให้ได้ เธอไม่คาดคิดเลยว่าการเจ็บท้องคลอดมันจะทรมานมากขนาดนี้วันนี้เธอรู้ซึ้งแล้ว รู้ซึ้งทุกอย่างแล้วจริง ๆ ปรียาดาหลั่งน้ำตาออกมาไม่หยุด ในขณะที่รัชชานนท์ก็คอยยืนข้าง ๆ ไม่ไปไหน รอบ ๆ ห้องแห่งนี้เต็มไป