Mag-log inคำชี้แจง นิยายสำหรับนักอ่านที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป เขาและเธอเป็นเพื่อนซี้กันมานานตั้งแต่ชาติที่แล้ว เขายอมให้เธอหากินกับความหล่อสุดฮ็อตของเขา ด้วยการเป็นคนจัดคิวสาวๆ ให้ เขาจะบอกเธอยังไงดี ว่าคนที่เขาอยากเดตและอยากจะอะไรๆ ด้วยนั้น คือ คนจัดคิวนั่นแหละ
view more<strong>อากาศขมุกขมัวของอังกฤษ</strong> ดูเหมือนว่าฝนกำลังจะตกในเวลาเย็นอีกแล้วระยะนี้ <strong>แซม แม็คเคนซี่</strong> ชายหนุ่มร่างสูงสมาร์ตวัยยี่สิบเจ็ดปี ลูกชายคนสุดท้องของมหาเศรษฐีตระกูลแม็คเคนซี่แห่งเมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ถอดเสื้อกาวน์แขวนในล็อกเกอร์ส่วนตัวก่อนจะเดินออกจากโรงพยาบาลที่กำลังฝึกงานอยู่
ปีนี้ชายหนุ่มเรียนเป็นปีการศึกษาสุดท้ายของหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิตหลักสูตรห้าปี อีกไม่กี่เดือนก็จะจบ เมื่อจบแล้วก็จะได้เป็นจูเนียร์ด็อกเตอร์ทำงานอยู่โรงพยาบาล (Foundation Training) โดยมีซีเนียร์ด็อกเตอร์เป็นซูเปอร์ไวเซอร์ให้ ซึ่งการเป็นจูเนียร์ด็อกเตอร์นี้ก็จะได้เงินเดือนไปด้วย จากนั้นแซมตั้งใจจะเรียนต่อหลักสูตรแพทย์เฉพาะทางสาขาศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ หรือ ออร์โธพีดิกส์ (Orthopaedic surgery) เป็นสาขาวิชาหนึ่งของวิชาศัลยศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับกระดูก ข้อ เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งเป็นหลักสูตรเข้มข้นระยะเวลาถึงห้าปี
แต่มีข้อแม้ว่า ถ้าหากโซเฟีย แบรดดี้ เพื่อนรักของเขาจะยอมอยู่ที่อังกฤษต่อเป็นเพื่อนเท่านั้น เพราะทั้งสองมีข้อตกลงกันอยู่ว่าเมื่อจบแล้วแซมจะต้องไปประจำอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนของตระกูลแบรดดี้ ซึ่งเป็นของบิดาของโซเฟียเพื่อนรักของเขานั่นเอง
ร่างสูงสมาร์ตสวมเสื้อเชิ้ตสีเทากางเกงสแล็คสีดำรองเท้าหนังอิตาเลียนเป็นเงาวับก้าวขึ้นนั่งหลังพวงมาลัยรถสปอร์ตสีดำสองประตูคันหรู มือสะอาดสตาร์ทรถและค่อยขับเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลสู่บ้านซึ่งเป็นแฟลตสามห้องนอนในย่านที่อาศัยของคนรวย แฟลตใหญ่ของโซเฟียที่เขาและหล่อนอาศัยอยู่ด้วยกันตั้งแต่ย้ายมาเรียนที่อังกฤษเมื่อสี่ปีก่อน
กริ๊ง-กริ๊ง
เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น ชายหนุ่มกดรับที่หูฟังบลูธูทไร้สาย
“ว่าไง?” เขาถามออกไปทันทีเพราะรู้ดีว่าเป็นใคร
จะใครเสียอีกล่ะถ้าไม่ใช่ <strong>โซเฟีย แบรดดี้</strong> เพื่อนซี้จอมจุ้นจ้านของเขาเอง
“อยู่ไหนฮึนายแซม นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว”
น้ำเสียงดังโวยวายมาตามสาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติหมายความว่าเขาไม่ได้ดั่งใจเจ้าหล่อน แต่ถ้าหล่อนพูดไพเราะหรือพูดดีนั่นก็จะตีความได้อีกแบบว่าหล่อนต้องการบางสิ่งบางอย่างจากเขา แซมมองดูนาฬิกาหน้ารถบ่งเวลาหกโมงเย็น
“เพิ่งลงเวร ทำไม” เสียงห้าวเอ่ยถามอย่างไม่เดือดร้อน ทำให้ได้ยินเสียงจิ๊กจั๊กไม่สบอารมณ์ดังมาเข้าหู
“ยังจะมาถามอีก คืนนี้นายมีเดตกับธัญญ่า นัดทุ่มตรงต้องไปรับเจ้าหล่อนที่แฟลตด้วย”
เสียงขุ่นตอบมา แซมส่ายหน้า หล่อนขยันจับคู่ให้เขาเสียจริง ยายเพื่อนจอมแส่คนนี้
“คราวหลังจะนัดใครให้กระผม ก็กรุณาบอกล่วงหน้าด้วยจะขอบคุณมาก” น้ำเสียงห้าวเอ่ยประชดประชันกลับ
“ไม่ต้องมาทำเสียงประชดเลย ก็นายทำตัวยุ่งเหลือเกินนี่ช่วงนี้ โซวเองก็ลืมน่ะ แต่ยายธัญญ่าเขานัดมา โซวเลยจะลองให้โอกาสหล่อนดู”
แม่สื่อกิตติมศักดิ์ประจำตัวเขาโดยที่เขาเองก็ไม่ได้แต่งตั้งสักนิดกล่าวเสียงชี้ขาด หล่อนช่างเจ้ากี้เจ้าการเหลือเกินและเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากตามใจหล่อน เห็นหล่อนทำแล้วมีความสุขจึงปล่อยๆ ไปตามเรื่อง
“เหรอ...ได้อะไรล่ะรอบนี้”
แซมถามดักคออย่างรู้ทัน เพราะเรื่องของเรื่องก็ไม่ใช่อะไร แต่เป็นเพราะว่าเจ้าหล่อนเป็นคุณหนูจอมงก ชอบของฝากของสมนาคุณเท่านั้นเอง หมอแซมคิวทองเลยต้องมีแม่สื่อหรือผู้จัดการส่วนตัวนามโซเฟียคอยจัดคิวจัดระเบียบสาวๆ ที่เข้ามาจีบให้
“บ้า อย่าหาความกันนายแซม”
ต่อว่าด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มนิดหนึ่ง แซมนึกออกว่าหล่อนกำลังทำหน้ายู่ปากจู๋ไปด้วยตอนนี้ อันที่จริงเจ้าหล่อนรวยมาก แซมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องอยากได้ของฝากถึงขนาดจะขายเพื่อนอย่างเขาให้ได้ก็ไม่ทราบ
มีบางครั้งที่หล่อนเผลอตัวเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า ของฝากจากยายลอเรนซ์เป็นกระเป๋ารุ่นลิมิตเต็ดที่หล่อนหาซื้อไม่ได้ หรือไม่ก็น้ำหอมฝรั่งเศสที่ยายนาตาชาให้นั้นผลิตไม่กี่ขวดในโลกและคุณหนูโซเฟียแห่งตระกูลแบรดดี้ก็พลาดไม่ทันคนอื่นอีกตามเคย
“เห็นแก่ของจนถึงขั้นเร่ขายเพื่อน ระวังเถอะน้ำตาจะเช็ดหัวเข่า” แซมเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังอะไรนัก
“ไม่ต้องพูดมากเลยนายแซม รีบมาเร็วๆ โซวเตรียมชุดไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ขับรถดีๆ ระวังๆ แต่อย่าช้า”
คำสั่งสุดท้ายก่อนเจ้าหล่อนจะวางสาย แซมส่ายหน้าแต่ปากหยักได้รูปก็จุดยิ้มบางออกมา เมื่อนึกถึงท่าทางของคนที่กำลังกระวนกระวายรอเขาอยู่ที่แฟลต ตลอดชีวิตที่คบหากันมาตั้งแต่เล็กจนโตนั้น เจ้าหล่อนเป็นเพียงผู้หญิงคนเดียวที่เขายอมให้วุ่นวายชี้นิ้วบงการชีวิต
การที่เขาเรียนแพทย์นี้นอกจากจะเป็นความใฝ่ฝันส่วนตัวแล้ว เจ้าหล่อนก็เป็นฝ่ายสนับสนุนตัวยง ซึ่งเหตุผลที่อยู่เบื้องลึกเบื้องหลังนั้นแซมก็สงสัยว่ามันจะเกี่ยวกับการที่หล่อนต้องการให้เขาทำงานให้ในอนาคตนั่นเอง
“โซวหัวไม่ดี เรียนไม่เก่ง แซมเรียนแทนโซวนะคะคนดี”
เสียงหวานฟังไพเราะฉอเลาะอ้อนเวลาหล่อนปะเหลาะใช้ นั่นคือตอนก่อนจะจบไฮสกูล ครอบครัวของหล่อนมีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ แต่โซเฟียไม่อยากเรียนหมอ บิดาของหล่อนซึ่งเป็นผู้อำนวยการบริหารก็ไม่อยากบังคับลูกสาวเดียว จึงปล่อยให้โซเฟียเลือกเรียนด้านการเงินและการบัญชีตามที่หล่อนต้องการ แต่เจ้าตัวกลับมาบังคับเพื่อนรักอย่างเขาแทนเสียนี่
เขาจึงแกล้งเอาเป็นข้ออ้างในบางครั้งว่าที่เขาเลือกเรียนนี่ก็เพราะหล่อน ให้นึกถึงบุญคุณเขาเอาไว้ให้มากๆ เวลานี้เขาสั่งการว่าถ้าเขาเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางอีกห้าปี เจ้าหล่อนก็จะต้องอยู่เป็นเพื่อนเขาที่นี่ต่อไป ไม่อย่างนั้นก็อย่าได้หวังว่าเขาจะตามใจหล่อนอีกแต่จะเป็นทางใครทางมัน
“อืม...แต่ซ่าร์รู้ไหมว่าเวลามีสัตว์เลี้ยงเราจะต้องดูแลมันเป็นนะ ต้องดูแลเหมือนพี่เจฟี่ พี่ดีนดูแลซัมเมอร์”แซมอุ้มลูกแล้วโอบไหล่โซเฟียซึ่งจูงซีลอีกข้างเดินเข้าไปในบ้าน“พี่ลีย์สัญญาว่าจะช่วยซ่าร์ดูแล จริงมั้ยซีล” ซารีน่ารีบกล่าวพร้อมกับเอ่ยถามพี่ชายคนรอง“จริงฮะ พี่ลีย์จะช่วยชีลด้วยเหมือนกัน ซีลจะเอาอัลเซเซียนเหมือนเจ้าไทเกอร์ของลุงฟาน”พูดราวกับรู้จักเจ้าไทเกอร์อย่างนั้นแหละ ความจริงที่รู้จักเพราะเจ้าไทเกอร์เป็นสุนัขในตำนานของครอบครัวแม็คเคนซี่ที่พวกผู้ใหญ่มักพูดถึงตลอดเวลาคุยกันเรื่องสุนัข เจ้าซัมเมอร์ของเจฟิโอยังคงมีชีวิตอยู่ มันอายุแก่กว่าเจฟิโอสองปีจึงมีศักดิ์เป็นพี่“เอาเป็นว่าวันหยุดนี้พ่อจะดูว่าใครเป็นเด็กดี ช่วยคุณย่าที่เรือนกุหลาบช่วยคุณปู่ที่คอกม้าบ้าง ถ้าเป็นแบบนั้นก็อาจจะได้สิ่งที่ตัวเองอยากได้”แซมเอ่ย เด็กๆ รีบส่งเสียงว่าพวกเขาจะไปช่วยคุณปู่คุณย่าเอง แซมยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ยื่นหน้าไปหอมเด็กน้อยในอ้อมแขน และหันไปหอมแก้มนวลของคนที่เดินเคียงข้าง“รักโซวที่สุด ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนะคนดี”เขากระซิบข้างหู โซเฟียยิ้มให้สามีอย่างอ่อนหวานและยื่นหน้าไปหอมแก้มสากบ้าง“ข
เสียงห้าวเอ่ยกับแซม ชายหนุ่มหันมายิ้มให้พี่ชายอย่างขอบคุณ“แซมขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนะครับพี่ฟาน”ตั้งแต่เกิดและจำความได้ก็มีพี่ชายใหญ่คอยรักและปกป้องมาโดยตลอด ให้เขาได้เลือกวิถีทางของตัวเองโดยพี่ชายยอมรับบทชีวิตที่หนักกว่า สเตฟานตบบ่าแซมอีกครั้ง“ขอบคุณอะไรมากมาย ฉันเป็นพี่นายนะ เอ้านี่ ของขวัญพิเศษเอาไปฉลองซะ”สเตฟานเอ่ยตัดบทไม่อยากทำซึ้งกับน้องชายจนต้องเสียน้ำตา ยื่นขวดไวน์รสเลิศสูตรพิเศษให้ แซมรับไปถือไว้ใบหน้าหล่อเหลาละม้ายคล้ายกันยิ้มพราย“พิเศษแน่นะพี่ชาย” มีการถามเพื่อความแน่ใจ สูตรของเชฟนิคที่ทุกคนรอคอย“พิเศษหรือไม่ แกก็เอาไปลองเองละกัน โน่นพวกผู้หญิงมากันแล้วมากันแล้ว”สเตฟานกล่าวพยักพเยิดให้ดูทางระเบียงที่เหล่าสุภาพสตรีกำลังเดินมาทางนี้ แซมส่งมือไปให้โซเฟีย หญิงสาวยื่นมือมาจับส่งยิ้มแห่งปีติสุขให้แก่กัน“ขอให้แซมกับโซวมีความสุขมากๆ ไวน์ดีใจจริงๆ ที่ได้เห็นวันนี้ของเพื่อนรักทั้งสอง”วีรตาพูดเสร็จก็เข้าไปกอดทั้งแซมและโซเฟีย ทั้งสามกอดกันครู่หนึ่งด้วยความรักซาบซึ้งใจที่มีต่อกัน แซมมีความสุขมากที่เพื่อนรักคนหนึ่งของเขาได้กลายมาเป็นพี่สะใภ้ ส่วนอีกคนกลายมาเป็นผู้หญิงที่เขา
“หมดเวลา ทุกคนโปรดหยุดและอยู่ในความสงบ”เสียงประกาศดังขึ้นจากหัวหน้าแก๊งราวกับตำรวจประกาศจับคนร้าย ทุกคนหยุดแล้วหันไปมองรอบตัว หน้าตาของสุภาพบุรุษแต่ละคนเต็มไปด้วยลิปสติกสีสันได้อารมณ์มากจนต้องพากันหัวเราะเสียงดังออกมาด้วยความขบขันกันถ้วนหน้า“ไอ้ฟี่ มึงมาช่วยนับหน่อย จีน่าด้วยครับ” สเตฟานร้องเรียกหาผู้ช่วยจำเป็น จากนั้นก็ช่วยกันนับรอยจูบอย่างเอาจริงเอาจัง กรรมการจำเป็นทำท่าจดขยุกขยิกลงแผ่นกระดาษ จากนั้นก็เอามาส่งให้สเตฟาน หน้าตาแซมนั้นก็เหมือนคนอื่นๆ คือเต็มไปด้วยลิปสติกสีชมพู“เอาละ ได้ผู้ชนะแล้ว เกมแรก คู่ที่ชนะมีรอยคิสส์ที่นับได้มากที่สุดคือ คู่ของ....แซมกับโซเฟีย” เสียงห้าวประกาศทำให้ทุกคนต่างทำเสียงอื้ออึงทันที“กูว่าของกูเยอะก็นะ” เสียงเบอร์นาโดแกล้งตะโกนขึ้น“ของมึงเยอะแบบเละเทะมากไอ้เบอร์ดี้ มันนับรอยไม่ได้ชัดเท่าของแซม” กรรมการทำเสียงชี้ขาด แซมยิ้มแฉ่งอุ้มโซเฟียหมุนไปโดยรอบทำเสียงร้องไชโยด้วยความดีใจ“เห็นมั้ย แซมว่าเรากวาดรางวัลแน่คืนนี้” ทำเสียงกระซิบตอบ“แต่เพื่อไม่ใช่เป็นการเสียน้ำใจ เพราะมีอีกหนึ่งคู่ที่ค่อนข้างสูสี นั่นก็คือ คู่ของ...”สเตฟานทำเสียงประกาศอีกครั้งและเว้
“สีอะไรก็ไม่ต่างกัน ไม่มีความหมายอะไรกับผมอยู่แล้ว”เสียงเข้มเอ่ยออกมาทำให้แทมมิร่าสะอึกอึ้งไป ไม่เคยมีใครแสดงกิริยาเช่นนี้กับแทมมิร่า ฮิลล์ นอกจากไทสัน มาร์กอส ไอ้ผู้ชายที่แทมมิร่าเห็นหน้าแล้วอยากจะเอาเล็บข่วนให้หน้านิ่งๆ นั้นเกิดรอยเลือดซิกๆ ให้หายแค้นและให้สาสะใจ แทมมิร่าได้แต่กำมือแน่นบีบแท่งลิปสติกจนมือเจ็บ“เหมือนกัน!”หล่อนคิดออกเพียงเท่านั้นเพราะไม่รู้จะสรรหาคำพูดอะไรมาด่าเขาดี ตลอดสองสามปีมานี้ก็คิดว่าขุดคำมาด่าเขาจนหมดกรุแล้วทั้งคำที่มีในพจนานุกรมและคำที่สร้างสรรค์ขึ้นเองตามอารมณ์และความรู้สึกหญิงสาวเชิดหน้าส่งสายตาเหยียดปนรำคาญให้แทน เพราะรู้ว่าทำเช่นนี้มันทำให้เขารู้สึกจี๊ดได้ดีทีเดียว ทำเก็กหน้าไม่แยแส แต่แทมมิร่ารู้ว่าเขาเกลียดเวลาหล่อนทำสายตาเหยียดและยกมุมปากเยาะหยันใส่ ไทสันปรายตามองท่าทางเย่อหยิ่งที่หล่อนทำแล้วขยับมายืนชิดก้มหน้ามาใกล้อย่างจงใจแกล้ง“เห็นท่าแบบนี้ของคุณแล้วผมชักอยากได้แชมป์คืนนี้แล้วล่ะสิ จูบให้ดีล่ะ ถ้าผมคิดว่าไม่จุใจ ผมจะเป็นคนจูบคุณเอง”เสียงเรียบหากดวงตาเข้มบนใบหน้านิ่งของเขาวาววามส่งประกายบางอย่างที่ทำให้แทมมิร่าหน้าแดงและขนลุกซู่ไปทั่วร่าง หญิง