Mag-log in“เพียงต้องมางานแต่งของน้ำตาลกับคุณวิชญ์ให้ได้นะ” เพียงใจยิ้มรับเซียวๆก่อนวางสายลง งานแต่งเพื่อนสนิทของเธอกับผู้ชายคนนั้นอีกตั้งหลายเดือน แล้วเธอจะกล้าหอบลูกในท้องที่เริ่มโตขึ้นเรื่อยๆไปงานแต่งของคนเป็นพ่ออย่างเขาได้อย่างไร …
view more“ผมไม่ต้องการผู้ช่วย หรือเลขา หรืออะไรทั้งนั้น”คนพูดบอกเสียงไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก
“ไหน ไอ้เคนมันว่าแกประกาศรับผู้ช่วย”
“ผมต้องการผู้ช่วยผู้ชาย ไม่ใช่เด็กเส้นแบบแม่นี่”
“หนูเพียงไม่ใช่เด็กเส้น”
บอกอย่างเอ็นดู เพราะเล็งเห็นความสามารถอันล้นเหลือ ความมุ่งมั่น อีกทั้งความรับผิดชอบที่คิดไว้ว่ามองไม่พลาดไปได้ เพียงใจนั้นมีสิ่งเหล่านั้นอยู่อย่างเต็มเปี่ยม
“ฮึ! อย่ามาเปลืองน้ำลายเลยครับ ผมบอกว่าไม่ก็ไม่”
“ถ้าอย่างนั้น ฉันจะปลดแกออกจากที่นี่ แกออกไปก่อตั้งตัวเองใหม่ พาแม่ของแกไปด้วย”
“ ! ”
วิชญ์ไม่ได้แคร์กับไอ้เรื่องถูกปลด แต่เขาแคร์แม่ที่เลี้ยงเขามาแต่เกิด ท่านนอนตรมตรอมใจอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะความไม่รู้จักพอในตัณหาราคะของคนเป็นพ่อ วิชญ์ได้แต่ยืนเงียบ มองบิดาด้วยสายตาแข็งกร้าว
“พ่อจะได้เอาหนูเพียงใจมาช่วยงานเอง ส่วนแกจะไปไหนก็ไป”
“ตัณหาคนแก่นี่ ไม่มีทางหายเลยสินะครับ”
“ถ้ายังอยากบริหารงานที่นี่แกต้องรับหนูเพียงไว้” ยื่นคำขาด ก่อนจะพูดยิ้มๆ“แล้วแกจะรักหนูเพียงแบบที่พ่อเอ็นดู อย่าเล่นสกปรกก็พอ”
“เล่นสกปรกอย่างนั้นหรือครับ”
“ฉันเตือนแกไว้ก่อน ว่าอย่ายุ่งกับน้อง”
“โธ่...ต่อให้มานอนแก้ผ้ารอ ผมยังไม่อยากจะมองเลย ไม่มีทางที่ผมจะแตะยัยเด็กนั่น”
“จำคำพูดแกเอาไว้นะวิชญ์”
อานนท์จากไปแล้ว และทิ้งยัยเด็กนั่นเอาไว้ที่หน้าห้องทำงานของเขา มาคุยกันวันนี้ แล้วก็จะให้ทำงานวันนี้เลย มีที่ไหน วิชญ์อยากจะบอกว่ามีที่นี่ที่เดียวเท่านั้น
เด็กสาวในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัย เสื้อนักศึกษาตัวใหญ่โคร่งเหมือนเอาเสื้อผู้ชายมาใส่ ทับเข้าไปในกระโปรงพีทสีดำยาวกรอมเท้า สวมรองเท้าคัทชูสีดำไม่มีส้นหมดสง่าราศีของความเป็นสตรีอย่างที่สุดเท่าที่ผู้ชายอย่างวิชญ์เคยเห็นมา พอเงยขึ้นมองใบหน้าของเด็กสาวก็เห็นถึงความเรียบเฉยไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ทั้งยังสวมแว่นสายตากรอบสีดำสนิททรงกลมโตบิดบังใบหน้าไปเกือบครึ่ง
‘สภาพแบบนี้น่ะหรือ ไม่ได้ดึงดูดผู้ชายเลยสักนิด’
วิชญ์คิดอย่างดูแคลน เขาไม่ใช่คนปากมาก ปากไวที่คิดแล้วจะพูดออกมาทันที แต่วิชญ์มีสีหน้าแววตาที่ร้ายไปกว่านั้น เขาเป็นพวกพูดน้อยแต่ข่มคนเก่ง
คิดจะเอายัยเด็กนี่มาทำงานคลุกคลีและหวังจะให้คนอย่างเขาถูกใจก็ลองดูว่าจะทำได้ไหม อรสาที่เป็นป้าของยัยนี่คงอยากจะเอาหลานสาวมาจับเขาด้วยอีกคนสินะ หลังจากฉกพ่อของเขาไปจากแม่ได้ มั่นหน้ากันนักใช่ไหม เขาจะทำให้มันเป็นฝันร้ายของสองป้าหลานนี่เลย คอยดู!
วิชญ์ถามกลับด้วยความรำคาญ ไม่ทันจะได้คุยอะไรกันอีก วิชญ์ก็ถลาเข้าไปหาคุณอานนท์ เขาเกือบเข้าไปประคองบิดาไม่ทัน เมื่อคุณอานนท์ยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายแล้วเซคล้ายจะล้มลงไปกองที่พื้น นาทีต่อจากนั้นถึงได้เริ่มโกลาหลขึ้น รถพยาบาลถูกตามเข้ามารับตัวคนป่วยในเวลาไม่นานจากนั้น แพทย์แจ้งว่าคุณอานนท์หัวใจวายเฉียบพลันจนต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยด่วนวิทยาการทางแพทย์ล้ำไปมากทีเดียว คุณอานนท์ผ่าตัดไม่กี่วันก็ลุกขึ้นยืนเดินและใช้ชีวิตได้เป็นปกติ มีไม่กี่อย่างที่หมอสั่งห้ามและคนป่วยก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี วิชญ์ไม่ได้เข้าไปดูบิดาของเขาแม้แต่วันเดียว ความเจ็บปวดที่มีในความทรงจำของชายหนุ่มสร้างทิฐิสูงลิบ แม้อีกฝ่ายจะล้มหมอนนอนเสื่อ กำแพงที่คนเป็นลูกสร้างขึ้นมาก็ไม่ได้ทลายลงแม้แต่นิดเดียว ทุกเรื่องผ่านเคนผู้ช่วยมือขวาของเขา คุณอานนท์ปลอดภัยดีและออกจากโรงพยาบาลในเวลาต่อมา วิชญ์รับรู้แค่นั้นอรสานั้นออกจากโรงพยาบาลและกลับไปอยู่บ้านแล้วเช่นกันส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเพียงใจกับวิชญ์ก็เหมือนถูกแช่แข็งเอาไว้เช่นนั้น เพียงใจทำงานกับเขาเป็นปกติ พูดคุยเฉพาะเรื่องงาน ไม่สบตาเขาเพราะเรื่องราวที่หวาดกลัวในใจยังไม่กระจ่าง
หากเธอเป็นลูกของอรสา ที่มีบิดาเป็นคุณลุงอานนท์ ถ้าอย่างนั้น วิชญ์กับเธอ...ก็คือพี่น้องกันน่ะสิ!“มองหน้าแปลกๆ มีอะไรจะพูดก็พูดมา”อรสาที่นั่งเอนหลังพิงเตียง หยิบผลไม้บนโต๊ะกินแล้วถามเสียงห้วนๆใส่เพียงใจ หลังจากได้ยินเรื่องในห้องน้ำ เพียงใจรู้สึกว่าใจไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัว ร้อนสลับหนาวแปลกๆ แต่จะออกปากถามตรงๆก็กลัวความจริงที่ได้ยิน“ไม่มีอะไรค่ะ แล้วนี่...คุณลุงอานนท์มาเยี่ยมป้าสาหรือยังคะ”อรสาว่าด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย “ยัง”“ให้เพียงเฝ้าไหมคะคืนนี้”“ไม่ต้องหรอก เออ...ป้าว่าจะถามแก หายไปไหนไม่มาเยี่ยมป้าเลย”ก็วันที่เธอหายไปนั่น มันมีเรื่องขึ้นมาอีก เรื่องที่ทำให้เพียงใจใจคอไม่ดีขึ้นมาบ้างแล้วหากว่าเป็นความจริง ตอบท่านไปตามความจริง“ไปธุระเรื่องงานกับคุณวิชญ์มาค่ะ”อรสาหยุดเคี้ยวแล้วมองหน้าเธอด้วยแววตาอ่อนแสงลง “ต่างจังหวัดเหรอ”“ค่ะ”“อือ ดีแล้ว ทำตัวดีดี เขาจะได้รักเอ็นดูแก สงสารแกบ้าง’อรสาไม่ว่าอะไรอีก เพียงใจอยู่ด้วยอีกครู่ใหญ่อีกฝ่ายก็ไล่ให้กลับหอพักไปเพราะดึกแล้วจะเดินทางลำบาก เพียงใจร่ำลาผู้เป็นป้าแล้วเดินกลับออกมาพร้อมความคิดวนเวียนเรื่องที่ได้ยินนั่นอีกครั้งหากเธอกับวิช
เพียงใจเลยต้องตามชนิตามาที่ร้านของอิทธิในที่สุด งานวันเกิดของอิทธิไม่ได้จัดเลี้ยงแบบทุกปี คงเพราะเจ้าตัวบ่นว่าไม่อยากเห็นตัวเลขบนเค้ก เลยเป็นการกินอะไรกันง่ายๆกับเด็กในร้าน แถมร้านยังเปิดให้บริการอีกด้วย เจ้าของร้านบ่นว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี จะปิดร้านบ่อยๆก็ใช่ที่ เลยแบ่งโซนเอาไว้จัดเลี้ยง คนไหนกินอิ่มให้ผลัดเพื่อนมากินบ้าง บรรยากาศแบบพี่น้อง สบายๆอย่างที่อิทธิต้องการให้เป็น นั่งกันได้ครู่ใหญ่ ชนิตาเดินแยกออกไปรับสายสนทนาเห็นหลังไวไวว่าเปิดห้องทำงานของอิทธิไปแล้ว บนโต๊ะเลยมีเจ้าของวันเกิดนั่งกับเพียงใจสองคน“เป็นไงบ้างงานเรา” อิทธิถามขึ้นทำลายความเงียบ ผิดสังเกตบ้างกับท่าทีเซื่องซึมของเพื่อนน้องสาว ปกติเพียงใจไม่ใช่คนร่าเริงแบบชนิตา แต่ก็ไม่ใช่แบบที่จะมานั่งหงอเช่นนี้เพียงใจรู้สึกตัวแล้วรีบดึงสติกลับมาตอบ “...เรื่อยๆค่ะ”“นี่สนใจมาช่วยที่ร้านพี่ไหม”“ให้เพียงทำอะไรคะ”“เราเคยทำอะไรมา ผู้ช่วยนายวิชญ์ไม่ใช่เหรอก็มาช่วยงานพี่ที่ร้านนี่ไง เวลาพี่ไปออกทริป จะได้มีคนคอยดูแล”“อ้าว แล้วคุณเหมียวละคะ” เพียงใจที่พอรู้จักกับคนในร้านบ้าง ถามถึงผู้จัดการร้านของอิทธิ“ลาออกไปแล้ว”“เหรอคะ”“เจ้าน
“ถึงแล้วหรือคะ” วิชญ์ไม่ได้ตอบคำถาม เขาก้มลงต่อตั้งใจจะจุมพิตคนตรงหน้าให้จงได้ เพียงใจที่เพิ่งตื่นและสติเริ่มกลับคืนมาบ้างแล้วเบี่ยงหน้าหลบได้ทัน คนจ้องเอาเปรียบเลยได้ทาบลงที่ซอกคอของเธอแทน แต่ตรงนี้เขาก็ถือว่ายังกำไรอยู่ดี ตรงไหนบนตัวของเพียงใจก็ได้ทั้งนั้น เขาชอบทั้งหมดบนเนื้อตัวนุ่มนวลนี่ บอกได้เลย “นี่คุณจะทำอะไรอีก” เพียงใจถามทั้งที่ยังเบี่ยงหน้าหลบอยู่ วิชญ์ตอบโต้งๆแบบคนหน้าด้าน ไม่รู้จักพอ “จูบ” เธอยกมือขึ้นดันหน้าเขาให้พ้นไปพร้อมกับว่าเสียงแข็ง “คนอะไรไม่มียางอาย” คนไม่มียางอายรับคำด้วยใบหน้าภาคภูมิใจเสียหนักหนา “ขอบคุณ” เพียงใจเม้มปากแน่นอย่างขุ่นเคืองแล้วปลดเข็มขัดนิรภัยออก เปิดประตูหอบของข้างๆตรงที่วางเท้าเดินจากไปโดยไม่มองกลับมาที่เขาอีกเลย วิชญ์มองตามจนหญิงสาวลับตาไปด้วยความรู้สึกวูบโหวงแปลกๆ แล้วกระตุกยิ้มอย่างดูแคลนหึ! ผู้หญิง! กลับเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกปั่นป่วนมวนในช่องท้องจนอยากจะสำรอกออกมานัก ทยอยเก็บของออกจากกระเป๋าจนหมด ตรงเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเรียกสติของตนเองให้กลับคืนมาหัวหนักอึ้งรา