LOGIN“ผมรู้จักกันต์นทีมานานกว่าสิบปี” พิสิทธิ์พูดชัดถ้อยชัดคำ “เขาเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจให้ผมก่อนจะเข้ามาที่นี่ด้วยซ้ำ และเขาเป็นสุภาพบุรุษมากพอจะไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับงาน”
ทิพวรรณหน้าชาไปชั่วขณะ ด้วยไม่รู้ว่าพิสิทธิ์ก็จะเข้าข้างกันต์นที อีกทั้งยังรู้จักกันมาก่อน แบบนี้แผนที่เธอวางเอาไว้แผนแรกก็ไม่ได้ผล
“ถ้าใครจะตั้งข้อสงสัย ผมขอยืนยันว่าคนนี้เหมาะสมกับตำแหน่งที่สุดแล้ว” พิสิทธิ์ลุกยืนขึ้นก่อนจะกวาดสายตามองทุกคน
ทว่าทั้งห้องประชุมก็เงียบกริบทำเอาทิพวรรณเดือดพล่าน ทว่าก็ต้องปั้นหน้าให้เป็นปกติ ผิดกับสามีของเธอที่แทบอยากจะมุดดินหนี ทิพวรรณจับจ้องไปยังเอกสารตรงหน้าไม่วางตา ไม่อยากจะเห็นว่ารายชื่อผู้บริหารสูงสุดเป็นกันต์นที ถ้าเล่นตรง ๆ ไม่ได้…ก็ต้องเล่นสกปรก เธอไม่หยุดแค่นี้แน่ เพราะยังมีแผนสำรองอีกหลายแผน ยังไงชื่อของเธอก็ต้องขึ้นเป็นผู้บริหารสูงสุดในสักวัน
ทันทีที่ประตูห้องประชุมปิดลง ทิพวรรณก็สะบัดแฟ้มในมือลงบนโต๊ะดังปึง เสียงกระแทกนั้นสะท้อนความเดือดดาลที่อัดแน่นอยู่ในอก
“เห็นไหม มันหักหน้าฉันต่อหน้าทุกคน!”
ชาติชายขยับตัวเล็กน้อย “ใจเย็นก่อนคุณ เราต้องคิดให้รอบคอบกว่านี้”
“รอบคอบเหรอ ถ้าปล่อยให้มันนั่งเก้าอี้ประธานต่อไป เราไม่มีทางทำอะไรได้เลย”
น้ำเสียงแข็งกร้าวนั้นทำให้ชาติชายเลือกเงียบ เขารู้ดีว่าเวลานี้ไม่มีคำไหนหยุดภรรยาได้
“พิสิทธิ์เชื่อมัน เพราะคิดว่ามันเป็นสุภาพบุรุษ ใช่ไหม”
“แล้วไง” ชาติชายถามเสียงเรียบ
“เราก็ต้องทำให้ทุกคนเห็นว่ามันไม่ใช่ งานเลี้ยงต้อนรับประธานคนใหม่ วันศุกร์นี้แหละ ฉันจะเริ่มแผนสอง”
ทิพวรรณแสยะยิ้มร้าย เพราะกำลังรู้สึกสนุกเมื่อเห็นทางกำจัดกันต์นทีชัดเจนขึ้น “ดูสิ วันนั้นยังจะมีใครกล้าพูดอีกไหม ว่าหมอไทม์เป็นสุภาพบุรุษ”
ดวงตาคมจับจ้องไปยังกองเอกสารตรงหน้า ทว่ากันต์นทีกลับไม่ได้อ่านตัวอักษรเหล่านั้นแม้แต่น้อย คำพูดของทิพวรรณในห้องประชุมยังดังก้องอยู่ในหัว
เธอเลือกหยิบเรื่องที่เขาอาศัยอยู่บ้านเดียวกับเนตรชนกมาเล่นงานต่อหน้าผู้ถือหุ้นทั้งหมด ดีแค่ไหนที่พิสิทธิ์ออกหน้าว่าเขาไม่ใช่คนที่ชอบฉวยโอกาสเขาหลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจลึกเพื่อกดความตึงเครียดเอาไว้
“บ้าจริง” มือหนากำแน่นอยู่บนหน้าตัก ความรู้สึกของเขาที่มีต่อเนตรชนก เขาต้องซ่อนมันให้มิดกว่าเดิม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาจะต้องรักษาชื่อเสียงของเธอ และต้องรักษาความน่าเชื่อถือในฐานะผู้บริหารสูงสุด ไม่ใช่เพียงเพื่อตัวเอง แต่เพื่อรักษาบริษัทของผู้มีพระคุณที่สุดเอาไว้ให้ได้
สายตาของกันต์นทีไปหยุกอยู่ที่กรอบรูปใบเล็ก รูปนั้นคือรูปของเธียร ผุ้ชายที่มอบความไว้วางใจทั้งหมดให้เขาในวันที่จากไป “ผมจะไม่ทำให้พี่ผิดหวัง”
ตำแหน่งประธานบริหารไม่ใช่แค่เก้าอี้แห่งอำนาจ แต่มันคือความรับผิดชอบ เขาต้องบริหารบริษัทนี้ด้วยความโปร่งใส ด้วยผลงานที่ไม่มีใครปฏิเสธได้เพื่อพิสูจน์ว่าความเชื่อใจของเธียรนั้นไม่สูญเปล่า
“ตะวันอยู่ที่นี่อึดอัดหรือเปล่า” กันต์นทีถามคำถามนั้นด้วยความตั้งใจจริง หากคำตอบคือความอึดอัด เขาพร้อมจะถอยทันที แม้ใจจะไม่อยากห่างเธอก็ตาม การให้เนตรชนกย้ายไปอยู่คอนโดใกล้ๆ อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า อย่างน้อยก็ช่วยกันข้อครหาที่กำลังคืบคลานเข้ามา
“ทำไมคุณอาถามตะวันอย่างงั้นล่ะคะ” เนตรชนกเริ่มมองคนตัวโตแววตาฉงน เธอเพิ่งกลับมาถึงบ้านเขาก็ตั้งคำถามนี้ด้วยแววตาจริงจัง ไม่ใช่เขาต่างหากหรือที่อึดอัดที่มีเธออยู่ที่นี่
“อาแค่อยากรู้ว่าตะวันรู้สึกยังไงก็เท่านั้นเอง” เขาอมยิ้มขึ้นมาให้สถานการณ์ไม่ตึงเครียดเกินไป
“ไม่อึดอัดเลยสักนิดค่ะ อยู่กับคุณอา ตะวันมีความสุขมาก…มากที่สุดค่ะ”
สายตาทั้งสองสบกันเพียงชั่วครู่ หัวใจของกันต์นทีเริ่มเต้นแรงจนเขาต้องรีบหลบตาเพื่อไม่ให้ความรู้สึกของตัวเองหลุดออกไปมากกว่านี้ ทำไมเธอถึงมาพูดแบบนี้กับเขา ไม่รู่หรือยังไงว่าเขาคิดไปไกลกับคำพูดของเธอแค่ไหน เด็กบ้า!
“ตะวันมีอะไรอยากจะบอกคุณอาค่ะ”
“อะไรเหรอ”
“ตะวันไม่ได้มองคุณอาเป็นแค่คุณอา” เธอเริ่มเอ่ยเสียงสั่น “ตะวันรู้สึกดีกับคุณอา คุณอาเข้าใจที่ตะวันพูดใช่ไหมคะ” เธอบอกไปแล้ว ความรู้สึกของเธอได้เผยไปแล้ว เขาจะตอบว่ายังไงกันนะ
กันต์นทีนิ่งงันพูดอะไรไม่ถูก หากไม่มีสถานะคั่นอยู่เขาคงตอบรับเธอไปแล้ว แต่ความจริงกลับบังคับให้เขาต้องแข็งใจ
“อาเข้าใจ”
เนตรชนกยังจ้องเขาไม่วางตา เธอเชื่อว่าเขาเข้าใจ แล้วเขาจะว่ายังไงต่อนั่นแหละคือสิ่งที่เธอกำลังรอ
“แต่ตอนนี้ตะวันเพิ่งเสียพ่อ อาเข้ามาใกล้ อาอาจกลายเป็นที่พึ่งจนทำให้ตะวันสับสน อาอยากให้ตะวันกลับไปทบทวนให้ดี”
“ตะวันทบทวนแล้วค่ะ ตะวันไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับผู้ชายคนไหน” คำพูดทั้งหมดออกมาจากใจ
“ตะวันยังเด็กเกินไป เชื่ออานะ กลับไปคิดให้ดีก่อน”
เขาปฏิเสธเธอสินะ “ค่ะ” เธอเอ่ยตอบสั้นๆ ก่อนจะหันหลังวิ่งขึ้นห้องของตัวเองไป
กันต์นทียังคงมองตามหลังคนตัวเล็กไม่วางตา “อาขอโทษนะตะวัน” ตอนนี้เขาไม่สามารถเผยความรู้สึกของเขาได้จริงๆ ชื่อเสียงของเธอเป็นสิ่งที่เขาต้องปกป้อง แม้นหัวใจจะเจ็บปวดเมื่อเห็นเธอเจ็บปวดก็ตาม
ณ ร้านคาเฟ่ใจกลางเมืองนครสวรรค์ เขมิกาและมินตรานั่งจิบกาแฟพลางรอคอยเพื่อนรักที่หายหน้าหายตาไปใช้ชีวิตสวีทหวานที่บ้านสวนริมน้ำอยู่นานสองนาน“นั่นไง! มาแล้ว” มินตราชี้ไปที่ประตูร้านมาริสาเดินเข้ามาในร้านด้วยรอยยิ้มที่สดใสยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ผิวพรรณของเธอมีออร่าบางอย่างที่ทำให้เพื่อนทั้งสองต้องหรี่ตามองอย่างจับผิด“แหม... ตั้งแต่เป็นคุณนายคุโรกิเนี่ย สวยวันสวยคืนเลยนะจ๊ะแม่คุณ” เขมิกาเอ่ยแซวทันทีที่มาริสานั่งลง “แล้วนี่คุณสามีหน้ายักษ์ยอมปล่อยตัวมาหาพวกเราได้ยังไงเนี่ย”“ก็... วันนี้ฉันมีเรื่องสำคัญจะมาบอกพวกแกนี่นา” มาริสาทำท่าเอียงอายพลางเปิดกระเป๋าหยิบซองสีขาวเล็กๆ ออกมาวางบนโต๊ะมินตรากับเขมิกามองหน้ากันก่อนจะรีบคว้าซองนั้นไปเปิดดู... มันคือรูปภาพอัลตราซาวด์ที่มีจุดเล็กๆ ปรากฏอยู่ตรงกลาง“อ๊าย... มะลิ! นี่แก...” มินตราเอามือปิดปาก ตาค้างด้วยความดีใจ“ท้องแล้วจ้า... สองเดือนแล้ว” มาริสาตอบเสียงใส“โอ๊ย! ฉันจะเป็นลม ยัยมะลิคนซื่อบื้อของพวกเรา วันนี้กำลังจะมีตัวน้อยให้ท่านประธานเซจิแล้วเหรอเนี่ย แล้วพ่อเขาเห่อมากเปล่าอะ”“ก็เห่อพอสมควร ขนาดจะมาหาพวกแกเขายังจะตามมาด้วยเลย ฉันเลยบอกว่าอยาก
เมื่อคนตัวโตเห็นว่าภรรยาตนพร้อมจนร่างสั่นเทิ้ม เซจิในตอนนี้ก็เต็มไปด้วยความต้องการที่พุ่งพล่าน เขาจัดการงัดแท่งร้อนขนาดมหึมาที่ตื่นตัวจนหัวเห็ดปูดเป่งออกมาจ่อที่ปากทางรักเซจิกดสะโพกแกร่งสวนลึกเข้าไปรวดเดียวจนสุดทาง แก่นกายร้อนระอุมุดหายเข้าไปในร่องสวาทที่คับแน่นจนถึงส่วนลึกที่สุด “อ๊าย...” มาริสาแหงนหน้าขึ้นกรีดร้องเสียงหลงเซจิไม่รอให้เธอพักหายใจ เขารัวสะโพกเข้าใส่ด้วยจังหวะที่ดุดันและหนักหน่วงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ทุกครั้งที่เขากระทั้นกายเข้าหา ยอดอกของคนตัวเล็กก็สั่นไหวระริกไปตามแรงส่งจนเป็นที่น่าพอใจต่อสายตาคนตัวโต“อ๊ะ... อ๊าาา...คุณเซจิ อ๊า...”เสียงหวานที่เรียกชื่อเขาแทบขาดใจทำให้เซจิแทบคลั่ง เขาจับขาเมียรักพาดบ่าแล้วโหมกระแทกเข้าไปเน้นๆ จนสุดลำพักใหญ่ไม่นานนัก แรงตอดรัดจากภายในที่ทวีความรุนแรงทำให้เซจิรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่ เขาต้องเร่งจังหวะให้ทันแตะขชอบสวรรค์พร้อมกับมาริสา“อ๊ะ อ๊ะ อ๊าย...”“อะ อ้าส...” ทั้งสองกระตุกเกร็งเสร็จสมไปพร้อมกัน ในขณะที่เซจิก็ไม่ลืมจะอัดธารรักเพื่อสร้างทายาทให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นเขาก็กอดร่างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเธอไว้แน่น ท่ามกลางเสียงหอบหา
มาริสาน้ำตาคลอเบ้า “ยายจ๋า... มะลิว่ามะลิโชคดีที่สุดเลยที่ได้เจอคุณเซจิ”ทองมาได้ยินหลานสาวเอ่ยคำพวกนั้นออกมาอย่างสุขใจเธอก็ทำได้แค่ยิ้มปลื้มใจ เมื่อหลานสาวของเธอมีคู่ชีวิตที่ดี วันข้างหน้าหากเธอไม่อยู่แล้วเธอก็จะได้ไม่ต้องห่วงคนข้างหลังในขณะที่ภายในห้องเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความรัก เซจิเหลือบไปเห็น มาโมรุ ที่ยืนทำสัญญาณมืออยู่ที่หน้าประตูห้องพัก เขาจึงขอตัวออกมาข้างนอก“มีอะไร”“ข่าวจากสายสืบครับนายน้อย ที่ดินที่โทโมยะได้ไป... ตอนนี้เขากำลังร้อนเงินหนัก เพราะเอาไปวางค้ำประกันไว้กับบ่อนพนันใต้ดินของพวกยากูซ่า และดูเหมือนว่าเขาจะโดนโกงสัญญาที่ดินผืนนั้นด้วย”“หึ่...มันเป็นไปตามที่คุณปู่บอกจริงๆ... คนที่ได้อะไรมาด้วยความคดโกง สุดท้ายมันก็จะสูญสิ้นไปด้วยความโลภของตัวเอง”“เราจะเข้าไปยุ่งไหมครับ”“ไม่จำเป็น... ปล่อยให้พวกยากูซ่าจัดการกันเอง” เซจิหันไปมองมาริสาผ่านกระจกประตูห้องที่กำลังหัวเราะอยู่กับยาย “หน้าที่ของฉันคือปกป้องรอยยิ้มของเมียฉัน ส่วนไอ้คนพรรค์นั้น... ให้ผลกรรมมันทำงานของมันเอง”หลังจากการเยี่ยมไข้ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เซจิก็ทำตามความต้องการของมาริสาด้วยการพาเธอมายังบ้านเรือน
เซจิเริ่มเลื่อนละเลงลิ้นต่ำลงมายังยอดอกอิ่มสีหวานที่ชูชันท้าทายสายตา เขาใช้ริมฝีปากครอบครองมันไว้แล้วดูดดึงเต็มแรงจนมาริสาต้องแอ่นหน้าอกรับด้วยความเสียวซ่าน“อ๊ะ... คุณเซจิ...” มือเล็กจิกขยำลงบนแผ่นหลังกว้างระบายอารมณ์เซจิไม่ปล่อยให้เธอพักหายใจ เขาเลื่อนมือลงต่ำไปยังใจกลางความสาวที่ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำหวาน ก่อนจะส่งนิ้วเรียวยาวสอดแทรกเข้าไปสำรวจภายในจนมาริสาบิดเร่า“พร้อมแล้วสินะ... ยัยเด็กดื้อ”เซจิจัดการแยกเรียวขาสวยออกกว้าง จากนั้นก็จ่อส่วนหัวที่หยาดเยิ้มลงบนร่องสวาทก่อนจะค่อยๆ กดแทรกกายเข้าไปให้ร่องนั้นกลืนกินตัวตนของเขาไปจนมิด“อือ อื้อ...” มาริสาเบิกตาโพลง ความใหญ่โตของตัวตนของเขาทำให้เธอรู้สึกจุกแน่นจนแทบหยุดหายใจเซจิกัดฟันกรอด พยายามข่มอารมณ์ดิบเถื่อนทั้งที่อยากจะกระแทกกระทั้นโถมบนตัวของเธอเป็นบ้า ทว่าก็ต้องแช่ค้างไว้จนคนตัวเล็กเริ่มปรับตัวได้“พร้อมไหม”“ค่ะ” มาริสาตอบเสียงแหบพร่า หลังจากเธอพยักหน้า ตัวของเธอก็สั่นคลอนไปตามแรงกระแทกแสนเสียวซ่านของเขานานสองนานที่เสียงผิวเนื้อกระทบกันดังระงมไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด ยิ่งตคนตัวโตเห็นยอดอกอิ่มของเธอสั่นไหวตามจังหวะที่เขาถาโถมเท่าไร
“เปล่า ฉันเห็นว่าหนี้ที่ดินของเธอมาตั้งหลายล้านเยน ถ้ากอดอย่างเดียวคงต้องกอดกันไปถึงชาติหน้า ฉันเลยมีงานพิเศษอีกอย่างมาเสนอ... ถ้าเธอยอมให้ฉันจูบก่อนไปทำงานทุกวัน ฉันจะเพิ่มให้ครั้งละห้าพันเยน”มาริสาอ้าปากค้าง “ห้าพันเยน! แค่จูบเนี่ยนะคะ คุณเซจิคะ คุณเริ่มจะเสพติดการจ่ายเงินแปลกๆ แล้วนะ”“ไม่เอาก็ตามใจ” เอ่ยจบก็มองไปที่กองเอกสารด้วยท่าทางทำเป็นไม่สนใจมาริสากัดริมฝีปากนิ่งคำนวณ ห้าพันเยนก็เกือบพันกว่าบาท แค่จุ๊บเดียวเอง คุ้มจะตาย! “ก็ได้ค่ะ! รับค่ะ เริ่มเลยไหมคะ”เซจิอมยิ้มก่อนจะดึงให้เธอโน้มตัวลงมาหา ใบหน้าคมเข้มเลื่อนเข้าไปประทับริมฝีปากนุ่มอย่างแผ่วเบาแต่เนิ่นนานกว่าที่มาริสาคิดไว้ หัวใจของคนตัวเล็กเต้นรัวจนผิดจังหวะ จนลืมเรื่องเงินไปชั่วขณะเซจิผละออกพลางจ้องตามาริสาที่กำลังเคลิ้มไม่หยุด “โอเคแล้ว”“คะ?”“ทำไม ไม่พอใจเหรอ”“ม... ไม่ค่ะ! ฉันไปทำงานแล้วนะคะ” มาริสารีบวิ่งหน้าแดงออกไปจากห้อง ทิ้งให้เซจินั่งยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี ถ้าเขาทำแบบนี้ทุกวันแล้วเธอยังอยากจะให้เขาเป็นอิสระอีกก็ถือว่าเธอใจแข็งเกินไปแล้วความสุขเมื่อครู่อยู่ได้ไม่นาน เมื่อมาโมรุเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “
บรรยากาศที่เคยหวานละมุนจากการล้อเลียนเรื่องลูกชุบสลายตัวไปในทันที เมื่อเซจิเริ่มที่จะเข้าเรื่องเคร่งเครียด“ฉันคุยกับคุณปู่แล้ว... เพื่อให้เรื่องทุกอย่างมันจบ และเพื่อให้พ่อของเธอเลิกเอาเรื่องยายมาขู่เธอ ฉันจะเซ็นยกที่ดินผืนนั้นให้เขาไปซะ”มาริสาเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เธอรู้ดีว่าที่ดินผืนนั้นมีความสำคัญต่อตระกูลคุโรกิมากแค่ไหน “ไม่ได้นะคะคุณเซจิ! ที่ดินผืนนั้นมูลค่ามันมหาศาลมาก คุณจะยอมเสียมันไปเพราะเรื่องของฉันไม่ได้นะคะ”“มันคุ้มที่จะแลก มะลิ... ถ้ามันทำให้เธอหลุดพ้นจากคนพรรค์นั้นได้”คำพูดของเขาทำให้มาริสารู้สึกผิดพอสมควร เธอไม่อยากเป็นภาระที่ทำให้เขาต้องเสียสมบัติของตระกูล “ถ้าอย่างนั้น... คุณบอกฉันได้ไหมคะว่าที่ดินผืนนั้นราคาเท่าไร ฉันจะทำงานชดใช้ให้ค่ะ ฉันจะทำงานที่บริษัทให้หนักขึ้น แล้วก็จะหางานเสริมทำเยอะๆ เท่าที่จะไหว ฉันจะผ่อนใช้หนี้ให้คุณจนครบทุกบาททุกสตางค์เลยค่ะ!”เซจิขมวดคิ้ว “เธอจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร”“ก็เพื่อที่จะได้ไม่ต้องติดหนี้บุญคุณคุณไปตลอดชีวิตไงคะ...” มาริสาตอบตามที่ใจคิด “ถ้าฉันใช้หนี้หมดเร็ว ฉันจะได้ไม่ต้องอยู่ในสถานะภรรยาของคุณนานเกินไป... เผื่อวันข้างหน้าคุ







