Masuk“แต่แซมใจร้อน ตอนนี้คือรักเขามาก บอกตรงๆ นะพี่ฟาน ทนไม่ไหวหรอกให้หยอดทีละเล็กทีละน้อยน่ะ ใจมันอยากกระโจนใส่ให้รู้แล้วรู้รอด”
“ถ้าอย่างนั้นก็ปล้ำเอาทำเมียเลย”
ไม่มีการห้าม ยี่ห้อสเตฟานมีแต่การยุส่งเท่านั้น แซมทำตาลุกและยิ้มทันที เพราะในใจส่วนลึกนั้นอยากจะทำอะไรคล้ายๆ แบบนั้น
“จะดีเหรอพี่” แต่ก็ถามหน่อยเผื่อผิดพลาดจะได้มีที่ให้โทษและโยนความผิด
“ดีสิวะ ผู้หญิงพอเป็นเมียเราแล้วเดี๋ยวดีเอง” พี่ชายยืนยันอย่างผู้มีประสบการณ์
“ถ้าเขาไม่ยอมแล้วเขาโกรธแซมขึ้นมาล่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างลังเลนิดหนึ่ง
“จะยากอะไร ก็ทำจนกว่าเขาจะยอมให้ ถ้าเขาโกรธเราก็ง้อสิ แค่นี้แกก็คิดไม่ออกเหรอ”
พี่ชายดุให้นิดหนึ่ง สเตฟานส่ายหน้า ไอ้น้องชายคนนี้มันจะสุภาพไปถึงไหน ไม่เอาเชื้อพี่ชายมันไปสักครึ่ง ชายหนุ่มแอบค่อนน้องชายตัวเองในใจ
“โซวยังไม่เคยโกรธแซมจริงๆ สักที แซมไม่ชอบทำให้เขาโกรธน่ะพี่ฟาน แซมไม่ชอบเห็นเขางอน แซมชอบเห็นเขายิ้มมีความสุขทุกวัน” น้องชายเอ่ยพร้อมกับทำตาเพ้อฝันนิดหนึ่ง
“แกเป็นเอามากถึงขนาดนี้ ก็จะรออะไรอีกล่ะ ถ้าคิดว่าเขาเป็นคนที่ใช่ก็ต้องหาทางเอามาเป็นของเราให้ได้ เวลามันมีค่านะโว้ยไอ้น้องชาย รีบได้กัน รีบหมั้น รีบแต่ง รีบมีลูกมีหลานให้พ่อแม่ก่อนท่านจะชราภาพมากไปกว่านี้”
พี่ชายยุต่อไปและแซมเองก็ชักจะเห็นด้วยเพราะใจเอนเอียงไปมากแล้วในเรื่อง รีบได้กัน น่ะ
“สรุปว่า เอาเลยใช่ไหมพี่ฟาน ถ้าไม่ยอมก็ทำให้ยอม ถ้าโกรธก็ง้อ แต่ถ้าเขาสับสนไม่แน่ใจ ไม่รู้ตัวแล้วเขาไม่ยอมจริงๆ ล่ะ”
“แกมันคิดมากเกินไป คิดมากเหมือนพวกเรียนหมอนั่นแหละ แกต้องหัดใช้สมองซีกขวาซะบ้างเจ้าแซม ไม่เคยได้ยินรึไงที่เขาว่า จินตนาการสำคัญกว่าความรู้น่ะ”
พี่ชายของเขาช่างเก่งและรอบรู้เหลือเกินตั้งแต่แต่งงานมานี่
“เอางั้นเหรอ แซมจะเริ่มเมื่อไหร่ดีล่ะ”
ชายหนุ่มปรึกษาต่อไปมีความไว้วางใจในความคิดของพี่ชายอย่างเต็มร้อย
“จะรออะไรวะ คืนนี้เลย พรุ่งนี้วันเสาร์แกหยุดไม่ใช่เหรอ”
ผู้มีประสบการณ์ช่ำชองรู้ว่าบางทีมันอาจจะต้องเลยเถิดเพลิดเพลินกันจนถึงโต้รุ่งเอ่ยแนะนำอย่างไม่มีลังเล...เวลาเป็นของมีค่าและชีวิตมันสั้น คติประจำใจของสเตฟานและของใครต่อใครอีกหลายร้อยล้านคนบนโลกใบนี้
แซมมองสบตาพี่ชายในกล้องเห็นพี่ชายเชียร์เต็มที่ขนาดนั้น และถ้าสเตฟาน แม็คเคนซี่ออกตัวแรงเชียร์แบบทุ่มสุดตัวขนาดนี้ แซมไม่เชื่อก็คงจะไม่ได้แล้วล่ะ
“ตกลงครับพี่ฟาน คืนนี้แซมจะเริ่มปฏิบัติการเลย”
น้ำเสียงห้าวกล่าวแข่งขัน สเตฟานพยักหน้าและยิ้มให้น้องชายพร้อมกับชูนิ้วหัวแม่โป้งให้
“ให้มันได้อย่างนี้สิน้องพี่ จัดไปอย่าให้เสีย”
เสียงส่งเสริมพร้อมกับมีการกระซิบกระซาบเคล็ดลับอะไรบางอย่าง แซมตั้งใจฟังและพยักหน้ารับทราบ จากนั้นสองพี่น้องก็วางสาย
แซมเดินเข้าไปในห้องนอนของโซเฟีย หล่อนนอนเอกเขนกบนเตียง กำลังอ่านหนังสืออยู่ ชายหนุ่มก้าวขึ้นไปนอนเคียงข้าง
“คุยกับพี่ฟานเสร็จแล้วเหรอ”
หญิงสาวถามพร้อมกับวางหนังสือไปบนโต๊ะข้างเตียง ทั้งสองนอนหงายเคียงกันกลางเตียง แซมพลิกตัวมานอนตะแคงจ้องมองใบหน้างามของโซเฟียนิ่งๆ
“มองอะไร” โซเฟียส่งเสียงถามทันทีด้วยความสงสัย เขาจ้องหล่อนเขม็งราวกับกำลังต้องการสะกดจิตก็ไม่ปาน
“โซวรู้ตัวหรือเปล่าว่าสวยมาก” เสียงห้าวเอ่ยชมออกมาทำเอาโซเฟียทำตาโต
“เฮ้ย เป็นบ้าอะไรจู่ๆ ก็มาชมกันซึ่งหน้าแบบนี้ แซมไม่เคยว่าโซวสวย มีแต่ว่าเป็นลูกเป็ดขี้เหร่จำไม่ได้เหรอ”
เขาล้อหล่อนว่าตัวสูงเกินไปบ้าง เก้งก้างเหมือนต้นไม้บ้าง ทั้งๆ ที่หล่อนสูงแค่ปลายคางของเขา ความสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซ็นติเมตรนั้นไม่ถือว่าสูงมากในเจนเนอเรชั่นของพวกตะวันตกปัจจุบันนี้
“ก็ตอนนี้ลูกเป็ดขี้เหร่ได้กลายร่างเป็นนางพญาหงส์ สวยมาก”
เขาเอ่ยเสียงนุ่มพร้อมกับยื่นหน้ามาจูบแก้ม โซเฟียผงะหน้าออกส่งสายตาไม่ไว้วางใจมาให้
“จะมาไม้ไหนกันนี่นายแซม โซวไม่ชินนะ ขนลุกเลยดูสิ”
หล่อนกล่าวพลางยกแขนที่มีขนลุกตั้งชูเป็นแถวให้เขาดู แซมทำท่าถอนหายใจ
“โซวนี่น่ะ แซมหมดมู้ดเลย”
เขาทำเสียงไม่สบอารมณ์พร้อมกับหันหลังให้ โซเฟียงงกับอาการแปลกประหลาดเหมือนผีเข้าผีออกของเขา
“อืม...แต่ซ่าร์รู้ไหมว่าเวลามีสัตว์เลี้ยงเราจะต้องดูแลมันเป็นนะ ต้องดูแลเหมือนพี่เจฟี่ พี่ดีนดูแลซัมเมอร์”แซมอุ้มลูกแล้วโอบไหล่โซเฟียซึ่งจูงซีลอีกข้างเดินเข้าไปในบ้าน“พี่ลีย์สัญญาว่าจะช่วยซ่าร์ดูแล จริงมั้ยซีล” ซารีน่ารีบกล่าวพร้อมกับเอ่ยถามพี่ชายคนรอง“จริงฮะ พี่ลีย์จะช่วยชีลด้วยเหมือนกัน ซีลจะเอาอัลเซเซียนเหมือนเจ้าไทเกอร์ของลุงฟาน”พูดราวกับรู้จักเจ้าไทเกอร์อย่างนั้นแหละ ความจริงที่รู้จักเพราะเจ้าไทเกอร์เป็นสุนัขในตำนานของครอบครัวแม็คเคนซี่ที่พวกผู้ใหญ่มักพูดถึงตลอดเวลาคุยกันเรื่องสุนัข เจ้าซัมเมอร์ของเจฟิโอยังคงมีชีวิตอยู่ มันอายุแก่กว่าเจฟิโอสองปีจึงมีศักดิ์เป็นพี่“เอาเป็นว่าวันหยุดนี้พ่อจะดูว่าใครเป็นเด็กดี ช่วยคุณย่าที่เรือนกุหลาบช่วยคุณปู่ที่คอกม้าบ้าง ถ้าเป็นแบบนั้นก็อาจจะได้สิ่งที่ตัวเองอยากได้”แซมเอ่ย เด็กๆ รีบส่งเสียงว่าพวกเขาจะไปช่วยคุณปู่คุณย่าเอง แซมยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ยื่นหน้าไปหอมเด็กน้อยในอ้อมแขน และหันไปหอมแก้มนวลของคนที่เดินเคียงข้าง“รักโซวที่สุด ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนะคนดี”เขากระซิบข้างหู โซเฟียยิ้มให้สามีอย่างอ่อนหวานและยื่นหน้าไปหอมแก้มสากบ้าง“ข
เสียงห้าวเอ่ยกับแซม ชายหนุ่มหันมายิ้มให้พี่ชายอย่างขอบคุณ“แซมขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนะครับพี่ฟาน”ตั้งแต่เกิดและจำความได้ก็มีพี่ชายใหญ่คอยรักและปกป้องมาโดยตลอด ให้เขาได้เลือกวิถีทางของตัวเองโดยพี่ชายยอมรับบทชีวิตที่หนักกว่า สเตฟานตบบ่าแซมอีกครั้ง“ขอบคุณอะไรมากมาย ฉันเป็นพี่นายนะ เอ้านี่ ของขวัญพิเศษเอาไปฉลองซะ”สเตฟานเอ่ยตัดบทไม่อยากทำซึ้งกับน้องชายจนต้องเสียน้ำตา ยื่นขวดไวน์รสเลิศสูตรพิเศษให้ แซมรับไปถือไว้ใบหน้าหล่อเหลาละม้ายคล้ายกันยิ้มพราย“พิเศษแน่นะพี่ชาย” มีการถามเพื่อความแน่ใจ สูตรของเชฟนิคที่ทุกคนรอคอย“พิเศษหรือไม่ แกก็เอาไปลองเองละกัน โน่นพวกผู้หญิงมากันแล้วมากันแล้ว”สเตฟานกล่าวพยักพเยิดให้ดูทางระเบียงที่เหล่าสุภาพสตรีกำลังเดินมาทางนี้ แซมส่งมือไปให้โซเฟีย หญิงสาวยื่นมือมาจับส่งยิ้มแห่งปีติสุขให้แก่กัน“ขอให้แซมกับโซวมีความสุขมากๆ ไวน์ดีใจจริงๆ ที่ได้เห็นวันนี้ของเพื่อนรักทั้งสอง”วีรตาพูดเสร็จก็เข้าไปกอดทั้งแซมและโซเฟีย ทั้งสามกอดกันครู่หนึ่งด้วยความรักซาบซึ้งใจที่มีต่อกัน แซมมีความสุขมากที่เพื่อนรักคนหนึ่งของเขาได้กลายมาเป็นพี่สะใภ้ ส่วนอีกคนกลายมาเป็นผู้หญิงที่เขา
“หมดเวลา ทุกคนโปรดหยุดและอยู่ในความสงบ”เสียงประกาศดังขึ้นจากหัวหน้าแก๊งราวกับตำรวจประกาศจับคนร้าย ทุกคนหยุดแล้วหันไปมองรอบตัว หน้าตาของสุภาพบุรุษแต่ละคนเต็มไปด้วยลิปสติกสีสันได้อารมณ์มากจนต้องพากันหัวเราะเสียงดังออกมาด้วยความขบขันกันถ้วนหน้า“ไอ้ฟี่ มึงมาช่วยนับหน่อย จีน่าด้วยครับ” สเตฟานร้องเรียกหาผู้ช่วยจำเป็น จากนั้นก็ช่วยกันนับรอยจูบอย่างเอาจริงเอาจัง กรรมการจำเป็นทำท่าจดขยุกขยิกลงแผ่นกระดาษ จากนั้นก็เอามาส่งให้สเตฟาน หน้าตาแซมนั้นก็เหมือนคนอื่นๆ คือเต็มไปด้วยลิปสติกสีชมพู“เอาละ ได้ผู้ชนะแล้ว เกมแรก คู่ที่ชนะมีรอยคิสส์ที่นับได้มากที่สุดคือ คู่ของ....แซมกับโซเฟีย” เสียงห้าวประกาศทำให้ทุกคนต่างทำเสียงอื้ออึงทันที“กูว่าของกูเยอะก็นะ” เสียงเบอร์นาโดแกล้งตะโกนขึ้น“ของมึงเยอะแบบเละเทะมากไอ้เบอร์ดี้ มันนับรอยไม่ได้ชัดเท่าของแซม” กรรมการทำเสียงชี้ขาด แซมยิ้มแฉ่งอุ้มโซเฟียหมุนไปโดยรอบทำเสียงร้องไชโยด้วยความดีใจ“เห็นมั้ย แซมว่าเรากวาดรางวัลแน่คืนนี้” ทำเสียงกระซิบตอบ“แต่เพื่อไม่ใช่เป็นการเสียน้ำใจ เพราะมีอีกหนึ่งคู่ที่ค่อนข้างสูสี นั่นก็คือ คู่ของ...”สเตฟานทำเสียงประกาศอีกครั้งและเว้
“สีอะไรก็ไม่ต่างกัน ไม่มีความหมายอะไรกับผมอยู่แล้ว”เสียงเข้มเอ่ยออกมาทำให้แทมมิร่าสะอึกอึ้งไป ไม่เคยมีใครแสดงกิริยาเช่นนี้กับแทมมิร่า ฮิลล์ นอกจากไทสัน มาร์กอส ไอ้ผู้ชายที่แทมมิร่าเห็นหน้าแล้วอยากจะเอาเล็บข่วนให้หน้านิ่งๆ นั้นเกิดรอยเลือดซิกๆ ให้หายแค้นและให้สาสะใจ แทมมิร่าได้แต่กำมือแน่นบีบแท่งลิปสติกจนมือเจ็บ“เหมือนกัน!”หล่อนคิดออกเพียงเท่านั้นเพราะไม่รู้จะสรรหาคำพูดอะไรมาด่าเขาดี ตลอดสองสามปีมานี้ก็คิดว่าขุดคำมาด่าเขาจนหมดกรุแล้วทั้งคำที่มีในพจนานุกรมและคำที่สร้างสรรค์ขึ้นเองตามอารมณ์และความรู้สึกหญิงสาวเชิดหน้าส่งสายตาเหยียดปนรำคาญให้แทน เพราะรู้ว่าทำเช่นนี้มันทำให้เขารู้สึกจี๊ดได้ดีทีเดียว ทำเก็กหน้าไม่แยแส แต่แทมมิร่ารู้ว่าเขาเกลียดเวลาหล่อนทำสายตาเหยียดและยกมุมปากเยาะหยันใส่ ไทสันปรายตามองท่าทางเย่อหยิ่งที่หล่อนทำแล้วขยับมายืนชิดก้มหน้ามาใกล้อย่างจงใจแกล้ง“เห็นท่าแบบนี้ของคุณแล้วผมชักอยากได้แชมป์คืนนี้แล้วล่ะสิ จูบให้ดีล่ะ ถ้าผมคิดว่าไม่จุใจ ผมจะเป็นคนจูบคุณเอง”เสียงเรียบหากดวงตาเข้มบนใบหน้านิ่งของเขาวาววามส่งประกายบางอย่างที่ทำให้แทมมิร่าหน้าแดงและขนลุกซู่ไปทั่วร่าง หญิง
ด้านโจซิเฟียกับแทมมิร่าก็วางสีหน้าไม่ถูก จะโวยวายก็เกรงใจเจ้าพ่อผู้เป็นหัวหน้าแก๊ง โจซิเฟียคิดว่าทำเพื่อแซมกับโซเฟียก็แล้วกัน และวันนี้ทุกคนก็ตั้งใจที่จะสนุกสนานกันอย่างเต็มที่ หล่อนจึงไม่ควรทำตัวให้คนอื่นหมดสนุก หญิงสาวคิดได้ดังนั้นก็ยักไหล่แล้วพยักหน้าหงึกๆ ยอมรับ แทมมิร่าก็คิดคล้ายๆ กัน“ดีมาก เอาล่ะ ต่อไปจะเป็นเกมแรก ชื่อเกมว่า Kiss me พลีสสสสสส” ทำเสียงลากเสียยาวเสียงฮือฮาดังขึ้นทันที เบอร์นาโดกระดิกนิ้วส่งสัญญาณให้เมอร์ฟีหยิบกล่องอุปกรณ์ประกอบการเล่นมาวางตรงโต๊ะข้างสนาม“เรามีกันกี่คู่นะ ไหนทุกคนกรุณายืนขึ้นและกอดคู่ของตัวเอง ไวน์จ๋ามาช่วยพี่ดีกว่า”เจ้าของเวทีส่งเสียงเรียกเมียรัก วีรตายิ้มแล้วมายืนใกล้ๆ กล่องที่วางบนโต๊ะ“ไอ้เบอร์ดี้มึงไปเล่นด้วย”มีการหันไปสั่งเพื่อนคู่หู เบอร์นาโดส่งสายตาเข้มไปให้ เพราะมันเอาแต่สั่งเขาเสียจริงวันนี้ แต่เห็นไอ้เพื่อนรักมันทำทุกอย่างเพื่อน้องชายสุดที่รัก เบอร์นาโดจึงยอมหยวนๆ ให้วันนี้เป็นวันที่สเตฟานจะชี้นิ้วสั่งเขาไปหนึ่งวันก็แล้วกัน ชายหนุ่มหันไปมองเมียเห็นทำหน้าอยากร่วมเล่นกับเพื่อนๆ ด้วย จึงเดินไปหาแล้วโอบแขนไปรอบเอว อมิยายื่นหน้ามาหอมแก้ม
วีรตาจะทำเอง แต่เขาก็ดื้อดึงจะทำให้ วีรตาเถียงและค้านเขามาบ่อยแล้วแต่เขาไม่ยอมหัวชนฝา บอกว่าหล่อนเหนื่อยกับการเลี้ยงลูกมาทั้งวัน เขาจะขอช่วยแบ่งเบาภาระตรงส่วนนี้เอง ส่วนเสื้อผ้าทั่วไปจึงจะยอมให้คนรับใช้ทำให้ แซมมองพี่ชายด้วยความรู้สึกรักและศรัทธาเต็มเปี่ยมในหัวใจ ลูกผู้ชายแท้ที่เขาถือเป็นไอดอลแบบอย่างมาตลอดชีวิต“โซวจ๋า หิวหรือยัง แซมเอาน้ำผลไม้เพิ่มให้นะ”หันไปถามโซเฟียที่กำลังนั่งฟังสเตฟานด้วยใบหน้าเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มสนุกเต็มที่“โซวยังไม่หิว เดี๋ยวรอเล่นเกมกันก่อน เผื่อมีเกมอะไรที่ต้องอาศัยตัวเบาๆ แซมเองก็เถอะอย่าเพิ่งกิน เราต้องเป็นแชมป์อะไรสักอย่างหนึ่งให้ได้นะงานนี้ เพราะมันเป็นงานของเรา”โซเฟียทำกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน แซมจึงยิ้มกริ่มเอ็นดูคนในอ้อมกอด“ได้สิ แซมจะพาโซวเป็นแชมป์ให้ได้มากที่สุดคืนนี้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือแชมป์หลังจากเลิกปาร์ตี้นะ”เขากระซิบตอบพร้อมทำตาพราววาววับ โซเฟียหน้าเป็นสีสุกทันตาเห็นพร้อมกับค้อนให้ก่อนจะหันไปฟังสเตฟานต่อ“ในกล่องนี้มีใบแดงกับใบดำ จะเป็นการจับคู่กันระหว่างคุณสี่คน เพราะจะให้จับกันเองพวกคุณคงจะบ่ายเบี่ยงแน่ จริงไหม” มีการถามแต่ไม่ได้ต้







