เข้าสู่ระบบ“ใครจะไปรู้ ในงานเมื่อวานมันยุ่งมาก”
อภินันท์แก้ตัวไปเรื่อย รีบตัดบทเลี่ยงพาเพื่อนสนิทไปส่งที่หน้าบ้านแทน
“ฉันไปก่อนแล้วกัน” ประกิตพูดกับเพื่อนรักพร้อมทั้งตบบ่า
“เออ... ขอบใจนายมาก” อภินันท์พูดขอบใจเพื่อนรัก
“ภรรยานายสวยดีว่ะ” ประกิตพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนเดินขึ้นรถไป แต่นั่นกลับยิ่งทำให้อภินันท์อึ้ง รวมถึงพานโกรธไม่พอใจไปถึงคนที่หลับอยู่บนเตียงนอนในห้องเป็นทวีคูณ
“ขนาดหลับยังทำให้คนอื่นเห็นใจอีก หว่านเสน่ห์ไปทั่วเลยนะยัยจืด” อภินันท์พูดด้วยความหงุดหงิด
ร่างสูงเดินขึ้นบ้านอย่างรวดเร็ว เขาเปิดประตูห้องนอนเข้าไปมองคนที่เป็นลมหมดสติกำลังทานข้าวต้มอยู่บนเตียง โดยมีป้าชื่นกับน้องชายตัวดีกำลังพะเน้าพะนอกันใหญ่ นึกหมั่นไส้ขึ้นมาครามครั่น มือน้อยสั่นขณะยกข้าวต้มขึ้นทานพร้อมทั้งสะดุ้งเมื่อเห็นคนที่เข้ามาในห้อง
อภินันท์เดินเข้ามาพูดเสียงราบเรียบกับคนในห้องที่รู้สึกว่าเกะกะสายตาของเขาเป็นอันมาก
“ป้ามีอะไรก็ไปทำเถอะครับ ส่วนนายด้วยไอ้น้อย อยากจะไปไหนก็ไป มานั่งทำตาเชื่อมอยู่ได้”
อภินันท์ไล่ป้าชื่นกับน้องชายตรงๆ ถึงแม้เสียงจะไม่ได้ตวาดแต่ทำให้ทั้งสองจำต้องเดินออกจากห้องไปในทันที
เมื่อทั้งสองออกไปจากห้องแล้ว ร่างสูงเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาบนเตียงช้าๆ
นิรดากำช้อนแน่นหวาดกลัว มือน้อยสั่นไหวจนข้าวต้มหกบนที่นอนอย่างไม่ได้ตั้งใจ
“ทำข้าวต้มหกแบบนี้สกปรกที่นอนหมด แล้วนี่เป็นอะไรอีก อย่ามาทำสำออยไปหน่อยเลย”
อภินันท์นั่งลงบนเตียงใกล้กับภรรยาสาว นิรดาสะดุ้งตกใจอีกรอบมือสั่นจนช้อนตกบนพื้นเตียง
“พี่ใหญ่” นิรดาก้มลงเก็บช้อนด้วยความหวาดหวั่น
ชายหนุ่มกระชากมือเรียวที่ก้มลงหยิบช้อนจนมันตกลงไปอีกรอบ
“อย่ามาทำสำออย ฉันไม่ใช่ป้าชื่นกับไอ้น้อยที่จะสงสารเธอ” อภินันท์พูดเสียงดุ มือหนาบีบต้นแขนทั้งสองข้างเพื่อจะบอกว่าอย่ามาทำเป็นหน้าซื่อตาใสใส่เขาอีก
นิรดากลัวเขาจับใจ ผลักร่างหนาพร้อมทั้งดันอกกว้างของเขาออก น้ำตาพานจะไหลอีกแล้ว
อภินันท์ผลักร่างบอบบางลงบนที่นอนหนานุ่ม ร่างน้อยเอาผ้าห่มมาห่มไปทั่วกาย คลุมไปบนศีรษะเพราะไม่อยากเห็นหน้าเขา
“เป็นอะไรอีกนี่ ร้องไห้เหมือนกับใครตาย ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลย” อภินันท์ถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด มองภรรยาสาวใต้ผ้าห่มที่คลุมร่างจนมิด แถมยังร้องไห้สะอึกสะอื้นตัวโยน
เขากระชากผ้าห่มออกมาโมโหที่เธอไม่พูดไม่จา เอาแต่ร้องไห้จนเขานึกรำคาญใจ
เขาไม่ชอบคนอ่อนแอ ไม่ชอบน้ำตาผู้หญิง มันทำให้เขาหงุดหงิด ทำให้เขาดูร้ายกาจ
“ถามว่าเป็นอะไร” อภินันท์ใช้มือหนาจับแขนบอบบางของภรรยาสาวรั้งขึ้นมาจากที่นอนหนานุ่ม เพื่อให้มาพูดกันให้รู้เรื่อง
นั่นยิ่งทำให้นิรดากลัวจับใจ ดวงตาหวาดหวั่นนั้นทำให้เขาโมโหเธอเข้าไปอีก น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาไม่ขาดสาย
เธอไม่เคยถูกปฏิบัติเช่นนี้มาก่อน บิดามารดาบุญธรรมเลี้ยงมาไม่เคยดุด่าว่ากล่าวเลยแม้แต่น้อย
“พี่ใหญ่อย่าทำอะไรน้องหนูเลย น้องหนูกลัวจริงๆ”
นิรดาไหว้เขาด้วยความหวาดกลัว ยอมรับว่ากลัวเสียงดังๆ ดุๆ ของเขาจริงๆ เธอสะอื้นฮักๆ เหมือนเด็ก นั่นยิ่งทำให้เขาไม่พอใจมากขึ้น
อภินันท์ก้มลงมองเม็ดข้าวที่ติดอยู่ที่มุมปาก สายตาคมมองริมฝีปากอิ่มสวยสีชมพูระเรื่อที่กำลังสั่นระริก
เขาค่อยๆ ก้มหน้าลงไปหาใบหน้าสวยหวาน นิรดาหลับตาแน่น หัวใจดวงน้อยสั่นระรัว ใบหน้าสวยใสเบี่ยงหลบใบหน้าที่ก้มลงมาหา แต่หนีไม่พ้นเพราะเขาจับร่างบอบบางเอาไว้แน่น ชายหนุ่มแลบลิ้นอุ่นจัดออกมาเลียเม็ดข้าวเข้าไปในปาก ก่อนจะพูดเสียงทุ้มสั่นพร่า แตกต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
“กินข้าวยังไง เม็ดข้าวติดเลอะเทอะที่ปาก”
ชายหนุ่มพูดใกล้กับใบหน้าสวยหวาน น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปทำให้ นิรดาเงยสบสายตาแกร่งกล้าที่มองมา
ไม่ค่อยจะเข้าใจอารมณ์ของเขา ดวงตากลมใสไร้เดียงสากำลังสบดวงตาคมกล้าที่ทอดมองมาด้วยความสับสน แต่แฝงเอาไว้ด้วยความหวาดหวั่นเหลือกำลัง
อภินันท์ค่อยๆ ก้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปจุมพิตกลีบปากอวบอิ่มสีสดที่กำลังสั่นระริกอย่างหักห้ามใจไม่อยู่
เธอดูไร้เดียงสาน่าสัมผัสไปหมด เขากำลังต้องการเธออย่างรุนแรง สัมผัสบางเบาทำให้ร่างบางตัวแข็งทื่อเพราะไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดี ลิ้นหนาตวัดเลียรอบริมฝีปากหอมหวานเพื่อเชยชิมรสชาติละมุน
ชายหนุ่มใช้ประสบการณ์ที่เหนือกว่าค่อยๆ เปิดริมฝีปากของหญิงสาวออกเพื่อสอดแทรกลิ้นอุ่นหนาเข้าไปสัมผัสหยอกเย้ากับลิ้นน้อยแสนหวาน ที่กำลังกล้าๆ กลัวๆ จะสัมผัสกับลิ้นหนาของเขา
เขาเชยชิมความหวานในโพรงปากอุ่นชื้นโดยการจุมพิตหนักหน่วงขึ้น
อภินันท์ถอดถอนใบหน้าออกจากเรียวปากแสนหวานที่จุมพิตจนบวมช้ำด้วยความเสน่หา เพื่อสูดลมหายใจเข้าปอดอีกครั้ง
ลมหายใจหอบแรงของเขากำลังแสดงถึงความต้องการที่ร้อนแรง นั่นยิ่งทำให้นิรดาเริ่มได้สติอีกครั้ง
ร่างสูงค่อยๆ กดร่างของภรรยาสาวลงบนที่นอนกว้าง ร่างบางผวาตกใจ มือเรียวดันอกเขาเอาไว้ พร้อมทั้งดิ้นรนคลานหนีไปอีกด้าน
“จะไปไหน” อภินันท์ตามมากระชากร่างบอบบางที่คลานหนีเขามาใต้ร่างอย่างเอาแต่ใจ บดจูบทั่วซอกคอขาวผ่อง สัมผัสแสนหวานเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนทันที ไม่ให้หญิงสาวได้ทันตั้งตัว
นิรดากำหมัดทุบตีที่ไหล่หนาอย่างตกใจสัมผัสเร่าร้อนรุนแรงของเขา
“พี่ใหญ่ ปล่อยน้องหนู น้องหนูกลัว” อภินันท์ดึงรั้งเสื้อผ้าของหญิงสาวออกจากกายอย่างรวดเร็ว ตามแรงอารมณ์ที่กำลังโหมกระพือยากจะมอดดับลงได้ มีแต่จะลุกโพรงไปด้วยไฟปรารถนา กระหายอยากสัมผัสร่างหอมหวานที่กำลังต่อต้านเขา
“ไม่ปล่อย! จะดิ้นทำไม”
“ว้าย!” นิรดาสะดุ้งตกใจ เมื่อเสื้อผ้าขาดวิ่นด้วยฝีมือของเขา มือบางปกปิดส่วนต่างๆ ของร่างกายอย่างอับอาย
ชายหนุ่มกระชากร่างบอบบางเข้ามาหาอีกครั้งร่างน้อยดิ้นรนผลักไสตกใจระคนหวาดกลัว
“จะหนีไปไหน” อภินันท์คำรามคุกคามร่างน้อยที่กำลังสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ
นิรดาดิ้นรนอีกครั้ง ก่อนสติจะดับวูบไปเพราะหมดเรี่ยวแรงต้านทาน
“โธ่เว้ย! เป็นลมอีกแล้วเหรอนี่” อภินันท์สบถ ขัดใจที่เธอเป็นลมสลบไปอีกแล้ว เธอทำให้เขาอารมณ์ค้างอย่างรุนแรง
“ฟื้นขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลย” อภิรักษ์ตบแก้มสาวเบาๆ ด้วยความหงุดหงิดเป็นทวีคูณ เมื่อทำอะไรไม่ได้ จึงลุกขึ้นจากเตียงนอนกว้างอย่างโมโห
สายตาคมมองไล้เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นไปตามเรือนร่างขาวเนียนด้วยฝีมือของเขา
ร่างสูงถอนใจหนักหน่วง คิดว่าถ้าจะให้ป้าชื่นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ คงไม่ดีแน่ ดูจากสภาพเธอแล้ว ป้าชื่นจะคิดเช่นไร เขาจึงจำใจไปเปิดตู้เสื้อผ้าของภรรยาสาวออกเพื่อนำเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้เสียเอง
“นี่ฉันเป็นทาสของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ต้องมาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอแบบนี้” อภินันท์บ่นไปพลางเปลี่ยนเสื้อผ้าไปพลาง ความร้อนในกายยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณเนื่องจากไม่ได้รับการปลดปล่อย
ความอดทนของเขาหมดลงในที่สุด มือหนาเริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าของภรรยาสาวออกอีกครั้ง หลังจากที่สวมเสื้อผ้าให้เธอเสร็จเรียบร้อยแล้ว
สายตาคมกวาดไล้มองร่างขาวเนียนน่ากลืนกินไปทั้งเนื้อทั้งตัว เขาก้มลงซุกซบดูดกลืนกินร่างเปลือยที่ทำให้เขาแทบคลั่งตาย ถ้าวันนี้เขาไม่ได้รักเธอคงขาดใจ
อกอวบถูกดูดดึงเข้าไปในโพรงปากหนาอุ่นชื่นด้วยความกระหาย ริมฝีปากหยักหนากดไปทั่วร่างเปลือยเปล่าที่นอนไม่ได้สติ
มือหนายกเรียวแขนขาวผ่องที่เรียวสวยขึ้นสูง กดจุมพิตไปทั่วเพื่อสูดดมความหอมกรุ่นของผิวเนื้ออ่อน ริมฝีปากหนาจุมพิตตลอดลำแขนทั้งสองข้างจนเป็นรอยแดงเพราะการดูดดึงหนักหน่วง
อภินันท์แนบใบหน้าหล่อลงไปพูดกับเลือดเนื้อเชื้อไขที่เกิดจากความรักของเขาอย่างเต็มเปี่ยม“พี่ใหญ่ขา...ลูกยังไม่ได้ยินหรอกคะ” นิรดาว่าเขาอย่างอายๆ“ใครบอกว่าไม่ได้ยิน ลูกสัมผัสถึงความรักของเราได้แล้ว ตอนที่มีชีวิตก่อเกิดขึ้นมาแล้วล่ะจ้ะ”อภินันท์แนบร่างขึ้นไปสวมกอดร่างนุ่มนิ่มอีกครั้ง“พี่สัญญาว่าจะดูแลน้องหนูกับลูกของเราให้ดีที่สุด”เขาจุมพิตไปอีกครั้งที่หน้าผากมนและแก้มนวล“นอกจากจะดูแลแล้วต้องตามใจน้องหนูด้วยนะคะ”นิรดาสำทับมาอย่างเจ้าเล่ห์“ได้สิคนดี น้องหนูบัญชาอะไรพี่จะทำตามทุกอย่าง”อภินันท์ให้คำมั่นสัญญาโดยไม่อิดออด นิรดาซุกซบใบหน้ากับอกกว้าง หญิงสาวหลับตาลงอย่างแสนอบอุ่นปลอดภัยในอ้อมแขนของเขาเธอคิดว่าต่อไปในอนาคตอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เธอยังมีเขาอยู่เคียงข้างเธอตลอดไป “ลูกรักของพ่อ โอ๋... อย่าร้องนะครับ” อภินันท์อุ้มเจ้าตัวน้อยแนบอกกล่อมไม่ให้ร้อง“โห... พี่ใหญ่เจ้าหนูของพี่ใหญ่ขี้แยชะมัดเลยครับ ไม่เหมือนยัยตัวน้อยของผม”“พูดมากนะนาย” อภินันท์หันไปว่าน้องชายด้วยความหมั่นไส้ เขาและน้องชายได้ลูกสาวเหมือนๆ กัน เลยโดนมารดาเหน็บแนบยกใหญ่ ว่าถ้าอยากได้ลูกชายคนต่อไปต้องจำศีลก่อนสามวัน
เสียงครวญครางไม่ขาดสายเพราะลิ้นร้ายกาจที่ทั้งขบเม้ม ดูดดึง โลมเลีย ดุนดันสลับกันไปมา เสียงหอบหายใจกำลังปล่อยออกมาจากเรียวปากอวบอิ่มไม่หยุดหย่อน มือหนาลากไล้ที่หน้าท้องแบนราบ ลากริมฝีปากขบเม้มสะดือของภรรยาสาว“พี่ใหญ่ขา...” นิรดาครางเรียกชื่อเขาเสียงพร่า เมื่อมือหนาเขาลูบเล่นที่ขาอ่อนเนียนสวยหนักหน่วงสลับกับแผ่วเบา เพื่อปลุกปั่นอารมณ์รัญจวนให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นมือหนากรีดกรายตามรอยแยกของกลีบกายสาว สัมผัสถึงความอ่อนหวานอ่อนไหวนิ้วร้ายกาจค่อยๆ สอดลึกเข้าไปทักทายสำรวจภายในช่อดอกไม้งาม น้ำหวานจากดอกไม้ช่อสวยหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสายใบหน้าคมเข้มตวัดลิ้นเชยชิมพร้อมกับการสอดนิ้วแกร่งเข้าไปทักทายหนักหน่วง เร่งเร้าให้หลั่งน้ำหวานออกมาให้เขาดื่มกินร่างบอบบางดิ้นเร่าๆ ควบคุมตัวเองไม่ได้ มือเรียวบางกำผ้าปูที่นอนแน่นระบายอารมณ์กระสัน ใบหน้าสวยส่ายไปมาบนหมอนใบโต ผมนุ่มสลวยสยายไปทั่ว ลิ้นหนาร้อนระอุและนิ้วมือร้ายกาจกำลังโจมตีเธออย่างหนักสะโพกหยัดขึ้นจากที่นอนหนานุ่มด้วยความกระสัน ร่างบางหยัดกายขึ้นรับความสุขสันต์หฤหรรษ์จากฝีมือการปรนเปรอของเขา มือเรียวละจากการกำผ้าปูที่นอนมากุมศีรษะของเขาแน่น กดให้ใบ
ริมฝีหยักหนาตวัดลิ้นสากร้อนระอุออกมาไล้เลียไปทั่วกลีบดอกสวยรำเพยครางพ่า ก้มใบหน้างามดูดดึงความเป็นชายของเขาอย่างเอร็ดอร่อย สะโพกผายส่ายไปมาด้วยความเสียวซ่านเมื่อสัมผัสถึงเรียวปากหนาที่กำลังลากเลียดูดดึงขบเม้มไปมาจนถ้วนทั่ว ลิ้นร้อนหนาแทรกเข้าไปทักทายในช่อดอกไม้งามเป็นจังหวะหนักหน่วงเรียกเสียงครางประสานกันลั่นห้องหยาดน้ำหวานหลั่งไหลออกมาจากดอกไม้งามช่อสวยสดไม่ขาดสาย บ่งบอกถึงความพรั่งพร้อมของเธอได้เป็นอย่างดีอภิรักษ์ยกร่างบางให้คุกเข่าที่กลางเตียง ค่อยๆ สอดประสานความแข็งแกร่งจากทางด้านหลัง รำเพยครางพร่าหยัดร่างเข้าหาเข้าด้วยความเต็มใจ“พี่น้อยขา..” รำเพยเรียกชื่อสามีเสียงหวานสั่นสะท้าน ร่างน้อยครางกระเส่าหอบพร่าเพราะแรงรักที่กำลังโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้ง เสียงครวญครางที่ดังจนเกินกว่าเหตุทำให้อภิรักษ์มันเขี้ยว หวดมือที่ก้นงอนงามลงทัณฑ์ไปสองสามทีก่อนที่จะขยำไปทั่วก้นงอนงามด้วยความเมามันในอารมณ์ ร่างน้อยแกล้งดูดนิ้วไปมาอย่างกระหาย กิริยายั่วยุอารมณ์ของภรรยาสาวทำให้เขามีอารมณ์มากยิ่งขึ้นอภิรักษ์สอดประสานร่างหนาใส่ร่างบอบบางไม่ยั้ง รำเพยกรีดร้องสะท้านสุขสมหมดแรงซบไปบนลำแขนเรียวชายหนุ่มพล
หญิงสาวคุยกับแพรไหมอีกสักพักจึงวางสาย นิรดายิ้มอย่างอารมณ์ดีเมื่อคิดว่าเธอจะแกล้งคนที่ทำให้เธอทุกข์ใจเสียให้เข็ด“พี่สาวยิ้มอะไรคะ” รำเพยถามนิรดา เมื่อเดินเข้ามาในบ้าน นิรดาจึงเล่าให้รำเพยฟัง“โห... นางมารร้ายกลับใจ แล้วพี่สาวจะทำยังไงต่อไปคะ” รำเพยถามยิ้มๆ เมื่อเห็นแววตาที่กำลังเป็นประกายของนิรดา เหมือนกำลังมีแผนการอันใดอยู่แม้นิรดาจะดูเงียบๆ เรียบร้อย ไม่ค่อยพูดแต่ใช่ว่าจะยอมอะไรใครง่ายๆนิรดาหันไปยิ้มกับรำเพย ก่อนจะกระซิบกระซาบเสียงเบาเหมือนกลัวใครจะได้ยินรำเพยหัวเราะถูกใจพูดเสียงสดใส ยอมรับในแผนการนั้น“ดีค่ะพี่สาว รำเพยมีเรื่องสนุกทำอีกแล้ว วันก่อนถ้าไม่คิดว่ายัยแพรไหมจะยั่วพี่ใหญ่กับพี่น้อย รำเพยไม่มีทางให้เข้าห้องนอนหรอกค่ะ จะให้นอนนอกห้องเสียให้เข็ด”นิรดายิ้มขำท่าทางดีใจของรำเพยที่ได้แกล้งคนอีกตามเคย หญิงสาวส่ายหน้าไปมา แต่นึกขำตัวเองด้วยเหมือนกันที่ตัวเธอคิดแผนการแกล้งสามีอย่างไม่ติดขัดเลยสักนิดสองหนุ่มมองหน้ากันอย่างมึนงงเพราะอยู่ดีๆ ภรรยาสาวกลับหนีขึ้นห้องหลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ แถมล็อกห้องลงกลอนแน่นหนาเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเปิด ทั้งๆ ที่พวกเขากำลังสบายอารมณ์ที่เคลียร์ป
ตอนนี้เธอก็ไม่ได้ตั้งใจจะยั่วเขาอีกเหมือนกัน เพราะระหว่างที่ผสมน้ำเสื้อนอนกลับไปโดนกับน้ำด้วยความไม่ตั้งใจเมื่อคืนเธออายจะแย่อยู่แล้ว เธอแค่อยากทำหน้าที่ภรรยาสาวที่ดีแก่เขาเท่านั้น“นี่ขนาดไม่ได้ยั่ว” ชายหนุ่มหัวเราะเสียงใส ไม่ฟังเสียงประท้วงรั้งร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นถอดชุดนอนแสนบางเบาออก เขารั้งร่างงามลงอ่างไปอาบน้ำด้วยการอาบน้ำที่แสนเร่าร้อนผสมกับความวาบหวามจบลงเมื่อบทรักสุดท้ายจบลงด้วยความกระสันเสียว“แพรไปก่อนนะคะ” แพรไหมผละออกจากอ้อมแขนของอภินันท์ เธออยากจะจากเขาไปด้วยดี กลับไปอยู่กับความเป็นจริง อีกอย่างได้เปิดใจกับชายหนุ่มแล้ว ต่อไปเธอเป็นเพื่อนที่ดีของเขาเธอจากไปตามสัญญาที่เคยบอกกับคุณอรอุมาเอาไว้“ขอให้เพื่อนคนนี้โชคดี” อภินันท์รู้สึกสบายใจที่ทุกอย่างลงเอยเช่นนี้ เธอจากเขาไปด้วยดีไม่เหมือนครั้งก่อน“ค่ะ” แพรไหมบอกชายหนุ่ม ก่อนหิ้วกระเป๋าใบโตโดยการช่วยเหลือของอภินันท์ใส่ท้ายรถและขับรถจากไปจากบ้านอภินันท์ถึงกับถอนหายใจโล่งอกอย่างบอกไม่ถูกชายหนุ่มเดินเข้าไร่ รู้สึกสบายใจเมื่อเขาเหมือนได้ปลดห่วงที่มาเกาะติดออกไปจากกายได้สำเร็จช่วงนี้เขามีความสุขเนื่องจากภรรยาสาวให้เขากลับไปน
“ก็ได้จ้ะ” นิรดารับคำในที่สุด เพราะระยะเวลาที่เธอแต่งงานกับเขา สามีเป็นฝ่ายรุกเร้าเรียกร้องเอากับเธอก่อนเสมอ เธอไม่เคยเรียกร้องจากเขาก่อนเลยเพราะไม่มีจำเป็นสักนิดที่ต้องทำเช่นนั้น เนื่องจากคนเอาแต่ใจแทบจะต้องการเธออยู่ทุกขณะจิต แต่พอเขาทำท่าไปสนอดีตคนรักเธอก็รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองขึ้นมา“แต่เรายังไม่ได้บอกพี่ใหญ่กับพี่น้อยเลยนี่คะ ว่าจะให้กลับมานอนห้องเหมือนเคย เอางี้ก็แล้วกัน” รำเพยพูดยิ้มๆ“เอาไงจ๊ะ” นิรดาเลิกคิ้วเรียวถามด้วยความสงสัย ก่อนที่เธอจะอดขำความน่ารักของรำเพยไม่ได้คิดว่าอภิรักษ์คงมีความสุขไม่น้อยเมื่ออยู่กับรำเพย หญิงสาวใช้วิธีการแบบเด็กๆ เมื่อเห็นว่าหนุ่มๆ ทั้งสองคุยกับแพรไหมเสร็จแล้ว และสองหนุ่มทำท่าจะนอนที่ห้องนั่งเล่นดังเดิมรำเพยร่อนจรวดพับไปตกที่ห้องนั่งเล่นแล้วรุนหลังนิรดาเข้าห้องอย่างรวดเร็ว“พี่ใหญ่ครับ นั่นอะไรครับ” อภิรักษ์ที่ทำท่าจะล้มตัวลงนอนต้องชะงัก ก้มลงไปเก็บจรวดกระดาษขึ้นมาถือไว้ในมือ“ลองหยิบมาดูสิ”อภินันท์บอกน้องชายให้หยิบจรวดกระดาษขึ้นมาดู“คงเป็นฝีมือของยัยตัวแสบ” อภิรักษ์สันนิษฐาน“ลองเปิดดูสิ เผื่อเมียนายเค้าจะชวนนายเข้าห้อง” อภินันท์ทิ้งตัวลงน







