LOGINเนตรชนกนั่งหน้าห่อเหี่ยว จริงอย่างที่เพื่อนเธอพูด วิเวียนทั้งสวย สง่า เซ็กซี่นางแบบสาวแต่งตัวในแบบที่เธอไม่เคยคิดจะแต่ง หรือว่าหากอยากจะได้หัวใจของกันต์นทีเธอต้องเปลี่ยนตัวเองใหม่
“ฉันเซ็กซี่สู้วิเวียนไม่ได้เลยเหรอ”
สองสาวหันมองสบตากัน ก่อนจะถอนหายใจยาวพร้อมกันเป็นคำตอบ
“ผู้ชายอย่างคุณอาเธอเขาอยู่ในโลกของผู้ใหญ่ เขาอยู่ในโลกธุรกิจ รายล้อมไปด้วยผู้หญิงเก่งๆ สวยๆ เต็มไปหมด ถ้าเธอจะเอาแต่ร้องไห้ หึง ห้ามนั่นห้ามนี่มันยิ่งดูน่ารำคาญสำหรับเขา” ถิงถิงเริ่มวิเคราะห์
“แล้วต้องทำยังไงล่ะ” เสียงของเนตรชนกอ่อนลง
ถิงถิงมองเนตรชนกตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะยิ้มมุมปากเล็กน้อย “ก็เลิกทำตัวเป็นลูกคุณหนูสิ”
“จริงอย่างที่ถิงถิงบอก ในเมื่ออาแกเป็นแฟนเก่าของนางแบบคนนั้น แสดงว่าอาแกชอบผู้หญิงเซ็กซี่ ดูเป็นผู้ใหญ่ แกก็แต่งตัวให้เปรี้ยวขึ้น เซ็กซี่ขึ้น อ่อ...ต้องไม่งี่เง่า เขาว่ากันว่าผู้ใหญ่จะใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์”
“อืม” ถิงถิงพยักหน้าน้อยๆ เห็นด้วยกับคำพูดของปัญธิดา
“ฉันรู้ว่ามันยาก เพราะทุกวันนี้ฉันก็ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล แต่ถ้าแกอยากให้เขามองว่าแกโตแล้วก็อย่าทำ”
ถิงถิงยกนิ้วโป้งให้กับปัญธิดา ชอบที่เพื่อนตนรู้ตัวเองว่ามีข้อบกพร่องตรงไหนแต่ก็ไม่ยอมแก้นี่แหละ “เยี่ยม สอนคนอื่นได้แต่ตัวเองทำไม่ได้ ดีมาก”
“ใช่เวลาประชดไหมเนี่ยถิงถิง”
“โอเค ฉันจะทำให้ได้” เนตรชนกเอ่ยด้วยแววตามุ่งมั่น
“อ่อ อีกอย่างคนที่โตแล้วน่ะ เค้าต้องดื่มเหล้าเข้าผับ”
“จำเป็นด้วยเหรอ”
“คนอื่นอาจจะไม่จำเป็น แต่ถ้าแกอยากจะกร้านโลกเหมือนนางแบบวาบหวิวอดีตขวัญใจอาแก แกก็ต้องทำ”
เนตรชนกเงียบไปนาน ในหัวมีแต่หน้าของวิเวียน เธอทั้งสวย มั่นใจ แล้วก็นึกถึงตัวเองที่ยังมานั่งร้องให้เพียงเพราะเห็นกันต์นทีจูบกับผู้หญิง บางทีการที่เธอเปลี่ยนตัวเองให้โตขึ้น ข้อดีก็ไม่ใช่แค่ได้เปลี่ยนภาพที่กันต์นทีมอง ทว่าอาจจะดีกับเธอในเรื่องการบริหารงานในบริษัทของคนเป็นพ่อในวันหน้าก็ได้
“โอเค ฉันต้องทำให้คนอื่นมองฉันโตขึ้นให้ได้”
“งั้นก็เริ่มวันนี้เลย ถิงถิง แกก็ต้องไปผับกับพวกเราด้วย”
“เหรอ? อืม ถึงฉันจะไม่ชอบที่แบบนั้นแต่ไปก็ได้”
“ขอบใจนะถิงถิง” เนตรชนกจับมือเพื่อนทั้งสองเอาไว้แน่น เธอไม่อยากยืนอยู่ในมุมเดิมอีกต่อไป เธอจะต้องโตขึ้นให้ได้ ในวันที่เธอเรียนรู้โลกกว้างมากขึ้นแล้ว หวังว่าเธอจะได้รับคำตอบที่ต้องการจากกันต์นที
เสียงเพลงดังสนั่นสะเทือนพื้นผับ แสงไฟหลากสีวูบวาบสาดใส่ผู้คนที่เบียดเสียดอยู่เต็มพื้นที่ เนตรชนกนั่งอยู่ที่โต๊ะสูง มือบางจับแก้วเหล้าแน่นราวกับยังไม่ชิน
“ดื่มสิตะวัน มัวแต่มองอยู่นั่นแหละ” ปัญธิดาจับมือให้เนตรชนกดื่มน้ำเมาในแก้ว
“มันจะขมมากไหมแป๋ม” เนตรชนกถามเสียงเบา สีหน้าของเธอตอนนี้ไม่สู้ดีนัก ไหนจะมึนกับแสงไฟ อีกทั้งยังมีแต่กลิ่นบุหรี่เข้ามาเตะจมูกเรื่อยๆ อีก
“เราลองโตด้วยวิธีอื่นก็ได้มั้งแป๋ม ฉันเองก็ไม่ค่อยชอบที่แบบนี้เหมือนกัน” ถิงถิงเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าสิ่งที่เธอแนะนำเนตรชนกถูกหรือเปล่า
“มาถึงที่นี่แล้ว ยังไงก็ต้องลอง มา ชนแก้ว”
“อืม” ถิงถิงยกแก้วชนเสียงดังกับเพื่อนทั้งสอง ก่อนจะกระดกลงไปครึ่งแก้ว
เนตรชนกหลับตาแล้วยกดื่มตาม น้ำเมารสขมปร่าไหลผ่านลำคอทำให้เธอสำลักเล็กน้อย “แค่กๆ...”
“เห็นไหม บอกแล้วว่าแก้วแรกไม่เป็นไร” ปัญธิดาหัวเราะ
“นี่เหรอของที่เฮียเฟยชอบ” ถิงถิงวางแก้วลงก่อนจะจ้องมองไปยังแก้วนั้นไม่วางตา เธอเห็นพี่ชายของเธอกับเพื่อนๆ ชอบดื่มกันอยู่บ่อยๆ เธอไม่เคยลองมาก่อน ทว่าก็คิดว่ามันจะอร่อยกว่านี้เสียอีก
“คืนนี้แกจะต้องเป็นผู้ใหญ่ ดื่มอีกเร็ว ดื่มจนกว่าจะรู้สึกว่ามันอร่อย” ปัญธิดาคะยั้นคะยอให้เนตรชนกได้ลองน้ำเมาในแก้วอีก
เนตรชนกหน้าเจื่อน น้ำในแก้วขมปี๋ขนาดนั้นเธอจะรู้สึกว่ามันอร่อยได้ยังไง ทว่าเมื่อเธอเชื่อว่ามันคือสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เธอโตขึ้น เธอก็เลือกที่จะฝืนดื่มมันรวดเดียวจนหมดแก้ว
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแก้วที่สาม แก้วที่สี่ก็หมดไปอย่างรวดเร็ว ถิงถิงและเนตรชนกเริ่มไม่เหลือสติ แต่ก็ยังดีที่ปัญธิดายังประคองสติเอาไว้ได้เพราะเธอก็ไม่ใช่คนคออ่อน ด้วยเพราะดื่มกับลูกพี่ลูกน้องที่บ้านเป็นประจำ
“ฉันว่า ฉันจะไม่ไหวแล้ว มันอร่อยตรงไหนเนี่ย อึก” เนตรชนกเริ่มยกหัวไม่ขึ้น อีกทั้งเสียงที่พูดก็ยานจนคนอื่นแทบจะฟังไม่ออก
“โลกหมุนแล้วอ่ะ” ถิงถิงฟุบพาดไปกับเก้าอี้นานสองนานแล้ว
ไม่นานนักหลังจากสองสาวเริ่มไม่ได้สติก็มีหนุ่มหล่อโต๊ะข้างๆ เข้ามานั่งชิดติดกับเนตรชนก “ขอนั่งด้วยได้ไหมครับ”
“อืม...” เสียงตอบนั้นยืดยาน ทว่าเนตรชนกก็ยิ้มตอบรับหนุ่มแปลกหน้า
ปัญธิดายกยิ้ม “เพื่อนฉันอนุญาตแล้ว ตามสบายค่ะ”
“พวกคุณจะกลับกันยังไงครับ เมากันขนาดนี้”
“อ๋อ เดี๋ยวฉันโทรให้คนที่บ้านมารับค่ะ หรือว่าคุณอยากไปส่งล่ะคะ”
“อืม ส่ง ไปส่ง” เนตรชนกเงยหน้ามองชายแปลกหน้าก่อนจะยิ้มแบบที่ตัวเองไม่เคยยิ้มมาก่อน “คุณ…คุณยิ้มเก่งจังเลยนะคะ” เธอว่าพลางจะเอื้อมมือไปจับแก้มชายหนุ่มหน้าหล่อ ทว่าปัญธิดาก็ต้องคว้ามือเนตรชนกเอาไว้ก่อน ด้วยกลัวว่าผู้ชายคนนี้จะฉวยโอกาสถึงเนื้อถึงตัวหากเนตรชนกเลือกที่จะแตะเนื้อตัวของเขาก่อน
“ตะวัน ไม่ทำแบบนี้”
“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ถือ เธอน่ารักดีนะครับ”
“น่ารักเหรอ หึ่...” คนถูกชมหัวเราะในลำคอ “ฉันคงดูน่ารักเหมือนเด็กใช่ไหม มีคนชอบบอกว่าฉันเด็กตลอดเลย”
“เพื่อนคุณกำลังเฮิร์ทอะไรอยู่เหรอครับ”
“ก็...เรื่องหัวใจนั่นแหละค่ะ”
“อยากดูแลหัวใจให้เธอจัง” ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมยื่นมือไปเชยคางเนตรชนก
ปัญธิดารีบดึงแขนของชายหนุ่มเอาไว้ก่อนที่เขาจะแตะไปที่ส่วนอื่นของเพื่อนเธอ “แหม ถึงเนื้อถึงตัวกันง่ายๆ ไม่ได้นะคะ ถามเพื่อนฉันก่อนค่ะว่าให้คุณจับตัวได้ไหม”
สายตาคมกริบคู่หนึ่งมองภาพทั้งหมดจากอีกฟากของผับก่อนจะรีบปรี่ตรงมายังโต๊ะของสามสาว กันต์นทีกำหมัดแน่นกัดฟันจนกรามขึ้นเป็นสัน หากเขาไม่ตามสัญญาณโทรศัพท์ของเธอก็คงไม่รู้ว่าเนตรชนกมาเที่ยวในที่แบบนี้
ณ ร้านคาเฟ่ใจกลางเมืองนครสวรรค์ เขมิกาและมินตรานั่งจิบกาแฟพลางรอคอยเพื่อนรักที่หายหน้าหายตาไปใช้ชีวิตสวีทหวานที่บ้านสวนริมน้ำอยู่นานสองนาน“นั่นไง! มาแล้ว” มินตราชี้ไปที่ประตูร้านมาริสาเดินเข้ามาในร้านด้วยรอยยิ้มที่สดใสยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ผิวพรรณของเธอมีออร่าบางอย่างที่ทำให้เพื่อนทั้งสองต้องหรี่ตามองอย่างจับผิด“แหม... ตั้งแต่เป็นคุณนายคุโรกิเนี่ย สวยวันสวยคืนเลยนะจ๊ะแม่คุณ” เขมิกาเอ่ยแซวทันทีที่มาริสานั่งลง “แล้วนี่คุณสามีหน้ายักษ์ยอมปล่อยตัวมาหาพวกเราได้ยังไงเนี่ย”“ก็... วันนี้ฉันมีเรื่องสำคัญจะมาบอกพวกแกนี่นา” มาริสาทำท่าเอียงอายพลางเปิดกระเป๋าหยิบซองสีขาวเล็กๆ ออกมาวางบนโต๊ะมินตรากับเขมิกามองหน้ากันก่อนจะรีบคว้าซองนั้นไปเปิดดู... มันคือรูปภาพอัลตราซาวด์ที่มีจุดเล็กๆ ปรากฏอยู่ตรงกลาง“อ๊าย... มะลิ! นี่แก...” มินตราเอามือปิดปาก ตาค้างด้วยความดีใจ“ท้องแล้วจ้า... สองเดือนแล้ว” มาริสาตอบเสียงใส“โอ๊ย! ฉันจะเป็นลม ยัยมะลิคนซื่อบื้อของพวกเรา วันนี้กำลังจะมีตัวน้อยให้ท่านประธานเซจิแล้วเหรอเนี่ย แล้วพ่อเขาเห่อมากเปล่าอะ”“ก็เห่อพอสมควร ขนาดจะมาหาพวกแกเขายังจะตามมาด้วยเลย ฉันเลยบอกว่าอยาก
เมื่อคนตัวโตเห็นว่าภรรยาตนพร้อมจนร่างสั่นเทิ้ม เซจิในตอนนี้ก็เต็มไปด้วยความต้องการที่พุ่งพล่าน เขาจัดการงัดแท่งร้อนขนาดมหึมาที่ตื่นตัวจนหัวเห็ดปูดเป่งออกมาจ่อที่ปากทางรักเซจิกดสะโพกแกร่งสวนลึกเข้าไปรวดเดียวจนสุดทาง แก่นกายร้อนระอุมุดหายเข้าไปในร่องสวาทที่คับแน่นจนถึงส่วนลึกที่สุด “อ๊าย...” มาริสาแหงนหน้าขึ้นกรีดร้องเสียงหลงเซจิไม่รอให้เธอพักหายใจ เขารัวสะโพกเข้าใส่ด้วยจังหวะที่ดุดันและหนักหน่วงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ทุกครั้งที่เขากระทั้นกายเข้าหา ยอดอกของคนตัวเล็กก็สั่นไหวระริกไปตามแรงส่งจนเป็นที่น่าพอใจต่อสายตาคนตัวโต“อ๊ะ... อ๊าาา...คุณเซจิ อ๊า...”เสียงหวานที่เรียกชื่อเขาแทบขาดใจทำให้เซจิแทบคลั่ง เขาจับขาเมียรักพาดบ่าแล้วโหมกระแทกเข้าไปเน้นๆ จนสุดลำพักใหญ่ไม่นานนัก แรงตอดรัดจากภายในที่ทวีความรุนแรงทำให้เซจิรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่ เขาต้องเร่งจังหวะให้ทันแตะขชอบสวรรค์พร้อมกับมาริสา“อ๊ะ อ๊ะ อ๊าย...”“อะ อ้าส...” ทั้งสองกระตุกเกร็งเสร็จสมไปพร้อมกัน ในขณะที่เซจิก็ไม่ลืมจะอัดธารรักเพื่อสร้างทายาทให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นเขาก็กอดร่างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเธอไว้แน่น ท่ามกลางเสียงหอบหา
มาริสาน้ำตาคลอเบ้า “ยายจ๋า... มะลิว่ามะลิโชคดีที่สุดเลยที่ได้เจอคุณเซจิ”ทองมาได้ยินหลานสาวเอ่ยคำพวกนั้นออกมาอย่างสุขใจเธอก็ทำได้แค่ยิ้มปลื้มใจ เมื่อหลานสาวของเธอมีคู่ชีวิตที่ดี วันข้างหน้าหากเธอไม่อยู่แล้วเธอก็จะได้ไม่ต้องห่วงคนข้างหลังในขณะที่ภายในห้องเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความรัก เซจิเหลือบไปเห็น มาโมรุ ที่ยืนทำสัญญาณมืออยู่ที่หน้าประตูห้องพัก เขาจึงขอตัวออกมาข้างนอก“มีอะไร”“ข่าวจากสายสืบครับนายน้อย ที่ดินที่โทโมยะได้ไป... ตอนนี้เขากำลังร้อนเงินหนัก เพราะเอาไปวางค้ำประกันไว้กับบ่อนพนันใต้ดินของพวกยากูซ่า และดูเหมือนว่าเขาจะโดนโกงสัญญาที่ดินผืนนั้นด้วย”“หึ่...มันเป็นไปตามที่คุณปู่บอกจริงๆ... คนที่ได้อะไรมาด้วยความคดโกง สุดท้ายมันก็จะสูญสิ้นไปด้วยความโลภของตัวเอง”“เราจะเข้าไปยุ่งไหมครับ”“ไม่จำเป็น... ปล่อยให้พวกยากูซ่าจัดการกันเอง” เซจิหันไปมองมาริสาผ่านกระจกประตูห้องที่กำลังหัวเราะอยู่กับยาย “หน้าที่ของฉันคือปกป้องรอยยิ้มของเมียฉัน ส่วนไอ้คนพรรค์นั้น... ให้ผลกรรมมันทำงานของมันเอง”หลังจากการเยี่ยมไข้ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เซจิก็ทำตามความต้องการของมาริสาด้วยการพาเธอมายังบ้านเรือน
เซจิเริ่มเลื่อนละเลงลิ้นต่ำลงมายังยอดอกอิ่มสีหวานที่ชูชันท้าทายสายตา เขาใช้ริมฝีปากครอบครองมันไว้แล้วดูดดึงเต็มแรงจนมาริสาต้องแอ่นหน้าอกรับด้วยความเสียวซ่าน“อ๊ะ... คุณเซจิ...” มือเล็กจิกขยำลงบนแผ่นหลังกว้างระบายอารมณ์เซจิไม่ปล่อยให้เธอพักหายใจ เขาเลื่อนมือลงต่ำไปยังใจกลางความสาวที่ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำหวาน ก่อนจะส่งนิ้วเรียวยาวสอดแทรกเข้าไปสำรวจภายในจนมาริสาบิดเร่า“พร้อมแล้วสินะ... ยัยเด็กดื้อ”เซจิจัดการแยกเรียวขาสวยออกกว้าง จากนั้นก็จ่อส่วนหัวที่หยาดเยิ้มลงบนร่องสวาทก่อนจะค่อยๆ กดแทรกกายเข้าไปให้ร่องนั้นกลืนกินตัวตนของเขาไปจนมิด“อือ อื้อ...” มาริสาเบิกตาโพลง ความใหญ่โตของตัวตนของเขาทำให้เธอรู้สึกจุกแน่นจนแทบหยุดหายใจเซจิกัดฟันกรอด พยายามข่มอารมณ์ดิบเถื่อนทั้งที่อยากจะกระแทกกระทั้นโถมบนตัวของเธอเป็นบ้า ทว่าก็ต้องแช่ค้างไว้จนคนตัวเล็กเริ่มปรับตัวได้“พร้อมไหม”“ค่ะ” มาริสาตอบเสียงแหบพร่า หลังจากเธอพยักหน้า ตัวของเธอก็สั่นคลอนไปตามแรงกระแทกแสนเสียวซ่านของเขานานสองนานที่เสียงผิวเนื้อกระทบกันดังระงมไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด ยิ่งตคนตัวโตเห็นยอดอกอิ่มของเธอสั่นไหวตามจังหวะที่เขาถาโถมเท่าไร
“เปล่า ฉันเห็นว่าหนี้ที่ดินของเธอมาตั้งหลายล้านเยน ถ้ากอดอย่างเดียวคงต้องกอดกันไปถึงชาติหน้า ฉันเลยมีงานพิเศษอีกอย่างมาเสนอ... ถ้าเธอยอมให้ฉันจูบก่อนไปทำงานทุกวัน ฉันจะเพิ่มให้ครั้งละห้าพันเยน”มาริสาอ้าปากค้าง “ห้าพันเยน! แค่จูบเนี่ยนะคะ คุณเซจิคะ คุณเริ่มจะเสพติดการจ่ายเงินแปลกๆ แล้วนะ”“ไม่เอาก็ตามใจ” เอ่ยจบก็มองไปที่กองเอกสารด้วยท่าทางทำเป็นไม่สนใจมาริสากัดริมฝีปากนิ่งคำนวณ ห้าพันเยนก็เกือบพันกว่าบาท แค่จุ๊บเดียวเอง คุ้มจะตาย! “ก็ได้ค่ะ! รับค่ะ เริ่มเลยไหมคะ”เซจิอมยิ้มก่อนจะดึงให้เธอโน้มตัวลงมาหา ใบหน้าคมเข้มเลื่อนเข้าไปประทับริมฝีปากนุ่มอย่างแผ่วเบาแต่เนิ่นนานกว่าที่มาริสาคิดไว้ หัวใจของคนตัวเล็กเต้นรัวจนผิดจังหวะ จนลืมเรื่องเงินไปชั่วขณะเซจิผละออกพลางจ้องตามาริสาที่กำลังเคลิ้มไม่หยุด “โอเคแล้ว”“คะ?”“ทำไม ไม่พอใจเหรอ”“ม... ไม่ค่ะ! ฉันไปทำงานแล้วนะคะ” มาริสารีบวิ่งหน้าแดงออกไปจากห้อง ทิ้งให้เซจินั่งยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี ถ้าเขาทำแบบนี้ทุกวันแล้วเธอยังอยากจะให้เขาเป็นอิสระอีกก็ถือว่าเธอใจแข็งเกินไปแล้วความสุขเมื่อครู่อยู่ได้ไม่นาน เมื่อมาโมรุเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “
บรรยากาศที่เคยหวานละมุนจากการล้อเลียนเรื่องลูกชุบสลายตัวไปในทันที เมื่อเซจิเริ่มที่จะเข้าเรื่องเคร่งเครียด“ฉันคุยกับคุณปู่แล้ว... เพื่อให้เรื่องทุกอย่างมันจบ และเพื่อให้พ่อของเธอเลิกเอาเรื่องยายมาขู่เธอ ฉันจะเซ็นยกที่ดินผืนนั้นให้เขาไปซะ”มาริสาเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เธอรู้ดีว่าที่ดินผืนนั้นมีความสำคัญต่อตระกูลคุโรกิมากแค่ไหน “ไม่ได้นะคะคุณเซจิ! ที่ดินผืนนั้นมูลค่ามันมหาศาลมาก คุณจะยอมเสียมันไปเพราะเรื่องของฉันไม่ได้นะคะ”“มันคุ้มที่จะแลก มะลิ... ถ้ามันทำให้เธอหลุดพ้นจากคนพรรค์นั้นได้”คำพูดของเขาทำให้มาริสารู้สึกผิดพอสมควร เธอไม่อยากเป็นภาระที่ทำให้เขาต้องเสียสมบัติของตระกูล “ถ้าอย่างนั้น... คุณบอกฉันได้ไหมคะว่าที่ดินผืนนั้นราคาเท่าไร ฉันจะทำงานชดใช้ให้ค่ะ ฉันจะทำงานที่บริษัทให้หนักขึ้น แล้วก็จะหางานเสริมทำเยอะๆ เท่าที่จะไหว ฉันจะผ่อนใช้หนี้ให้คุณจนครบทุกบาททุกสตางค์เลยค่ะ!”เซจิขมวดคิ้ว “เธอจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร”“ก็เพื่อที่จะได้ไม่ต้องติดหนี้บุญคุณคุณไปตลอดชีวิตไงคะ...” มาริสาตอบตามที่ใจคิด “ถ้าฉันใช้หนี้หมดเร็ว ฉันจะได้ไม่ต้องอยู่ในสถานะภรรยาของคุณนานเกินไป... เผื่อวันข้างหน้าคุ







