Masuk(สวัสดีค่ะ สนใจซื้อประกันชีวิตไหมคะ)“ไม่สนใจครับ”(จะไม่ฟังหน่อยเหรอคะ ทางเรามีข้อเสนอดีๆ มานำเสนอ) ปลายสายพยายามโน้มน้าวนำเสนอข้อมูลประกันชีวิต“ไม่ครับ” เบอร์โทรนี้เป็นเบอร์ชั่วคราวที่ไฟใช้ระหว่างอยู่ไทย เขากดวางสาย ส่ายหัวเบาๆ อย่างเบื่อหน่าย วางสมาร์ทโฟนไว้ที่เดิม ก่อนจะกลับมากอดร่างเล็ก“อื้อ…คุณไฟ พี่จะนอน อ๊ะ…” ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้ซอกคอหอมอย่างหลงใหล ก่อนจะฝังคมเขี้ยวลงไป“เค้ากับตัวเอง” เสียงทุ้มเอาแต่ใจ อ้าปากงับผิวเนื้อเนียนตรงลำคอขาว หากอีกฝ่ายไม่เรียกหรือแทนตัวดั่งใจ เขาก็จะฝังคมเขี้ยวลงไปอีกครั้ง“ตัวเอง เค้าง่วง” เสียงหวานแฝงความเก้อเขินในสรรพนามที่เปลี่ยนไป“น่ารักที่สุด” ความน่ารักของตังเมทำให้ไฟต้องมอบรางวัลเป็นสัมผัสเร่าร้อนจากริมฝีปากอุ่นหนาที่บดเบียดแทรกลิ้นเข้าไปไล้เลียไล่แตะชิมทุกอย่าง เบียดร่างกายเปลือยเปล่าของตนทาบทับไปบนร่างบางแนบชิด โดยใช้ข้อศอกค้ำน้ำหนักตัวไว้ หญิงสาวรู้สึกวูบวาบเมื่อสัมผัสกับแท่งเนื้ออุ่นแข็งขันที่เบียดอยู่บนโหนกเนื้อและหน้าท้องของตน“คุณ…อ๊ะ…ตัวเองเค้าจะนอน” ไฟซุกไซ้ซอกคอ ไล้เลียด้วยลิ้นอุ่นชื้นกวาดลิ้มชิมรสหอมหวานไปทั่วทั้งตัว ตังเมเจ็บแ
“เมจังของไฟสวยขนาดนี้ จะไม่ให้ไฟรักได้ไง ไฟรักเมจังมาก มากเสียจนไม่รู้จะอธิบายออกมายังไงได้หมด เมจังรักไฟบ้างไหม” ไฟหย่อนสะโพกนั่งลงบนเคาน์เตอร์ของอ่างอาบน้ำ โดยที่ตังเมอยู่ในท่านั่งคร่อมหันหน้าเข้าหากัน ในขณะกวาดสายตาไปทั่วดวงหน้าหวานละมุน แล้วหยุดอยู่ที่ริมฝีปากนุ่มนิ่มอย่างตัองการลิ้มรสความหวานไม่รู้เบื่อ กระซิบบอกน้ำเสียงอ่อนโยน ฝ่ามือใหญ่แนบแก้มนวลเนียนอย่างละเมียดละไม ดวงตาคมหวานฉ่ำพินิจพิจารณาดวงหน้างดงามที่มึนงงกับห้วงอารมณ์หวามที่กำลังพบพาน“คุณไฟปล่อยพี่ก่อนนะ”“ไม่ตอบ เพราะเมจังไม่แน่ใจใช่ไหมว่าไฟรักเมจังจริงๆ เมจังลืมเรื่องอายุ แล้วใช้แค่หัวใจจะได้ไหม แล้วเมจังจะรู้ว่าหัวใจเราตรงกัน”“พี่ยังต่อจิ๊กซอว์ไม่เสร็จเลย” ตังเมเอ่ยถึงภาพจิ๊กซอว์ของเธอกับไฟ ที่เพิ่งต่อไปได้แค่ส่วนใบหน้าของคนตรงหน้า“ถ้าจิ๊กซอว์ถูกต่อเสร็จเพลิงกัลป์จะแต่งงานกับมิตรา ไฟจำได้” ไฟจดจำถ้อยคำที่เคยพูดไว้กับตังเมได้เสมอ“ถ้างั้นคุณไฟก็ปล่อยพี่ ไว้ให้ถึงวันนั้นก่อน”“ไฟเป็นคนเชื่อฟังผู้ใหญ่ ในเมื่อผู้ใหญ่บอกให้ไฟเผด็จศึกเมจัง ไฟก็ต้องเชื่อฟังสิ ไฟสระผมให้นะ”“คุณไฟ ให้พี่สระเองนะ” ดวงหน้าขาวใสช้อนตามองอย่า
หลังจากตังเมสั่งให้สองพี่น้องกลับรีสอร์ต ไฟส่งเรียวให้ไปนอนกับดิน แล้วตัวเองกลับมารอตังเมที่เดิม และเมื่อคุณหมอมินตราออกมาจากห้องฉุกเฉิน ชายหนุ่มแสนดื้อก็ถูกดุไปตามระเบียบ และถูกสั่งให้กลับรีสอร์ต แต่มีหรือที่คนหน้ามึนจะยอมกลับ ไฟอยู่รอตังเมจนกระทั่งเธอออกเวร โดยไม่เข้าไปก้าวก่าย หรือทำตัวเกะกะงานของเธอ ตังเมไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือเพลิงกัลป์ที่เธอรู้จัก ไม่อยากเชื่อว่าจะรอเธอได้นานกว่าสิบชั่วโมงตังเมได้หยุดหนึ่งวัน เท่ากับว่าเธอจะมีเวลาพักผ่อนสองคืนกับอีกหนึ่งวัน แต่หลังจากนั้นเธอจะต้องทำงานต่อเนื่องสามสิบสองชั่วโมง ส่วนไทเกอร์ยังคงตัองออกตรวจผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกในวันรุ่งขึ้น และจะได้หยุดหลังจากนั้น“คุณไฟจะพาพี่ไปไหน พี่ไม่ไปนะ พี่อยากนอน” ไฟจูงมือตังเมไปยังรถ แทนที่จะเดินกลับไปยังบ้านพักของหมอที่อยู่ในเขตโรงพยาบาล เธอรู้สึกเหนื่อยล้าเกินกว่าจะไปไหนได้อีก อยากล้มตัวลงบนเตียงนอนเต็มทน“ไฟจะพาเมจังไปนอนที่รีสอร์ต ไฟจะดูแลเมจังเอง” ไฟเปิดประตูรถ ดันร่างเล็กบอบบางให้เข้าไปนั่ง ปิดประตู แล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูอีกฝั่ง“จะไม่แกล้งอะไรพี่ใช่ไหม” ตังเมถามทันทีที่ไฟเข้ามานั่งประจำที่คนขับอย
ร่างสูงของชายหนุ่มวัยยี่สิบปีนอนเหม่อมองเพดาน เอาแขนก่ายหน้าผากบ่งบอกว่าคิดหนักกับเรื่องที่ตนเป็นคนก่อ ความไม่ยับยั้งชั่งใจได้สร้างปัญหาใหญ่ให้กับตนเอง ครอบครัว และผู้หญิงที่เขารัก“บ้าเอ๊ย…” ไฟพยายามหลับตาลง สางเรียวนิ้วเข้ากลุ่มผมแล้วดึงทึ้งเบาๆ เรียวคิ้วเข้มขมวดชิด ก่อนจะเผลอร้องลั่นไม่รู้ตัว แล้วผุดลุกขึ้นนั่ง แววตายามเมื่อเปิดเปลือกตาก็คล้ายจะทอไหว ฉาบไว้ซึ่งความหน่วงหนักที่หัวใจ เขาจะทำอย่างไรให้ตังเมเสียใจน้อยที่สุด แล้วถ้าเธอรู้ความจริงเธอจะผลักไสเขาไปให้น้องสาวตัวเองหรือไม่ ยิ่งใจอ่อน ยอมเสียสละไปเสียทุกอย่าง“นอนไม่หลับล่ะสิ” เด็กชายวัยสิบขวบดีดตัวลุกขึ้นมานั่งกอดอกมองพี่ชายข้างกายด้วยแววตาขุ่นเคือง“ก็นอนไม่หลับไม่เหมือนกันแหละ”“แต่เรียวไม่เคยผิดสัญญาพี่เมจังเหมือนพี่ไฟนะ” เรียวตอกย้ำความผิดของไฟ“คุณคเชนทร์ครับ เพลิงกัลป์ผิดไปแล้วครับ ยกโทษให้เพลิงกัลป์เถอะครับ อย่าตอกย้ำกันอีกเลย”“คุณเพลิงกัลป์ก็เป็นเสียแบบเนี่ย ทำผิดแล้วก็มาขอโทษ ต้องคิดก่อนทำสิ ไม่มีสมองเหรอ”“มี แต่ตอนนั้นมันน้อยไปหน่อย”“ไม่ไหวๆ …พี่ไฟๆ” เรียวส่ายหัวอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะคิดอะไรขึ้นมาได้“จะว่าอะไรพ
เช้าวันสุดท้ายของการออกหน่วยบริการเชิงรุกในพื้นที่ทุรกันดาร ทุกคนตื่นกันแต่เช้ามืด ล้างหน้า แปรงฟัน จัดแจงภารกิจส่วนตัว และเก็บของ พร้อมออกเดินทางกลับสู่โลกภายนอกที่วุ่นวาย ทุกคนมารวมตัวกันถ่ายรูปหมู่ ร่ำลาครูนัจมีย์ ลาเด็กๆ และชาวบ้าน“ที่นี่ยินดีต้อนรับทุกคนเสมอนะคะ หวังว่าสักวันเราจะได้พบกันใหม่” คำร่ำลาจากนัจมีย์ แม้จะเป็นช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน แต่มิตรภาพดีๆ ก็ได้เกิดขึ้นแล้วในเช้าที่พระอาทิตย์สวยที่สุดเช้าหนึ่งของชีวิต หลังจากเดินเท้าออกมาจากหมู่บ้าน รถขับเคลื่อนสี่ล้อมารอรับ และค่อยๆ พาแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และผู้อาสา ฝ่าถนนลูกรัง ฝ่าฝุ่นควัน ฝ่าเขาสูงชัน ขับข้ามลำธารนับสิบสาย กับอีกหลายหมู่บ้าน มุ่งหน้ากลับโรงพยาบาล เมื่อมาถึงก็เป็นเวลาที่ตังเมกับไทเกอร์ต้องเข้าเวร ไฟออกอาการงอแง แต่ก็จำยอมเข้าใจ อยู่รอตังเมอาบน้ำ แต่งตัวที่บ้านพักของแพทย์เสร็จ จนกระทั้งเธอเข้าปฏิบัติหน้าที่ จึงกลับไปรอยังรีสอร์ตที่อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลที่พักสุดหรูระดับห้าดาว ตกแต่งสไตล์ซาฟารีรีสอร์ต มีต้นไม้และทะเลสาบล้อมรอบ บ้านพักสไตล์วิลล่าส่วนตัว สามารถมองเห็นภูเขาแบบพาโนราม่า พร้อมสระว่ายน้ำขนาดใหญ่
“ปาร์ตี้มาม่าก็มา” ตังเม ไฟ ดิน น้ำ ลม ไทเกอร์ และยังมีนัจมีย์มาร่วมวงรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ หลังจากการแสดงของชาวคณะอาสา และเด็กๆ จบลงด้วยความประทับใจ“พี่นัจมีย์จะอยู่เป็นครูที่นี่ตลอดไปเลยเหรอคะ” ตังเมเอ่ยถาม หลังจากได้พูดคุยกันทำให้รู้ว่านัจมีย์อายุมากกว่าตังเมกับไทเกอร์ถึงสี่ปี“ชีวิตพี่ตัวคนเดียว ไม่มีอะไรให้ต้องเป็นห่วง ก็ตั้งใจว่าจะอยู่ที่นี่ตลอดไป”“แล้วถ้าวันหนึ่งครูมีครอบครัวล่ะ” ทุกคนหันไปมองหน้าคนที่ตั้งคำถามอย่างไทเกอร์“ไม่มีใครอยากมาลำบากกับครูบนดอยอย่างพี่หรอก”“พี่นัจมีย์ออกจะน่ารัก จิตใจก็ดี สักวันต้องเจอคนที่รักและเข้าใจในสิ่งที่พี่นัจมีย์ทำค่ะ”“เหมือนไฟที่รักและเข้าใจเมจังไงครับ …” เสียงโห่ร้องของความหมั่นไส้ของดิน น้ำ ลม ดังขึ้นเมื่อสิ้นเสียงของไฟ ตามด้วยเสียงหัวเราะของนัจมีย์“คุณไฟ” ตังเมฟาดฝ่ามือใส่ต้นแขนของไฟ มองเห็นดวงตาของอีกฝ่ายสะท้อนภาพตัวเองที่เขินอาย อ้อมแขนแข็งแรงกอดร่างเธอไว้แน่น สัมผัสลมหายใจอุ่นๆ ที่แก้ม ก่อนรับสัมผัสจากริมฝีปากอิ่มหยักที่ประทับจูบลงมาต่อหน้าทุกคน“ก็ไฟรักเมจังจริงๆ นี่น่า รักๆๆๆๆ” ไฟหอมแก้มตังเมซ้ำๆ เช่น







