Share

บทที่ 2

Author: RINSP
last update publish date: 2026-07-20 14:50:51

“มาแล้ว ข้าวไข่เจียวร้อน ๆ” ขุนพลวางจานข้าวสวยโปะไข่เจียวสีเหลืองทองน่ากินตรงหน้าฉัน “มึงกินไปก่อนเลย เดี๋ยวกูไปซื้อน้ำมาให้”

ความที่เรารู้จักกันมานาน รู้จักกันดีเกินไป ทำให้ฉันรู้ได้ทันทีว่าเพื่อนคนนี้เอาใจใส่กันเพื่อลบล้างความผิด

“มึงอ่านไลน์ไอ้กัสแล้วใช่ไหมว่าวันนี้อาจารย์สอบควิชเก็บคะแนนดิบ”

คนมีความผิดยกยิ้มกว้างพลางนั่งลงตรงหน้าฉัน “ไม่เป็นไรหรอกน่า แค่สิบห้าคะแนนเอง”

“มึงเป็นอาจารย์หรือไงถึงบอกว่าไม่เป็นอะไร” รู้ว่ามันแก้ไขเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้แล้ว แต่มันก็อดจะเสียดายสิ่งที่ตัวเองทำพลาดไปอยู่ดี อาจจะไม่ถูกเสียทีเดียวที่จะปัดความผิดให้คนตรงหน้ารับจบเพียงคนเดียว ทั้ง ๆ ที่ตนเองก็ผิดที่เลือกจะรอเขา แต่ฉันไม่อยากโทษตัวเองไง

“ต่อไปกูจะไม่รอมึงแล้ว” ฉันบอกเสียงแน่วแน่

“ครีม มึงอย่าโกรธกูได้ไหม กูขอโทษ ต่อไปกูจะไม่ให้มึงรออีก ยกโทษให้กูนะ เพื่อนครับ” ขุนพลเขายกมือไหว้ท่วมหัวแบบเล่นใหญ่ ดวงตาคมฉายแววรู้สึกผิดเล็ก ๆ แต่ยังแฝงด้วยความกวนประสาทนิด ๆ ตามนิสัยของเขา

ฉันเกือบใจอ่อนแล้ว หากเขาไม่แกล้งทำตาปริบ ๆ ส่งยิ้มแหย ๆ ตามมาด้วย

“วันเสาร์นี้กูจะให้มึงไถ่โทษ เอารถมาช่วยกูย้ายของออกจากคอนโดด้วย สิบโมงตรงห้ามสายเด็ดขาด” ฉันเน้นย้ำเวลาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

“ได้เลยครับเพื่อน ว่าแต่มึงจะย้ายออกจากคอนโดไปอยู่ไหน” ขุนพลถามอย่างสงสัย

“กูจะย้ายไปอยู่หอพัก” สัปดาห์ก่อนพ่อโทรมาบอกว่าสถานการณ์การเงินไม่ค่อยดี ท่านถูกเพื่อนโกงเงินทำร้านอาหารหลักล้าน หอบเอาเงินหนีหายไปกำลังตามตัวอยู่ เงินก้อนนั้นก็เป็นเงินที่เอาโฉนดบ้านไปยื่นกู้กับธนาคาร

ชีวิตฉันกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง

ตอนนี้ฉันต้องช่วยลดค่าใช้จ่ายของตัวเองด้วยการหาห้องเช่าเล็ก ๆ อยู่แทนคอนโดค่าเช่าเดือนละหนึ่งหมื่นบาท เพราะไม่มีปัญญาจะจ่ายไหวแล้ว นอกจากนั้นฉันต้องหางานพาร์ตไทม์ทำเพื่อใช้เป็นค่ากินอยู่ของตัวเองด้วย

เรื่องนี้ฉันยังไม่ได้เล่าให้เพื่อนทั้งสามคนฟังเพราะมันเป็นปัญหาส่วนตัว

นอกจากขุนพลแล้ว ในกลุ่มแก๊งของเรายังมีเพื่อนอีกสองคนที่ตอนนี้พวกมันยังเรียนอยู่ในคลาส

“จู่ ๆ จะย้ายออกคอนโดที่อยู่มาตั้งแต่ปีหนึ่ง มึงมีปัญหาเรื่องเงินเหรอ” ขุนพลยังคาดเดาสถานการณ์ได้เก่งเหมือนเดิม

“อืม พ่อกูโดนเพื่อนโกงเงินสามล้าน”

“คนโกงเหี้ยมาก” ขุนพลสบถออกมา

“ขอบใจที่ช่วยด่า นั่นแหละช่วงนี้กูก็เลยต้องช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายพ่อ อะไรที่ช่วยประหยัดได้ก็ต้องประหยัด” ฉันจะใช้ชีวิตสบาย ๆ จ่ายค่าเช่าเดือนละหมื่น ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย เที่ยวเล่นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว ถึงเวลาที่ฉันต้องปรับตัวด้วยการย้ายไปอยู่ห้องพักเดือนละสามพันห้า ดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของตัวเองให้มากที่สุด

“เออ แต่มึงมีอะไรก็บอกกูได้ เงินไม่พอก็บอก”

“ป๋ามาก แต่มึงเก็บเงินไว้เปย์สาวเถอะ กูจัดการตัวเองได้” ฉันไม่อยากมีปัญหาเรื่องการเงินกับเพื่อน ถ้าหากมันจะให้ยืมเงิน ฉันก็ไม่รู้จะหาเงินมาคืนมันได้เมื่อไร หากมันจะให้เงินกันฟรี ๆ ฉันก็ไม่อยากให้ใครมองว่าเกาะเพื่อนกิน

หากเป็นไปได้ฉันก็ไม่อยากเข้าไปเป็นภาระของใคร เหมือนกับที่แม่เคยบอกว่าฉันเป็นภาระของท่าน กีดขวางอนาคตอันสดใส พ่อก็เลยต้องมารับฉันในวัยสามเดือนมาเลี้ยงดูด้วยตัวเองและปล่อยให้แม่ของลูกได้เดินทางตามความฝัน

“กูเปย์สาวได้ กูจะเปย์เพื่อนไม่ได้หรือไง ถ้ามึงต้องการให้ช่วย กูพร้อมโอนเสมอ” ขุนพลเอ่ยพร้อมกับยักคิ้วอย่างกวน ๆ ก่อนจะตักข้าวไข่เจียวเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย

“เออ มึงมันคนโอนเก่ง”

“แต่กูพูดจริง ๆ นะ มึงมีอะไรบอกกูได้ทุกเรื่อง ยิ่งเรื่องเงินไม่ต้องเกรงใจเลย”

“กูก็พอมีเงินเก็บอยู่ มึงไม่ต้องห่วง”

“อืม แต่ถ้าหากมันไม่พอจริง ๆ อย่าลืมคิดถึงกูเป็นคนแรกนะ”

“อือ ๆ”

หลังจากกินข้าวเสร็จ ฉันลากขุนพลให้ขับรถมาส่งที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อเครื่องสำอาง เย็นวันนี้ฉันมีนัดสัมภาษณ์งานที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ถึงแม้ว่าฉันจะสมัครตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟแต่ก็ต้องแต่งหน้าแต่งตัวให้ดูดีไว้ก่อน บุคลิกที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

"สีไหนดี ช่วยเลือกให้กูหน่อย" ลิปสติกโทนสีชมพูประมาณสิบแท่งกำอยู่ในมือ ทำเอาคนถูกถามถึงกับถอนหายใจใส่กันอย่างเอือมระอา

ขุนพลทำประหนึ่งโดนแม่บังคับให้มาซื้อของในตลาด

"เอาสีอะไรดี กูเลือกไม่ถูก" ฉันดึงแขนเสื้อแจ็กเกตของคนข้างกายให้มาดูลิปสติกใกล้ ๆ "กูอยากได้โทนสีชมพู"

คนนัดสัมภาษณ์งานบอกให้ฉันแต่งตัวโทนสีสุภาพ

"อันนี้ อันนี้และก็อันนี้" ขุนพลใช้นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังแท่งลิปสติกสีชมพูอ่อนกึ่งนู้ด สีชมพูอมแดงนิดๆ และสีชมพูตุ่น

"มึงชี้มั่วป้ะ ตั้งใจเลือกให้กูแล้วใช่ไหม" ฉันหรี่สายตามองคนตัวสูงอย่างเคลือบแคลงใจ แต่ก็ยอมส่งลิปสติกทั้งสามแท่งให้กับพนักงานร้านช่วยคิดเงิน เพราะขุนพลดันเลือกลิปสติกทั้งสามแท่งตรงกับใจพอดี

"ตั้งใจกว่านี้กูคงได้เหรียญทองโอลิมปิกแล้ว"

"เหรียญทองรุ่นประชดน่ะ มึงได้แน่" ฉันกลอกตามองบนใส่เขาอย่างหมั่นไส้

ขุนพลเมินทั้งคำประชดและสายตาของฉัน จากนั้นเขาหยิบบัตรเครดิตจากกระเป๋าส่งให้พนักงานแคชเชียร์

“กูจ่ายเองได้” ฉันหันมาบอกเพราะเกรงใจเพื่อน ชวนเขามาเดินชอปปิ้งเป็นเพื่อน ไม่ได้ต้องการให้เขาจ่ายเงินซื้อของให้เสียหน่อย อย่าบอกนะว่าเขาคิดว่าฉันชวนมาเพราะอยากให้จ่ายน่ะ

“รู้ มึงเก็บเงินไว้กินข้าวเถอะ ลิปสติกแค่สามแท่ง กูจ่ายให้เพื่อนได้”

“แต่...”

“อะไรอีก” ขุนพลเริ่มทำน้ำเสียงรำคาญเมื่อฉันยังไม่ยอมให้มันได้เสียเงินสักที

“ลิปสติกแท่งละ 59 บาท จัดโปรสามแท่ง 139 บาท เขาไม่รับบัตรเครดิตเว้ย” นิ้วชี้ไปยังป้ายเล็ก ๆ ตรงหน้าเคาน์เตอร์ซึ่งเขียนประกาศไว้ว่า ยอดขั้นต่ำกว่า 500 ไม่รับบัตรเครดิต

“งั้นมึงก็ไปเลือกของอย่างอื่นให้มันเกินดิ” ขุนพลแนะนำ

"ไม่เอา กูอยากได้แค่นี้"

"งั้นกูซื้อของตัวเองละกัน" ไม่ว่าเปล่ามือหนาหยิบกล่องถุงยางอนามัยซึ่งวางอยู่บนชั้นตรงด้านข้างแคชเชียร์ออกมาห้ากล่องแล้วส่งให้พนักงานคิดเงิน "คิดรวมกันเลยครับพี่สาว"

"สักครู่ค่ะ"

ลิปสติกสามแท่งกับถุงยางอนามัยห้ากล่องยอดรวมทั้งหมดหกร้อยบาท ฉันก็ไม่สามารถขัดความต้องการขุนพลได้อีก นอกจากให้เขาเป็นคนจ่ายเงินค่าลิปสติกที่รู้สึกเหมือนกับซื้อถุงยางอนามัยแถมลิปสติกอย่างไรอย่างนั้น

"เอาของมึงไปเลย มีแค่แท่งเดียวใช้อะไรเยอะแยะ" มือล้วงหยิบลิปสติกตัวเองออกจากถุงพลาสติกใส่กระเป๋าผ้าแล้วส่งของที่เหลือในถุงให้คนตัวสูง

"มึงก็มีปากเดียว ใช้อะไรตั้งสามแท่ง" เขาสวนกลับ

"กูก็ใช้วันละแท่ง"

"กูก็ใช้วันละกล่อง"

"คนอย่างมึงเนี่ยนะใช้วันละกล่อง" ฉันทำหน้าไม่เชื่อ คนอย่างนายขุนพลใช้ชีวิตติดเรตสิบแปดบวกตั้งแต่อายุสิบหก สาวสวยรายล้อมกาย ชีวิตไม่เคยเหี่ยวเฉา คาดว่าคืนหนึ่งถุงยางอนามัยแค่กล่องเดียวคงไม่เพียงพอ

"ทำไม มึงอยากให้กูใช้กี่กล่อง"

"ถามกูเพื่อ ถามผู้หญิงของมึงนู่น" ฉันสวนกลับด้วยน้ำเสียงเหวี่ยงวีน ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าหงุดหงิดอะไร รู้แค่ว่าฉันไม่ได้อยากรับรู้เรื่องบนเตียงของเพื่อนคนนี้สักเท่าไร

ฟังแล้วมันหัวใจเจ็บแปลบ ๆ

"เมนส์มึงมาแน่ ๆ " ขุนพลสันนิษฐาน

"เออ" คนเพิ่งเมนส์หมดตอบให้อีกคนหายสงสัยในอารมณ์แปรปรวนที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับความสัมพันธ์ที่เรียกว่า เพื่อนสนิท “รู้แล้วก็อย่ากวนตีนให้มาก”

"เออ ๆ ว่าแต่มึงนั่งรถไฟฟ้ากลับเองได้ใช่ป้ะ คือกูมีนัดที่นี่ต่อพอดี" ร่างสูงหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาหลังเดินออกจากช็อปเครื่องสำอาง เขาพิมพ์อะไรบางอย่างครู่หนึ่ง ไม่จำเป็นต้องส่องให้เขาด่าว่าเสือก ก็คาดเดาได้ว่าเขาคงนัดใครสักคนมาที่นี่

"อืม แยกกันตรงนี้ก็ได้ กูก็มีนัดเหมือนกัน"

"หืม นัดกับใคร ผู้ชาย " คราวนี้เป็นขุนพลที่เริ่มทำหน้าบูดเหมือนข้าวหมาค้างคืน

"ไม่ต้องรู้หรอกน่า ไปนะ"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อเธอรักเขามากกว่าเพื่อน (When she love him more)   บทที่ 73

    อีกไม่กี่นาทีก็จะเปลี่ยนเป็นวันใหม่แล้ว “สี่แก้วไม่เมาหรอก” “ไม่เมาแต่ตาเยิ้มเลยนะ” ขุนพลไม่เถียงแต่วางแก้วบนโต๊ะเป็นการตอบรับว่าจะหยุดดื่มแล้ว สองแขนเปลี่ยนมากอดคนตัวเล็กไว้แนบกาย “ขุนปล่อย อย่ามากอด คนเยอะ” “ไม่มีใครสนใจหรอกน่า” ขุนพลกระชับอ้อมกอดแน่นมากกว่าเดิม ครีมจำต้องยอมเป็นตุ๊

  • เมื่อเธอรักเขามากกว่าเพื่อน (When she love him more)   บทที่ 72

    “จูบหน่อยครับเมีย” ใบหน้าหล่อโน้มจูบปิดปากขณะมือหนาเลื่อนลงต่ำ ลูบไล้ผ่านหน้าท้องแบนราบไปยังขอบกางเกงผ้านิ่ม มือหนาสอดเข้าไปใต้กางเกงในตัวจิ๋ว เพียงแค่ปลายนิ้วลูบเบา ๆ บริเวณส่วนกลางกายสาวพลันเปียกชื้นอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นปราดทั่วสรรพางค์กาย ครีมเผลออ้าปากค้าง ลืมสิ้นซึ่งความตั้งใจท

  • เมื่อเธอรักเขามากกว่าเพื่อน (When she love him more)   บทที่ 71

    “หนูจะนอนกับใคร พ่อแม่หรือตาตา” ครีมถามลูกสาววัยสองขวบครึ่งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เด็กน้อยนั่งรถตรงจากกรุงเทพมาเชียงใหม่เพื่ออยู่ฉลองปีใหม่กับคุณตา ทริปครั้งนี้คุณย่าก็บินตามมาด้วย ทางลูกชายได้จองที่พักโรงแรมในตัวเมืองเพื่อให้ท่านได้ใช้เวลาพักผ่อนสิ้นปีอย่างสะดวกสบาย “ตาตา” หนูน้อยของขวัญเอ่ยตอบเสีย

  • เมื่อเธอรักเขามากกว่าเพื่อน (When she love him more)   บทที่ 70

    “อื้อ ขุน” ครีมใช้สติอันน้อยนิดผลักแผงอกปรามสามีเบาๆ รับรู้ได้ว่าเขาเครื่องติดแล้ว และเธอก็ให้เขาไม่ได้ “ไม่เอา” ขุนตอบเสียงแหบพร่า ก้มจูบลงบนซอกคอ เม้มผิวเนื้ออย่างกระหาย ตั้งแต่ครีมท้อง เขาก็ละเว้นเรื่องเซ็กซ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่กล้าแตะต้องเธอด้วยซ้ำ ทว่าเสือจำศีลเมื่อได้ลิ้มรสเหยื่อแสนหวาน ค

  • เมื่อเธอรักเขามากกว่าเพื่อน (When she love him more)   บทที่ 69

    “อันที่จริงตอนเป็นเรียนมหาลัย เธอเหวี่ยงเรากว่าดีนี้อีก ไม่ยอมให้จับ ไม่ยอมให้ใกล้ เราต้องซื้อข้าวหมูกรอบไปนั่งขอบเตียงง้อเธอ” แม้มันจะผ่านมานานหลายปี แต่ความทรงจำในช่วงมหาวิทยาลัยยังคงชัดเจน ชีวิตของพวกเราช่างว้าวุ่น แต่ก็เป็นความทรงจำที่มีค่ามหาศาล เพราะมันเป็นบทเรียนให้เราก้าวเป็นผู้ใหญ่ แก้ไ

  • เมื่อเธอรักเขามากกว่าเพื่อน (When she love him more)   บทที่ 68

    อยากจูบปลอบใจเมียว่ะ “ถ้าครีมไม่พูด ขุนก็ลืมไปแล้วว่าวันนี้วันเกิดตัวเอง” น้ำเสียงทุ้มเจือหัวเราะในลำคอเบา ๆ มือหนาวางบนเอวเล็ก “ครีมขอโทษนะ น่าจะจำให้ได้เร็วกว่านี้ จะหมดวันแล้ว” ครีมเอ่ยรู้สึกผิด ช่วงนี้เธอแพ้ท้องหนักจนไม่อยากจะเห็นหน้าอีกฝ่าย ทำเอาเขาลำบากไปด้วย แถมยังเหวี่ยงใส่เขาทุกวัน ตั้ง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status