로그인"ลึกซึ้งทางกาย แต่ไม่ได้รู้สึกอะไรทางใจ" คนพูดอาจไม่คิดอะไร ส่วนคนฟังเจ็บจุกไปทั้งใจ น้ำตาตกในแต่ทำได้เพียงแค่ยิ้มให้และรับฟัง ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไร เพราะเรา 'เป็นเพื่อนกัน' ธามเน้นย้ำและพูดกับฉันซ้ำๆ เสมอมา..
더 보기ว่ากันว่าในความสัมพันธ์มักจะมีฝ่ายหนึ่งรู้สึกลึกซึ้งมากกว่าเสมอ ซึ่งระหว่างฉันกับ ‘ธาม’ แน่นอนว่าเป็นฉันที่เป็นฝ่ายเผลอใจ ส่วนมัน.. ฉันไม่รู้
“มึงมานั่งทำอะไรตรงนี้” ฉันหันมองหน้าธาม แล้วกระดกเบียร์ในขวดเข้าปากอย่างไม่สนใจสายตาดุๆ ของมันที่กำลังสั่งให้ฉันหยุดดื่ม
“แล้วมึงล่ะ ออกมาทำไม” ฉันมองผ่านประตูบานเลื่อนกระจกใสเข้าไปภายในห้องซึ่งมีวินด์ คีน เหนือและน้องกริ๊ง เด็กที่ไอ้ธามพึ่งพามาเปิดตัวกับพวกเราสดๆ ร้อนๆ วันนี้นี่เองในฐานะ ‘คนคุย’ นั่งล้อมวงดื่มเบียร์และเล่นไพ่กันอย่างสนุกสนาน มีเพียงฉันที่ห่อเหี่ยวไม่มีอารมณ์จะเฮฮากับพวกมัน
“มึงโกรธกู?”
ธามถามฉัน มันพ่นควันสีเทาออกมาโดยไม่ได้หันมองมาที่ฉันเลยสักนิด ส่วนฉันหันมองมันประมาณสามวินาทีก่อนที่จะเบนสายตาไปทางอื่น
“เปล่า”
“แล้วมึงมานั่งทำอะไรตรงนี้”
“ก็ปกติของกูไหม” ฉันพูดพลางยกเบียร์ขึ้นดื่มอีกครั้งเพื่อดับความรู้สึกบางอย่างที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในอกให้มอดลง แต่ดูเหมือนว่าเบียร์ในขวดที่ฉันกรอกเข้าปากจะแค่ทำให้มึนหัวเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นไม่ได้ช่วยห่าอะไรเลย
“เรื่องกูกับน้องกริ๊ง ตอนนี้แค่คุยๆ กัน”
“…” ฉันไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะไม่รู้จะพูดอะไร จึงแค่นั่งนิ่งรอฟังธามพูด
“แต่ในอนาคต กูไม่รู้”
จึก!
เหมือนกับใครสักคนเอามีดเสียบลงกลางใจฉันเมื่อธามพูดประโยคเมื่อครู่ออกมา
“มึงโอเคไหม ถ้ากูจะ..”
“แล้วแต่มึงเถอะ เรื่องส่วนตัวมึงนี่” ฉันพูดสวนขึ้นมาเพราะไม่อยากฟังมันพูดประโยคเจ็บหัวใจเป็นครั้งที่สอง
ธามเป็นเพื่อนฉัน เราเป็นเพื่อนกัน มันจะคบกับใคร คุยกับใคร หรือเอากับใคร ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉัน ถึงแม้ว่าฉันกับมันจะมีอะไรกันเกินกว่าเพื่อนทั่วไปก็ตาม
แต่แล้วไง! ก็ตกลงกันแล้วไหมว่ามันได้ ฉันได้ หิวเมื่อไหร่ก็แค่แวะมา อิ่มแล้วแยกย้าย ต่อหน้าคนอื่นก็แค่เพื่อนกัน
แค่นั้น..
Tham Talk
ผมหันมอง ‘เฟย์’ ที่กำลังนั่งกระดกเบียร์เข้าปากอย่างเอาเป็นเอาตาย ดูก็รู้ว่ามันไม่โอเคอย่างที่ปากพูด เฟย์ชอบผม เรื่องนั้นผมรู้อยู่เต็มอก ไม่ใช่แค่ผม ไอ้สามคนที่นั่งล้อมวงอยู่ในห้องต่างก็รู้ แต่ที่พวกมันไม่รู้คือเรื่องที่ผมกับเฟย์ได้กันแล้ว แม้ครั้งแรกจะแค่พลาดเพราะเมา อีกทั้งบรรยากาศพาไป แต่ครั้งต่อมาเราสองคนตั้งใจ
เราทั้งคู่ก้าวผ่านคำว่าเพื่อนธรรมดามาอยู่ในสถานะ Friends with Benefits แต่ก็ไม่ได้มากไปกว่านั้น เพราะถึงแม้ไอ้เฟย์จะคิดกับผมเกินกว่าเพื่อน แต่ผมไม่เคยรู้สึกกับมันมากเกินไปกว่าเพื่อน
พูดง่ายๆ ผมไม่ได้ชอบมัน และยังไม่อยากผูกมัดกับใคร ส่วนน้องกริ๊ง ผมก็แค่คุย แต่ในอนาคตยังไม่รู้ เพราะน้องก็ตรงสเปคผมอยู่ไม่น้อย ซึ่งผมก็ไม่อยากให้เรื่องนี้ทำให้ผมกับเฟย์มีปัญหากัน เพราะก่อนผมกับมันจะได้กัน เราสองคนก็เป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน ผมยังอยากมีมันโคจรอยู่ในชีวิต แต่ในขณะเดียวกันก็อยากมีอิสระในการคบหากับผู้หญิงคนอื่นโดยไม่ต้องหนักใจอย่างที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้
“ไอ้เฟย์ มึงรู้ใช่ไหมว่ากูแคร์มึง”
“…”
อีกครั้งที่เฟย์เลื่อนสายตามามองผม แต่ไม่ได้พูดอะไร
“ไม่ว่าในอนาคตมันจะเป็นยังไง กูยังอยากมึงอยู่ในชีวิต” ผมรู้ว่าผมมันเห็นแก่ตัว แต่จะให้ผมทำยังไง ในเมื่อทุกอย่างมันเลยเถิดจนหันหลังกลับไม่ได้อีกแล้ว
End tham Talk
ฉันแค่นยิ้ม แน่นอนว่าสิ่งที่ธามต้องการ มันจะได้ ฉันไม่มีวันทิ้งมันไปไหน และไม่ใช่แค่มันที่จะเดินไปข้างหน้า เดินไปหาคนที่ตัวเองรักไปพร้อมกับความสัมพันธ์บ้าๆ ห่าเหวของเราสองคน ฉันเองก็จะทำเหมือนกัน ถ้าสักวันฉันเจอผู้ชายที่ใช่ ฉันก็จะคว้าผู้ชายคนนั้นเอาไว้ ไม่มีทางติดแหง็กอยู่ในวังวนเพื่อนร่วมหลับนอนแบบนี้กับมันตลอดไปหรอก
“เออ! ไม่ต้องดราม่า กูไม่ทิ้งมึงไปไหนหรอก ยังไงเราก็เพื่อนกัน” ฉันปรับอารมณ์อย่างรวดเร็วจนไอ้ธามเองก็ดูตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นท่าทีของฉันที่เปลี่ยนไป
“มึงโอเคจริงๆ เหรอ”
“มึงจะถามซ้ำทำไมวะ กูโอเค” ฉันยิ้มให้มัน มองหน้าหล่อๆ ของมันแล้วพยายามตัดใจ ตัดอารมณ์ หน่วงหนึบที่เกิดขึ้นหลังจากรู้ว่าไอ้ธามมีผู้หญิงที่กำลังคุยๆ ทิ้งไป กลับมาเป็นเฟย์ที่สดใสคนเดิม “แต่ถ้าวันหนึ่งกูมีผู้บ้าง มึงก็ทำใจให้ได้แล้วกัน”
ไม่รู้ว่าคิดไปเองไหม แต่เมื่อกี้ฉันเห็นนัยน์ตาสีเข้มของธามฉายแววบางอย่าง เหมือนว่ามันไม่พอใจเรื่องที่ฉันพูดออกไป แต่คงไม่ใช่หรอก คนอย่างธามน่ะเหรอจะสนใจเรื่องที่ฉันจะมีผู้
ฮึ! ไม่มีทาง
"เปล่า" ฉันคว้าเดรสสีชมพูที่แขวนอยู่ในตัวเสื้อผ้าแล้วพาตัวเองไปที่ห้องน้ำด้วยความหงุดหงิดที่ไอ้ธามไม่ทำอะไร "ชิ! คนอุตส่าห์เคลิ้ม คอยดูนะ ครั้งหน้าแม่จะเล่นตัวซะให้เข็ด"ไม่นานฉันก็ออกจากห้องน้ำ เปลี่ยนจากชุดทำงานเป็นเดรสสีชมพูหวาน ทั้งยังปล่อยให้ผมยาวสลวยพลิ้วไหวเคลียคลอไปกับแผ่นหลังบาง"สวย" ธามมองฉันตาเยิ้ม เล่นเอาฉันเขินจนไปไม่เป็น"เฮ! อย่ามองแบบนี้ดิ""ก็เฟย์สวย" พ่อน้องฟางคว้าเอวฉันให้นั่งลงบนตัก "สวยมาก สวยจนทำธามใจสั่นไปหมดแล้วรู้ไหม""ไม่คิดว่าธามจะพูดอะไรแบบนี้เป็นกับเขาด้วย" แต่ก่อนธามเย็นชาเข้าถึงยาก แต่ก็นั่นล่ะถึงทำให้ฉันตกหลุมรักพ่อน้องฟางเรียวปากบางหยักขยับยิ้มให้ฉัน เป็นยิ้มที่ส่งให้ดวงตาคู่คมสว่างเจิดจ้า แถมยังทำให้ฉันได้เห็นรอยตีนกาที่หางตาธามอีกด้วย "พรุ่งนี้ก็สามสิบแล้วสินะธาม""ใช่ สามสิบแล้ว อายุเหมาะสมที่จะมีครอบครัว""หาแฟนสิ ถ้าอยากแต่งงาน" ธามมองฉันแล้วอมยิ้ม"ก็นั่งอยู่บนตักนี่ไงแฟนธาม""ขี้ตู่ เฟย์ไปเป็นแฟนธามตั้งแต่ตอนไหน""เป็นตั้งนานแล้ว รู้ไหมตอนที่ธามอยู่เมืองนอก เวลามีคนถามว่ายูมีแฟนไหม ธามก็บอกว่า แฟนไอชื่อเฟย์""ง้ะ! ได้ไง ธามยังไม่เคยขอเฟย์เป็นแ
“ธามไม่เหลือใครแล้วนะเฟย์ เฟย์อย่าทิ้งธามไปเหมือนที่แม่ทิ้งธามไปได้ไหม” ไม่รู้หรอกว่าธามถูกผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าแม่ทำอะไรไว้บ้าง แต่คงสาหัสสากรรจ์จนฉันไม่อยากจินตนาการถึง“อื้อ เฟย์จะอยู่ตรงนี้ อยู่กับธาม” ฉันกอดธามแน่นกว่าเดิม “ไม่ต้องห่วงนะ เราจะมีกันและกัน มีธาม มีน้องฟาง มีเฟย์ มีเราสามคน ดีไหมธาม”“ดี” ธามซุกหน้าเข้าหาอกฉันเหมือนลูกน้องตัวน้องที่ต้องการหาที่พึ่ง ซึ่งฉันก็ไม่คิดปฏิเสธ ที่ฉันพูดกับแม่ธามไปว่าพ่อน้องฟางเป็นคนในครอบครัวที่ฉันต้องปกป้องดูแล ไม่ได้จะพูดเอาเท่ส์อะไร แต่หมายความตามที่ปากพูดออกไปจริงๆ “ธามโชคดีที่มีเฟย์อยู่ข้างกัน”“แล้วที่ผ่านมา.. ธามต้องเจออะไรแบบนี้บ่อยไหม”“ทุกครั้งที่แม่มาหา” ฉันสะเทือนไปทั้งอก สงสารพ่อของลูกจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวครอบครัวฉันแม้ฐานะไม่ได้ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี ทว่าก็มีความรักความอบอุ่นให้กันและกันจนล้นเหลือ ซึ่งคงตรงกันข้ามกับธาม ธามที่มีเพียงท่านธนัส พ่อที่แบกรับทุกอย่าง ทั้งความเสียใจจากภรรยา และดูแลลูกชายคนเดียวเพียงลำพัง“อาทิตย์หน้าพ่อแม่เฟย์จะมาเยี่ยมเฟย์กับพี่ชายที่กรุงเทพฯ ชวนพ่อธามมากินข้าวที่บ้านเฟย์ดีไหม แม่เฟย์ทำอาหารอร่อยนะ”
เพราะอย่างนี้เองสินะที่ตลอดมาทำไมธามไม่เคยเล่าเรื่องแม่ให้ฉันฟัง ทั้งที่กับเจ้าสัวธนัสเอง ธามมักเล่าเรื่องท่านให้ฉันกับน้องฟางฟังอยู่บ่อยๆ“ไม่ว่าลูกจะพูดยังไง ลูกก็คือลูกของแม่ เป็นสมบัติของแม่ แม่สั่งให้ทำอะไร ลูกก็ต้องทำ!”“พอสักทีเถอะค่ะ ธามไม่ใช่สมบัติของคุณ และธามก็ไม่จำเป็นต้องทำตามทุกเรื่องที่คุณสั่ง ชีวิตธามเป็นของธามเอง ไม่ใช่ของใคร” ในฐานะที่ฉันเองก็มีลูก ฉันไม่เคยคิดจะขีดเส้นทางให้ลูกเดิน ลูกมีสิทธิ์เลือกชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ แม่อย่างฉันขอแค่สองอย่าง หนึ่งคือลูกต้องปลอดภัย และสองคือขอให้ลูกมีความสุขโดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร“แล้วเธอมายุ่งอะไรด้วย ฉันจะคุยกับลูกชายฉัน”“ธามเป็นลูกชายคุณหญิงก็จริง แต่ก็เป็นพ่อของลูกสาวดิฉันด้วย ถือเป็นคนในครอบครัวที่ดิฉันต้องปกป้อง” นาทีต่อให้เป็นแม่ธามฉันก็ไม่สนใจอะไรแล้ว ป้าทรงผมกะบังลมนี่ถือสิทธิ์อะไรกันมาสั่งให้ธามทำตามที่ตัวเองต้องการ มิหนำซ้ำยังพูดออกมาได้ว่าธามเป็นสมบัติของตัวเอง “ดิฉันว่าสิ่งที่คุณหญิงควรทำ ไม่ใช่การมาบังคับลูกชาย แต่เป็นการฝึกจิตใจตัวเองให้สงบ อ้อ! แล้วก็เข้าวัดทำบุญบ้างนะคะ จะได้เลิกฟุ้งซ่านแล้วก็ไม่มีเวล
“ยังไงน้องฟางก็เป็นหลานคุณท่านนะคะ”“ฉันไม่นับคนที่มีสายเลือดผู้หญิงต่ำต้อยอย่างเธออยู่ครึ่งหนึ่งว่าเป็นหลานหรอกนะ”“คำก็ต่ำต้อย สองคำก็ไม่คู่ควร แล้วท่านสูงส่งมาจากไหนเหรอคะ” ถ้าไม่นับเสื้อผ้าที่สวมใส่ เครื่องประดับที่อยู่บนร่างกาย พวกเราก็คนเหมือนกัน ไม่ใช่นางฟ้าหรือเทวดามาจากไหน“ฉันเป็นผู้ดี สังคมฉันกับพวกเธอมันคนละระดับกัน พูดไปเธอก็คงไม่เข้าใจ แต่เอาเป็นว่าฉันไม่ยอมรับเธอกับลูกมาร่วมวงตระกูล”“ได้ค่ะ ดิฉันเองก็ไม่ได้อยากจะร่วมวงตระกูลกับคุณท่านเหมือนกัน” ถึงจะเป็นแม่ธาม แต่มาพูดกับฉันอย่างนี้ก็เหลืออดเหมือนกัน“จำคำพูดของตัวเองไว้ให้ดี แล้วก็จำใส่กะโหลกไว้ด้วยว่าเธอไม่คู่ควรกับลูกชายฉัน ฉันไม่ว่าถ้าธามจะหาเศษหาเลยกับเธอบ้าง แต่ถ้าถึงขั้นจะเอาเป็นเมีย ฉันไม่มีวันยอมเด็ดขาด”“มีอะไรหรือเปล่าเฟย์” ธามที่พึ่งประชุมเสร็จถามฉันก่อนเดินเข้าห้องเพียงแค่อารมณ์ฉันเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ธามก็จับสังเกตได้ พ่อน้องฟางใส่ใจฉันเสมอ แต่ถึงอย่างนั้น คนต่ำต้อยอย่างฉันก็ไม่ควรเพ้อพกไปไกลว่าสักวันจะได้ลงเอยกับคุณชายผู้สูงส่ง เพราะหม่อมแม่ของธามคงไม่มีวันยอม“เปล่านี่ แม่ธามรออยู่ในห้องน่ะ รีบเข้าไปเ





