Mag-log inเขาและเธอคบกันนานถึง 9ปี มีความทรงจำดี ๆ เกิดขึ้นมากมาย เราวาดฝันถึงงานแต่งงานราวกับสวรรค์สร้าง วันที่ได้ใส่ชุดคู่บ่าวสาวยืนเคียงข้าง สร้างครอบครัวที่อบอุ่นมีลูกน้อยที่น่ารักด้วยกัน ความรักของเธอกับเขาช่างหอมหวานจนไม่คิดว่าวันหนึ่งมันจะเดินทางมาถึงจุดจบเสมือนว่า 9 ปีที่ผ่านไม่มีค่าอะไรเลย
view moreเราใช้เวลานานขนาดไหนถึงจะลืมแฟนเก่าได้เหรอคะ
หนึ่งวัน หนึ่งเดือน หรือหนึ่งปี หรือตลอดชีวิตนี้ก็ไม่มีทางลืมได้ แล้วคนเราต้องใช้เวลานานขนาดไหนถึงจะกล้าเผชิญหน้ากับแฟนเก่าที่เคยคบกันมานานแต่เพิ่งจบความสัมพันธ์ไปล่ะ นานนับปีหรือชาตินี้ไม่ต้องเจอกันอีกเลย แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นให้ต้องเจอกัน เหตุจำเป็นที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ ทุกคนจะแสดงท่าทีที่มีต่อแฟนเก่ายังไง อาลัยอาวรณ์หรือหมางเมินแฟนเก่าดี ทุกคนจะทำแบบไหน แล้วตอนนี้ตัวของเธอควรทำเช่นไร เมื่อต้องเผชิญหน้ากับแฟนเก่าที่เคยคบกันมานานถึงเก้าปีและเพิ่งเลิกรากันเพียงหกเดือนเท่านั้น “ดรีม” ‘ดรีม’ ผละสายตาจากชายที่อยู่อีกฝั่งของสระน้ำหันมามองตามเสียงเรียกของเพื่อนสาวอย่าง ‘พลอย’ เจ้าของงานวันเกิดในค่ำคืนนี้ “มีความสุขมาก ๆ นะ” ดรีมอวยพรเพียงสั้น ๆ พร้อมยื่นของขวัญในมือส่งให้เพื่อนสาว “โอเครึเปล่า” พลอยถามระคนห่วงใย แม้สีหน้าของดรีมเรียบเฉยเหมือนไม่เป็นไรแต่ภายในใจใครจะรู้ “มันจบไปแล้ว” ดรีมตอบพร้อมระบายยิ้มเป็นการยืนยันว่าตัวเธอไม่เป็นไร “ฉันไม่เป็นไร” “แน่นะ” “ฉันไม่เป็นไรจริง ๆ” ดรีมยืนยันเสียงหนักแน่นหวังให้เพื่อนคลายความเป็นห่วงลงพลางใช้มือดันเพื่อนให้เดินไปรับแขกที่เดินเข้างานมา ดรีมถือแก้วเหล้าเดินไปหาเพื่อนสนิทอีกสองคนที่นั่งดื่มกันอยู่อีกฝั่งของสระด้วยท่าทีมาดมั่นไร้ความสั่นไหวในแววตาแม้ว่าแฟนเก่าจะอยู่ตรงนั้นก็ตาม การปรากฏตัวของดรีมทำให้เพื่อน ๆ หรือแม้แต่คนที่รู้จักกันแตกตื่นไม่น้อยเพราะนับตั้งแต่วันที่ดรีมเลิกรากับแฟนหนุ่ม ดรีมก็หายหน้าหายตาไปจากเพื่อนฝูงเช่นกัน “ไง” ดรีมทักทายด้วยรอยยิ้มพร้อมทิ้งตัวนั่งลงเก้าอี้ข้าง ๆ น้ำขิงและฟ้า “โคตรคิดถึงเลยว่ะ” น้ำขิงกับฟ้าสวมกอดดรีมด้วยความคิดถึงตามประสาเพื่อนคนสนิทที่ไม่ได้เจอหน้ากันนาน “คิดถึงเหมือนกัน” ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาดรีมเองก็คิดถึงเพื่อนมากเหมือนกัน ตั้งแต่เลิกกับแฟนดรีมก็เก็บตัวกลายเป็นคนติดบ้าน “แกเห็นพี่ดราฟยัง” ฟ้ากระซิบถามเสียงแผ่วพลางสังเกตสีหน้าดรีมไปด้วยว่าโอเคไหม “เขามาด้วยนะ แกโอเคไหม” “เขานั่งอยู่โต๊ะด้านหน้าเราไง” ดรีมมองตามนิ้วของน้ำขิงที่ชี้ไปยังโต๊ะด้านหน้า พลันความรู้สึกของดรีมกระตุกวูบชั่วขณะเมื่อเธอเผลอสบตากับแฟนเก่าที่มองมายังเธอก่อนอยู่แล้ว ดรีมรีบเบนหน้าหนีหันกลับมาโฟกัสแก้วเครื่องดื่มตรงหน้า เพียงสบตากำแพงที่เธอพยายามสร้างมันมาก็พังทลาย เลิกกันไปตั้งหกเดือนแล้วแท้ ๆ แต่พอกลับมาเจอหน้ามันเหมือนว่าเราเพิ่งบอกลากันไปเมื่อวานนี้เอง มันไม่ง่ายเลย “แกโอเคปะเนี่ย” “ฉันโอเค” ความโชคดีของดรีมคือเธอเป็นคนที่จัดการความรู้สึกของตัวเองได้เร็วจนคนอื่นไม่ทันสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของเธอด้วยซ้ำ เธอหันมาฉีกยิ้มร่า หัวเราะไปกับเรื่องขำ ๆ ในวงสังสรรค์ แต่หัวข้อสนทนาในวงเหล้าก็ยังไม่พ้นเรื่องการเลิกราของเธอ “ฉันถามจริง ๆ นะ แกกับเขาคบกันมาตั้งเก้าปี เหตุผลอะไรที่ทำให้แกเลิกกันได้วะ เขามีคนอื่น เขานอกใจแก หรือเพราะอะไร” มันคือสิ่งที่คาใจเพื่อน ๆ มาโดยตลอดและอยากรู้มาก ๆ เพราะเหตุใดคู่รักที่รักกันมากไม่เคยทะเลาะกันเลยสักครั้งถึงเลิกกันได้ “เพราะเราหมดรักกันไง” ดรีมระบายยิ้มตอบเสียงเรียบนิ่งราวกับว่าเธอไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งที่ความจริงเธอรู้สึกเจียนตายทุกครั้งยามนึกถึงเหตุผลของการเลิกรา “ฮะ” เพื่อน ๆ แทบไม่เชื่อกับคำตอบที่ได้ยิน มันใช่จริง ๆ เหรอฮะ “ไม่มีอะไรจีรังหรอกไม่ว่าความชอบหรือความรัก” วันหนึ่งมันก็หมดไปจางหายไปกับเวลาและกลายเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันอย่างที่เธอกับเขาเป็นอยู่ตอนนี้ เสียงเพลงวันเกิดดังขึ้นดึงความสนใจให้ทุกคนหันไปมองตรงที่เจ้าของงานวันเกิดยืนอยู่ ดรีมกับเพื่อนอีกสองคนลุกเดินไปหาพลอยเมื่อเธอกวักมือเรียกให้เดินไปหา เสียงฝีเท้าที่เดินมาหยุดอยู่ด้านข้าง “ไง” เสียงกระซิบคุ้นเคยดังขึ้นข้างหูพร้อมมือที่ตวัดจับเอวเธออย่างถือวิสาสะ “สบายดีไหม” ไม่ต้องมองหน้าดรีมก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร “ดีมาก ตั้งแต่ไม่มีนาย”ดรีมกับดราฟมาเที่ยวพักผ่อนหนึ่งอาทิตย์ ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา เราตะลอนเที่ยวกันหลายที่มาก ๆ ที่ไหนเป็นสถานที่ขึ้นชื่อเราไปมาหมดเป็นการมาเที่ยวพักผ่อนที่ดรีมกับดราฟได้ชาร์จพลังไปเต็ม ๆ เลยก็ว่าได้ มัวแต่เที่ยวกันอย่างมีความสุขจนลืมไปเลยว่าพรุ่งนี้เราต้องเดินทางกลับกันแล้ว พอนึกได้ใบหน้าสวยก็หม่นเศร้าลงเล็กน้อยอย่างนึกเสียดาย ดรีมอยากอยู่ที่นี่นานกว่านี้อีกสักหน่อย มีที่เที่ยวอีกหลายที่เลยที่ดรีมยังไม่ได้ไป แต่จะให้ดรีมอยู่นานกว่านี้ก็ไม่ได้อีกเมื่อทั้งดรีมและก็ดราฟต่างก็มีงานที่ต้องรับผิดชอบกัน งานดรีมไม่เท่าไรแต่งานของดราฟสำคัญสุด ตอนนี้แบรนด์เสื้อผ้าของดราฟตีตลาดได้แล้วกำลังฮิตมาก ๆ ในหมู่วัยรุ่น วัยหนุ่มสาว เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ลูกค้าต่างหลั่งไหลเข้ามาซื้อไม่ขาดเนื่องจากคุณภาพของสินค้ามันดีและเสื้อผ้าก็ดูทันสมัยเข้ากับยุคสมัยนี้ กิจการของดราฟกำลังไปได้สวยมาก ดรีมจึงไม่อยากให้ดราฟต้องเสียงานเสียการเพราะเธอ ไว้เราหาเวลาว่างแล้วมาเที่ยวกันใหม่ก็ได้ “ครั้งหน้าเราไปต่างประเทศกันดีไหมคะ”ระหว่างนั่งทานหมูกระทะกันอยู่ เราคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยเปื่อยจู่ ๆ ดรีมก็วกมาเรื่องเ
หลังจากที่กลับมารับงานยาว ๆ แบบไม่หยุดพักมาหลายเดือนในที่สุดดรีมก็เคลียร์คิวงานที่รับไว้หมดสักที ร่างกายที่สะสมความเหนื่อยล้ามานานเริ่มโหยหาสิ่งฮีลใจ ดรีมจึงหาสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงนี้ว่ามีที่ไหนบรรยากาศดีเหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจบ้าง คราแรกดรีมคิดว่าไปเที่ยวต่างประเทศดีกว่าแต่คิดไปคิดมาดรีมไม่อยากเดินทางไกลจึงเปลี่ยนมาเที่ยวในประเทศแทน ดรีมลิสต์รายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่ตัวเองสนใจ ดรีมอยากได้ห้องพักที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ไม่วุ่นวายกับใคร อยู่กับเสียงนกเสียงกา ต้นไม้ใบหญ้าที่สำคัญต้องมีความเป็นส่วนตัว ดรีมนั่งจดจ่ออยู่กับการหาสถานที่ท่องเที่ยวจนไม่ได้สนใจเสียงรถที่ขับเข้ามาจอดในบ้านเลยสักนิด ขนาดดราฟเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าก็ไม่อาจดึงความสนใจจากดรีมให้หันมองได้ ดราฟเห็นดรีมเมินเฉยใส่ก็อดรู้สึกน้อยใจไม่ได้ เลิกงานดราฟรีบบึ่งตรงกลับบ้านมาทันทีไม่แวะไปเถลไถลที่ไหนแท้ ๆ แต่ดรีมกลับไม่สนใจกันสักนิด ไม่ถามกันสักคำว่าเขาเหนื่อยหรือหิวไหม ขนาดดราฟยืนหัวโด่อยู่ทนโท่เธอยังไม่สนใจ ดราฟอยากรู้จริง ๆ ในโทรศัพท์นั้นมีอะไร ที่สำคัญมากกว่าดราฟขนาดนั้นเลยเหรอ ดราฟยืนรอให้ดรีมทักอยู่นาน
หลังจากที่กลับมารับงานยาว ๆ แบบไม่หยุดพักมาหลายเดือนในที่สุดดรีมก็เคลียร์คิวงานที่รับไว้หมดสักที ร่างกายที่สะสมความเหนื่อยล้ามานานเริ่มโหยหาสิ่งฮีลใจ ดรีมจึงหาสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงนี้ว่ามีที่ไหนบรรยากาศดีเหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจบ้าง คราแรกดรีมคิดว่าไปเที่ยวต่างประเทศดีกว่าแต่คิดไปคิดมาดรีมไม่อยากเดินทางไกลจึงเปลี่ยนมาเที่ยวในประเทศแทน ดรีมลิสต์รายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่ตัวเองสนใจ ดรีมอยากได้ห้องพักที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ไม่วุ่นวายกับใคร อยู่กับเสียงนกเสียงกา ต้นไม้ใบหญ้าที่สำคัญต้องมีความเป็นส่วนตัว ดรีมนั่งจดจ่ออยู่กับการหาสถานที่ท่องเที่ยวจนไม่ได้สนใจเสียงรถที่ขับเข้ามาจอดในบ้านเลยสักนิด ขนาดดราฟเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าก็ไม่อาจดึงความสนใจจากดรีมให้หันมองได้ ดราฟเห็นดรีมเมินเฉยใส่ก็อดรู้สึกน้อยใจไม่ได้ เลิกงานดราฟรีบบึ่งตรงกลับบ้านมาทันทีไม่แวะไปเถลไถลที่ไหนแท้ ๆ แต่ดรีมกลับไม่สนใจกันสักนิด ไม่ถามกันสักคำว่าเขาเหนื่อยหรือหิวไหม ขนาดดราฟยืนหัวโด่อยู่ทนโท่เธอยังไม่สนใจ ดราฟอยากรู้จริง ๆ ในโทรศัพท์นั้นมีอะไร ที่สำคัญมากกว่าดราฟขนาดนั้นเลยเหรอ ดราฟยืนรอให้ดรีมทักอยู่นาน
หลังจากที่ดรีมตัดสินใจให้โอกาสดราฟอีกครั้งนับเป็นเวลาสองอาทิตย์แล้วที่ดราฟย้ายมาอยู่บ้านของดรีม ดรีมไล่ดราฟแล้วไล่ดราฟอีกแต่ดราฟก็ไม่ยอมกลับ เขาหาข้ออ้างสารพัดมาต่อรองให้ดรีมใจอ่อนยอมให้เขาอยู่บ้านด้วย ดราฟบอกว่าเป็นห่วงไม่อยากให้ดรีมอยู่คนเดียว ดรีมฟังคำพูดของดราฟก็ได้แต่นึกหมั่นไส้อยู่ในใจบางครั้งดรีมก็อยากแพ้เสียงในหัวตอกกลับดราฟเหมือนกัน ทว่าการหยิบยกเรื่องเก่า ๆ มาพูดใช่ว่าจะดีสักเท่าไร สิ่งไหนที่มันจบไปแล้วก็ควรให้มันไป ดรีมคิดว่าดรีมควรโฟกัสกับปัจจุบันตรงหน้าดีกว่ายึดติดกับสิ่งที่เคยทำให้เจ็บปวด หลายคนอาจมองว่าดรีมโง่ที่ให้โอกาสดราฟอีกครั้ง ซึ่งความจริงดรีมอาจจะเป็นคนโง่อย่างที่หลายคนคิดกัน มีที่ไหนเขาทำให้เจ็บช้ำขนาดนั้นยังกลับไปหา หากเป็นคนอื่นคงมีผู้ชายคนใหม่ไปแล้ว ที่ผ่านมาดรีมก็ลองคุยกับคนใหม่ ๆ เหมือนกันแต่คุยได้แค่หนึ่งถึงสองวันดรีมก็ตีตัวออกห่างเพราะรู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ดรีมต้องการหรือไม่ก็อาจเป็นเพราะดรีมยังมีดราฟอยู่เต็มหัวใจจนทำให้ดรีมไม่สามารถเริ่มต้นใหม่กับใครได้ หลังจากที่ดรีมได้เคลียร์กับดราฟได้เห็นถึงความพยายามและความจริงใจที่ดราฟแสดงออกต่อดรีม ดร