เข้าสู่ระบบ"ไม่เลิก เลิกเพราะอายุมันไร้สาระ" ไฟ เพลิงกัลป์ เหลนของแทนไทกับพรพระพาย ลูกชายคนเล็กของภีมกับยี่หวา จอมป่วน จอมแสบประจำบ้าน แต่ก็ขี้อ้อนเป็นที่สุด ตังเม มินตรา ตังเมกับพ่อได้รับความเมตตาจากครอบครัวของภูให้มีงาน และที่อยู่เป็นหลักแหล่ง โดยภีมรับเป็นผู้อุปการะจนกระทั้งเรียนจบ และได้เป็นศัลยแพทย์ด้านหัวใจและทรวงอก เป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งพี่น้องของเพลงกับแฝดสี่ เจียมเนื้อเจียมตัวเป็นที่สุด
ดูเพิ่มเติม"ไฟเป็นอะไร" ดินเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงหลังจากเครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า จากบ้านเกิดเมืองนอนเหินฟ้าสู่แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ไฟก็เอาแต่นั่งนิ่งเงียบ แววตาเหม่อลอยมองไปทางหน้าต่างของเครื่องบินในชั้น Business Class
"คิดถึงคุณแม่ คิดถึงคุณพ่อ คิดถึงพี่เพลง คิดถึงคุณทวด คิดถึงยายนง คิดถึงเมจังงงงงงง" ไฟพูดด้วยน้ำเสียงเบาแผ่วอย่างรู้สึกใจหายที่ต้องห่างไกลจากคนที่รัก พานให้ดินรู้สึกโหวงเหวงใจขึ้นมาด้วย ก่อนจะต้องตกใจเสียงแหกปากร้องลั่นเครื่องบินของไฟเมื่อเอ่ยถึงคนสุดท้ายที่คิดถึง ไฟกลืนก่อนสะอึกลงคอเมื่อเจอฝ่ามือของดินฟาดลงไปที่ศีรษะจนหน้าคะมำ ยกมือขึ้นมาลูบศีรษะตนเองป่อยๆ
"ไอ้ไฟ ร้องเป็นเด็กสามขวบเลย" ด้วยความตกใจที่ถูกกระชากอารมณ์จากดิ่งสุด แล้วจู่ๆ ก็ทะยานขึ้นสูงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จึงไม่ได้ยั้งมือ ฟาดลงไปเต็มแรง คงสร้างความมึนตื้อให้น้องชายฝาแฝดไม่น้อย
"ไฟเป็นอะไรลูก" ภิณถามหลานชายด้วยน้ำเสียงห่วงใย รัณย์ ภู เอริน และพวกพี่ๆ ก็ต่างเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง ไฟเบะปากคว่ำราวกับจะร้องไห้ออกมา
"เกิดอยากเปลี่ยนใจไม่ไปแล้วน่ะสิครับอาภิณ" ดินว่า ทำหน้าเหนื่อยหน่าย
"ไฟเอ้ย" เอรินส่ายหน้าเบาๆ
"ยังไงก็ต้องให้ถึงก่อน ค่อยซื้อตั๋วกลับ" ภูไม่ว่าหากหลานชายจะเปลี่ยนใจกลางคัน
"ไฟไม่ได้เปลี่ยนใจซะหน่อย แค่บอกว่าคิดถึง ไฟไม่เปลี่ยนใจครับคุณปู่ ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำกันหรอก" น้ำเสียงเจือสะอื้น แต่ไฟก็ยังคงยืนกรานที่จะไปเรียนต่อแคนาดา พูดจบเสียงสูดน้ำมูกก็ดังขึ้น ก่อนจะเปิดกระเป๋าเป้หยิบกล่องไม้ที่มีจดหมายปึกใหญ่ของตังเมขึ้นมา เลือกซองจดหมายสีชมพูเปิดอ่าน ทุกคนพากันส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
I may not be with you at all times, but I want you to know that you are never out of my heart.
(ฉันอาจจะไม่ได้อยู่กับคุณตลอดเวลา แต่อยากให้คุณรู้ไว้ว่า คุณไม่เคยไม่อยู่ในใจฉันเลย)
"พี่เมจัง" เสียงใสของเด็กชายตัวน้อยดังมาแต่ไกล ตังเมยังคงอยู่ในชุดนักเรียน พับแขนเสื้อสีขาวที่ยาวขึ้นไปจนถึงข้อศอก เนคไทคลายหลวม ชายเสื้อเอาออกมานอกกระโปรง กำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ด้านหน้าสตูดิโอของตนเอง สตูดิโอศิลปะที่ไฟสร้างให้ก่อนไปเรียนยังอีกซีกโลกหนึ่ง หันไปมองตามเสียงที่คุ้นเคยนั้น
"คุณเรียว" เสียงหวานเอ่ยเรียกเด็กน้อยที่เป็นแขกประจำของเธอ มาหาเธอที่นี่แทบทุกวัน นับตั้งแต่แฝดสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ เดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศแคนาดา
"เยียวหย่อไหมฮับ เยียวไปโยงเยียงมา" เด็กน้อยหมุนตัวให้ตังเมได้เห็นตนเองในชุดนักเรียนได้แบบทุกส่วน
"หล่อมากเลยค่ะ คนเก่งยอมไปโรงเรียนแล้ว" ในช่วงแรกเรียวไม่ยอมไปโรงเรียนท่าเดียว ช้างกับมิกิ ผู้เป็นพ่อแม่ก็ไม่อยากบังคับ แต่เมื่อในช่วงเวลากลางวันมาหาตังเมที่บ้านแล้วไม่เจอ เพราะเธอก็ต้องไปโรงเรียน และเธอก็อธิบายเหตุผลต่างๆ นานาให้เด็กน้อยไปโรงเรียน จนในที่สุดก็ยอมไปโรงเรียน วันนี้เป็นวันแรก
"แฟงพี่เมจังหย่อเนอะ พี่เมจังกิงติมกัง" เด็กน้อยชมตนเองในฐานะแฟนของตังเม ก่อนจะชวนกินไอศกรีมอย่างเช่นทุกวัน
"เมื่อวานคุณเรียวกินไอติมอันสุดท้ายไปแล้วไงคะ"
"อดกิงเยย"
"งั้นคุณเรียวรอพี่แป๊บหนึ่ง พี่ปั่นจักรยานไปซื้อให้แป๊บเดียว"
"เยียวไปด้วย"
"ถ้าคุณเรียวจะไปต้องขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่ก่อนค่ะ"
"ขอป้ายี่หวาได้ไหมฮับ คุงพ่อทำงางกับยุงภีม คุงแม่ไปฉ่งพี่ยิวเยียงพิเฉด ไกล วิ่งไปไม่ได้" มิกิมาส่งเรียวที่นี่ก่อนจะพาลูกชายคนโตไปเรียนพิเศษ
"ได้ค่ะ" ได้ยินดังนั้นเรียวก็วิ่งไปหายี่หวาทันที
ตังเมปั่นจักรยานพาเรียวไปซื้อไอศกรีมที่ร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน ได้ไอศกรีมกลับมาหลายสิบแท่ง เด็กน้อยหยิบไอศกรีมอันที่ตนจะกินมาถือไว้ ส่วนที่เหลือก็แช่ตู้เย็นไว้กินวันอื่น ก่อนจะพากันไปนั่งกินไอศกรีมที่ดาดฟ้าของสตูดิโอเมจัง ชื่อสตูดิโอที่ไฟเป็นคนตั้ง ตามชื่อที่ไฟชอบเรียกขาน เช่นเดียวกับเด็กชายตัวน้อยที่นั่งกินไอศกรีมอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ข้างๆ
"คิดถึงพี่ไฟเนอะพี่เมจัง" เรียวใช้สองมือเล็กเท้าคาง นั่งมองตังเมต่อจิ๊กซอว์ สายตาของเด็กน้อยมองไปยังรูปต้นแบบของภาพจิ๊กซอว์ที่เธอกำลังต่ออยู่นี้ รูปของเธอกับไฟ
"ค่ะ คิดถึง" เสียงหวานเบาแผ่ว คิดถึงเด็กชายจอมป่วนจอมแสบของเธอเป็นที่สุด ไม่รู้ว่าป่านนี้จะไปสร้างความปั่นป่วนที่แวนคูเวอร์ขนาดไหน
"นี่แหนะ!! นี่แหนะ!!" กำปั้นเล็กรัวใส่หน้าท้องแข็งแรงของเด็กหนุ่ม เด็กน้อยวัยสี่ขวบขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเดือดดาล ทั้งคู่อยู่บนดาดฟ้าของสตูดิโอเมจัง ตังเมก็ไม่ยอมออกจากสตูดิโอตั้งแต่กลับมาถึง ปิดประตูลงกลอนแน่นหนา พอเห็นเรียวมาหาตังเม ไฟก็แบกเด็กน้อยขึ้นมาบนนี้ เรียวนี่ละผู้ช่วยที่จะทำให้ตังเมหายโกรธ แต่ไฟคิดผิด....."เหนื่อย?" คิ้วหนาข้างหนึ่งเลิกสูง หรี่ตามองเด็กชายตัวน้อยในชุดนักเรียนโรงเรียนนานาชาติที่ก้มตัวใช้มือจับหัวเข่าเพื่อพยุงร่างไว้ อ้าปากหอบหายใจ สายตายังจับจ้องคนตัวโตที่งอตัวใช้มือข้างหนึ่งกุมท้องตนเองไว้อย่างเอาเรื่อง แม้กำปั้นนั้นจะเล็ก เรี่ยวแรงเพียงนิด แต่ทว่าถูกประเคนเข้าใส่รัวๆ จนนับไม่ทันว่ากี่หมัดก็ทำให้รู้สึกเจ็บจุกไม่น้อย"พี่ไฟไม่ต้องพูดเลย เรียวโป้ง...โป้งๆๆๆๆๆ ทำให้พี่เมจังร้องไห้ ไม่ต้องเป็นแฟนเลยนะ ไม่ให้เป็นแฟนพี่เมจังแล้ว" เรียวหัวฟัดหัวเหวี่ยงใส่ไฟ นิ้วโป้งเล็กถูกส่งให้อีกฝ่ายรัวเร็ว"ข้าน้อยขอโทษ ข้าน้อยผิดไปแล้ว" ไฟทำท่าคารวะอย่างคนสำนึกผิด"ไม่รับ" ใบหน้าของเด็กน้อยสะบัดพรืด จนคอแทบเคล็ด"เรียวอย่าใจร้ายกับพี่สิ เราต้องร่วมมือกันง้อเมจัง""พี่เมจัง
"อร่อยไหม" ขณะตังเมกำลังกินชาบูกับเพื่อนๆ ด้วยความเอร็ดอร่อยก็ปรากฏใบหน้าหล่อเหลาของเด็กชายวัยสิบสี่ปีต่อหน้า เด็กหนุ่มนั่งตัวเอียง ใช้ศอกด้านขวาตั้งบนโต๊ะ ใช้มือเท้าคางไว้ ภายใต้แว่นตาสีดำฉายชัดแววตาทะเล้น เช่นเดียวกับรอยยิ้มที่ส่งมาในขณะที่ตังเมกำลังตกอยู่ในภวังค์ของความรู้สึก ทั้งดีใจ ทั้งเคืองโกรธ ทั้งน้อยใจ สายตาจับจ้องใบหน้าคมคายตรงหน้าแน่วนิ่งด้วยแววตาวูบไหว ก็ปรากฏร่างสูงของเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกันเดินเข้ามาร่วมโต๊ะ ทั้งสามคนทักทายรุ่นพี่ที่เป็นเพื่อนของพี่สาวด้วยความคุ้นเคย"มากันตั้งแต่เมื่อไร" เพลงถามด้วยน้ำเสียงดีใจกับการปรากฏตัวของน้องชายทั้งสี่คน"เพิ่งมาจากสนามบินสดๆ ร้อนๆ เลยพี่เพลง มีคนคิดถึงพี่ตังเมจนทนไม่ไหว" ลมเป็นคนตอบพี่สาว เข้าไปสวมกอด และหอมแก้ม ดินกับน้ำก็รอคิวจะแสดงความคิดถึงต่อพี่สาวเช่นกัน ก่อนจะเข้าไปสวมกอดตังเมที่เปรียบเสมือนพี่สาวอีกคน"นึกว่าจะมาพร้อมพี่คริสต์ แคลร์ เคท อาทิตย์หน้าซะอีก" คริสต์จะเดินทางมาหาเพลงในสัปดาห์หน้าหลังจากสอบเสร็จ เพื่อจัดการเรื่องหมั้นหมาย หลังจากนั้นเพลงก็จะเดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศแคนาดา"อย่างที่ลมบอกเลยพี่เพลง ว
"พ่อเป็นอะไรจ๊ะ" ตังเมทิ้งสายยางที่ใช้รดน้ำต้นไม้วิ่งไปดูคนเป็นพ่อที่จู่ๆ ก็ทรุดตัวลงไป โดยใช้ด้ามเสียมช่วยพยุงตัว"จู่ๆ ก็หน้ามืด สงสัยจะเมาแดด วันนี้อากาศร้อนกว่าทุกวัน" ประกอบเร่งขุดดินเตรียมปลูกต้นไม้ตั้งแต่เช้า ตั้งใจว่าจะขุดหลุมให้เสร็จและลงต้นไม้ในตอนเย็น"พ่อนั่งพักก่อนนะจ๊ะ หนูไปเอาน้ำมาให้" ตังเมพยุงพ่อให้ไปนั่งบนม้านั่งสนามใกล้ๆ รีบวิ่งไปหาน้ำมาให้คนเป็นพ่อดื่มประกอบยกมือทาบอกตนเองด้วยรู้สึกแน่นบริเวณกลางอก หายใจเข้าได้ลำบาก เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้าไหลหยดหยาดเป็นทาง ไหลเข้าไปในดวงตา รู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ คงเป็นเพราะโหมงานหนักเกินไปในวันที่มีแสงแดดจ้า ใช้มืออีกข้างยกขึ้นเช็ดดวงตา"น้ำมาแล้วจ้ะพ่อ" ตังเมรินน้ำจากขวดใส่แก้วให้ผู้เป็นพ่อ ประกอบรับมาดื่มแก้กระหาย ผู้เป็นลูกสาวกวาดสายตาหาของที่จะมาพัดวี ได้กระดาษลังมาพัดคลายร้อน"ดีขึ้นไหมจ๊ะ""ค่อยยังชั่วแล้ว นั่งพักอีกสักเดี๋ยวก็คงดีขึ้น""ลงต้นไม้ใหม่ทีไรพ่อชอบหักโหมจะให้เสร็จในวัน หนูได้ยินคุณภูบอกพ่อเรื่อยว่าค่อยๆ ทำก็ได้ แต่พ่อก็เร่งให้เสร็จในวันทุกที จนเป็นลมแดดเลยเห็นไหม""บ่นเป็นหมีกินผึ้งเลย พ่อพักแป๊บเดียวก็หาย""ก
"ไฟเป็นอะไร" ดินเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงหลังจากเครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า จากบ้านเกิดเมืองนอนเหินฟ้าสู่แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ไฟก็เอาแต่นั่งนิ่งเงียบ แววตาเหม่อลอยมองไปทางหน้าต่างของเครื่องบินในชั้น Business Class"คิดถึงคุณแม่ คิดถึงคุณพ่อ คิดถึงพี่เพลง คิดถึงคุณทวด คิดถึงยายนง คิดถึงเมจังงงงงงง" ไฟพูดด้วยน้ำเสียงเบาแผ่วอย่างรู้สึกใจหายที่ต้องห่างไกลจากคนที่รัก พานให้ดินรู้สึกโหวงเหวงใจขึ้นมาด้วย ก่อนจะต้องตกใจเสียงแหกปากร้องลั่นเครื่องบินของไฟเมื่อเอ่ยถึงคนสุดท้ายที่คิดถึง ไฟกลืนก่อนสะอึกลงคอเมื่อเจอฝ่ามือของดินฟาดลงไปที่ศีรษะจนหน้าคะมำ ยกมือขึ้นมาลูบศีรษะตนเองป่อยๆ"ไอ้ไฟ ร้องเป็นเด็กสามขวบเลย" ด้วยความตกใจที่ถูกกระชากอารมณ์จากดิ่งสุด แล้วจู่ๆ ก็ทะยานขึ้นสูงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จึงไม่ได้ยั้งมือ ฟาดลงไปเต็มแรง คงสร้างความมึนตื้อให้น้องชายฝาแฝดไม่น้อย"ไฟเป็นอะไรลูก" ภิณถามหลานชายด้วยน้ำเสียงห่วงใย รัณย์ ภู เอริน และพวกพี่ๆ ก็ต่างเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง ไฟเบะปากคว่ำราวกับจะร้องไห้ออกมา"เกิดอยากเปลี่ยนใจไม่ไปแล้วน่ะสิครับอาภิณ" ดินว่า ทำหน้าเหนื่อยหน่าย"ไฟเอ้ย" เอรินส่ายหน้าเบาๆ"





