Se connecterคุณหญิงนวลนภากับป้าหนิงได้ยินเสียงโครมครามและเสียงดังตะคอกออกมาจากห้องนอนใหญ่ของลูกชายตัวเอง จึงขึ้นมาดูเจอมาริคอยู่ตรงหน้าห้องกำลังจะเดินออกไป
“ตาริค เกิดอะไรขึ้น แม่ได้ยินเสียงคนร้องไห้ แกทำอะไรเมียแต่งของแกหรือเปล่า” หันมาถามลูกชายตัวดี
“แม่ก็ไปถามสะใภ้คนโปรดของแม่เถอะครับ ว่าทำอะไรให้ผมขัดหูขัดตาบ้าง ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับแม่” มาริคหงุดหงิด อารมณ์เสียตั้งแต่เช้า แค่เห็นหน้าซื่อของนังเมียแต่งนั่น เขาก็หมดอารมณ์
“ตาริค แล้วอาหารเช้าล่ะ?”
“ผมไม่กิน กินที่บริษัทโน้นดีกว่า” น้ำเสียงเข้มเอ่ยตอบไล่หลังมารดาของเขา
ป้าหนิงเปิดประตูพาคุณหญิงนวลนภาเข้าไปด้านในห้องนอนของลูกชาย พวกเขาทั้งสองคนทาบอกตกใจเมื่อเห็นสภาพลูกสะใภ้เป็นแบบนั้น เป็นฝีมือของสามีตีทะเบียนของเธอใช่ไหม?!
“คุณแม่ โอ๊ย” บัวหอมใช้ผ้าเช็ดหน้าที่พกติดตัวมาตลอดมาซับเลือดที่ซึมมาจากมุมปากเล็กน้อย เธอชินแล้วที่มีสายตาเหยียดหยาม จงเกลียดจงชังของพี่ริคตลอดเวลามองมายังร่างเมียแต่งคนนี้
“ตายแล้วหนูบัว ใครทำอะไรลูก ตาริคทำใช่ไหม” คุณแม่สามีสุดแสนดีประคองพาลูกสะใภ้ที่มีเลือดกลบปากพร้อมมีรอยแดงตบทั้งสองข้างบนแก้มขาวเนียนจนเห็นได้ชัดเจนว่าถูกผัวตบมา
“บัวซุ่มซ่ามเองค่ะคุณหญิงแม่ บัวสะดุดเท้าตัวเองล้มลงกับพื้น โชคดีที่พี่ริคช่วยบัวเอาไว้ได้ทัน” เวลาอย่างนี้แล้ว เธอยังจะแก้ต่างให้กับสามีสุดเลวว่าไม่ได้เป็นคนทำ แต่คุณหญิงไม่ใช่คนโง่ที่จะดูออกว่าเธอโกหกปิดบังแม่ผัว
“ไม่ต้องมาแก้ตัวให้กับพี่ริคของหนูบัวไม่ใช่คนผิด แม่ดูออกว่ามันเป็นฝีมือของลูกชายแม่ เห็นทีแม่ต้องจัดการขั้นเด็ดขาดแก่ตาริคซะแล้วละ” คุณหญิงแม่รู้สึกโกรธแทนลูกชาย ไม่น่าถึงขั้นลงไม้ลงมือทำร้ายร่างกายเพศที่อ่อนแอกว่าตน
“อย่าเลยค่ะ เดี๋ยวบัวจะเป็นคนจัดการพี่ริคเอง อย่างน้อยบัวก็ขึ้นชื่อว่าเป็นเมีย(แต่ง)ของเขา ถ้างั้นบัวขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” ก่อนอื่นหล่อนต้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่และแต่งหน้าเบาๆ เพื่อลบรอยตบที่แดงขึ้นมาบนแก้มนุ่มนิ่ม
“คุณนายน้อยขับรถออกไปแล้วละค่ะคุณหญิง แล้วหนูบัวจะไปบริษัทยังไงกันล่ะคะ” ป้าหนิงรีบออกไปดูที่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ก็พบว่ารถยนต์คันหรูของท่านประธานมาริคขับออกไปแล้ว
“ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่ เดี๋ยวบัวขึ้นรถแท็กซี่ไปก็ได้ค่ะ” หญิงสาวชินแล้วที่ไปไหนมาไหนคนเดียว เธอไม่เคยได้นั่งรถเคียงข้างกับเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“เอาอย่างนี้ หนูบัวขึ้นรถตู้ประจำบ้านเรา เพราะตอนนี้หนูบัวกลายเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวสกุลเรวัติเต็มตัว” คุณหญิงแม่แสนดีกับสะใภ้ขนาดนี้ ทำให้เธอยิ่งเกรงใจท่านขึ้นไปใหญ่
“ขอบคุณคุณแม่มากนะคะที่เอ็นดูบัว” เด็กกำพร้าผู้ไม่มีใคร ซาบซึ้งใจสุดขีดที่ท่านรับเลี้ยงเธอมา เพียงเพราะข่าวนั่นแท้ๆ ทำให้บัวหอมต้องทุกข์ทรมานเหมือนตกนรกทั้งเป็น!
............ ถึงแม้ว่าข่าวการแต่งงานของท่านประธานมาริคกับบัวหอม เด็กในบ้าน จะถูกเผยแพร่ออกไปครึ่งค่อนเมือง แต่เธอก็ยังมาทำหน้าที่เป็นเลขาหน้าห้องเขาอย่างเดิม สถานะเพิ่มเติมคือเมียที่ไม่ต้องการของท่านประธานเท่านั้นเอง“บัวหอม จัดตารางงานตอนบ่ายเลื่อนไปยังตอนเย็น เพราะว่าบ่ายนี้ฉันไม่ว่าง” มาริคควงแนนนี่ นางแบบสาวขึ้นมาเยาะเย้ยเมีย(ชัง)ถึงหน้าห้อง เลขาหน้าห้องอย่างเธอจำเป็นต้องพยักหน้ารับทำตามหน้าที่ในตอนนี้
“ค่ะท่านประธาน” เวลาที่อยู่นอกบ้าน สถานะของเราสองคนยังคงเป็นเจ้านายกับลูกน้องเหมือนเดิม เท่ากับว่าการแต่งงานกลบข่าวลือนั้นมันไม่มีความหมายกับเธอและผู้ชายใจร้ายเลยสักนิด
“พี่ริคเตรียมตัวเข้าไปประชุมเถอะค่ะ เดี๋ยวแนนนี่รอไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันกับพี่ริคข้างในห้องของพี่ริคนะคะ” แนนนี่ นางแบบสาว ควงแขนแกร่งออเซาะท่านประธานหนุ่มต่อหน้าเมียแต่งของเขา เธอสะใจมากที่ทำให้เมียแต่งพี่ริคหน้าซีดได้
“อืม” รอยยิ้มแย้มนั่นจากปากของเขา บัวหอมไม่เคยได้รับมันสักครั้ง พี่ริคใจดีกับสาวทุกคนยกเว้นแต่เมียนิตินัยคนนี้ที่เก็บความปวดร้าวเอาไว้ในใจ
แนนนี่จุ๊บแก้มสากของสามีตีทะเบียนคนอื่นโชว์ตรงหน้าเลขาหน้าห้อง ก่อนผัวเลวกับหญิงชั่วจะยิ้มระรื่นมีความสุขเข้าไปในห้องทำงานของท่านประธานหนุ่ม
“บัวคงไม่เคยอยู่ภายในหัวใจของพี่ริคสินะ” บัวหอม เลขาผู้แต่งตัวเป็นแม่ชีเรียบร้อย ไม่โชว์เนื้อหนังเหมือนสาวๆ ที่เขาควงมาแต่ละคน
ลับหลังมาริคเข้าไปประชุมที่ห้องใหญ่ตรงโน้น เขาสั่งให้เธอไม่ต้องตามเขาเข้าไปตามหน้าที่เลขานุการฯ ให้อยู่รับใช้แนนนี่ เด็กใหม่ของชายหนุ่ม
“นี่หล่อน ฉันอยากกินน้ำส้มคั้น เธอทำให้ฉันกินหน่อย อ้อ ฉันขอกินแบบน้ำส้มคั้นสดๆ ไม่ต้องเอาของซื้อมา ฉันไม่ชอบ มันไม่สะอาด!” แนนนี่เริ่มออกลาย เมื่ออยู่ต่อหน้าเมียหลวงของมาริค ก็แค่เมียที่พี่ริคไม่ต้องการ เพราะฉะนั้นเธอจะทำอะไรกับบัวหอมก็ได้ ไม่มีใครว่า
“คงจะยากแหละค่ะคุณแนนนี่ ฉันเป็นเลขาและเป็นเมียของพี่ริค ไม่ใช่คนรับใช้ของคุณ ขอตัวก่อนนะคะ ฉันมีงานต้องทำตั้งเยอะแยะ”
บัวหอมเข้ามายังด้านในห้องทำงานส่วนตัวของท่านประธานหนุ่มที่เป็นสามีตีทะเบียนของเธอ ตามคำสั่งของเด็กเขา ถึงเธอจะเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่เธอก็ไม่ยอมให้ใครมารังแกได้ง่ายๆ
“ก็แค่เมียที่เขาไม่เอา ทุกคนในบริษัทที่นี่ต่างรู้จักธาตุแท้ของเธอแล้วละ อย่ามาทำเป็นแอ๊วแบ๊วดีกว่า เธอเองก็อยากจับพี่ริคเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นนั่นแหละ แต่โชคร้ายที่ความหวังของเธอไม่สมหวัง!”
“ภาพในข่าวนั้นมันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด ฉันไม่เคยคิดที่จะจับพี่ริคด้วยวิธีการทุเรศๆ แบบนั่น ฉันขอตัวก่อนนะคะ” บัวหอมไม่คิดจะมาเป็นทาสรับใช้แก่สาวๆ ที่เขาเคยควง เธอเป็นเมียเขานะ ไม่ใช่คนใช้ที่จะสั่งให้ทำอะไรก็ได้
“คอยดูเถอะ! ฉันจะทำให้แกหย่ากับพี่ริคให้ได้” แนนนี่เกลียดชังเมียหลวงที่เขาไม่ได้รัก หล่อนมั่นใจว่าลีลาเด็ดบนเตียงจะสามารถพิชิตใจหนุ่มร้อนรักอย่างมาริคได้
.
. .“เมื่อตอนกลางวันเธอไปปากดีอะไรกับเด็กของฉัน”
หลังจากกลับมาจากบริษัทตอนเย็น ภรรยาหลวงอย่างบัวหอมมายังเรือนหอที่คุณหญิงนวลนภาสร้างเอาไว้ให้กับลูกชายและลูกสะใภ้ แต่เธอว่าเรือนหอนี้คงเป็นเรือนหอร้างแล้วละ
“บัวไม่ได้พูดอะไรกับคุณแนนนี่เลยนะคะ มีแต่คุณแนนนี่ต่างหากที่จ้องจะหาเรื่องบัวตลอดเวลา”
“นี่เธอหาว่าเด็กของฉันต่อว่าเธออย่างนั้นเหรอ” มือหนาบีบไหล่บางของเมียชังด้วยความโกรธแค้น สายตาคมกริบเห็นว่าบนเตียงมีเสื้อผ้ากำลังใส่กระเป๋า
“บัวเป็นแค่เมียชังของพี่ริค ไม่ว่าบัวจะทำอะไร เมียคนนี้ก็ผิดในสายตาของพี่อยู่ดี” น้ำตาคลอเบ้าตัดพ้อความน้อยเนื้อต่ำใจของเมียสาวทำให้เขาหงุดหงิดยังไงชอบกล
“แล้วนั่นเก็บกระเป๋าจะไปไหน?!”
“บัวก็จะไปอยู่ที่บ้านใหญ่ ขึ้นอยู่ห้องเล็กของบัวเหมือนเดิมตามคำสั่งของคุณหญิงแม่ อีกอย่างบัวไม่อยากอยู่หรอกค่ะ อยู่ที่นี่มันไม่มีความสุข”
“เป็นเมียฉัน เธอต้องมีความสุขสิบัวหอม เธออยากแต่งงาน อยากเป็นเมียฉันไม่ใช่หรอกถึงได้คิดวางยานอนหลับฉัน จัดฉากให้ทุกคนรู้ว่าเรามีอะไรกัน!” ชายหนุ่มเข้าใจผิดคิดว่าบัวหอมเป็นคนลงมือทำ เห็นนิสัยดีๆ อ่อนหวาน เงียบๆ อย่างนี้ร้ายลึกกว่าที่คิด
“บัวบอกไปตั้งหลายรอบว่าบัวไม่รู้เรื่องด้วย สักวันบัวจะต้องพิสูจน์ให้พี่ริคเห็นว่าวันนั้นเมื่อสองอาทิตย์ว่าใครเป็นคนทำ!” เมียชังเริ่มที่จะสะบัดตัวออกจากสามี ถึงแม้ว่าเธอจะรักพี่ริคมากแค่ไหน แต่ถ้ามาทำร้ายกันแบบนี้ เธอจะไม่ขอทน
“ผู้ร้ายปากแข็ง นังผู้หญิงเพศยา ฉันจะทำให้เธอรับรู้ถึงความเจ็บปวดมากที่สุดในชีวิตผู้หญิงอย่างหล่อน”
มาริคผลักร่างบางออกอย่างเต็มแรงด้วยความขยะแขยง ก่อนจะออกไปจากเรือนหอรักร้างเพื่อควงสาวซื้อกินต่อที่คอนโดทุกคืน
“อย่าร้องไห้สิบัวหอม ใครที่เคยทำให้เราเจ็บ คนนั้นจะต้องเจ็บปวดกว่าเราหลายเท่า!”
ภรรยาแต่งพยายามจะไม่ปล่อยโฮ ปลดปล่อยความเจ็บปวดออกมาตั้งแต่แอบหลงรักคนใจร้าย คนใจดำอย่างเขา เธอจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายตัวเองอีกแล้ว เธอจะขอปกป้องศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงไม่ยอมให้ผู้ชายทำร้ายร่างกายจนเจ็บบอบช้ำ
“ฮึก คนใจร้าย คนใจดำ บัวไม่น่าหลงรักพี่ริคเลย”
ปรวีร์ถูกคุณแม่บัวหอมเอ็ดดุจนหน้าหงอย เขาต้องขอโทษเด็กหญิงกิ่งพยอมอย่างบังคับ เด็กชายเก็บกดความโกรธเคืองกับเธอเอาไว้ในใจ ถ้าเจอกันอีกเมื่อไหร่ เขาจะทำให้เธอเจ็บตัวเหมือนกับที่เธอวิ่งชนเขาจนเจ็บหัวเข่า “เจ็บครับแม่ ทาเบาๆ หน่อยไม่ได้หรือไงครับ ผมเจ็บ” หลังจากอาบน้ำแต่งตัวใหม่เสร็จ ปรวีร์ต้องมานั่งทายาตรงหัวเข่าน้อยสองข้าง “แม่ทาเบาอยู่นี่ไงครับลูกวีร์ ถ้าหากลูกวีร์ไม่คิดจะวิ่งไปข้ามรั้วไร่องุ่นตรงนั้น หนูกิ่งพยอมคงไม่มาวิ่งชนลูกวีร์ของแม่หรอก เราเป็นผู้ชาย ยังไงต้องให้เกียรติผู้หญิง ผู้ที่อ่อนแอกว่าตัวเองนะลูก” “มีแต่คุณแม่คนเดียวที่เข้าข้างผม คุณพ่อกับพี่เมศกลับเข้าข้างยัยเด็กผู้หญิงคนนั้น” ปรวีร์เกลียดเด็กผู้หญิงคนนั้นเข้าไส้ แม้แต่ชื่อก็เอ่ยออกมาไม่ได้! “อย่าคิดแบบนั้นมันไม่น่ารักเลยรู้ไหม หนูกิ่งพยอมเป็นลูกสาวของเพื่อนพ่อที่ทำไร่องุ่นติดกับไร่ของพ่อเรา ยังไงวีร์ก็ต้องเอ็นดูน้องกิ่งเหมือนพี่เมศของลูกนะ” “ฮึ!” นายน้อยแห่งไร่ภูฟ้าคนใหม่ในอนาคตกอดอกอย่างเอาแต่ใจตัวเอง คนอย่างเขาไม่มีทางยอมพ่ายแพ้ใคร ปรวีร์ สกุลเรวัติต้องเป็นหนึ่งไม่รองใคร (ยกเว้นพี่ชาย) บัวหอมส่ายหัวเล็กน้อยก
เมื่อปิดเทอมใหญ่ทีไหร่ มาริคต้องพาพวกลูกและเมียมาเที่ยวพักผ่อนอยู่ที่ไร่ภูฟ้าทุกครั้ง ซึ่งปรวีร์ ลูกชายคนรองเรียกร้องคนเป็นพ่อให้พามาที่นี่อยู่เป็นประจำ ปีนี้คุณย่านวลนภาแก่ลงทุกที มีโรคประจำตัวทำให้ไม่สามารถออกมาเที่ยวได้ดั่งใจเหมือนสมัยก่อน มีป้าหนิงคอยดูแลคุณหญิงท่านอยู่ไม่ห่างกาย “นายใหญ่ คุณหนูบัวมาแล้วเหรอคะ” แม่นมที่มีอายุเพิ่มมากขึ้นมีคนดูแลประคองออกมาต้อนรับนายใหญ่แห่งไร่ภูฟ้า “แม่นมไม่ต้องออกมาต้อนรับผมก็ได้ครับ ลูกๆ มาหาแม่นมของพ่อหน่อยเร็ว” เพียงได้ยินคำสั่งของพ่อมาริค ลูกชายกับลูกสาวแสบซนรีบวิ่งเข้ามาหาตรงหน้าคุณพ่อ “สวัสดีครับ/ค่ะแม่นม” ลูกชายสามคนและลูกสาวอีกสองคนของนายใหญ่พร้อมเพรียงยกมือไหว้สวัสดีผู้มีอาวุโสมากกว่า ท่าทางกิริยา อ่อนน้อมถ่อมตน คุณแม่บัวหอมสั่งสอนพวกลูกมาเป็นอย่างดี “ตายจริง น่ารักน่าชังจัง นายน้อยและคุณหนูของนม” แม่นมรู้สึกรักและเอ็นดูพวกลูกทั้งห้าคนของนายใหญ่มาริคเสียแล้วสิ “พ่อคร้าบ ผมขอพาพี่เมศไปตรงโน้นได้ไหมครับ” ปรวีร์หันมาส่งสายตาปริบๆ ขอร้องบิดาของพวกเขา “ได้ครับลูก เพลิง ดูแลลูกชายของฉันให้ดีๆ ละ” ชายหนุ่มเอ่ยสั่งหัวหน้าคนงานในไร่ “ครั
“ทำงานห่วยแตกภาษาอะไร ทำอะไรก็ชักช้า ไม่ได้เรื่อง! ฉันไล่เธอออก” “แต่พลับเป็นนักศึกษาฝึกงานใหม่นะคะท่านประธาน โปรดให้โอกาสพลับด้วยเถอะค่ะ” เสียงตวาดดังลั่นของท่านประธานมาริคด้วยอารมณ์โมโหเกรี้ยวกราด ตั้งแต่ชายหนุ่มแพ้ท้องแทนเมีย เขารู้สึกหงุดหงิดง่าย เห็นอะไรขัดหูขัดตาเล็กน้อยก็โกรธจัดจนแทบควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ พลับพลึงเป็นเด็กนักศึกษาเข้ามาฝึกงานที่นี่เป็นวันแรกตามที่อลัน ลูกน้องคนสนิทหามาให้ทำงานหน้าที่เลขาแทนชั่วคราวจนกว่าท่านจะหาเลขาคนที่ถูกใจมาทำงานได้ แต่หล่อนไม่เข้าใจว่าทำไมท่านประธานต้องโกรธจัดขนาดนั้น “ฉันไล่เธอออก เธอก็ต้องออกไปจากที่นี่ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนให้ยามด้านล่างขึ้นมาลากตัวหล่อนออกไป!” ยามที่มาริคโกรธฉุนเฉียวจัด ลูกน้องของเขาแต่ละคนแทบจะมองหน้าเจ้านายหนุ่มไม่ติด เลขาเก่าก็เป็นภรรยาสุดรักของเขาที่สั่งห้ามไม่ให้ทำงาน อ้างว่ากำลังตั้งท้องอ่อนและต้องเลี้ยงดูพวกลูกแสบซนถึงสี่คน “ปะ ไปแล้วค่ะ” นักศึกษาฝึกงานใหม่เข้ามาทำงานเป็นเลขาฝึกหัดของเขาวันแรกก็ถูกไล่ออกเสียแล้ว พลับพลึงเดินสวนทางกันกับภรรยาของมาริค บัวหอมไม่ชอบอารมณ์เอาแต่ใจของเขา ทุกครั้งที่อลั
รถโรงพยาบาลรีบมายังบ้านร้างท้ายเมืองหลวงตามคำบอกว่ามีคนกำลังจะคลอดลูกที่นี่ เพียงพวกเขามาถึงก็ได้ยินเสียงเด็กร้องดังจากด้านในบ้านตรงนั้น “เมียผมคลอดลูกแล้ว” มาริคจำเป็นต้องทำคลอดลูกด้วยตัวเอง เด็กชายทารกแรกเกิดอยู่ในเสื้อสูทของเขาที่ห่อหุ้มพันตัวเอาไว้พลางส่งเสียงร้อง “พี่ริค ลูก” น้ำเสียงอ่อนแรงของคนที่เพิ่งเบ่งคลอดลูกออกมาในบ้านร้าง เพราะอั้นเอาไว้ไม่อยู่ “ลูกของเราปลอดภัยดี คลอดง่ายแบบนี้ เตรียมมีลูกคนที่สี่รอได้เลย” ริมฝีปากหนาประทับจูบกลีบปากนุ่มอย่างอ่อนโยน เขาต้องขอบคุณเธอมากกว่าที่ให้กำเนิดทายาทของเขารวมถึงสามคนในตอนนี้ “อื้ม พี่ริค บัวไม่ไหว” คุณแม่ลูกสามรีบปฏิเสธเขาทันควันโดยไม่ต้องคิดมาก การมีลูกได้แต่ละทีต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวด เธอแทบไม่มีแรงจะเบ่งคลอดลูกคนต่อไปแล้ว คนเพิ่งคลอดลูกคนที่สามหมาดๆ ถูกนำตัวส่งทำความสะอาดตัวเด็กที่โรงพยาบาล บัวหอมหมดสติด้วยความอ่อนเพลียตั้งแต่เจอหน้าลูกชาย โดยมีมาริคคอยตามประกบอยู่ไม่ห่างกาย บัวหอมรู้สึกตัวขึ้นอีกทีก็ได้ยินเสียงเด็กแฝดร้องด้วยความดีใจที่จะได้เจอหน้าน้องชายของพวกเขา “บัวฟื้นแล้ว ดูลูกชายของเราสิหน้าตาเหมือนพี่ชายของเขา
“โอ้ก อ้าก” “ท้องมาห้าเดือนกว่าแล้วนะ ยังไม่หายแพ้ท้องอยู่อีกเหรอ” มือหนาลูบหลังของบัวหอมที่กำลังโก่งคออาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตาย ผ่านมาสี่เดือนกว่าที่หญิงสาวบอกข่าวดีกับชายหนุ่มว่าตั้งท้องลูกคนที่สาม แน่นอนว่าเขาตะโกนดีใจดังลั่นทั่วบ้านและมั่นใจว่าต้องเป็นผู้ชาย มาริคตั้งใจว่าถ้าหากบัวหอมคลอดลูกคนที่สามเมื่อไหร่ เขาจะขอเธอแต่งงานใหม่ทันที “แหวะ อ้วก พี่ริคพาบัวออกไปล้างปากหน่อย” เธอแสบคอไปหมด ไม่มีเรี่ยวแรงจะลุกเดินไปไหน ชายหนุ่มประคองร่างคนท้องนูนใหญ่ประมาณห้าเดือนกว่าออกมาจากห้องน้ำ หลังจากล้างหน้าล้างปากให้เรียบร้อย หญิงสาวแพ้ท้องหนักกว่าท้องสาวแรกเสียอีก “เป็นยังไงบ้าง ยาดมไหม” มาริคจำเป็นต้องส่งงานไปให้รองประธานบริษัททำแทน เพราะเป็นห่วงเมียกับลูกที่ท้องใหญ่ “ไม่เป็นไรค่ะ บัวหายคลื่นไส้แล้ว ว่าแต่ปรเมศกับมาลินล่ะคะ บัวอยากเจอพวกเขา” มือเล็กลูบไล้หน้าท้องนูนใหญ่อย่างเบาๆ ลูกคนที่สามชอบดิ้นแรงมาก แรงเสียจนเธอแทบจุกเสียดท้องจนนอนไม่ได้ “เดี๋ยวพี่ลงไปตามสองแฝดชายหญิงมาให้นะบัว ขอหอมแก้มลูกในท้องหน่อย” ว่าที่พ่อลูกสามตีหน้ามึนก้มลงมากดจูบหน้าท้องนูนใหญ่ในชุดคลุมท้องของหญิง
ก่อนที่ท่านประธานหนุ่มจะเอ่ยบอกความจริงเรื่องชาติกำเนิดของบัวหอม เด็กกำพร้าที่เก็บมาเลี้ยงจากถังขยะหน้าบ้านของคุณหญิงนวลนภา ประตูห้องถูกเปิดออกเป็นคุณหญิงแม่อุ้มหลานแฝดที่ส่งเสียงดัง เพราะอยากเจอหน้าแม่ของพวกเธอ “หนูบัว ฟื้นแล้วเหรอลูก” “ค่ะคุณแม่ หายดีแล้ว ปรเมศ มาลินมาให้แม่อุ้มหน่อยค่ะ” บัวหอมรีบผละออกจากคนตัวโตพร้อมปาดน้ำตาออกมาอย่างลวกๆ มาริคถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่คุณแม่เข้ามาขัดจังหวะสวีทหวานกับเมียรักของเขาเสียจริง เขาแอบคิดว่าค่อยหาเวลาบอกความจริงเรื่องนั้นแก่บัวหอมรับรู้ก็แล้วกัน “ผมขอตัวไปหาหมอเพื่อมาตรวจดูอาการของบัวก็นะครับ” ชายหนุ่มขอตัวออกจากห้องพักฟื้นคนป่วย “ลูกของบัวไม่ดื้อใช่ไหมคะคุณแม่” คุณแม่ลูกอ่อนอุ้มลูกชายกับลูกสาวคนละข้าง ปรเมศกับมาลินเห็นทรวงอกใหญ่ตรงหน้าพร้อมเอามือแตะตรงหัวนมราวกับอยากกินนมแม่ “ไม่ดื้อเลย หลานแฝดของย่าน่ารักน่าเอ็นดูทุกคน หลานทั้งสองอยากกินนมแม่ก็เลยมาหาหนูบัวเช้าหน่อยนะจ้ะ” ขวดนมที่บัวหอมปั๊มนมเอาไว้หลายขวดก็หมดตั้งแต่เมื่อคืน โดยเฉพาะปรเมศกินนมจุกว่าน้องสาวแฝดหลายเท่า “สงสัยพวกลูกคงอยากกินนมแล้ว บัวขอให้นมลูกก่อนนะคะคุณแม่” “จ้ะ ต







