Masukวรินทรเอ่ยถามน้ำเสียงห้วนจัด คนเป็นพ่อต้องการให้ลูกสาวลงเอยกับอัครวินทร์ แต่ไม่ใช่มาข้ามขั้นแบบนี้ “นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมผู้หญิงปากเสียคนนี้ถึงมาอยู่บนเตียงเดียวกับผมได้” อัครวินทร์ช็อคหนักไม่แพ้กัน ผู้หญิงที่คู่ควรจะอยู่บนเตียงเดียวกันกับเขาต้องไม่ใช่เบญจมาศ “แม่ต้องถามพวกแกมากกว่ามันเกิดอะไรขึ้น เบญใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วคุยกันที่บ้านของคุณมุต” รุจิดาเสียใจที่พลาดโอกาสจะปรองดองครอบครัวกับเพื่อน เพียงเพราะการกระทำตัวแหลกเหลวของลูกสาวไม่น่ารักดี “เจนว่าพวกเราออกไปรอที่บ้านของคุณหญิงมุตตาภาก่อนนะคะ ดูสิคุณหญิงเป็นลมหน้าซีดเซียวเชียว” เจนนี่จอมวางแผนการแอบยิ้มย่ามใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ต่อจากนี้ภูริชต้องหันมาสนใจเธอเหมือนแต่ก่อน หลังจากที่ทุกคนออกจากห้องเช่าภายในรีสอร์ท สิ่งแรกต้องทำคือโยนหมอนปาใส่หน้าผู้ชายตรงหน้าด้วยความโกรธเต็มแรง “โอ๊ย! คุณมาตีผมทำไมเนี่ย” อัครวินทร์จับล็อคข้อมือเรียวเล็กสองข้างเอาไว้เพื่อกำราบคนดื้อรั้น พยศดีนัก “ฉันต้องถามนายมากกว่าว่าเมื่อคืนนายทำอะไรฉัน ไอ้ลามก ไอ้คนโรคจิต นายอัคร” “รูปร่างผอมแห้งเหมือนไม้กุ้งเสียบอย่างคุณ คิดหรือว่าผมจะพิศ
เบญจมาศแทบจะออกอาการดีใจสุดขีดที่ได้ยินจากปากประธานภูริชว่าไม่ได้รักเมียเก็บจริง แค่โกหกหลอกลวงเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ “ใช่ ฉันเกลียดผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาเกาะแกะ ยุ่งวุ่นวายในชีวิตฉันรวมถึงเธอด้วย เบญจมาศ” คำพูดเยือกเย็น ไร้หัวใจจากเขาต่อมาทำเอารอยยิ้มแสนหวานหุบยิ้มแทบไม่ทัน “พี่ริช ไม่จริงใช่ไหม” จากความสุดแสนดีใจแปรเปลี่ยนความเสียใจสุดบอบช้ำ “เธอเห็นฉันเป็นพี่ชายข้างบ้านมาตั้งแต่ยังเด็ก เธอก็น่าจะรู้จักนิสัยแท้จริงของฉันมันเป็นยังไง” “เบญรู้ค่ะว่าพี่ริชไม่มีหัวใจ ไม่รู้จักกับความรักที่แท้จริง แต่สักวันพี่ริชจะต้องรู้ความรู้สึกของตัวเอง เบญขอให้พี่ริชรู้ใจตัวเองในวันที่สายเกินไป แล้วเจอกันงานแต่งพรุ่งนี้นะคะพี่ริช” เบญจมาศรู้ตัวเองดีว่าไม่สามารถเปลี่ยนใจเสือหนุ่มไร้หัวใจให้หันมารักเธอได้ แต่หญิงสาวก็ปล่อยให้พี่ชายข้างบ้านไปมีผู้หญิงคนอื่นไม่ได้ โดยเฉพาะชมพู! “ไปได้ซะก็ดี ทำไมได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวน้องเบญถึงได้เหม็นกลิ่นฉุน เหม็นจนอยากจะอ้วก!” ท่านประธานไร้หัวใจ ปากแข็งหนัก ไม่รับรู้หัวใจตัวเองรีบเข้าไปอาเจียนภายในห้องน้ำส่วนตัว เขาเพิ่งเกิดอาการแปลกๆ ไม่รู้อาหารเป็นพิษหร
อัครวินทร์ทำอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้นอกจากเป็นคนนอกสายตาเอ่ยปลอบประโลมคนท้องไม่ให้ปล่อยโฮหนัก เขาพยายามไม่ทำให้เธอต้องเครียดหนัก เพราะอาจจะทำให้มีภาวะครรภ์เป็นพิษได้ “ผมเชื่อว่าแม่พวงแก้วของคุณชมพูจะต้องเข้มแข็งมาก แม่ของคุณชมพูจะต้องปลอดภัยครับ คุณอย่าเครียดเยอะนะครับ เดี๋ยวเจ้าตัวเล็กในท้องจะพลอยเศร้าไปตามคุณแม่ด้วย” รอยยิ้มแสนอบอุ่นเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ชโลมแผลในใจของเธอ ใบหน้าดวงกมลเอาผ้าเช็ดหน้าตัวเองมาเช็ดน้ำตาความอ่อนแอ เธอรู้สึกดีขึ้นมากที่ได้อยู่ใกล้ชิดคนอบอุ่นอย่างอัครวินทร์ “ขอบคุณนะคะที่คอยอยู่เป็นเพื่อนชมพู ในวันที่ชมพูต้องการที่พักพิงจากใครสักคน ไม่คิดว่าคนคนนั้นเป็นคุณอัคร” “ตราบใดที่คุณชมพูยังไม่มีใครมารับดูแลต่อ ผมก็จะทำหน้าที่คอยดูแล คอยปลอบใจในเวลาที่คุณชมพูอ่อนแอ อัครวินทร์คนนี้จะเป็นคนทำให้คุณมีความสุขเอง” “คุณอัคร” หญิงสาวจ้องมองดูด้านในดวงตาคมกริบของชายหนุ่มแสนดีตรงหน้าว่าเขารู้สึกยังไงกับเธอและความรู้สึกนั่นคือความจริงหรือหลอกลวง “คุณหมอออกมาแล้วครับ” เขาพยายามหักห้ามใจตัวเองไม่ให้ล่วงเกินสาวคนที่แอบรักไปมากกว่านี้ เพราะรู้ดีว่าไม่มีทางเป็นไปได้ “คุณหมอ
ความหวาดกลัวสุดชีวิตก็ได้มาถึง ชมพูร้องไห้หนักพร้อมเกาะขาของท่านประธานภูริชเอาไว้แน่น ราวดวงใจแหลกสลายเมื่อคนใจดำเหยียบย่ำมันจมดิน “ปล่อยฉัน! อย่าเอามือสกปรกๆ ของเธอมาแตะต้องตัวฉัน เสนียดจัญไร” วาจาเขาช่างพ่นร้อนสาดใส่แผลในใจจนเจ็บแสบรวดร้าวจนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ “ไหนพี่ริชบอกว่ารักชมพูมาก รักชมพูจากหัวใจจริงไม่เหมือนกับพวกผู้หญิงคนอื่นที่เคยผ่านมา พี่ริชไม่รักชมพูเลยเหรอคะ” สายตาเว้าวอนขอความเมตตา ความรักใจจริงจากคนตัวสูงไร้หัวใจ “รักเหรอ? คิดว่าคนอย่างฉันจะรักเธอจริงๆ พวกผู้ชายเขาก็ใช้ลมปากหวานเพื่อล่อลวงให้ผู้หญิงใสซื่ออย่างเธอตายใจเท่านั้นแหละ” สายตาดุดันมองตรงทางเมียเก็บที่ไร้ค่า ไม่เหมือนสายตาหวานเชื่อมหันมองร่างเล็กเหมือนแต่ก่อน “คนใจร้าย คนใจดำ สักวันกรรมจะตามสนองพี่ริช คนเลว สักวันพี่ริชจะไม่เหลือใคร แม้แต่คนที่พี่ริชรัก!” หญิงสาวเจ็บปวด ได้แต่กลืนกินน้ำตาภายในใจ คำว่ารักของผู้ชายเจ้าชู้ก็แค่คำพูดโกหกหลอกลวงให้เธอหลงกล พอได้สิ่งที่เขาต้องการ ก็พร้อมจะเขี่ยเมียลับของท่านประธานหนุ่มไปอย่างไร้ความรู้สึกใดๆ “นี่เธอกล้าสาปแช่งฉันเหรอ นังผู้หญิงซื่อบื้อ เธอต่างหากที่จะไ
ภูริชเพิ่งเดินทางกลับมาเหนื่อยๆ คุณมุตตาภา มารดาของเขาต้องการให้ลูกชายนอนพักผ่อนที่บ้านใหญ่สักคืน ซึ่งคนเป็นลูกชายก็ไม่ติดขัดอะไร “เป็นยังไงบ้างลูก ไปเที่ยวกับหนูเบญสนุกไหม ไปอยู่ด้วยกันตั้งสองเดือนต้องมีความหวั่นไหวเกิดขึ้นมาบ้างแหละ” “ผมแค่ออกไปทำงานเฉยๆ ผมกับเธอไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าพี่น้องข้างบ้านกันหรอกครับคุณแม่” เขาเอ่ยตอบมารดาอย่างตรงไปตรงมา ตลอดเวลาไปอยู่ที่ต่างประเทศสองเดือน ใจของภูริชกลับนึกถึงใบหน้าหวานของชมพู สิ่งของชิ้นเก่าที่เขาเบื่อหน่าย แม้แต่เวลาตื่นหรือความฝัน กลิ่นหอมหวานและเรือนร่างสวยงามยังคงตรึงตาเขาไม่หาย “อย่ามาทำเป็นเขินอายเลยลูก แม่จัดเตรียมงานแต่งสุดอลังการเอาไว้แล้ว แม่มีความสุขมาก” มุตตาภายิ้มหน้าระรื่นควงแขนลูกชายคนเดียวเข้าสู่ห้องอาหาร “งานแต่ง? งานแต่งใครเหรอครับคุณแม่” “ก็งานแต่งของภูริชกับหนูเบญยังไงล่ะ พรุ่งนี้ลูกต้องพาหนูเบญไปลองชุดเจ้าสาว แม่ให้เจ้าของร้านตัดชุดเตรียมรอเอาไว้แล้ว” “แต่งงาน!” ไม่ใช่ภูริชตกใจ แม้แต่ภีมวัจน์ สามีของมุตตาภาก็ยังไม่ได้รู้เรื่องนี้เสียด้วยซ้ำ “ทำไมต้องขึ้นเสียงด้วยใส่กับแม่ด้วย ภูริช” “ผมไม่ได้บอกแม่สักคำว
ร่างผอมบางซูบลงเมื่อแต่ก่อน ชมพูเข้ามาฝึกงานที่นี่จวบจนจะครบสองเดือนได้ หญิงสาวเหมือนไร้วิญญาณ ไม่ค่อยสุงสิงกับใครพร้อมกับมีอาการผิดปกติของร่างกายที่ตัวเองสัมผัสได้ ชมพูเห็นว่าพนักงานทุกคนกำลังกระตือรือร้นทำความสะอาดบริษัทตามคำสั่งมุตตาภา มารดาของภูริช “พรุ่งนี้ลูกชายของฉันจะกลับมาพร้อมกับข่าวดี พวกเธอทุกคนต้องรีบทำความสะอาดบริษัทที่นี่ให้หมดจด ไม่เหลือแม้แต่พวกเศษขยะต่างๆ ที่อาจจะส่งกลิ่นเหม็นเน่ามาได้” มุตตาภาเหลือบมองชมพูด้วยแววตาไม่ชอบใจ เอาเป็นว่าเกลียดเข้าไส้ จนไม่อยากเห็นหน้าหญิงสาวเพศยาคนนั้นเหยียบอยู่ที่นี่แม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว “ค่ะคุณมุตตาภา” “ทว่าแต่ข่าวดีนี้หมายถึงอะไรหรือคะคุณหญิง” หนึ่งในกลุ่มพนักงานสาวเอ่ยถาม “งานแต่งงานของภูริชและหนูเบญ ไม่ว่าลูกชายฉันจะมีผู้หญิงคนอื่นมาติดพันมากมายแค่ไหน แต่เขาก็รู้ว่าใครเป็นกรวด ใครเป็นเพชร หนูเบญเป็นผู้หญิงตัวจริงสำหรับเขา” “งานแต่งงาน!” พนักงานทุกคนในบริษัทต่างยินดีงานมงคงสมรสที่ใกล้จะมาถึงเร็ววัน แต่คนที่ไม่ดีใจ ได้แต่เก็บความขมขื่นภายในใจ “อ้าว ชมพู” จารุวี เลขาสาวรุ่นพี่เห็นว่าเลขาฝึกงานรีบวิ่งออกไป มุตตาภาได้ยิ







