تسجيل الدخولเมียชังที่ไม่ต้องการเมื่อถึงเวลาก็ต้องไป แต่ใครจะไปคิดว่าการจากลาครั้งนี้จะไม่ได้ออกมาตัวคนเดียว เพราะยังมีอีกหนึ่งชีวิตติดท้องเธอมาด้วย
عرض المزيدสองขีด...
ดวงตาคู่สวยของหญิงสาวร่างอ้วนเบิกกว้าง เมื่อแท่งพลาสติกสีขาวในมือโชว์ขีดสีแดงหรา ทำเอาเธอแทบสิ้นสติ มือสองข้างทิ้งลงข้างตัว เพราะไม่ว่าจะตรวจกี่อัน ทุกอันก็ยืนยันว่าเธอกำลังท้อง
“ไม่จริงอ่า ลูกจะมาเกิดกับแม่ตอนนี้ไม่ได้”
มือป้อมยกขึ้นลูบหน้าท้องตัวเอง น้ำตาเริ่มคลอขึ้นมา ทั้งที่คิดว่าตัวเองป้องกันอย่างดีแล้ว ตลอดห้าปีที่ผ่านมาเธอไม่เคยพลาดเลย แต่จะมาพลาดแค่คืนนั้นคืนเดียวได้ยังไง แค่ครั้งเดียวก็จะติดเลยเหรอ
‘บัวบูชา’ คิดไม่ตกกับเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่าตัวเธอเองไม่อยากจะมีลูกแต่เพราะเธอกับสามีกำลังจะหย่าขาดจากกันในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้ หากเขารู้ว่าท้องก็คงจะคิดว่าปล่อยให้มีลูกเพื่ออยากได้สมบัติของเขาแน่นอน
“ก๊อก ๆ”
คนเจ้าเนื้อถึงกับสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงเคาะประตูห้องน้ำจากด้านนอกดังขึ้น เธอรีบเช็ดน้ำตาออกแล้วเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างใส่กระเป๋าพร้อมกับซ่อนมันไว้ด้านหลัง ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตู
“เป็นอะไรหรือเปล่า ฉันเห็นเธอเข้าห้องน้ำไปตั้งนาน”
ใบหน้าหล่อเหลา ผมชี้ฟูเล็กน้อยจากการเพิ่งตื่นนอน ดวงตาคมเหลือบมองคนเจ้าเนื้อที่มีสีหน้าซีดเผือด
“เปล่าค่ะ พอดีท้องผูกเลยนั่งนานไปหน่อย ถ้าไม่มีอะไรแล้วบัวขอลงไปเตรียมมื้อเช้าให้พี่โปรดนะคะ”
“อืม...”
คำตอบรับสั้น ๆ แสนเย็นชานั้น เธอชินเสียแล้ว เพราะพี่โปรดปรานก็เป็นอย่างนี้มาตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา เราสองคนไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรัก แต่เราสองคนแต่งงานกันเพราะพินัยกรรมของคุณปู่ทั้งคู่
“อนึ่ง... หากทั้งบัวบูชาและโปรดปรานหย่ากันก่อนครบห้าปี บริษัทกาแฟ เฟรชไชน์ร้านกาแฟทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงไร่กาแฟบุษบาจะตกเป็นของสาธารณะทันที”
สิ้นเสียงอ่านของทนายประจำตระกูลของทั้งคู่ โปรดปรานก็ผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ไม่คิดว่าปู่เขากับปู่ของยายบัวบูชาจะคิดอะไรพิเรนท์แบบนี้ ก่อนหน้านี้ก็คิดว่าพวกท่านล้อเล่นที่จะจับเราสองคนแต่งงานกัน
“ยังไงผมก็ไม่แต่งนะครับ” เขายังยืนกรานเสียงหนักแน่น
“ถ้าไม่แต่ง ทุกอย่างที่ผมอ่านไปเมื่อครู่ก็จะตกเป็นของสาธารณะทันทีครับ” ทนายเองก็ยังคงยืนยันตามพินัยกรรมของผู้ล่วงลับได้บันทึกไว้
โปรดปรานรู้สึกหงุดหงิดเต็มทน ก่อนจะหันไปหาคนเจ้าเนื้อที่ยังคงอยู่ในชุดนักศึกษา หญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าเม้มปากเข้าหากันไม่ยอมพูดหรือคัดค้านอะไรเลยสักคำ
“นี่เธอไม่คิดจะพูด หรือปฏิเสธอะไรหน่อยเหรอ”
“จะให้บัวพูดอะไรได้ล่ะคะ ก็ในเมื่อพวกท่านสั่งเอาไว้แบบนั้น ถ้าไม่ทำตามเราก็แค่ไม่ได้อะไรเลย ซึ่งนั่นบัวไม่ยอม ไม่ยอมเสียไร่บุษบาของแม่บัวไปแน่ ๆ เรามาแต่งงานกันเถอะค่ะ”
บัวบูชาเอ่ยออกไปทั้งที่รู้ว่าเขาต้องปฏิเสธกลับมาแน่ ๆ และมันก็จริงอย่างนั้น
“หน้าด้าน! ฉันไม่มีทางแต่งงานกับเธอหรอก เธอก็รู้ว่าฉันมีรตาเป็นแฟนอยู่แล้ว”
“นั่นมันก็เรื่องของพี่โปรดค่ะ ถ้าไม่อยากแต่งเรามีวิธีอื่นด้วยเหรอ”
คำตอบนั้นทำเอาชายหนุ่มถึงกับนิ่งอึ้งไป ไม่คิดว่าผู้หญิงที่เขาเติบโตมาด้วยกันจะไม่คัดค้าน แถมยังยืนกรานว่าจะแต่งงานกับเขาอีกต่างหาก
หลังจากนั้นไม่นานบัวบูชาก็ได้ยินข่าวว่าพี่โปรดปรานเลิกกับพี่รตาแล้ว และยังตอบตกลงแต่งงานกับเธอย่างง่ายดาย โดยมีข้อแม้เดียวคือเธอห้ามท้องเด็ดขาด เพราะเขาต้องการทำตามพินัยกรรม พอครบปีแล้วต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไป จะได้ไม่มีพันธะผูกพัน
ซึ่งอีกไม่กี่วันข้างหน้าก็ครบห้าปีตามที่พินัยกรรมระบุแล้ว แต่ข้อตกลงที่ทำไว้มันดันไม่เป็นไปตามที่เธอคิดเอาไว้ สองมืออวบยกขึ้นลูบหน้าท้องตัวเองขณะที่กำลังจัดจานอาหารมื้อเช้า
“คุณบัวเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ป้าเห็นเหมอตั้งแต่ลงมาแล้ว หรือไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าคะ หน้าดูซีด ๆ”
“บัวไม่ได้เป็นอะไรค่ะป้าสา มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย ว่าแต่วันนี้ป้าสาทำอะไรให้พี่โปรดทานเหรอคะ”
“ก็เหมือนเดิมค่ะคุณบัว ข้าวต้มกุ้งร้อน ๆ ของชอบคุณโปรด
นั่นแหละค่ะ”ป้าสาตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มใจดี หญิงวัยกลางคนคนนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ทำดีกับเธอในบ้านหลังใหญ่ที่แสนอ้างว้างแห่งนี้ บัวบูชาพยักหน้ารับบาง ๆ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดแม้ว่าในใจจะยังคงสั่นไหวกับผลตรวจครรภ์เมื่อเช้า
คุยกันได้ไม่นานนัก ร่างสูงของโปรดปรานก็เดินลงมาถึงห้องอาหารชายหนุ่มอยู่ในชุดทำงานที่ดูเนี้ยบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวขับเน้นช่วงไหล่กว้าง แขนแกร่งข้างหนึ่งพาดเสื้อสูทสีเข้มเอาไว้
ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะดึงดูดสายตาผู้คนเสมอ วันนี้ก็ยังคงเรียบนิ่งและเย็นชาเหมือนเช่นทุกวัน ดวงตาคมกริบกวาดมองมาที่โต๊ะอาหารเพียงแวบเดียว ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งประมุขของบ้านโดยไม่ได้เอ่ยทักทายภรรยาของตัวเองเลยแม้แต่ครึ่งคำ
บัวบูชาลอบมองใบหน้าหล่อเหลานั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ห้าปีแล้วที่เธอได้นั่งร่วมโต๊ะอาหารกับเขา ได้ตื่นมาทำหน้าที่ภรรยา แม้จะเป็นภรรยาที่เขาไม่เคยต้องการเลยก็ตาม มือป้อมค่อย ๆ เลื่อนชามข้าวต้มกุ้งที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปตรงหน้าชายหนุ่ม
ทว่าทันทีที่เปิดฝาถ้วยออกกลิ่นคาวของกุ้งและกระเทียมเจียวลอยมาเตะจมูก อาการมวนท้องที่เพิ่งสงบไปเมื่อครู่ก็ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอยอีกรอบ
“อุ๊บ ... แหวะ”
หญิงสาวรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแน่น เบิกตากว้างเมื่อความพะอืดพะอมพุ่งขึ้นมา จนไม่สามารถอดกลั้นได้ ร่างอวบรีบหันหลัง ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็วจนเก้าอี้ครูดกับพื้นเสียงดัง ก่อนจะสับเท้าวิ่งพรวดพราดตรงดิ่งไปยังห้องน้ำชั้นล่างทันทีโดยไม่สนใจสายตาประหลาดใจของป้าสาและคิ้วที่ขมวดเข้าหากันของโปรดปราน
แขนอวบของบัวบูชาถลาไปเกาะขอบอ่างล้างหน้าในห้องน้ำ เธอโก่งคออาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตาย ทว่าสิ่งที่ขย้อนออกมามีเพียงน้ำใส ๆ และรสขมในลำคอ หน้าอกอวบกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหอบหายใจ น้ำตาไหลซึมจนขอบตาแดงก่ำ ความรู้สึกทรมานทางร่างกายยังไม่เท่าความหวาดกลัวในใจ เธอพยายามเปิดก๊อกน้ำ ล้างหน้าล้างปากเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอย แต่ในจังหวะที่เธอกำลังยืดตัวขึ้น
“ป่วยเหรอ เป็นอะไร?”
น้ำเสียงทุ้มดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่ทาบลงบนแผ่นหลังที่กำลังสั่นเทาของเธอ บัวบูชาสะดุ้งสุดตัว ไม่คิดว่าเขาจะเดินตามมา มือหนาของโปรดปรานลูบแผ่นหลังของเธอเบา ๆ สัมผัสอุ่นที่ส่งผ่านเนื้อผ้าทำเอาก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของคนเจ้าเนื้อกระตุกวูบ มันเป็นสัมผัสที่อ่อนโยนจนคนถูกกระทำแทบอยากจะร้องไห้ออกมา แต่เธอก็รู้ดีว่ามันเป็นเพียงแค่สัญชาตญาณ ไม่ใช่ความรัก
ช่วงหัวค่ำ ณ ร้านอาหารสุดหรูบนตึกสูงใจกลางเมืองหลวงบรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยแสงเทียนสีส้มสลัว เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแผ่วเบาเพื่อสร้างความโรแมนติก รตานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามในชุดเดรสเรียบหรู หล่อนเอาแต่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาหามุมกล้อง เพื่อถ่ายภาพอาหารฝรั่งหน้าตาสวยงาม และแก้วไวน์ราคาแพงเพื่อโพสต์ลงโซเชียลมีเดียอวดความร่ำรวย“โปรดคะ ... หันมามองกล้อง ยิ้มให้รตาหน่อยสิคะ คนติดตามรตาในไอจี คอมเมนต์ถามกันใหญ่เลยว่าควงประธานหนุ่มสุดหล่อมาร้านนี้จริงหรือเปล่า ยิ้มหน่อยนะคะโปรด”รตาเอ่ยเสียงหวานพลางยื่นหน้ามาใกล้พยายามหันมุมกล้องให้ติดหน้าของโปรดปราน ทว่าชายหนุ่มกลับนั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยสีหน้าเรียบตึง ดวงตาคู่คมจ้องมองอาหารหรูหราตรงหน้าด้วยแววตาว่างเปล่า เขาไม่มีความรู้สึกอยากอาหารเลยแม้แต่น้อย ยิ่งเห็นท่าทางห่วงยอดไลก์และเปลือกนอกของรตา เขากลับยิ่งรู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างบอกไม่ถูกท่าทีเหล่านั้นยิ่งทำให้เขานึกย้อนไปถึงยามที่ทานอาหารร่วมโต๊ะกับบัวบูชา หญิงสาวไม่เคยหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพอาหารอวดใคร หล่อนจะคอยตักอาหารที่ดีที่สุดใส่จานให้เขา คอยแกะเปลือกกุ้งและก้างปลาให้อย่างใส่ใจ แววตา
โปรดปรานพยายามอยู่กับความเป็นจริง หาอะไรทำเพื่อลืม และไม่ให้ฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ ค่ำคืนของทุกคืนเขาจึงทำตัวไม่ว่างเอาไว้ เฉกเช่นคืนนี้ ความเงียบถูกทำลายลงด้วยเสียงรื้อค้นข้าวของบนโต๊ะทำงานไม้สักตัวใหญ่ชายหนุ่มกำลังค้นหาโฉนดที่ดินเก่าและพินัยกรรมเพิ่มเติมรวมถึงเอกสารสิทธิ์ของไร่บุษบาที่เขาจำเป็นต้องใช้จัดการเรื่องภาษีและมรดกที่ยังค้างคา ชายหนุ่มเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานไล่ดูแฟ้มเอกสารทีละแฟ้มอย่างเคร่งเครียด แต่ก็ยังไม่พบเอกสารสำคัญชิ้นนั้น“หายไปไหนนะ... หรือว่าจะอยู่ในระบบจัดเก็บเอกสารสำรองของบ้าน”เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังทำงานตัวใหญ่ ดึงแป้นพิมพ์และเปิดหน้าจอมอนิเตอร์คอมพิวเตอร์ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักของบ้านขึ้นมา ชายหนุ่มคลิกเข้าไปในโฟลเดอร์ไฟล์สำรองข้อมูลส่วนกลางเพื่อค้นหาไฟล์สแกนเอกสารเก่า ๆ ทว่าขณะที่เขากำลังกวาดสายตาไล่ดูชื่อโฟลเดอร์ที่ถูกบันทึกแยกตามวันและเวลา นิ้วมือหนากลับชะงัก เมื่อสายตาปะทะเข้ากับโฟลเดอร์สำรองข้อมูลของระบบกล้องวงจรปิดมันเป็นไฟล์บันทึกภาพย้อนหลังเมื่อสามเดือนก่อน...โปรดปรานขมวดคิ้ว ความลังเลฉายชัดในแววตาครู่หนึ่ง ก่อนที่แรงดึง
แกรก...ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดยไม่มีการเคาะบอกกล่าวล่วงหน้า พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดเดรสสีสดรัดรูปอวดส่วนสัดผอมเพรียว ใบหน้าสวยเฉี่ยวแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหรูหราสะกดสายตา กลิ่นน้ำหอมฝรั่งเศสยี่ห้อดังโชยนำเข้ามาจนโปรดปรานถึงกับขมวดคิ้วด้วยความฉุนในลำคอ“โปรดคะ! ดูสิคะ รตาซื้อเนกไทสีน้ำเงินเข้มเส้นนี้มาฝากโปรดด้วยล่ะค่ะ เหมาะกับโปรดมาก ๆ เลยนะคะ”รตาเดินส่ายสะโพกเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางออดอ้อน หล่อนทิ้งตัวลงนั่งบนขอบโต๊ะทำงานราคาแพงอย่างถือวิสาสะ มือเรียวสวยลูบไล้แผงอกกว้างของชายหนุ่มอย่างเปิดเผยโปรดปรานละสายตาจากเอกสาร จ้องมองใบหน้าสวยเฉี่ยวของรตา ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่ารักสุดหัวใจและโหยหามาตลอดห้าปีที่ถูกพันธนาการ ทว่าในวันนี้ เมื่อหล่อนมานั่งอยู่ตรงหน้า เขากลับรู้สึกถึงความน่าอึดอัดและรำคาญใจอย่างบอกไม่ถูก“รตา ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าเวลาเข้ามาในห้องทำงานของผมต้องเคาะประตูก่อน” โปรดปรานเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงไม่มีความล้อเล่นแม้แต่น้อย“โธ่ ... โปรดคะ ทำไมต้องซีเรียสขนาดนั้นด้วยล่ะคะ ตอนนี้เราสองคนเปิดตัวกันอย่างเป็นทางการแล้ว ยัยอ้วนบัวบูชาก็หย่าและไสหัวออกไปจากชีวิ
บนโต๊ะอาหารหรูหรามีจานแซนด์วิชและแก้วกาแฟดำวางเตรียมไว้พร้อมเสิร์ฟ ทว่าไร้เงาของแม่บ้านเก่าแก่ และไร้เสียงใส ๆ ของอดีตภรรยาที่เคยวิ่งวุ่นเตรียมอาหารเช้าให้เขา“คุณโปรดปราน ตื่นแล้วเหรอคะ”‘แวว’ แม่บ้านคนใหม่ที่เพิ่งจ้างมาแทนป้าสา รีบกุลีกุจอเดินเข้ามาหาพลางส่งยิ้มประจบประแจง หล่อนอยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนสีเข้มพยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่“แซนด์วิชแฮมชีสกับกาแฟดำร้อน ๆ ค่ะ แววตั้งใจทำสุดฝีมือเลยนะคะ”โปรดปรานไม่ได้ตอบรับ เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หัวโต๊ะ ดึงจานแซนด์วิชเข้ามาใกล้แล้วหยิบขึ้นมากัดคำหนึ่ง ทว่าทันทีที่อาหารเข้าปาก คิ้วหนาก็ขมวดเข้าหากันแน่นทันทีรสชาติของขนมปังกระด้างเกินไป ชีสแห้ง และรสชาติกาแฟดำที่เขายกขึ้นจิบตามมาก็ขมปี๋และมีรสเปรี้ยวฝาดติดปลายลิ้น มันไม่ใช่รสชาติกลมกล่อมนุ่มละมุนจากเมล็ดกาแฟที่บัวบูชาเคยคัดสรรและชงให้เขาอย่างพิถีพิถันในทุกเช้า“กาแฟนี่ชงยังไง ทำไมเปรี้ยวแบบนี้?” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามเสียงห้วน นัยน์ตาคมตวัดมองแม่บ้านคนใหม่อย่างดุดัน“เออ ... คือ แววก็ชงตามอัตราส่วนข้างซองน่ะค่ะคุณโปรด หรือว่ามันเข้มไปคะ เดี๋ยวแววไปเติมนมให้นะคะ” แววละล่ำละลักตอบด้วยความหวาดกลั











