LOGINแผนการครั้งหนึ่งได้ทำลายความบริสุทธิ์ของเจียงเซิงลง บีบบังคับให้เธอต้องออกจากบ้าน หกปีต่อมาเธอกลับประเทศพร้อมลูกสามคนเพื่อฉีกหน้าเขา แต่ไม่คาดคิดเลยว่าลูกทั้งสามคนจะเจ้าแผนการมากกว่าเธอเสียอีก พวกเขาได้ตามหาพ่อแท้ๆมาเป็นแบล็กหลังให้กับเธอ แถมลักพาตัวพ่อแท้ๆกลับมาบ้านอีกด้วย "แม่ครับ พวกเราลักพาตัวพ่อกลับมาแล้ว!" ชายคนนั้นมองดูลูกๆของตัวเอง ต้อนเธอจนมุม เลิกคิ้วแล้วยิ้มๆ "ตั้งสามคนแล้วเหรอ งั้นเอาอีกสักคนไหมล่ะ?" เจียงเซิง "ให้ตายเถอะ!"
View More10년 전, 그러니까―
스무 살. 한여름의 소나기처럼 그를 만났다.
그날도 여느 때처럼 아버지와 그 여자의 싸움을 견디지 못하고 집에서 뛰쳐나온 날이었다.
분명 좀 전까지 시퍼런 하늘에 쨍쨍하게 빛나던 해가 시커먼 구름 뒤로 자취를 감추었고, 잿빛 하늘의 대찬 빗줄기가 땅을 뚫을 기세로 쏟아지고 있었다.
서현은 입술을 잘근 씹어 물고는 그대로 폭포수 같은 빗속으로 뛰어들었다.
하지만 빗줄기가 얼마나 세차던지 대문을 나서는 그 짧은 순간에도 벌써 머리통이 얼얼했다. 게다가 신발도 신지 못한 발바닥은 이미 깨질 듯이 시려왔다.
얼마 못 가 내달리던 온몸은 깊은 물 속에 뛰어든 듯, 가득한 물기로 무거워졌다. 그럼에도 메마른 가슴은 조금도 젖지 않고 텁텁하기만 했다.
우렁찬 빗소리에도 집안에서 나던 굉음이 고막 가까이 진동하는 듯했다.
‘그냥 이대로 아무도 모르게 사라져 버렸으면.’
수없이 되뇌던 말인데 오늘은 좀 더 축축하고 퀴퀴하게 느껴졌다.
서현은 아득해진 시야를 닦고 또 닦으며 계속 달렸다.
하지만 제아무리 지독한 오기라도, 하늘에서 뿜어대는 세찬 빗줄기에는 비할 바가 아니었다. 서현의 몸은 달리면 달릴수록 심하게 떨려왔고, 발바닥은 얼어붙어 깨질 듯이 아팠다.
한여름의 비가 이렇게 서늘할 일인가. 불규칙하게 터지는 숨결마다 차가운 쇠 맛이 목젖을 파고들었다. 그것은 점점 비릿해지더니 숨구멍을 뜨겁게 달구었다.
그렇게 서서히 눈앞은 캄캄해져 갔고, 더 이상 팔다리에는 어떤 감각도 느껴지지 않을, 딱 그즈음이었다.
‘퍽-!’
시린 물기에 단단한 온기가 세게 맞닿았다.
“야!”
제 몸 안으로 와락 달려든 여린 몸을 한 품에 끌어안은 남자의 가슴팍이 놀란 듯 크게 오르락내리락 거렸다.
놀란 가슴께에서 여자의 엷은 숨결이 느껴졌다. 금방이라도 꺼질 것 같은 숨소리에 여자의 허리를 감싼 남자의 팔에는 본능적으로 힘이 바짝 들어갔다.
그 작은 힘에도 바스러질 듯 파르르 떨리는 몸….
혹시라도 이 작은 숨소리가 정말 꺼져버릴까, 이 작은 몸이 제힘에 바스러질까 봐 무서워진 남자는 버럭 소리를 질렀다.
“야 너, 너 미쳤어? 비는 죄다 맞고…이런 날 왜 앞도 안 보고 뛰어다녀?!”
그런 제 목소리에 여자애의 눈꺼풀이 사르륵 진동했다. 그러더니 이내 힘겹게 벌어지는 애처로운 입 모양.
“……말…이…야.”
무슨 말인지 제대로 들리지는 않았지만, 여자가 살아 숨 쉬는 것만으로도 남자의 놀란 가슴이 잠시 진정됐다.
“그래, 말해 봐. 말. 정신 좀 차려보라고!”
“…너 뭔데…반말이냐고…”
여자의 새파란 입술 새로 나온 말이 제법 까칠해서 남자가 당황해 입을 뻐끔거렸다. 그 찰나에 여자의 고개가 힘없이 축 늘어졌다.
“야!”
고함과 함께 남자는 서현을 번쩍 안아 들었다. 온몸이 빗물에 흠뻑 젖었는데도, 제 몸이 아닌 양 힘없이 축 늘어졌는데도, 남자에게 서현은 너무나도 가벼웠다.
* * *
“…으, 으.”
온몸이 뜨겁고 얼얼했다. 가늘게 뜬 서현의 눈이 두어 차례 슴벅였다.
이내 서현의 초점이 낯선 공간을 인식했는지 또렷해질 즈음, 불쑥 시야를 가득 메운 낯선 살색에 눈이 번쩍 뜨였다.
번쩍 뜬 눈으로 다시 본 그것은 분명 남자의 몸이었다.
“으아아아악!”
“악!”
제 비명에 살색의 주인도 덩달아 비명을 질렀다. 남자는 가려지지도 않는 커다란 몸을 가리며 소리를 질렀다. 이윽고 저보다 더 사색이 된 남자가 서현을 바라보았다.
눈썹께까지 구불구불 흘러내린 검은 머리칼, 쌍꺼풀 없이 길게 뻗은 눈매는 매서워 보였지만, 왼쪽 눈 아래 작은 점과 말간 눈동자 때문인지 이상하게 무섭지는 않았다.
아…여긴 어디고, 저 남자는 누굴까.
그래, 둘 중 하나겠지.
“납치범이세요? 아니면 생명의 은인?”
뻐근한 몸을 일으켜 앉은 서현은 질문을 하고 나니, 집안 풍경이 눈에 들어왔다. 작은 오피스텔이었다. 딱히 인테리어랄 것도 없는 심플하고 단순한 이 공간은 침대에서 부엌까지 한눈에 들어왔다.
“뭐? 납치범?!”
남자는 빨래 건조대에서 티셔츠 한 장을 휙 집어 입었다. 탄탄한 몸이 커다란 옷에 가려진 그에게서는 소년미가 물씬 풍겼다.
고개를 삐딱하게 기울인 채 못마땅한 얼굴로 되묻는 남자에게 서현은 깔깔해진 목을 가다듬으며 대답했다.
“…어차피 뭐든 상관없어요.”
“어쭈? 상관이 없어?”
서현의 고개가 푹 떨어졌다. 그와 동시에 포근한 이불 위로 눈물이 떨어지며 툭, 툭 소리를 냈다.
“…야. 상관없다면서…왜 우냐?”
그러게. 나 왜 울지.
남자의 물음과 자신의 반문 이후 눈물은 더 거세게 쏟아져 내렸다. 어깨가 들썩이고 몸이 떨려왔다.
아까부터 느껴진 이 집의 온기 때문일까?
이 별거 없는 집에는 온기가 가득했다. 낯선 남자의 집인데도, 처음으로 안심이 됐다. 뛰쳐나온 그 집에서는 느껴본 적 없는 묘한 안도감에 눈물이 멈추지 않았다.
“…야, 야…”
당황한 남자가 말을 더듬으며 가까이 다가오는 게 느껴졌다.
“납…치 그런 거 아니야. 나 그런 놈 아니야…아, 진짜 아닌데.”
서현이 고개를 들어 남자를 올려다보았다. 희뿌연 시야 속 그 남자는 우는 저 때문인지 어쩔 줄 모르는 얼굴로 커다란 키를 한창 구부리고 있었다.
끅끅거리는 숨을 간신히 삼킨 서현이 입을 열었다.
“…끅. 흐윽, 끅. 근데…끅. 근데 왜 자꾸…반말이…세요?”
“어…? 아, 미안…근데 나 진짜 나쁜 놈 아니야…요.”
남자는 서현을 안심시키려는 의도인지 자세를 더욱 낮추며 침대 가까이로 다가왔다. 서현은 그런 그가 여전히 무섭지 않았다. 오히려 가까이 다가온 그의 얼굴이 선명해질수록 안심되었다.
나 혹시 외모지상주의였나.
그때, 남자가 조심스럽게 침대에 등을 기대며 바닥에 살포시 앉았다. 그는 고개를 돌려 서현의 얼굴을 살피며 물었다.
“…다 울었냐?”
어느새 진정된 서현은 눈과 코를 벅벅 문지르며 고개를 끄덕였다. 그러자 그는 고개를 돌려 작은 한숨을 내쉬었다. 서현은 그의 뒤통수를 보며 겨우 가라앉은 목소리로 말했다.
“이름, 나이…말해줘요.”
“강지음. 스물셋.”
강지음…오빠였네.
서현은 얕게 헛기침하곤 기어들어 가는 목소리로 답했다.
“마서현. 난 스무 살…”
순간 지음의 뒤통수가 삐딱하게 기울었다. 곧 저를 슥 올려다보는 지음에게 서현은 입술을 삐쭉이면서 말했다.
“반말해…나도 할게.”
서현의 말에 지음은 금세 픽 웃더니 침대에 머리를 젖혀 기대었다. 그러자 지음의 옆태가 고스란히 드러났다.
날렵한 턱선 아래로 두껍게 움직이는 그의 목젖을 보며 서현은 저도 모르게 침을 크게 삼켰다. 때마침 지음의 시선이 서현을 향했다. 서현은 순간 달아오르는 얼굴을 얼른 감췄다.
곧 그의 다정한 목소리가 들려왔다.
“밥 먹을래?”
*ถูกลูกเล่นของ Soul จิวเวลรี่ทำให้อ้วกแล้ว*แฟรงค์มองดูเธอ "เซิงเซิง จำนวนยอดขายของ Soul จิวเวลรี่ในวันนี้ลดลงอีกสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว บริษัทได้รับสายโทรศัพท์เพื่อสละออเดอร์และคืนเงินหลายออเดอร์แล้วดวงตาของเจียงเซิงขยับเขยื้อน "ดูท่าพวกเขาอยากจะบีบบังคับให้ฉันยอมจำนนสินะ""งั้นคุณวางแผนจะทำอย่างไร?" แฟรงค์รู้ว่าเธอไม่เปิดเผยตัวตนเพราะมีเหตุผลของเธอ ถ้าหากมีวิธีอื่นก็จะดีอย่างมากเจียงเซิงยื่นแท็บเล็ตไปให้เขา และหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา "ทางด้านผิ่นเก๋อยืนยันเป็นมั่นว่าฉันลอกเลียนแบบทั้ง Soul จิวเวลรี่ ถึงเวลาที่ฉันควรจะตอบโต้แล้ว"ในขณะที่กระแส "การลอกเลียนแบบ" บนอินเทอร์เน็ตกำลังโด่งดัง คำค้นหายอดนิยมของเฟซบุ๊กก็มีเพิ่มขึ้นมาหนึ่งประเด็น*ผิ่นเก๋อของปลอม*ผิ่นเก๋อ จิวเวลรี่ถูกเปิดเผยออกมาว่าแอบลดวัสดุและขั้นตอนการก่อสร้าง ขายเครื่องประดับปลอมในราคาสูงและหลอกลวงลูกค้า และสร้างข่าวลือเรื่องที่โซราเสียชีวิต แม้กระทั่งข่าวลือที่เจ้าของผิ่นเก๋อมอมเหล้าเด็กสาวในคลับเฮ้าส์ก็ถูกเปิดโปงจนหมดเปลือกการเปิดเผยอย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้เหตุการณ์ของ Soul จิวเวลรี่ถูกดันลงไปทันที เพียงแค่เรื่องที่
"ทำไม่ได้" ซือเย่เจ๋วเสียงทุ้มต่ำ จากนั้นจูบเธออย่างแรง และยิ่งอยู่ยิ่งรุนแรงขึ้นอาจเป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง เมื่อคืนฝนตกหนักทำให้อุณหภูมิเปลี่ยนไปหนาวเย็นกะทันหัน ใบไม้สีเหลืองที่แห้งเหี่ยวปกคลุมบนพื้น สัมผัสกับแอ่งน้ำเจียงเซิงกับซือเย่เจ๋วเพิ่งไปส่งเจ้าตัวเล็กทั้งสองคนที่โรงเรียนประถมเอกชน จากนั้นตอนที่เดินทางไปส่งเจียงเซิงที่ Soul จิวเวลรี่ เจียงเซิงง่วงจนพิงร่างกายของเขาแล้วงีบหลับซือเย่เจ๋วหันหน้าไปจ้องมองเธอ จากนั้นก็ยกมือขึ้นรวบไรผมที่อยู่ตรงหน้าผากของเธอ "ยังง่วงเหรอ?""อืม"เจียงเซิงบ่นอย่างซื่อตรง "โทษคุณเลย"เขายิ้ม จากนั้นก็มก้มตัวมาที่ข้างหูของเธอ "หรือว่าไม่ใช่ความผิดของคุณเหรอ?"เจียงเซิงเงยหน้าขึ้นและวางคางบนไหล่เพื่อมองดูเขา "ไม่ได้ให้คุณทำสองยกทั้งคืนสักหน่อย"ซือเย่เจ๋วที่สูญเสียความทรงจำไม่เพียงควบคุมอารมณ์ไม่ได้ แถมยังมีกำลังวังชาเต็มเปี่ยม เกือบพรากชีวิตแก่ ๆ ของเธอซือเย่เจ๋วไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจกลับรู้สึกพึ่งพอใจอย่างมากในตอนนี้โทรศัพท์ของเจียงเซิงดังขึ้น คุณอาแฟรงค์โทรมาหาเธอแต่เช้าเกรงว่าต้องมีเรื่องใหญ่แน่นอนเธอรับสาย "คุณอาแฟรงค์?""เซิงเซิง
แต่ชาวเน็ตส่วนใหญ่คิดว่านี่ไม่ใช่การลอกเลียนแบบ ต่อให้สไตล์เหมือนกันแต่ยังมีจุดเด่นอื่นอีก สถานการณ์แบบนี้ไม่สามารถจำกัดความว่าเป็นการลอกเลียนแบบได้ ขอถามกลับว่าคนที่พูดว่าลอกเลียนแบบมีสิทธิอะไรคิดว่าคนเขาจะต้องลอกเลียนแบบแน่นอนน่าจะเป็นเพราะผู้บริหารของผิ่นเก๋อ จิวเวลรี่เห็นว่านี่ไม่เพียงไม่ได้กดหัวคนอื่น แต่กลับเป็นวิธีที่ "ใจร้อนอยากประสบความสำเร็จแต่กลับทำให้เสียการ" จึงอยากเพิกถอนคำค้นหายอดนิยมออกแต่คิดไม่ถึงว่า พวกเขาไม่สามารถเพิกถอนได้ เพราะว่ามีคนทุ่มเงินจำนวนมากซื้อคำค้นหายอดนิยมนี้ ผิ่นเก๋อของพวกเขาออกเงินสองเท่า ฝ่ายตรงข้ามก็ออกเงินสี่เท่า ตอนนี้เล่นเกมทุ่มเงินซื้อคำค้นหายอดนิยมแล้วเจียงเซิงนั่งดูหน้าแชทเฟซบุ๊กอยู่ตรงหน้าคอมพิวเตอร์ แฟรงค์เดินเข้ามา "เซิงเซิง ผิ่นเก๋อยอมแพ้การเพิกถอนคำค้นหายอดนิยมแล้ว ดูท่าว่าจะทุ่มเงินไม่ไหวแล้ว"เจียงเซิงหรี่ตาลง "พวกเขาทำใจทุ่มเงินไม่ได้ แต่น่าจะมีวิธีอื่นอีก"ทางด้านเจียงเซิงทุ่มเงินซื้อคำค้นหายอดนิยมกับผิ่นเก๋อ ทางด้านซือเย่เจ๋วก็ทุ่มเงินล้มธุรกิจของหานซื่อกรุ๊ป หลัวเชว่มองดูจนตกตะลึงตาค้าง สามีภรรยาคู่นี้ตอนนี้เป็นคนโง่ที่เงินเ
เซียวเถียนเถียนใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา เธอตกใจจนถอยหลังไปสองสามก้าว จากนั้นก็หันหลังวิ่งหนีไปเมื่อมาถึงนอกห้องทำงานของเจียงเซิง คนทั้งคนยังคงอยู่ในสภาพเครื่องรวน เมื่อเข้าไปข้างในก็ทรุดนั่งลงบนโซฟา ขาก็อ่อนแรงไปหมดเจียงเซิงเดินออกมาจากห้องทำงาน เห็นท่าทางเหม่อลอยของเซียวเถียนเถียน ก็ยิ้มบาง "เกิดอะไรขึ้น?"เซียวเถียนเถียนลุกนั่งทันที และวางกาแฟบนโต๊ะทำงานของเธอ "ซื้อ...ซื้อมาให้เธอ"เจียงเซิงเดินไปตรงหน้าโต๊ะแล้วหยิบกาแฟขึ้นมา เห็นเธอพูดจาติดขัดจึงถามขึ้น "เจอเรื่องอะไรมา ทำไมถึงตกใจขนาดนี้?""ก็...ก็ไม่ได้เจอเรื่องอะไร ก็แค่ระหว่างทางที่ซื้อกาแฟได้เจอกับหานเซิงเข้า เกือบจะทะเลาะกับเธอขึ้นมา"เจียงเซิงถือกาแฟเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงาน "แค่นั้นเหรอ?"เธอเม้มริมฝีปากแล้วพูดว่า "ใช่""งั้นเธอทำไมหน้าแดงขนาดนี้?""นั่นเป็นเพราะว่าฉันร้อน!" เซียวเถียนเถียนโกรธขึ้นมาทันที เจียงเซิงมองท่าทางประหม่าของเธอออก จึงหรี่ตาจ้องมองเธออยู่นานต่อให้เจอกับหานเซิงแล้วทะเลาะกัน ก็ไม่ถึงกับทำให้เธอกลายเป็นแบบนี้ ท่าทางแบบนี้เห็นได้ชัดว่า...ทำเรื่องไม่ดีอะไรมา"อ่อใช่เซิงเซิง บนเฟซบุ๊กเรื่องลอกเลียนแ
ชายคนนั้นรินน้ำชาแล้วพูดขึ้น “คุณย่าอยากเจอคุณ”ซือเย่เจ๋วเงียบไปครู่หนึ่ง “คุณย่าอยู่ที่ประเทศ S ?”“ใช่” เขาจิบน้ำชาและพูดขึ้น “แค่ไม่สะดวกมาหาคุณก็เท่านั้น”เจียงเซิงที่ยืนอยู่ชั้นบนได้ยินบทสนทนาของพวกเขาแล้ว ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย คุณย่าของซือเย่เจ๋วอยู่ที่ประเทศ S?เธอพอจะเดาฐานะของชายคนนี้ได้แล
เขาพูดอย่างไม่พอใจ "ยาต้านหลอดนั้นเซียวให้ฉันนำมาวิจัย ไม่สามารถรักษาไวรัสบนตัวของเขาได้ เขาติดเชื้อโม่จ้วงชนิดใหม่ โม่จ้วงชนิดนี้ไม่มีระยะฟักตัว ยาหลอดนั้นที่เซียวเอาให้เป็นยาต้านที่ผลิตออกมาเมื่อสิบกว่าปีก่อน มีผลต่อผู้ติดเชื้อโม่จ้วงชนิดทั่วไปเท่านั้น เธอไม่รู้เรื่องอะไรแล้วยังกล้าให้เขาใช้?"ซูซี
นี่มันเรื่องอะไรกัน?บอดี้การ์ดปล่อยให้พวกเขาผ่านไปเซียวสวมชุดป้องกันเดินออกมาจากห้อง ICU "เอาของมาแล้วยัง?"เรเวียร์ยื่นกล่องสีขาวเงินให้กับเซียว ท่านผู้เฒ่าลุกขึ้นช้า ๆ และมองไปทางพวกเขา "นี่คือ...สามารถช่วยเหลือเย่เจ๋วได้?"เซียวรับกล่องมา "ถ้าหากท่านซือยอมเชื่อ"ท่านผู้เฒ่าไม่ได้พูดอะไรเลย เป็นเพราะ
ขณะเดียวกัน ใบหน้าของท่านผู้เฒ่าก็เผยความตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง "เจียงเซิง? เป็นเธอได้อย่างไร?"ท่านผู้เฒ่ารู้ตั้งนานแล้วว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ ในเมื่อตอนนั้นไม่พบศพ งั้นแสดงว่ามีชีวิตอยู่ เพียงแค่คิดไม่ถึงว่าเธอจะอยู่ที่ประเทศ Sเจียงเซิงสงบอารมณ์ลงเล็กน้อยแล้วเดินไปข้างหน้า "ซือเย่เจ๋วล่ะ?"ขณะที่หลัวเชว
Ratings
reviewsMore