Masukเรื่องราวของดรีมกับดราฟเริ่มต้นขึ้นตอนดรีมอายุสิบหกปี กำลังเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่สี่โรงเรียนเดียวกันกับดราฟ ซึ่งในตอนนั้นดราฟมีอายุสิบแปดปีกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมปีที่หกเป็นรุ่นพี่ของดรีมสองปี
ทั้งสองคนรู้จักกันตอนงานกีฬาสีโรงเรียน เป็นดราฟที่ถูกตาต้องใจดรีมก่อน รักแรกพบทำนองนั้น อีกทั้งทั้งคู่ยังเป็นรักแรกของกันและกัน แม้ว่าความรักของทั้งคู่ในตอนนั้นจะเป็นเพียงรักในวัยเด็กแต่ก็เป็นรักที่ครอบครัวทั้งฝ่ายยอมรับและรับรู้ ทั้งคู่คบกันอยู่ในกฎเกณฑ์ รู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ จนกระทั่งดรีมเข้าเรียนมหาลัย ขณะนั้นดราฟเรียนอยู่มหาลัยปีที่สามทั้งคู่ถึงได้ออกมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ความรักของทั้งคู่ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายเหมือนคู่รักทั่วไปแต่อาจแตกต่างจากคู่อื่น ๆ ตรงที่คู่ดรีมกับดราฟแทบไม่ทะเลาะกันเลย จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จนกระทั่งย่างเข้าสู่ปีที่เก้า ดรีมอายุยี่สิบห้า ดราฟอายุยี่สิบเจ็ด เราอยู่ในวัยที่ก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ใหญ่ วัยที่ทุกคนต่างก็เริ่มทำงานอย่างจริงจัง เริ่มมองหาอนาคต เริ่มมองหาความมั่นคงของชีวิต เริ่มมีมุมมองความคิดแตกต่างจากตอนเป็นเด็ก เริ่มอยากลองทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่การแต่งงานหรือมีชีวิตครอบครัว เก้าปีที่คบกันมาสำหรับดรีมมันมากพอให้ดรีมอยากสร้างครอบครัวไปกับดราฟ เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูก ทว่าดราฟกลับไม่คิดอย่างนั้น ดราฟอยากมีชีวิตเป็นของตัวเองที่ไม่ใช่เป็นสามีหรือพ่อของใคร ดราฟอยากได้อิสระ อยากได้ชีวิตที่เสียไปตลอดเก้าปีคืน ดราฟบอกไม่มีความสุขกับการมีดรีมในชีวิตอีกแล้ว ดรีมจึงบอกลาและพาตัวเองออกมาจากชีวิตของดราฟตั้งแต่ตอนนั้น จนกระทั่งวันนี้ที่เราวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง มันไม่ง่ายสำหรับดรีมเลย แต่มันคงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับดราฟเช่นกัน “ว่าไง ไม่รักกันแล้วเหรอ” ดรีมหลุดออกจากภวังค์ความคิด จ้องหน้าดราฟด้วยความเกลียดชัง “ต้องการอะไร” “ต้องการเธอ” ดรีมหัวเยาะออกมาอย่างหยามหยัน ใครสั่งสอนใครเขาพูดจาแบบนี้กัน “โคตรตอแหล” “ดรีม” ดราฟเรียกชื่อดรีมเสียงดังลั่น ไม่คิดไม่ฝันว่าดรีมกล้าพูดจาแบบนี้ใส่ นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ พูดก็พูดเถอะถึงแม้ดรีมจะมีบุคลิกดูเหมือนเป็นผู้หญิงแรง ๆ แต่เธอพูดจาโคตรเพราะและโคตรมีมารยาท ขนาดสบถคำหยาบ ดราฟยังไม่เคยได้ยิน พอเจอดรีมพูดจาแบบนี้ใส่ดราฟเลยรู้สึกอึ้ง จริง ๆ ดราฟอึ้งตั้งแต่โดนดรีมตบละ รู้สึกว่าตั้งแต่เลิกกันดรีมเปลี่ยนไปเยอะเลย เปลี่ยนเป็นอีกคนที่ดราฟไม่เคยรู้จัก “พูดจาไม่น่ารักเลยว่ะ” “มันเรื่องของใคร” ดรีมยอกย้อนกลับ “พูดดี ๆ” ดราฟเริ่มไม่สบอารมณ์ ไม่เจอกันแค่หกเดือนทำไมดรีมพยศขึ้นวะ ดูดื้อขึ้นจนดราฟอยากกำราบ “ทำไมต้องพูดดีด้วยไม่ทราบ คิดว่าตัวเองเป็นใครอะ” “โกรธอะไรขนาดนั้นวะ ตัวเองเป็นคนบอกเลิกเองแท้ ๆ คนโดนบอกเลิกยังไม่โกรธเลยอะ” ดราฟงงไปหมดทั้งที่เขาเป็นคนโดนบอกเลิกแท้ ๆ เขายังไม่รู้สึกโกรธเธอเลยสักนิด แต่ดูเธอดิ ไม่ใช่แค่โกรธแต่ดูทรงเธอน่าจะเกลียดเขาไปแล้วด้วยซ้ำ โคตรไม่ยุติธรรมเลยว่ะ “เหอะ” เป็นอีกครั้งที่ดรีมแค่นหัวเราะออกมาอย่างหยามหยัน เขาจะโกรธเธอทำไมอะ เขาดีใจน่ะถูกต้องแล้ว มันควรเป็นแบบนั้น ในเมื่อคนที่ไม่มีอยากมีกันคือเขาไม่ใช่เธอ เธอก็แค่ทำให้ความปรารถนาของเขาสมหวังด้วยการบอกเลิกและพาตัวเองออกมาจากชีวิตของเขา “ก็ดีแล้วหนิ” ดรีมพูดอย่างไม่แยแส “ดี” ดราฟทวนอย่างไม่เข้าใจ “ก็ดีแล้วที่เลิกกัน” จะได้ไม่ต้องเสียเวลาชีวิตเขาไปมากกว่านั้น แค่เก้าปีที่เสียไปมันก็มากเกินพอสำหรับเขาแล้วไม่ใช่เหรอ “ก็จริง” ดราฟพยักพเยิดรับหน้านิ่งพร้อมปล่อยมือที่พันธนาการดรีมไว้ “กลับบ้านดี ๆ” เขาหันหลังเดินออกไปขณะที่ดรีมยังยืนอยู่ที่เดิม เฝ้ามองแผ่นหลังของเขาเดินออกไปไกลจนลับสายตาดรีมกับดราฟมาเที่ยวพักผ่อนหนึ่งอาทิตย์ ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา เราตะลอนเที่ยวกันหลายที่มาก ๆ ที่ไหนเป็นสถานที่ขึ้นชื่อเราไปมาหมดเป็นการมาเที่ยวพักผ่อนที่ดรีมกับดราฟได้ชาร์จพลังไปเต็ม ๆ เลยก็ว่าได้ มัวแต่เที่ยวกันอย่างมีความสุขจนลืมไปเลยว่าพรุ่งนี้เราต้องเดินทางกลับกันแล้ว พอนึกได้ใบหน้าสวยก็หม่นเศร้าลงเล็กน้อยอย่างนึกเสียดาย ดรีมอยากอยู่ที่นี่นานกว่านี้อีกสักหน่อย มีที่เที่ยวอีกหลายที่เลยที่ดรีมยังไม่ได้ไป แต่จะให้ดรีมอยู่นานกว่านี้ก็ไม่ได้อีกเมื่อทั้งดรีมและก็ดราฟต่างก็มีงานที่ต้องรับผิดชอบกัน งานดรีมไม่เท่าไรแต่งานของดราฟสำคัญสุด ตอนนี้แบรนด์เสื้อผ้าของดราฟตีตลาดได้แล้วกำลังฮิตมาก ๆ ในหมู่วัยรุ่น วัยหนุ่มสาว เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ลูกค้าต่างหลั่งไหลเข้ามาซื้อไม่ขาดเนื่องจากคุณภาพของสินค้ามันดีและเสื้อผ้าก็ดูทันสมัยเข้ากับยุคสมัยนี้ กิจการของดราฟกำลังไปได้สวยมาก ดรีมจึงไม่อยากให้ดราฟต้องเสียงานเสียการเพราะเธอ ไว้เราหาเวลาว่างแล้วมาเที่ยวกันใหม่ก็ได้ “ครั้งหน้าเราไปต่างประเทศกันดีไหมคะ”ระหว่างนั่งทานหมูกระทะกันอยู่ เราคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยเปื่อยจู่ ๆ ดรีมก็วกมาเรื่องเ
หลังจากที่กลับมารับงานยาว ๆ แบบไม่หยุดพักมาหลายเดือนในที่สุดดรีมก็เคลียร์คิวงานที่รับไว้หมดสักที ร่างกายที่สะสมความเหนื่อยล้ามานานเริ่มโหยหาสิ่งฮีลใจ ดรีมจึงหาสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงนี้ว่ามีที่ไหนบรรยากาศดีเหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจบ้าง คราแรกดรีมคิดว่าไปเที่ยวต่างประเทศดีกว่าแต่คิดไปคิดมาดรีมไม่อยากเดินทางไกลจึงเปลี่ยนมาเที่ยวในประเทศแทน ดรีมลิสต์รายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่ตัวเองสนใจ ดรีมอยากได้ห้องพักที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ไม่วุ่นวายกับใคร อยู่กับเสียงนกเสียงกา ต้นไม้ใบหญ้าที่สำคัญต้องมีความเป็นส่วนตัว ดรีมนั่งจดจ่ออยู่กับการหาสถานที่ท่องเที่ยวจนไม่ได้สนใจเสียงรถที่ขับเข้ามาจอดในบ้านเลยสักนิด ขนาดดราฟเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าก็ไม่อาจดึงความสนใจจากดรีมให้หันมองได้ ดราฟเห็นดรีมเมินเฉยใส่ก็อดรู้สึกน้อยใจไม่ได้ เลิกงานดราฟรีบบึ่งตรงกลับบ้านมาทันทีไม่แวะไปเถลไถลที่ไหนแท้ ๆ แต่ดรีมกลับไม่สนใจกันสักนิด ไม่ถามกันสักคำว่าเขาเหนื่อยหรือหิวไหม ขนาดดราฟยืนหัวโด่อยู่ทนโท่เธอยังไม่สนใจ ดราฟอยากรู้จริง ๆ ในโทรศัพท์นั้นมีอะไร ที่สำคัญมากกว่าดราฟขนาดนั้นเลยเหรอ ดราฟยืนรอให้ดรีมทักอยู่นาน
หลังจากที่กลับมารับงานยาว ๆ แบบไม่หยุดพักมาหลายเดือนในที่สุดดรีมก็เคลียร์คิวงานที่รับไว้หมดสักที ร่างกายที่สะสมความเหนื่อยล้ามานานเริ่มโหยหาสิ่งฮีลใจ ดรีมจึงหาสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงนี้ว่ามีที่ไหนบรรยากาศดีเหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจบ้าง คราแรกดรีมคิดว่าไปเที่ยวต่างประเทศดีกว่าแต่คิดไปคิดมาดรีมไม่อยากเดินทางไกลจึงเปลี่ยนมาเที่ยวในประเทศแทน ดรีมลิสต์รายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่ตัวเองสนใจ ดรีมอยากได้ห้องพักที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ไม่วุ่นวายกับใคร อยู่กับเสียงนกเสียงกา ต้นไม้ใบหญ้าที่สำคัญต้องมีความเป็นส่วนตัว ดรีมนั่งจดจ่ออยู่กับการหาสถานที่ท่องเที่ยวจนไม่ได้สนใจเสียงรถที่ขับเข้ามาจอดในบ้านเลยสักนิด ขนาดดราฟเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าก็ไม่อาจดึงความสนใจจากดรีมให้หันมองได้ ดราฟเห็นดรีมเมินเฉยใส่ก็อดรู้สึกน้อยใจไม่ได้ เลิกงานดราฟรีบบึ่งตรงกลับบ้านมาทันทีไม่แวะไปเถลไถลที่ไหนแท้ ๆ แต่ดรีมกลับไม่สนใจกันสักนิด ไม่ถามกันสักคำว่าเขาเหนื่อยหรือหิวไหม ขนาดดราฟยืนหัวโด่อยู่ทนโท่เธอยังไม่สนใจ ดราฟอยากรู้จริง ๆ ในโทรศัพท์นั้นมีอะไร ที่สำคัญมากกว่าดราฟขนาดนั้นเลยเหรอ ดราฟยืนรอให้ดรีมทักอยู่นาน
หลังจากที่ดรีมตัดสินใจให้โอกาสดราฟอีกครั้งนับเป็นเวลาสองอาทิตย์แล้วที่ดราฟย้ายมาอยู่บ้านของดรีม ดรีมไล่ดราฟแล้วไล่ดราฟอีกแต่ดราฟก็ไม่ยอมกลับ เขาหาข้ออ้างสารพัดมาต่อรองให้ดรีมใจอ่อนยอมให้เขาอยู่บ้านด้วย ดราฟบอกว่าเป็นห่วงไม่อยากให้ดรีมอยู่คนเดียว ดรีมฟังคำพูดของดราฟก็ได้แต่นึกหมั่นไส้อยู่ในใจบางครั้งดรีมก็อยากแพ้เสียงในหัวตอกกลับดราฟเหมือนกัน ทว่าการหยิบยกเรื่องเก่า ๆ มาพูดใช่ว่าจะดีสักเท่าไร สิ่งไหนที่มันจบไปแล้วก็ควรให้มันไป ดรีมคิดว่าดรีมควรโฟกัสกับปัจจุบันตรงหน้าดีกว่ายึดติดกับสิ่งที่เคยทำให้เจ็บปวด หลายคนอาจมองว่าดรีมโง่ที่ให้โอกาสดราฟอีกครั้ง ซึ่งความจริงดรีมอาจจะเป็นคนโง่อย่างที่หลายคนคิดกัน มีที่ไหนเขาทำให้เจ็บช้ำขนาดนั้นยังกลับไปหา หากเป็นคนอื่นคงมีผู้ชายคนใหม่ไปแล้ว ที่ผ่านมาดรีมก็ลองคุยกับคนใหม่ ๆ เหมือนกันแต่คุยได้แค่หนึ่งถึงสองวันดรีมก็ตีตัวออกห่างเพราะรู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ดรีมต้องการหรือไม่ก็อาจเป็นเพราะดรีมยังมีดราฟอยู่เต็มหัวใจจนทำให้ดรีมไม่สามารถเริ่มต้นใหม่กับใครได้ หลังจากที่ดรีมได้เคลียร์กับดราฟได้เห็นถึงความพยายามและความจริงใจที่ดราฟแสดงออกต่อดรีม ดร
ดราฟเดินผิวปากเข้ามาในห้องทำงานของมาร์คอย่างอารมณ์ดี สีหน้าชื่นมื่นจนเพื่อน ๆ ที่มองมาต่างพากันทำหน้าสงสัยว่าดราฟไปโดนตัวไหนมาถึงได้ดีดเหมือนม้าดีดกระโหลกแบบนี้ “อารมณ์ดีมาเชียวนะมึง” ทีกระแนะกระแหนดราฟด้วยความหมั่นไส้ มีความสุขเหลือเกินทั้งที่สองวันก่อนยังร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดอยู่แท้ ๆ “ก็คนมีความสุขจะให้ร้องไห้หรือไงวะ” ดราฟยอกย้อนกลับอย่างไม่ยี่หระเดินมาทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ เจฟที่นั่งเล่นมือถืออยู่ไม่พูดไม่จา “ดรีมยอมคืนดีกับมึงแล้วว่างั้น” มาร์คถามเสียงหยัน ดราฟไม่ตอบแต่ยักคิ้วหลิ่วตาให้มาร์คแทน ท่าทีน่าหมั่นไส้จนอยากเอาตีนยันหน้าให้หงายหลัง “ใครจะไปคืนดีกับมัน” เจฟเงยหน้าจากโทรศัพท์ขึ้นมาพูดจาแดกดันใส่ดราฟ “ใครจะอยากได้คนหมา ๆ แบบมันกัน” “ดรีมไง” ดราฟยิ้มกว้างตอบด้วยความภาคภูมิใจสุด ๆ “เอาดี คืนดีกันแล้วเหรอ” ทีลนลานถามระคนอยากรู้อยากเห็น “ระดับกู” ดราฟเชิดหน้าตอบอย่างภาคภูมิใจสุด ๆ หนึ่งเดือนที่ดราฟเพียรพยายามง้อดรีมอย่างไม่ลดละในที่สุดความพยายามของดราฟก็สัมฤทธิ์ผลสักที ดรีมยอมใจอ่อนให้ดราฟแล้วแต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก เรากลับมาคืนดีกันแต่เรายังไม่
ดรีมปล่อยให้ดราฟร้องไห้จนกว่าดราฟจะพอใจท่ามกลางความงันของดรีม ดรีมไม่มีคำพูดปลอบใจดราฟดรีมมีเพียงสัมผัสแผ่วเบาจากฝ่ามือของเธอเท่านั้นที่ทำหน้าที่ปลอบประโลมดราฟอย่างอ่อนโยน เนิ่นนานหลายนาทีกว่าดราฟจะหยุดร้องไห้ ดวงตาแดงก่ำช้อนขึ้นมองสบตาดรีมอย่างเว้าวอนน่าสงสาร “ดรีมเกลียดดราฟไหม” ดราฟถามเสียงแผ่วเบาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ กลัวว่าคำตอบที่ได้รับจะเป็นคำตอบที่ดราฟไม่อยากได้ยิน ทว่าดรีมกลับเงียบไม่ตอบคำถามดราฟเสียอย่างนั้น แววตาที่ดรีมมองกัน ดราฟเดาไม่ได้เลยว่าดรีมคิดอะไรอยู่ เห็นท่าทีนิ่งเฉยของดรีม ดราฟจึงทึกทักไปเองแล้วว่าดรีมเกลียดเขามาก ถึงกระนั้นต่อให้ดรีมเกลียดดราฟจริง ๆ ดราฟจะทำอะไรได้นอกจากความยอมรับความจริงในเมื่อสิ่งที่ดราฟทำมันควรค่าที่จะโดนดรีมเกลียด “มันก็สมควรแล้ว” ดรีมหน้านิ่วคิ้วขมวดมองคนบ่นพึมพำไม่หยุดอย่างนึกขัน ดรีมเพิ่งรู้วันนี้ว่าดราฟเป็นพวกเวิ่นเว้อพอสมควร คิดเองเออเองเก่ง เขาชอบคิดแทนคนอื่นมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน การที่ดรีมไม่ตอบไม่ได้หมายความว่าดรีมเกลียดดราฟสักหน่อย ดรีมเงียบเพราะสมองของดรีมกำลังประมวลผลความคิดอยู่ต่างหาก ดรีมกำลังปะติดปะต่อเรื




![[Engineering] รุ่นพี่เย็นชากับรุ่นน้องหน้าใส](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


