LOGIN“พี่ริช ชมพูท้อง ท้องกับพี่ริช” “ไปเอาเด็กออกซะ! ฉันไม่ต้องการเด็กที่เกิดจากเมียเก็บอย่างเธอ” 'การที่ถูกคนรักหลอกลวง มันจะเจ็บปวดมากแค่ไหน' 'กลางวัน เธอเป็นนักศึกษาฝึกงานเป็นเลขาของเขา กลางคืน กลับเป็นเมียเก็บบนเตียงเพียงหลงเชื่อคำหลอกลวงของเขา' ภูริช รัตนวารี (29 ปี) ท่านประธานหนุ่มไร้หัวใจ เห็นผู้หญิงเป็นแค่ของเล่น เขาหลงเสน่ห์ความบริสุทธิ์ ความไร้เดียงสาของชมพู เขาใช้คำพูดลมปากหวานล่อหลอกเหยื่อสาวให้ตายใจ “ฉันรักเธอ ชมพู มาเป็นเมีย(เก็บ)ของฉันเถอะ!” ชมพู (22ปี) นักศึกษาฝึกงานคนใหม่มาแทนเลขาของท่านประธานหนุ่มคนเก่า ผู้มีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้าม เธอไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของเขาจึงยอมมอบความรักทางกายทางใจให้เชยชม ก่อนมารู้ทีหลังว่าตัวเองเป็นแค่เมียเก็บที่รอถูกเขี่ยทิ้งเท่านั้น “คนใจร้าย ใจดำ กล้าหลอกลวงชมพูได้ยังไง!”
View Moreก๊อก ก๊อก
“นักศึกษาฝึกงานคนที่ทำหน้าที่เลขาชั่วคราวของท่านประธานมาแล้วค่ะ” จารุวี เลขาสาวของรองประธานบริษัทพานักศึกษาหน้าขาวเนียน สัดส่วนเซ็กซี่ เป็นที่ดึงดูดเพศตรงข้ามอย่างแรง
“มาแล้วเหรอ ชักช้าเสียจริง”
ท่านประธานภูริช เจ้าของฉายาผู้มีหัวใจดุจดั่งน้ำแข็ง ไม่มีผู้หญิงคนไหนสามารถทลายกำแพงของเขาได้เลย ชายหนุ่มเป็นคนโสดสนิท เห็นผู้หญิงเป็นแค่ของเล่น ถึงแม้ว่าจะถูกคุณแม่หาผู้หญิงหมายเอาไว้ให้แล้วก็ตาม
“ขอโทษที่ทำให้รอนะคะท่านประธาน ดิฉันติดธุระทางบ้านนิดหน่อยค่ะ” ชมพู นักศึกษาฝึกงานคนใหม่ก้มหน้าต่ำ เกรงกลัวว่าเขาจะโมโหแล้วพาลไล่เธอออกยังไม่ทันได้ฝึกงานด้วยซ้ำ
น้ำเสียงหวานใสที่เพิ่งเคยได้ยินทำเอาใบหน้าคมคายเคร่งเครียดกับเรื่องงานที่มีคนมาติดต่อพูดคุยเยอะมาก ยอมละเอกสารจากงานขึ้นมาจ้องมองหญิงสาวตัวเล็กที่ยืนติดตรงประตูห้องทำงานแอบทำเอาเขาหงุดหงิดชอบกลที่ไม่เห็นใบหน้าสาวน้อยหน้าหวานเต็มตา
“นี่จารุวีคงไม่ได้บอกเธอสินะว่ากฏที่นี่ เรื่องงานสำคัญมากกว่าเรื่องส่วนตัว ถ้าเธอยังทำตัวแบบนี้อีก ฉันจะไล่เธอออก”
“ขอโทษค่ะท่านประธาน” น้ำเสียงหวานละล่ำขอโทษเจ้านายหน้าดุดัน เธอไม่คิดว่าเขาจะดุตั้งแต่วันแรกที่เดินเข้ามา
รองประธานไปคัดเลือกเอานักศึกษาฝึกงานไม่รู้ประสีประสาแบบนี้มาได้ยังไง นิสัยเขาไม่ชอบผู้หญิงเป็นเด็กสาวใสซื่อ(แต่หลอกง่าย)
“จารุวี เธอออกไปก่อน ฉันจะสอนนักศึกษาฝึกงานคนนี้เอง ดูท่าว่าจะสอนไปอีกยาว” สายตาคมกริบอยากเห็นใบหน้านั้นชัดๆ เธอมัวแต่ก้มต่ำเกรงกลัวเขาเหมือนเสือร้ายอยู่นั่นแหละ
“เอ่อค่ะท่านประธาน นี่เธอทำตัวให้ดีๆ ไม่อย่างนั้นเธออาจจะไม่ได้กลับมาฝึกงานที่นี่อีกก็ได้” เลขาสาวของรองประธานเอ่ยเตือนรุ่นน้องหน้าเด็กกว่าเธอหลายเท่า
“ค่ะคุณจารุวี” หญิงสาวพยักหน้ารับทราบ เหตุผลที่เธอมาสายเพียงเพราะแม่ป่วยกระทันหันต้องนอนรักษาตัวโรงพยาบาล
เมื่ออยู่ด้วยกันเพียงสองคน ความกลัวปนความตื่นเต้นของนักศึกษาฝึกงานก็ยิ่งเพิ่มความทวีคูณมากกว่าเดิมจนคนตัวสูงสัมผัสได้ว่าเธอไม่ค่อยเขยิบมาหาเขาเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่จ้องจะจับมาเป็น 'สามีแห่งชาติ'
“ฉันสั่งให้เธอเข้ามานั่งตรงนี้” มือแข็งแรงชี้ตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขา
“ค่ะท่านประธาน”
หญิงสาวค่อยเขยิบก้าวเดินเข้ามาเชื่องช้าก่อนนั่งลงสร้างความหงุดหงิดแก่ชายหนุ่มมากขึ้นเท่าตัว ไม่มีผู้หญิงคนไหนเท่าเธอที่ทำตัวเหมือนรังเกียจ ขยะแขยงเขาราวเป็นตัวขยะเหม็นเน่า ทั้งที่ใครๆ ก็อยากได้ครอบครองตัวเขาซึ่งเป็นทายาทตระกูลชื่อดังทั้งนั้น
“เป็นใบ้หรือไง ทำไมไม่พูด! รู้หรือเปล่าว่าการจะทำงานเป็นเลขาของท่าน ภาษาพูด ภาษาเขียนต้องคล่องแคล่ว โดยเฉพาะเรื่องใช้ภาษาอังกฤษ เวลาคุยกับลูกค้าต่างประเทศ เข้าใจที่ฉันพูดไหม”
ภูริชก้มมองดูประวัติการศึกษามหาวิทยาลัยจากจารุวี เธอเป็นคนเรียนเก่ง สอบได้อันดับหนึ่งของคณะนั่นที่ศึกษาอยู่ นอกจากนั้นเก่งภาษาอังกฤษและได้สอบชิงทุนเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดัง เพราะทางบ้านฐานะยากจนพอสมควร
“ค่ะ เข้าใจค่ะ”
“ชื่อชมพู ใช่ไหม” เขาลดน้ำเสียงเข้มทุ้มใหญ่ลงเล็กน้อย เกรงว่าถ้าถามตะคอกมากไปกว่านี้ กลัวว่าคนตัวเล็กจะหวาดกลัวหนีไปเสียก่อน
“ค่ะ”
“เงยหน้าขึ้นมามอง สบตาฉันสิ ชมพู” ทำไมรู้สึกชอบชื่อผู้หญิงคนตรงหน้า ชมพู แค่ชื่อทำให้เขาอยากกลืนกินมากที่สุด
“ค่ะท่านประธานภูริช”
ชมพูค่อยเงยหน้าขึ้นมาสบตาผู้บริหารหนุ่มไฟแรงตรงหน้า เพียงเห็นใบหน้าหวานขาวสวยของนักศึกษาฝึกงานคนนี้เผลอทำให้เขาตกภวังค์ชั่วขณะ สวย สวยเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องแต่งเติมอะไร สวยพร้อมความไร้เดียงสาของเธอทำเอาใจแกร่งเกือบละลายไปแถบ
“เอ่อ มีอะไรติดหน้าดิฉันเหรอคะ ทำไมท่านประธานถึงมัวแต่จ้องหน้าดิฉันอยู่ได้”
“เปล่า เสียเวลามามากพอแล้ว มาเริ่มฝึกงานกันดีกว่า หวังว่าคนฉลาดเรียนรู้อย่างเธอคงจำสิ่งที่ฉันสอนพูดครั้งเดียวได้ เพราะฉันไม่ชอบพูดซ้ำไปซ้ำมา”
“ค่ะ ดิฉันพร้อมเสมอค่ะ” มือบางเตรียมสมุดจดบันทึกพร้อมปากกาส่วนตัวจดข้อมูล ท่าทางเตรียมพร้อมขยันของคนตัวเล็กทำเอาเขาเอ็นดูเธอไม่น้อย
“แบบนี้แหละที่บริษัทรัตนวารีต้องการเด็กศึกษาฝึกงานไฟแรงอย่างเธอ ชมพู” ริมฝีปากหนายิ้มอ่อนกับความขยันขันแข็งของนักศึกษาฝึกงานเลขาของเขาก่อนจะที่เธอจะเรียนจบปริญญาตรี
ชมพูตั้งใจเรียนรู้การทำงานการเป็นเลขาฝึกงานชั่วคราว ชายหนุ่มคิดจะเก็บตำแหน่งเก้าอี้นี้เอาไว้ให้กับคนที่เหมาะสม และคนคนนั้นคือเธอ ชมพู!
“ขาดเหลืออะไรก็บอกจาวุรี เลขาของรองประธานก็ได้นะ” น้ำเสียงเข้มดูอ่อนโยนและอบอุ่น ผิดกับตอนแรกที่ดูโมโห เกรี้ยวกราดเหมือนกับว่าเธอเป็นคนที่เขาเกลียดมาหลายสิบชาติยังไงอย่างนั้นแหละ
“ค่ะ ท่านประธานเก่งจังเลยนะคะที่สามารถควบคุมคนตั้งหลายพันกว่าคนจนประสบความสำเร็จได้ ชมพูคิดไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกบริษัทของท่านเป็นอันแรก”
“ทำไมถึงอยากฝึกงานที่บริษัทนี้ล่ะ ทั้งทีบริษัทอื่นก็มีตั้งเยอะแยะไป หรือว่าเพราะที่นี่สวัสดิการดี เงินเดือนดีกว่าที่อื่นเหรอ”
ใบหน้าคมสันจงใจโน้มลงมาใกล้ชิดใบหน้าหวานแดงระเรื่อขึ้นมา เขาชอบมองหน้าเธอไม่รู้จักเบื่อหน่าย
“ก็ทั้งสองอย่างละค่ะ ชมพูอยากเก็บเงินเยอะๆ เอาไว้ใช้รักษาแม่ของชมพูนะคะ ชมพูอยากให้แม่สบาย”
'เป็นเด็กกตัญญูไม่น้อย น่าชื่นชม' ตลอดการทำงานเขาเกือบห้าปี ไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนคิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ แปลกมากจริงๆ
“แม่เธอไม่สบายหรอก” ทำไมเขาถึงสนใจประวัติส่วนตัวของนักศึกษาฝึกงานด้วย เธอไม่ได้มีค่าอะไรที่ต้องรับรู้
“ค่ะ”
“อืม ถ้าอย่างนั้นเธอต้องตั้งใจทำงานมากๆ เพราะหน้าที่สำคัญของเลขาคือความจำดีเป็นเลิศ เธอต้องจัดแจงตารางานนัดพบลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าประจำของที่นี่ เข้าใจใช่ไหม ชมพู”
“ค่ะ ดิฉันจะจำเอาไว้อย่างดี” ชมพูแอบทำหน้าเครียด เวลาเรียนกับอาจารย์กับเวลาทำงานจริงจังมันให้ความรู้สึกต่างกันมาก
งานของเลขาท่านประธานแต่ละอย่างทำเอานักศึกษาฝึกงานกดดัน ยิ่งเจอท่านประธานหนุ่มที่เคร่งครัดและจริงจังกับทุกส่วนของงาน
“ไม่ต้องเครียด ทำงานกับฉัน ทำตัวสบายๆ ไม่ต้องเกร็ง ชมพูต้องเรียกฉันว่าพี่ริชและแทนตัวเองว่าชื่อของตัวเอง เพื่อสร้างความคุ้นเคยชิน ดีไหม”
ภูริชรู้สึกถูกชะตากับเด็กใหม่คนนี้อย่างไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหน แม้แต่เบญจมาศ คู่หมายของเขาก็ตาม ความคิดชั่วร้ายแวบหนึ่งเข้ามาในหัว
'จริงสิ ตามพินัยกรรมของคุณปู่ระบุเอาไว้ว่าให้หาใครอุ้มท้องทายาทของเรา เพื่อที่จะได้เกาะรังนกนั่นซึ่งเป็นสมบัติของปู่ที่รักมันมากสุดชีวิต แต่...การหลอกลวงเด็กมันไม่ดี ภูริช'
เขากลัวว่าถ้าหากทำแบบนั้นอาจเกิดปัญหาตามมาทีหลัง อีกอย่างเขาไม่อยากมีพันธะน่าปวดหัวตอนนี้ ชอบใช้ชีวิตหนุ่มโสดสนิทสนุกกว่า
“ว่ายังไงนะคะ จะให้ดิฉัน เอ่อ ชมพูเรียกท่านประธานว่าพี่ริชอย่างนั้นเหรอคะ ชมพูเกรงว่ามันคงไม่เหมาะ” ฐานะเจ้านายกับลูกน้องค้ำคอ เขาก็น่าจะทราบดี
“ใครจะว่าหรือจะมองอะไรก็ช่าง ฉันไม่สนใจ ฉันสนแต่ว่าเธอกลายเป็นลูกน้อง(ชั่วคราว)ของฉัน เพราะฉะนั้นเธอห้ามฝ่าฝืนคำสั่ง”
“ค่ะท่านประธาน เอ่อ พี่ริช ชมพูจะจำเอาไว้”
ใบหน้าหวานแดงระเรื่อด้วยใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ท่านประธานหล่อ มีเสน่ห์อย่างที่พวกสาวลือกันจริงๆ ใครได้เข้าใกล้เขา มีอันต้องใจละลายกันแน่
“ดีมาก นักศึกษาฝึกงานของฉัน ถ้าเธอทำตัวเด็กดี ไม่แน่ฉันอาจจะใจดีอนุมัติให้เธอสอบผ่านฝึกงานครั้งนี้เร็วกว่าที่คิดก็ได้”
ภูริชเก็บซ่อนเล็บคมเสือร้ายเอาไว้ข้างใน อีกไม่นานเขาจะล่อลวงแม่กวางน้อยเข้ามาอยู่ใต้ร่างแกร่งให้ได้ภายในหนึ่งเดือน
'เธอตามฉันไม่ทันหรอก แม่สาวน้อย อีกไม่นานฉันจะได้สิ่งนั้นที่เธอหวงแหนมากที่สุดในชีวิตไป ชมพู!'
“กิจกรรมบนใต้ร่มผ้า หมายความว่ายังไงกันคะ” เลขาสาวฝึกหัดพอจะรู้ความหมายของคนตัวสูงที่สื่อออกมา เธอภาวนาขออย่าให้เขาทำอะไรข้ามขั้นไปกว่าเจ้านายกับลูกน้อง “อย่าทำเป็นใสซื่อ ทำเป็นไม่รู้จักหน่อยเลย ฉันรู้ว่าเธอเองก็ต้องการมันก็เลยคิดจะมาทำงานใกล้ชิดผู้บริหารอันดับสูงสุด ฉันรู้ว่าพวกผู้หญิงที่เข้าหาฉันต้องการอะไร” ความปรารถนาของเขาคือการได้ลิ้มรสลองชิมเรือนร่าง ความสาวสวยสดทำเอาเสือหนุ่มในตัวคลั่งจนอดกลั้นแทบไม่อยู่ “พี่ริช ชมพูไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่พี่ริชคิดเอาไว้หรอกนะคะ” ร่างบางกำลังจะดันแผงอกแกร่งออก กลับกันยิ่งถูกแขนแข็งแกร่งกระชับอ้อมกอดเธอแน่นขึ้น “เธอทำมาเป็นหน้าที่เมีย(เก็บ)ให้สมบูรณ์ดีกว่านะ ชมพู” “อะ อื้ม” มือหนารั้งท้ายทอยของคนตัวเล็กคว้าเข้ามาบดขยี้จูบเร่าร้อน จูบจนแทบจะลืมหายใจ ดวงตากลมโตเบิกตากว้างพลางรู้สึกอ่อนระทวยต่อหน้าเขา เธอเพิ่งโดนขโมยจูบแรกไปอย่างนั้นหรือ ท่านประธานหนุ่มยิ่งจูบรุกล้ำเชยชิมความหวานจากโพรงปากนุ่ม หญิงสาวผิดคาดเดาจากเขาเล็กน้อย ปากของเธอยิ่งหอมหวาน หวานกว่าตอนที่คิดเอาไว้ตอนแรกเสียอีก “หวาน แต่อย่างอื่นจะหวานหรือเปล่า” อย่างอื่นที่ชาย
“พี่ริชพูดมันหมายความว่ายังไงคะ ชมพูไม่เห็นจะเข้าใจ” ใจของชมพูเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะกับคำพูดของท่านประธานหนุ่มไร้หัวใจคนนี้ “ฉันหมายถึงว่าฉันเอ็นดูเธอตั้งแต่แรกต่างหาก ใครจะพูดยังไงก็ไม่สน ถ้าหากทำให้เธอไม่สบายใจ ฉันไม่ปล่อยคนที่พูดจาใส่ร้ายเธอลอยๆ เอาไว้แน่” ท่านประธานภูริชเอาจริง สั่งจารุวี เลขารองประธานออกไปตามพนักงานสาวด้านล่างที่ซุบซิบนินทาคนสำคัญของเขา ซึ่งทั้งสองคนเพิ่งเข้ามาทำงานได้แค่สองเดือนเอง “พวกเธอใช่ไหมที่เป็นคนพูดจาดูถูก หาว่าเลขาฝึกหัดของฉันเป็นเหมือนพวกผู้หญิงหิวเงิน อ่อย ให้ท่าฉันเพื่อหวังรวยทางลัดใช่ไหม” น้ำเสียงเข้มปนเกรี้ยวกราดทำเอาสองพนักงานข้างล่างสะดุ้ง “เอ่อ คือว่า...” สองพนักงานสาวก้มตาต่ำเพียงเกรงกลัวความผิด ใครก็รู้ว่าถ้าหากทำให้เขาโกรธเมื่อไหร่ ต้องถูกไล่ออกสถานเดียว “ฉันถามว่าจริงไหม!” เสียงทุบโต๊ะดังขึ้นทำให้สองพนักงานหวาดกลัวสุดขีดรีบเปิดปากบอกความจริง “ชะ ใช่ค่ะ พวกเราเป็นคนพูดเอง พวกเราแค่พูดตามข่าวลือเท่านั้นเองนะคะ อย่าไล่พวกเราออกเลยค่ะท่านประธาน” “ข่าวลือเหรอ ใครเป็นคนปล่อยข่าวลือนั่น?” ภูริชฉุกคิด หรือว่าจะเป็นเจนนี่ที่คอยขัดขวางผู้
คนที่เพิ่งร้องไห้ตาบวมช้ำหมาดๆ กลับสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะสัมผัสอ่อนโยนของใครบางคน เจ้านายหน้านิ่ง ชอบโมโหของเธอเอง “พี่ริช! ไหนพี่ริชบอกว่าจะกลับบ้านยังไงล่ะคะ” หญิงสาวยังอยู่ในชุดทำงานกับเขาชุดเดิม แสดงว่าไม่ได้เปลี่ยนชุดอะไรมาสิท่า “ที่จริงฉันก็กลับบ้านไปตั้งนานแล้วละ แต่เพิ่งนึกคิดได้ว่าเธอไม่มีชุดเปลี่ยน ฉันก็เลยให้ลูกน้องของฉันซื้อมาให้” มือหนาถือถุงแบรนด์เสื้อผ้าดังรวมถึงซื้อชุดนอนวาบหวิวให้เลขาฝึกงานอีก ดวงตากลมโตเบิกตากว้างตกใจเล็กน้อยกับเจ้านายใจดี เอาใจใส่ลูกน้องจนๆ อย่างเธอ “มีแต่ของแพงๆ ทั้งนั้นเลย ชมพูรับมันไว้ไม่ได้หรอกค่ะ” “ทำไม!” นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกผู้หญิงปฏิเสธรับเสื้อผ้าแม้แต่ของเครื่องประดับแพงๆ แต่ชมพูกลับไม่รับของ แบบนี้มันยิ่งท้าทายสำหรับเสือร้าย “มันแพงมากเกินไป อีกอย่างชมพูไม่อยากติดหนี้บุญคุณใคร” เธอพูดได้เพียงแค่นี้ เด็กสาวยากจนมีเสื้อผ้าแบรนด์เนมใช้ พวกพนักงานในบริษัทจะซุบซิบนินทาเอาว่าตนเป็นเด็กเลี้ยงของคนรวย “ติดหนี้บุญคุณที่ไหนกัน ฉันแค่อยากช่วยเธอต่างหาก ไม่เห็นหรือว่าแม่ของเธอพ้นขีดอันตรายแล้ว เจ้านายทนเห็นลูกน้องของตัวเองลำบากไม่ได้หร
“ทำไมพี่ริชถึงไม่รับสายเบญเลยล่ะคะคุณแม่” เบญจมาศร้อนรนใจที่เพิ่งรู้ข่าวจากเจนนี่ เพื่อนสนิทของเธอที่บอกว่ามีเลขาฝึกงานคนใหม่ของภูริช คู่หมาย ของตัวเองกำลังอ่อย ให้ท่าเขา พยายามใส่ร้ายป้ายสีว่าเด็กคนนั้นจงใจจับภูริช ทำให้คู่หมายไม่สบายใจ “ใจเย็นๆ ก่อนนะหนูเบญ แม่ว่าตาริช ลูกชายของแม่คงถูกนังพวกผู้หญิงคนนั้นอ่อยแน่ แต่ตาริชไม่นอกลู่นอกทางคู่หมายตัวเองแน่นอน” มุตตาภา มารดาของภูริชเองอยากให้ลูกชายแต่งงานกับผู้หญิงที่เธอหาให้ เบญจมาศ เป็นลูกสาวเพื่อนสนิท เหมาะสมทั้งฐานะ ชาติตระกูล มิหนำซ้ำยังเป็นรุ่นน้องสนิทมากที่เคยไปเรียนอยู่เมืองนอกด้วยกันก็ย่อมสนิทสนมเป็นธรรมดา “คุณแม่ก็รู้ดีนี่ค่ะ ว่าพี่ริชเป็นคนชอบรักสนุก หวงความโสดตัวเองมากแค่ไหน ตลอดเวลาที่เรียนอยู่เมืองนอกด้วยกัน พี่ริชไม่เคยจริงใจหรือชอบพอกับผู้หญิงฝรั่งคนไหนด้วยซ้ำ เบญกลัวว่าพี่ริชจะพลาดท่าพวกผู้หญิงหิวเงินมากกว่า” เบญจมาศ ทายาทคนเดียวของโรงแรมวรินทร ลูกสาวของรุจิดาและท่านวรินทร โรงแรมที่คุณพ่อกำลังบริหารไปได้สวยและเธอคือทายาทคนต่อไปที่จะเข้าทำหน้าที่บริหารแทน แต่คุณหนูเอาแต่ใจกลับไม่ชอบสายงานธุรกิจน่าปวดหัว “ถ้าตาร





