INICIAR SESIÓN“คืออะไรล่ะ พูดมาเดี๋ยวนี้” คนใจร้อนอย่างปัญธิดาได้โพล่งกลางวง เธอลุ้นจนแทบจะหยุดหายใจ ทว่าเพื่อนตนก็ไม่ยอมพูดเรื่องที่อยากจะคุยด้วยออกมาเสียที
“กำลังลังเลใช่ไหม” ถิงถิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“อืม…” เนตรชนกพยักหน้าให้ถิงถิง
“ถ้าแกยังไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไรนะ แต่รู้ไว้แล้วกันว่าพวกฉันพร้อมอยู่ข้างแกเสมอ”
คำพูดธรรมดาแต่เต็มไปด้วยความจริงใจทำให้เนตรชนกรู้สึกจุกขึ้นมาที่ลำคอ เธอสูดลมหายใจลึก ก่อนจะตัดสินใจเปิดเผยความลับที่กดทับหัวใจมานาน
“คือฉัน…ฉันชอบ”
“ชอบใคร?” ปัญธิดารีบแทรกขึ้นมาทันที “รุ่นพี่เราเหรอ หรือเพื่อนคนไหน”
“แป๋ม แกใจเย็นๆ ก่อนได้ไหม” ถิงถิงปรามเสียงเบา
เนตรชนกหลับตาชั่วครู่ ก่อนจะพูดออกมาอย่างแผ่วเบาแต่ชัดเจน “อาของฉัน”
“ฮะ!”
“ฮะ!”
เสียงอุทานของสองสาวดังขึ้นพร้อมกัน ปัญธิดาเบิกตากว้างแทบถลนออกจากเบ้า
ส่วนถิงถิงนิ่งไปเสี้ยววินาทีก่อนจะเอ่ยถามย้ำ “อา…หมายถึงหมอไทม์ที่พวกเราเจอในงานศพพ่อแกใช่ป่ะ” ถิงถิงถามด้วยสีหน้าจริงจัง
“อืม” เนตรชนกพยักหน้า มือบางกำแน่นอยู่บนตักเพราะกำลังกังวล
“โอ้ย ค่อยโล่งอก” ปัญธิดาถอนหายใจแรง ก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้
“มันก็ไม่ได้มีอะไรผิดนะ แกว่าไหมแป๋ม” ถิงถิงเอ่ยอย่างใช้ความคิด
“ก็จริง” ปัญธิดาพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดถิงถิง “หมอไทม์เป็นแค่น้องบุญธรรมของพ่อแก อีกอย่างแกก็ไม่ได้โตมาด้วยกัน มาเจอกันตอนแกโตแล้วด้วยซ้ำ แสดงว่าเขาต้องดูแลแกดีมากใช่ไหม คนอย่างแกที่ไม่เคยมองผู้ชายคนไหน ถึงได้เผลอใจให้เขา”
เนตรชนกอมยิ้มเป็นคำตอบ “ใช่…เขาดูแลดีมาก ฉันรู้สึกอบอุ่น แล้วก็ปลอดภัยทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขา”
“แล้วเขาล่ะ” ถิงถิงถามต่อทันที “มีท่าทียังไงกับแก”
“เขาก็ดูแลฉันเหมือนเดิม…เหมือนคนในครอบครัว” เสียงตอบแผ่วลงเล็กน้อย
“งั้นก็ถือว่าเป็นคนที่ไว้ใจได้” ปัญธิดาสรุป “ถ้าเขาแสดงออกแบบหื่นกามกับแกตั้งแต่แรก นั่นแหละถึงจะน่ากลัว”
เนตรชนกเงียบไป ก่อนจะเอ่ยสิ่งที่คิดวนเวียนในใจออกมา “ฉันกำลังลังเลว่าควรบอกความรู้สึกออกไปดีไหม”
ปัญธิดายิ้มมุมปาก “จากประสบการณ์ของฉันนะ ถ้าสานต่อกันได้ก็ดี ถ้าไม่ได้ก็แยกย้าย ไม่ต้องค้างคา”
“แต่เขาต้องดูแลฉันตลอดนี่นา” เนตรชนกเอ่ยเสียงเบา ถ้าสามารถทำได้อย่างที่พูดก็ดีน่ะสิ
“แกโตแล้วตะวัน” ปัญธิดาพูดหนักแน่น “แกดูแลตัวเองได้”
ถิงถิงมองเพื่อนสนิทอย่างอ่อนโยนก่อนจะพูดประโยคที่แทงใจตรงจุด “แกกำลังกลัวใช่ไหม…กลัวว่าถ้าเขาไม่ได้คิดแบบเดียวกับแก ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม แกจะไม่ได้อยู่ใกล้เขาเหมือนก่อน”
เนตรชนกพยักหน้าหงึกๆ “นั่นแหละที่ฉันกลัว”
“ฉันเข้าใจนะ แต่ลองก้าวข้ามความกลัวดูไหม ลองสารภาพไปก็ไม่เสียหาย”
ปัญธิดายิ้มกว้าง “โห วันนี้ฉันเพิ่งเห็นแกเห็นตรงกับฉันเป็นครั้งแรกเลยนะถิงถิง”
ถิงถิงไม่เถียง ก่อนจะเพียงพูดต่อด้วยน้ำเสียงสุขุม “ถ้าตะวันเก็บมันไว้ต่อไป ความอึดอัดก็ไม่หายไปหรอก ดีไม่ดีถ้าพูดออกไปแล้วหมอไทม์อาจจะคิดแบบเดียวกับแกก็ได้” เอ่ยจบประโยคก็ยกมือไปแตะบ่าเนตรชนกก่อนจะพูดต่อ “ถ้าเขาไม่ได้รู้สึกแบบนั้น คนที่โตและผ่านโลกมามากกว่าอย่างเขา ก็น่าจะจัดการความสัมพันธ์ได้ดีพอ คงไม่ทำให้แกเจ็บ หรือทิ้งแกอย่างน่าเกลียดหรอก”
คำพูดนั้นค่อยๆ คลายปมในใจเนตรชนก ความกลัวอาจยังอยู่ แต่ความกล้ากำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ เนตรชนกก้มหน้าครุ่นคิด หรือบางที... การเผชิญหน้ากับความจริง อาจไม่ได้น่ากลัวเท่าการหนีมันอีกต่อไปแล้ว
ณ ห้องประชุมชั้นบนสุดของอาคารบริษัทสกุลโสภาโฮมจำกัด ช่วงสายของวันนี้กันต์นทีนั่งอยู่หัวโต๊ะในฐานะประธานบริหารคนใหม่ เขาอยู่ในชุดสูทสีเทาเข้ม ใบหน้าและแววตาจริงจัง ต่างจากสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมาด้วยความคาดหวังและอคติ
“ผมขอสรุปผลการบริหารในสามเดือนที่ผ่านมายอดกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นสิบสองเปอร์เซ็นต์ การปรับโครงสร้างต้นทุนเริ่มเห็นผลชัดเจน ทุกคนพอใจกันไหมครับ” เขาประกาศกร้าวต่อหน้าผู้ถือหุ้นทุกท่าน ในระหว่างที่ทุกคนกำลังเปิดอ่านเอกสารในมือ
“ต้องยอมรับนะครับ ผมไม่คิดว่าภายในเวลาแค่นี้จะเห็นผลชัดขนาดนี้” ผู้ถือหุ้นรายหนึ่งเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าแปลกใจไม่น้อย เพราะหลังจากที่เธียรเสียไปและได้รู้ว่าหมอหนุ่มจะเข้ามาบริหารงานแทน เขาก็ไม่ได้คาดหวังผลกำไรสักเท่าไร
ทิพวรรณที่นั่งอยู่ฝั่งขวาเม้มริมฝีปากแน่น มือที่วางบนโต๊ะกำเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว นับว่าเธอประมาทหมอหนุ่มเกินไป คิดว่าวันนี้เขาจะถูกต่อว่าจากเหล่าผู้ถือหุ้นเสียอีก ทว่าตอนนี้สายตาของทุกคนมองกันต์นทีอย่างชื่นชมเสียอย่างนั้น
“ผมมีข้อสงสัยอยู่นิดหนึ่งครับ ในฐานะผู้ถือหุ้นผมคิดว่าเราควรพูดกันตรงๆ”
“เชิญครับคุณชาติชาย” เป็นเสียงของพิสิทธิ์ เจ้าของเหมืองพลอยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่รองลงมาจากเธียรได้เอ่ยอนุญาต
ชาติชายหันไปสบตากับคนเป็นภรรยาก่อนจะเอ่ยขึ้น “คือ...เรื่องความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่ง โดยเฉพาะเรื่องชีวิตส่วนตัวที่อาจกระทบภาพลักษณ์บริษัท”
“คุณหมายถึงเรื่องอะไรครับ พูดออกมาได้ตรงๆ เลย” กันต์นทีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุขุม
“ฉันขอพูดเองก็แล้วกันค่ะ” เป็นทิพวรรณที่เอ่ยขึ้นแทนสามี “ทุกคนคงทราบว่าคุณกันต์นทีอาศัยอยู่บ้านเดียวกับคุณหนูตะวัน ลูกสาวของพี่ชายฉันใช่ไหมคะ”
จบประโยคของหญิงวัยกลางคนเสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นรอบโต๊ะ เพราะมีอีกหลายคนในที่นี้ไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน
“ดิฉันไม่ได้จะกล่าวหาอะไร แต่ความใกล้ชิดมันอาจทำให้เกิดข้อครหาว่าเขาได้ตำแหน่งมาจากความสัมพันธ์ส่วนตัว ไม่ใช่ความสามารถ”
“ผมขอชี้แจงครับ” กันต์นทีเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ “ผมอาศัยอยู่ที่นั่นในฐานะผู้ดูแลตามพินัยกรรม และผมแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวชัดเจน”
ณ ร้านคาเฟ่ใจกลางเมืองนครสวรรค์ เขมิกาและมินตรานั่งจิบกาแฟพลางรอคอยเพื่อนรักที่หายหน้าหายตาไปใช้ชีวิตสวีทหวานที่บ้านสวนริมน้ำอยู่นานสองนาน“นั่นไง! มาแล้ว” มินตราชี้ไปที่ประตูร้านมาริสาเดินเข้ามาในร้านด้วยรอยยิ้มที่สดใสยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ผิวพรรณของเธอมีออร่าบางอย่างที่ทำให้เพื่อนทั้งสองต้องหรี่ตามองอย่างจับผิด“แหม... ตั้งแต่เป็นคุณนายคุโรกิเนี่ย สวยวันสวยคืนเลยนะจ๊ะแม่คุณ” เขมิกาเอ่ยแซวทันทีที่มาริสานั่งลง “แล้วนี่คุณสามีหน้ายักษ์ยอมปล่อยตัวมาหาพวกเราได้ยังไงเนี่ย”“ก็... วันนี้ฉันมีเรื่องสำคัญจะมาบอกพวกแกนี่นา” มาริสาทำท่าเอียงอายพลางเปิดกระเป๋าหยิบซองสีขาวเล็กๆ ออกมาวางบนโต๊ะมินตรากับเขมิกามองหน้ากันก่อนจะรีบคว้าซองนั้นไปเปิดดู... มันคือรูปภาพอัลตราซาวด์ที่มีจุดเล็กๆ ปรากฏอยู่ตรงกลาง“อ๊าย... มะลิ! นี่แก...” มินตราเอามือปิดปาก ตาค้างด้วยความดีใจ“ท้องแล้วจ้า... สองเดือนแล้ว” มาริสาตอบเสียงใส“โอ๊ย! ฉันจะเป็นลม ยัยมะลิคนซื่อบื้อของพวกเรา วันนี้กำลังจะมีตัวน้อยให้ท่านประธานเซจิแล้วเหรอเนี่ย แล้วพ่อเขาเห่อมากเปล่าอะ”“ก็เห่อพอสมควร ขนาดจะมาหาพวกแกเขายังจะตามมาด้วยเลย ฉันเลยบอกว่าอยาก
เมื่อคนตัวโตเห็นว่าภรรยาตนพร้อมจนร่างสั่นเทิ้ม เซจิในตอนนี้ก็เต็มไปด้วยความต้องการที่พุ่งพล่าน เขาจัดการงัดแท่งร้อนขนาดมหึมาที่ตื่นตัวจนหัวเห็ดปูดเป่งออกมาจ่อที่ปากทางรักเซจิกดสะโพกแกร่งสวนลึกเข้าไปรวดเดียวจนสุดทาง แก่นกายร้อนระอุมุดหายเข้าไปในร่องสวาทที่คับแน่นจนถึงส่วนลึกที่สุด “อ๊าย...” มาริสาแหงนหน้าขึ้นกรีดร้องเสียงหลงเซจิไม่รอให้เธอพักหายใจ เขารัวสะโพกเข้าใส่ด้วยจังหวะที่ดุดันและหนักหน่วงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ทุกครั้งที่เขากระทั้นกายเข้าหา ยอดอกของคนตัวเล็กก็สั่นไหวระริกไปตามแรงส่งจนเป็นที่น่าพอใจต่อสายตาคนตัวโต“อ๊ะ... อ๊าาา...คุณเซจิ อ๊า...”เสียงหวานที่เรียกชื่อเขาแทบขาดใจทำให้เซจิแทบคลั่ง เขาจับขาเมียรักพาดบ่าแล้วโหมกระแทกเข้าไปเน้นๆ จนสุดลำพักใหญ่ไม่นานนัก แรงตอดรัดจากภายในที่ทวีความรุนแรงทำให้เซจิรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่ เขาต้องเร่งจังหวะให้ทันแตะขชอบสวรรค์พร้อมกับมาริสา“อ๊ะ อ๊ะ อ๊าย...”“อะ อ้าส...” ทั้งสองกระตุกเกร็งเสร็จสมไปพร้อมกัน ในขณะที่เซจิก็ไม่ลืมจะอัดธารรักเพื่อสร้างทายาทให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นเขาก็กอดร่างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเธอไว้แน่น ท่ามกลางเสียงหอบหา
มาริสาน้ำตาคลอเบ้า “ยายจ๋า... มะลิว่ามะลิโชคดีที่สุดเลยที่ได้เจอคุณเซจิ”ทองมาได้ยินหลานสาวเอ่ยคำพวกนั้นออกมาอย่างสุขใจเธอก็ทำได้แค่ยิ้มปลื้มใจ เมื่อหลานสาวของเธอมีคู่ชีวิตที่ดี วันข้างหน้าหากเธอไม่อยู่แล้วเธอก็จะได้ไม่ต้องห่วงคนข้างหลังในขณะที่ภายในห้องเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความรัก เซจิเหลือบไปเห็น มาโมรุ ที่ยืนทำสัญญาณมืออยู่ที่หน้าประตูห้องพัก เขาจึงขอตัวออกมาข้างนอก“มีอะไร”“ข่าวจากสายสืบครับนายน้อย ที่ดินที่โทโมยะได้ไป... ตอนนี้เขากำลังร้อนเงินหนัก เพราะเอาไปวางค้ำประกันไว้กับบ่อนพนันใต้ดินของพวกยากูซ่า และดูเหมือนว่าเขาจะโดนโกงสัญญาที่ดินผืนนั้นด้วย”“หึ่...มันเป็นไปตามที่คุณปู่บอกจริงๆ... คนที่ได้อะไรมาด้วยความคดโกง สุดท้ายมันก็จะสูญสิ้นไปด้วยความโลภของตัวเอง”“เราจะเข้าไปยุ่งไหมครับ”“ไม่จำเป็น... ปล่อยให้พวกยากูซ่าจัดการกันเอง” เซจิหันไปมองมาริสาผ่านกระจกประตูห้องที่กำลังหัวเราะอยู่กับยาย “หน้าที่ของฉันคือปกป้องรอยยิ้มของเมียฉัน ส่วนไอ้คนพรรค์นั้น... ให้ผลกรรมมันทำงานของมันเอง”หลังจากการเยี่ยมไข้ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เซจิก็ทำตามความต้องการของมาริสาด้วยการพาเธอมายังบ้านเรือน
เซจิเริ่มเลื่อนละเลงลิ้นต่ำลงมายังยอดอกอิ่มสีหวานที่ชูชันท้าทายสายตา เขาใช้ริมฝีปากครอบครองมันไว้แล้วดูดดึงเต็มแรงจนมาริสาต้องแอ่นหน้าอกรับด้วยความเสียวซ่าน“อ๊ะ... คุณเซจิ...” มือเล็กจิกขยำลงบนแผ่นหลังกว้างระบายอารมณ์เซจิไม่ปล่อยให้เธอพักหายใจ เขาเลื่อนมือลงต่ำไปยังใจกลางความสาวที่ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำหวาน ก่อนจะส่งนิ้วเรียวยาวสอดแทรกเข้าไปสำรวจภายในจนมาริสาบิดเร่า“พร้อมแล้วสินะ... ยัยเด็กดื้อ”เซจิจัดการแยกเรียวขาสวยออกกว้าง จากนั้นก็จ่อส่วนหัวที่หยาดเยิ้มลงบนร่องสวาทก่อนจะค่อยๆ กดแทรกกายเข้าไปให้ร่องนั้นกลืนกินตัวตนของเขาไปจนมิด“อือ อื้อ...” มาริสาเบิกตาโพลง ความใหญ่โตของตัวตนของเขาทำให้เธอรู้สึกจุกแน่นจนแทบหยุดหายใจเซจิกัดฟันกรอด พยายามข่มอารมณ์ดิบเถื่อนทั้งที่อยากจะกระแทกกระทั้นโถมบนตัวของเธอเป็นบ้า ทว่าก็ต้องแช่ค้างไว้จนคนตัวเล็กเริ่มปรับตัวได้“พร้อมไหม”“ค่ะ” มาริสาตอบเสียงแหบพร่า หลังจากเธอพยักหน้า ตัวของเธอก็สั่นคลอนไปตามแรงกระแทกแสนเสียวซ่านของเขานานสองนานที่เสียงผิวเนื้อกระทบกันดังระงมไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด ยิ่งตคนตัวโตเห็นยอดอกอิ่มของเธอสั่นไหวตามจังหวะที่เขาถาโถมเท่าไร
“เปล่า ฉันเห็นว่าหนี้ที่ดินของเธอมาตั้งหลายล้านเยน ถ้ากอดอย่างเดียวคงต้องกอดกันไปถึงชาติหน้า ฉันเลยมีงานพิเศษอีกอย่างมาเสนอ... ถ้าเธอยอมให้ฉันจูบก่อนไปทำงานทุกวัน ฉันจะเพิ่มให้ครั้งละห้าพันเยน”มาริสาอ้าปากค้าง “ห้าพันเยน! แค่จูบเนี่ยนะคะ คุณเซจิคะ คุณเริ่มจะเสพติดการจ่ายเงินแปลกๆ แล้วนะ”“ไม่เอาก็ตามใจ” เอ่ยจบก็มองไปที่กองเอกสารด้วยท่าทางทำเป็นไม่สนใจมาริสากัดริมฝีปากนิ่งคำนวณ ห้าพันเยนก็เกือบพันกว่าบาท แค่จุ๊บเดียวเอง คุ้มจะตาย! “ก็ได้ค่ะ! รับค่ะ เริ่มเลยไหมคะ”เซจิอมยิ้มก่อนจะดึงให้เธอโน้มตัวลงมาหา ใบหน้าคมเข้มเลื่อนเข้าไปประทับริมฝีปากนุ่มอย่างแผ่วเบาแต่เนิ่นนานกว่าที่มาริสาคิดไว้ หัวใจของคนตัวเล็กเต้นรัวจนผิดจังหวะ จนลืมเรื่องเงินไปชั่วขณะเซจิผละออกพลางจ้องตามาริสาที่กำลังเคลิ้มไม่หยุด “โอเคแล้ว”“คะ?”“ทำไม ไม่พอใจเหรอ”“ม... ไม่ค่ะ! ฉันไปทำงานแล้วนะคะ” มาริสารีบวิ่งหน้าแดงออกไปจากห้อง ทิ้งให้เซจินั่งยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี ถ้าเขาทำแบบนี้ทุกวันแล้วเธอยังอยากจะให้เขาเป็นอิสระอีกก็ถือว่าเธอใจแข็งเกินไปแล้วความสุขเมื่อครู่อยู่ได้ไม่นาน เมื่อมาโมรุเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “
บรรยากาศที่เคยหวานละมุนจากการล้อเลียนเรื่องลูกชุบสลายตัวไปในทันที เมื่อเซจิเริ่มที่จะเข้าเรื่องเคร่งเครียด“ฉันคุยกับคุณปู่แล้ว... เพื่อให้เรื่องทุกอย่างมันจบ และเพื่อให้พ่อของเธอเลิกเอาเรื่องยายมาขู่เธอ ฉันจะเซ็นยกที่ดินผืนนั้นให้เขาไปซะ”มาริสาเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เธอรู้ดีว่าที่ดินผืนนั้นมีความสำคัญต่อตระกูลคุโรกิมากแค่ไหน “ไม่ได้นะคะคุณเซจิ! ที่ดินผืนนั้นมูลค่ามันมหาศาลมาก คุณจะยอมเสียมันไปเพราะเรื่องของฉันไม่ได้นะคะ”“มันคุ้มที่จะแลก มะลิ... ถ้ามันทำให้เธอหลุดพ้นจากคนพรรค์นั้นได้”คำพูดของเขาทำให้มาริสารู้สึกผิดพอสมควร เธอไม่อยากเป็นภาระที่ทำให้เขาต้องเสียสมบัติของตระกูล “ถ้าอย่างนั้น... คุณบอกฉันได้ไหมคะว่าที่ดินผืนนั้นราคาเท่าไร ฉันจะทำงานชดใช้ให้ค่ะ ฉันจะทำงานที่บริษัทให้หนักขึ้น แล้วก็จะหางานเสริมทำเยอะๆ เท่าที่จะไหว ฉันจะผ่อนใช้หนี้ให้คุณจนครบทุกบาททุกสตางค์เลยค่ะ!”เซจิขมวดคิ้ว “เธอจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร”“ก็เพื่อที่จะได้ไม่ต้องติดหนี้บุญคุณคุณไปตลอดชีวิตไงคะ...” มาริสาตอบตามที่ใจคิด “ถ้าฉันใช้หนี้หมดเร็ว ฉันจะได้ไม่ต้องอยู่ในสถานะภรรยาของคุณนานเกินไป... เผื่อวันข้างหน้าคุ







