เล่ห์ร้ายเพื่อนรัก NC25+ ซีรีส์ Strong Heart 4

เล่ห์ร้ายเพื่อนรัก NC25+ ซีรีส์ Strong Heart 4

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-05
โดย:  เอลยาจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
240บท
2.7Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

คำชี้แจง นิยายสำหรับนักอ่านที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป เขาและเธอเป็นเพื่อนซี้กันมานานตั้งแต่ชาติที่แล้ว เขายอมให้เธอหากินกับความหล่อสุดฮ็อตของเขา ด้วยการเป็นคนจัดคิวสาวๆ ให้ เขาจะบอกเธอยังไงดี ว่าคนที่เขาอยากเดตและอยากจะอะไรๆ ด้วยนั้น คือ คนจัดคิวนั่นแหละ

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1 เพื่อนขายเพื่อน

لقد أمضيتُ ثلاثة أيام وليالٍ أتعذب في الفراش بفعل شهاب أبو العزم.

كان في السابق صهرًا وضيعًا، لم أكن أسمح له بلمسي فحسب، بل كنت أدفعه تحت أقدامي وأهينه.

الآن أنا في حالة بؤس بينما هو في ازدهار، وكأنه ينتقم، لديه طاقة لا تنضب يستخدمها عليّ.

زوجي هو الرجل الذي انتقل للعيش في بيت عائلتي.

في الأصل كنت أحب شقيقه، ولكن بسبب حفل اجتماع الزملاء، استغل سكري وشاركني الفراش.

وانتشر الخبر بين الجميع.

لم يجد والدي بُدًّا من تزويجي منه، لكن بشرط أن ينتقل للعيش في منزل عائلتنا.

وهو ابن والده من زوجته السابقة، بعد طلاق والده وزواجه مرة أخرى، لم يعره والده اهتمامًا يذكر.

لكن ظروف عائلتي المالية جيدة جدًا، وأنا كنت دائمًا مدللة والديّ منذ طفولتي، فطلبنا منه أن يسكن في منزل عائلتنا كان أمرًا يرغب فيه والده بشدة.

وهكذا تزوجنا.

لكنني لم أكن راضية، فأنا أحب شقيقه.

وبسبب استيائي، كنت أهاجمه على جميع الأصعدة، أجبره على النوم على الأرض ليلًا، ولم أسمح له مطلقًا بأن يشاركني السرير.

أثناء تناول الطعام، كنت أنا وأخي نستهزئ به ونضطهده باستمرار، ولا نسمح له بتناول الطعام من الأطباق.

عندما ألتقي بأصدقائي وكانت تمطر، كان يأتي بلطف ليحضر لي المظلة، لكنني كنت أصرخ عليه.

باختصار، إذا لم أشتمه، فإن قلبي لا يهدأ.

لكنه كان شخصًا غريبًا بعض الشيء، وكأنه لا يملك أي غضب، فبغض النظر عن كيفية قمعي أنا وعائلتي له وإذلاله، لم يغضب أبدًا، وكان دائمًا هادئًا.

على الرغم من أنه كان وسيمًا، إلا أنه في أيام الدراسة كان انطوائيًا للغاية، وكانت نتائجه الدراسية متدنية، وكثيرًا ما كرر الصفوف، وكان وجوده في المدرسة شيئًا يثير الازدراء.

أما شقيقه فكان مختلفًا تمامًا، كان مشرقًا وسيمًا، ونتائجه الدراسية ممتازة، وكان شخصية بارزة في المدرسة.

عندما أتذكر أن شعلة الحب التي كانت قد بدأت تتقد بيني وبين شقيقه قد خمدها هو، استولى على قلبي مرة أخرى شعور بعدم الرضا.

في منتصف الليل، نزلت من السرير وركلته ليستيقظ من نومه العميق على الأرض، وقلت إنني عطشانة.

فاستيقظ على الفور وذهب ليحضر لي الماء.

كان شديد الرعاية، ففي فصل الخريف كان يتذكر دائمًا أن يحضر لي كوبًا من الماء الدافئ.

لكن عندما تذكرت كيف استغل ضعفي في تلك الليلة، ثار غضبي ورفعت يدي وسكبت الكوب كله على وجهه.

حتى بعد كل هذا لم يغضب، بل ذهب بهدوء إلى الحمام.

بينما أنظر إلى ظهره الطويل والصامت، شعرت ببعض الذنب في أعماقي، لكنني ما إن تذكرت كيف دمر سعادتي مدى الحياة، حتى تبخر ذلك الذنب دون أثر.

وهكذا، ظللت أقمعهُ وأذله لمدة ثلاث سنوات.

لكن ثلاث سنوات تكفي لحدوث الكثير: عائلتي أفلسَت، بدأت أُحبّه، والأهم... أنه طلب مني الطلاق.

عندما قدم لي اتفاقية الطلاق، قال إن حبيبته القديمة قد عادت.

أعترف، في تلك اللحظة، كنت أشعر بألم كبير، وكأن يدًا كبيرة قبضت على قلبي، وشعرت بضيق لا يحتمل.

لكنّي، ونظرًا لنشأتي المدللة وكبريائي، لم أظهر أمامه أي حزن أو أسى، بل وقّعت على وثيقة الطلاق بلا تردد.

بعد التوقيع، سمعت صوته الهادئ والبارد بجانبي فجأة: "هل تريدين أن أرسل السائق ليوصلكِ؟"

استغرقت وقتًا حتى أدركت ما قاله.

نعم، هذه الفيلا التي عشت فيها لأكثر من عشرين عامًا لم تعد ملكًا لعائلتي بعد الآن.

فقد أفلسَت عائلتي، وتم بيع جميع الأصول.

أما هو، ذلك الرجل الذي تزوجني بحيلة واحتقرته عائلتي بأكملها، فقد أسس شركة سرًا دون علمنا، والآن أصبحت أعماله ناجحة جدًا لدرجة أنه اشترى هذه الفيلا.

لكنني لا أملك الحق لألومه، ولا لأطالبه بتقسيم الممتلكات، لأن كل ما حصل عليه كان نتيجة صبره وتحمله لسنوات عديدة، وجاء بجهوده الخاصة، حتى أنه لم يستخدم فلسًا واحدًا من عائلتنا.

كان ينظر إلي بهدوء دون أن يستعجلني.

وهذا الهدوء الذي يتحلى به جعلني أتذكر كل ما فعلته معه في الماضي، وشعرت بالخجل.

ففي مثل هذه الظروف، بعد أن أصبحت أنا في حالة بؤس وهو في ازدهار، كان ينبغي عليه أن يرد إليّ الإهانات التي تعرض لها مضاعفة.

لكنه لم يفعل، بل حتى أنه كان هادئًا كالمعتاد.

فقلت على الفور: "لا حاجة، يمكنني العودة بنفسي."

وبعد أن قلت ذلك، هرعت إلى الخارج في ذعر.

وسمعت صوت استفساره الخافت من خلفي: "هل أتيتِ لرؤيتي لسبب ما هذا المساء؟"

"لا"، واندفعت خارج السور دون أن ألتفت.

كان المطر يتساقط في الخارج، فشددت قبضتي على الهدية في يدي.

اليوم هو ذكرى زواجنا الثالثة.

لم أكن أحسنُ معاملته في الماضي، ولكن عندما أدركتُ أنني بدأت أشعر بالإعجاب نحوه، أردت أن أحتفل معه بهذه المناسبة بشكل لائق.

لكن لم أكن أتوقع أن ما كان ينتظرني هو وثيقة الطلاق.

ابتسمت ابتسامة ساخرة وتركت المطر الغزير يهطل عليَّ، حتى أصبحت في حالة مُزرية.

وفي اليوم التالي، مرضت واضطررت إلى البقاء في الفراش دون القدرة على النهوض.

وفجأة سمعت ضجة وصياحًا من الخارج.

سحبت جسدي الضعيف إلى الخارج لأرى، فشاهدت والدي جالسًا على سور الجدار المقشر، يقول إنه لا يريد العيش بعد الآن.

نحن نعيش الآن في مبنى سكني قديم، بيئته قذرة وفوضوية، لكن الإيجار رخيص.

بكت أمي بحرقة أمام والدي، قائلة إذا قفز فهي ستقفز أيضًا، ولن يعيش أحد بعد ذلك.

ذهبت لأقنع والدي برأس يكاد ينفجر من الألم، وقلت له إنه مجرد إفلاس، طالما نحن أحياء، فالأمل لا يزال موجودًا.

لكن والدي حدق في فجأة بنظرة ثقيلة، تلك النظرة الحارقة جعلت قلبي يرتجف.

ثم قال: "اذهبي لتتوسلي إلى شهاب ليساعدني، هو صهر عائلتنا، سيساعدنا لا محالة."

وأسرعت أمي قائلة: "نعم، على الرغم من أننا لم نكن طيبين معه في الماضي، لكن نظرًا لمكانتكِ، سيساعدنا بالتأكيد، لذا توسلي إليه."

ابتسمت ابتسامة مريرة، فوالداي لا يزالان لا يعلمان أن شهاب قد طلقني.

رفضت التوسل إلى ذلك الرجل، لكن والدي هددني بالانتحار مرة أخرى.

بلا خيار، وافقت في النهاية.

قبل خروجي، أنفقت أمي القليل من المال المتبقي لشراء ملابس لي: فستان طويل بخط عنق عميق، وأحذية أنيقة مدببة.

حتى أن أمي استعانت بشخص ما ليضع لي مكياجًا جميلًا ويصفف شعري بإتقان.

نظرت إلى نفسي في المرآة، وارتسمت ابتسامة ساخرة على شفتي.

لا يبدو هذا كما لو أنني ذاهبة لأتوسل، بل كما لو أنني ذاهبة للإغواء.

لكن الآن، حتى لو وقفت عارية أمام ذلك الرجل، فلن يمنحني حتى نظرة.

حتى الآن لا أفهم، لماذا شاركني الفراش في ليلة لقاء الزملاء؟ هل كان هو أيضًا سكرانًا فظنني حبيبته القديمة؟

بعد أن طردت تلك الأفكار المزعجة، ومن أجل جعل والديّ ييأسان، قررت أن أتظاهر بالذهاب للتوسل إلى شهاب.

علمت أن شهاب موجود الآن في شركته، لذا ذهبت مباشرة إلى شركته بهذا المظهر.

كان والداي ينتظران "الأخبار السارة" عند مدخل الشركة.

عندما رأيت التعبير المتوقع على وجهي والديّ، لم أعرف ماذا أقول للحظة، شعرت فقط ببعض الحزن.

عندما وصلت إلى الطابق الذي يوجد فيه، ألقى الكثير من الناس عليّ نظرات غريبة، وانتشرت في الهواء مناقشات وتعليقات سيئة.

تظاهرت بعدم السماع، شددت ظهري، وذهبت مباشرة إلى مكتب شهاب.

لكن بمجرد أن رأيته، جُبِنت، وانحنى ظهري قليلًا.

في تلك اللحظة، كان يجلس على الكرسي، بأناقة ووقار، يبتسم وينظر إليّ...

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
240
บทที่ 1 เพื่อนขายเพื่อน
อากาศขมุกขมัวของอังกฤษ ดูเหมือนว่าฝนกำลังจะตกในเวลาเย็นอีกแล้วระยะนี้ แซม แม็คเคนซี่ ชายหนุ่มร่างสูงสมาร์ตวัยยี่สิบเจ็ดปี ลูกชายคนสุดท้องของมหาเศรษฐีตระกูลแม็คเคนซี่แห่งเมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ถอดเสื้อกาวน์แขวนในล็อกเกอร์ส่วนตัวก่อนจะเดินออกจากโรงพยาบาลที่กำลังฝึกงานอยู่ปีนี้ชายหนุ่มเรียนเป็นปีการศึกษาสุดท้ายของหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิตหลักสูตรห้าปี อีกไม่กี่เดือนก็จะจบ เมื่อจบแล้วก็จะได้เป็นจูเนียร์ด็อกเตอร์ทำงานอยู่โรงพยาบาล (Foundation Training) โดยมีซีเนียร์ด็อกเตอร์เป็นซูเปอร์ไวเซอร์ให้ ซึ่งการเป็นจูเนียร์ด็อกเตอร์นี้ก็จะได้เงินเดือนไปด้วย จากนั้นแซมตั้งใจจะเรียนต่อหลักสูตรแพทย์เฉพาะทางสาขาศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ หรือ ออร์โธพีดิกส์ (Orthopaedic surgery) เป็นสาขาวิชาหนึ่งของวิชาศัลยศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับกระดูก ข้อ เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งเป็นหลักสูตรเข้มข้นระยะเวลาถึงห้าปีแต่มีข้อแม้ว่า ถ้าหากโซเฟีย แบรดดี้ เพื่อนรักของเขาจะยอมอยู่ที่อังกฤษต่อเป็นเพื่อนเท่านั้น เพราะทั้งสองมีข้อตกลงกันอยู่ว่าเมื่อจบแล้วแซมจะต้องไปประจำอยู่ที่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 เพื่อนขายเพื่อน
แซมขับรถไปจอดตรงที่จอดรถประจำ จากนั้นร่างสูงก็ก้าวยาวขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่เป็นแฟลตที่พัก ชายหนุ่มยังไม่ทันรูดคีย์การ์ด ประตูห้องก็ถูกดึงเปิดผางออก เหตุผลนั้นไม่ต้องสงสัยเพราะตรงหน้าห้องมีกล้องวงจรปิดที่ส่งภาพไปยังเครื่องรับภายในห้อง ชายหนุ่มสงสัยว่าเจ้าหล่อนคงนั่งจ้องเจ้าจอนั่นตาไม่กระพริบเลยทีเดียวร่างโปร่งระหงสวมเสื้อยืดสีแดงกางเกงยีนส์รัดรูปสีซีดยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงหน้า ใบหน้างามของหล่อนงอง้ำ ผมหยักศกสลวยสีน้ำตาลทองถูกปล่อยฟูรอบใบหน้าเรียวแก้มขาวเนียนละเอียดทำท่าป่องเวลาหล่อนงอน“ทำไมช้า หกโมงครึ่งแล้ว” เสียงบ่นดังขึ้น แซมยักไหล่ก่อนจะแกล้งเดินชนหล่อนจนเซถอยหลัง“ถ้าเร็วกว่านี้ ก็อาจจะถึงที่อื่นที่ไม่ใช่บ้าน...โอ๊ย”ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับร้องโอ๊ยในตอนท้าย เพราะหล่อนทุบหลังเขาทีหนึ่งในฐานะที่เดินชนหล่อน“มานี่เลย เร็วๆ เข้าไปอาบน้ำด่วน โซวเตรียมเสื้อผ้าไว้ที่ปลายเตียงแล้ว” เสียงสั่งพร้อมกับรุนหลังเขาให้เข้าไปยังห้องนอนส่วนตัว“เฮ้ย แม่คุณ ขอพักหายใจหายคอหน่อยจะได้ไหม แซมเพิ่งออกเวรนะ” เสียงห้าวหันมาต่อว่า แต่มีหรือหล่อนจะฟัง มือบางดึงร่างเขาให้หยุดแล้วหมุนไปเผชิญหน้ากับหล่อน จัดการแก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 หมอนข้างประจำตัว
สิบนาทีต่อมาร่างสูงมีเพียงผ้าเช็ดตัวพันท่อนล่าง หยดน้ำเกาะพราวตามร่างกายท่อนบน แผงอกกว้างผิวสีแทนเนียนเสมอกัน กล้ามเนื้อท้องเป็นซิกส์แพ็คสวยอย่างไม่น่าเชื่อว่าคุณหมอจะมีได้ โซเฟียหยิบผ้าเช็ดตัวผืนเล็กเดินมาหา จากนั้นก็เช็ดตัวให้เขาแบบแรงและเร็ว“โอ้ย...เช็ดแบบนี้หนังแซมถลอกหมด”ชายหนุ่มแสร้งโวยวายก่อนจะกางแขนออกให้หล่อนเช็ดใต้แขนและรักแร้ให้ ในเมื่ออยากทำดีนักเขาก็ปล่อยให้หล่อนเช็ดเอาตามสบายเลย“เช็ดซอกขาด้วยไหม” เสียงห้าวเอ่ยถามประชด โซเฟียค้อนให้ก่อนจะใช้ผ้าเช็ดตัวฟาดไปบนหน้าอกของเขาทีหนึ่ง“ทะลึ่ง เอ้า แห้งแล้ว รีบใส่เสื้อผ้าเร็ว”หล่อนเร่งยิกๆ พร้อมกับหยิบเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินแบรนด์หรูมายกชูให้แซมสอดแขนเข้าไป โซเฟียติดกระดุมให้อย่างคล่องแคล่ว“ทำอย่างกับจะฝึกเป็นมนุษย์เมีย”แซมแกล้งแหย่คนตัวบางที่ยืนอยู่ตรงหน้า กลิ่นหอมเฉพาะตัวของหล่อนกร่นจมูกเป็นกลิ่นที่คุ้นชินใจ แซมแกล้งจรดจมูกไปบนหน้าผากเกลี้ยงเกลานั้น หล่อนทำส่ายหน้าแต่ไม่พูดต่อปากต่อคำเพราะเกรงว่าเขาจะเลท“แซมให้รางวัล”เขากล่าวยิ้มกริ่มพร้อมกับหลิ่วตาให้ โซเฟียค้อนขวับอย่างไม่จริงจังอะไรนัก เพราะการกอดหอมกันระหว่างเขากับหล่อนเ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 หมอนข้างประจำตัว
“แซมมาถึงร้านแล้วนะ”เสียงห้าวเอ่ยรายงานมาตามสาย โซเฟียยิ้มร่าทันที เขาไม่เคยทำให้หล่อนเป็นห่วงได้นาน แซมเป็นคนที่แคร์คนรอบข้างและละเอียดอ่อนอย่างไม่น่าเชื่อ แซมจะคล้ายกับวีรตามากในกรณีนี้“ดีมาก อย่าเกินสองชั่วโมงนะ ก่อนกลับโทรมาบอกก่อนด้วย” หล่อนกำชับกฎข้อที่เหลือ“จะพยายาม”เขาเอ่ยก่อนจะปิดโทรศัพท์ โซเฟียยิ้มกว้าง หล่อนรู้ว่าเขาพูดไปอย่างนั้นแหละ แต่เอาเข้าจริงๆ เขาจะต้องทำตามที่รับปากเสมอ โซเฟียนอนเล่นและเผลอหลับไปจริงๆ จนกระทั่งมีคนมาผลักไหล่ปลุกให้ตื่น“เฮ้ย...อะไรนี่ แซมโทรมาถึงว่ายอมไม่รับสาย ทำเอาเราตกใจหมดคิดว่าเป็นอะไรตายซะแล้ว แซมเหยียบเต็มสปีด โดนตำรวจโบก ได้ใบสั่งมาด้วย”เขาเอ่ยเล่า โซเฟียขยับลุกขึ้นนั่น หญิงสาวใช้หลังมือขยี้ตาเหมือนเด็กน้อย“โซวเผลอหลับไป หิวจัง” หล่อนนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ทานอะไรเลย ท้องรู้สึกร้อนวาบเพราะหิว“ลุกสิงั้น แซมขึ้นผัดไทมาฝาก”เขาเอ่ยพร้อมกับส่งมือไปให้หญิงสาวจับ โซเฟียคว้ามือแข็งแรงของเขาแล้วเหนี่ยวตัวลุกขึ้นยืน เขาอุ้มหล่อนลงมายืนข้างเตียง แขนล่ำโอบไปรอบไหล่บางแล้วพากันเดินออกไปยังห้องครัว“กี่ทุ่มแล้ว” โซเฟียเอ่ยถาม“สี่ทุ่มกว่า” เขาตอบพร
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 แค่จูบสั่งสอนเพื่อน (เท่านั้นเอง...อืม)
โซเฟียเดินออกมาจากห้องเรียนหลังจากฟังโปรเฟสเซอร์ที่ปรึกษางานวิจัยของกลุ่มหล่อนตอบปัญหาของนักศึกษาเสร็จ การเรียนปริญญาเอกนี้ดีอยู่อย่างคือการที่ไม่ต้องเข้าห้องเรียนบ่อย เวลานี้หญิงสาวเหลือเพียงการทำวิทยานิพนธ์หนึ่งชิ้นก็เป็นอันจบเสร็จสิ้นกับการเรียนเสียที“โซวครับ รอผมก่อน”เสียงร้องดังจากด้านหลัง หญิงสาวชะงักเท้าก่อนจะหันไปมองที่มา ร่างสูงของเน็ทเดินเร็วเข้ามา โซเฟียยิ้มกว้างให้เขา“สวัสดีค่ะเน็ท ทำไมคุณมาสายคะ”หญิงสาวส่งเสียงทักทายเพื่อนร่วมกลุ่มวิจัยชาวอังกฤษที่เพิ่งมาถึงในขณะที่พวกโซเฟียได้ทำการเบรนสตอร์มและถกปัญหาพร้อมวิธีการแก้ไขกันไปเรียบร้อยแล้ว“ผมติดธุระสำคัญครับ แต่ดีใจที่มาทันคุณ”ชายหนุ่มเอ่ย เน็ทเป็นนักธุรกิจส่งออกและนำเข้าสินค้าจากจีนมาขายในอังกฤษ ทำการค้าออนไลน์จนร่ำรวยตั้งแต่อายุเพียงยี่สิบต้นๆปัจจุบันเขาอายุสามสิบสองปี ชายหนุ่มทำงานหาเงินจนมีเหลือเฟือแล้วจึงหันกลับมาให้ความสำคัญกับการเรียนต่อเพิ่มเติมจนเรียนปริญญาเอกในกลุ่มเดียวกับโซเฟียในเวลานี้โซเฟียได้ยินมาว่าเน็ทนั้นในวัยเด็กครอบครัวของเขายากจนมาก มีพี่น้องหลายคนทำให้เขาไม่มีโอกาสได้เรียนสูง แต
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 แค่จูบสั่งสอนเพื่อน (เท่านั้นเอง...อืม)
“ไอ้นายแซม! คนผีทะเล โยนแบบนี้เจ็บนะ โอย”ร่างหล่อนเด้งขึ้นก่อนจะร่วงลงไปนอนแอ้งแม้งกลางเตียง แซมกระโดดขึ้นไปนอนทับแบบขวางเหมือนมวยปล้ำแล้วแกล้งกดจนร่างบางจมไปกับที่นอน“ปากจัดก็เท่านั้น บ่นเป็นยายแก่ก็เท่านั้น ใครได้ไปเป็นเมียล่ะคงตกนรกทั้งเป็นแน่” เสียงห้าวกล่าวเหน็บแรงๆ โซเฟียหน้างอง้ำกว่าเก่า หญิงสาวยกกำปั้นซัดไปบนแผ่นหลังของเขาดึงปึ้ก!“โอ้ย...ทุบแซมทำไมหา!” เขาหันมาตวาดถาม แล้วแกล้งกดร่างหนักลงบนหน้าท้องของหญิงสาวต่อไป“ก็อยากมาว่าโซวทำไมล่ะ ปากแบบนี้ก็มีคนอยากจูบเยอะแยะก็แล้วกัน!”หล่อนตวัดเสียงขุ่นใส่ใบหน้าบึ้งตึงพร้อมกับผลักเขา แต่แซมไม่ยอมขยับหนีแถมยังเปลี่ยนมานอนทับแบบยาวไปบนร่างบางใช้ศอกคร่อมหน้าขังหล่อนเอาไว้“ใครคิดสั้นอยากจูบโซวกันฮึ ปากแบบนี้ทั้งเปรี้ยวทั้งเผ็ด แซมจำได้”เขาเอ่ยพร้อมกับทำหน้ายิ้มเยาะ โซเฟียทำตาโตก่อนจะทุบไปบนไหล่ของเขา“นี่แน่ะ...จำอะไรได้ฮึไอ้นายแซม” เสียงขุ่นแหวใส่ทันทีพร้อมกับค้อนควัก ใบหน้ามีสีเรื่อขึ้นทันตาเห็น“อ้าว ก็จำได้ว่าเคยจูบโซวไงล่ะ” เสียงห้าวเอ่ยพร้อมหัวเราะในลำคอ“อึ๋ย...ตอนไหน อ๋อ ตอนที่นายเอาปากกระแทกปากโซวจนบวมเจ่อน่ะเหรอ แบบนั้นเขาไ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7 ก็เคยสัญญา...
​แซมบดปากไปบนริมฝีปากอิ่มแกล้งทำเสียงดังจ๊วบจ๊าบ หากหัวใจภายในเริ่มเต้นกระตุกรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ กับสัมผัสแบบถึงเนื้อถึงตัวเช่นนี้ ร่างบางยังคงดิ้นและทุบแผ่นหลังของเขาไม่หยุด เรียวปากฉ่ำชื้นนุ่มหอมหวานเหลือเกินในความรู้สึกส่วนลึกล้ำภายใน การบดจูบที่ทำแบบแกล้งๆ จึงค่อยลดความหนักหน่วงลงเหลือเพียงการดูดไล้อย่างหยอกเอินแซมมองดูใบหน้างามที่หลับตาพริ้มลง ชายหนุ่มค่อยจูบเคล้าเคลียริมฝีปากหวาน ดูดไล้อย่างแผ่วเบาสลับกับเม้มดูดทั้งริมฝีปากบนและล่าง ร่างบางค่อยหยุดดิ้น มือเรียวบางแปะไปบนไหล่กว้างของเขานิ่งๆ แซมจุมพิตอ่อนโยนปนหยอกล้อ เห็นหล่อนร่างอ่อนระทวยอย่างช้าๆ ชายหนุ่มแอบยิ้มให้กับคนฤทธิ์มาก ในใจบอกว่าหยุดได้แล้ว หล่อนคงหมดฤทธิ์และจำไปนานเลยทีเดียวแต่หากอีกใจหนึ่งยังคงรู้สึกเพลิดเพลินและชักเริ่มติดใจ หล่อนเองดูเหมือนจะกำลังมึนเบลอ ปากสวยเผยอแย้มออกจากกันเล็กน้อย แซมตัดสินใจชำแรกแทรกลิ้นเข้าไปในปากเล็ก ลิ้นหนาไล้กระหวัดพันหยอกล้อกับลิ้นเรียว หัวใจเต้นรัวอย่างรุนแรงแทบจะหลุดทะลุออกมาข้างนอกร่างกายราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์ พระเจ้า...เกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ทำไมรู้สึกร้อ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 ก็เคยสัญญา...
“ถามอะไร”โซเฟียเงยหน้าขึ้นถาม ใบหน้าของเขาในระยะใกล้นั้นหล่อเหลาคมคายและสะอาดสะอ้านสมกับเป็นคุณหมอ หล่อนรู้มานานแล้วว่าเขาหล่อมาก แต่ในใจพยายามไม่คิดอะไรไปไกลกว่านั้น หากเวลานี้หัวใจเจ้ากรรมทำไมถึงแกว่งไกวกับความใกล้ชิดที่ไม่ใช่อะไรใหม่เลยสำหรับเขากับหล่อนนี้“เมื่อกี้แซมจูบโอเคไหม”เขาเอ่ยถามในสิ่งที่โซเฟียพยายามจะลืมมันให้เร็วที่สุด ใบหน้าที่กำลังจะหายแดงก็กลับแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้งทันตาเห็น โซเฟียไม่แน่ใจว่าจะตอบว่าอย่างไรจึงทำหน้ายู่ใส่เขา“ไม่รู้ ไม่เคยถูกจูบมาก่อนเลยเปรียบเทียบไม่เป็น เดี๋ยวให้โซวมีประสบการณ์มากกว่านี้อีกหน่อยก่อนแล้วจะบอก”หล่อนเอ่ยหาทางไม่ให้ตัวเองรู้สึกเก้อเขินเพราะมันไม่ใช่ปฏิกิริยาระหว่างหล่อนกับเขา โซเฟียกับแซมไม่มีเรื่องไหนหรือสิ่งใดที่ต้องมาเขินอายกันและกันแบบนี้มาก่อน“จับคนโกหกได้แล้ว แกล้งอำแซมทำไมกันว่าไปจูบกับใครต่อใครมาน่ะ สมน้ำหน้าเลยโดนจูบจริงๆ เป็นไงชอบไหม”เขาถามอย่างยั่วเย้า ใบหน้าคมสันยิ้มกริ่มดูมีความสุขที่ได้รู้ว่าหล่อนไม่เคยจูบใครมาก่อน แต่แค่แกล้งยั่วให้เขาเสียอารมณ์เล่นเท่านั้น“คนบ้า อย่าตอกย้ำได้ไหม โซวลืมไปแล้ว มันไม่ใช่เรานะแซมที่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 ก็เคยสัญญา...
“โอเค รสชาติเหมือนเดิม แต่เผ็ดนิดหนึ่ง สงสัยเปลี่ยนเชฟ”เพราะบางครั้งคนปรุงก็เป็นพ่อครัวคนละคน รสชาติก็อาจจะไม่เป๊ะไปบ้าง“แซมกินเผ็ดได้ ไม่ใช่พี่ฟาน รายนั้นขี้แย แต่น่าจะดีขึ้นแล้วตั้งแต่มีไวน์คอยขู่ฟ่ออยู่ใกล้ๆ”เขาชอบเอ่ยถึงพี่ชายและครอบครัวเสมอ ถึงแม้จะฟังดูเหมือนนินทาแต่น้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและศรัทธาเวลาเอ่ยถึงพี่ชายคนเดียว“ป้อนแซมหน่อย” จู่ๆ ก็สั่งเฉย พร้อมกับส่งส้อมให้“อ้าว เกิดจะเป็นง่อยขึ้นมา โซวก็ต้องกินเหมือนกันนะ จะให้มาป้อนเหมือนเด็กๆ บ้าเหรอ ไม่เอา”โซเฟียสั่นศีรษะก่อนจะเริ่มลงมืออาหารเข้าปาก เขาดึงช้อนออกจากมือหล่อนอย่างดื้อดึง“วันนี้วันอะไร”เสียงห้าวเอ่ยถาม ทำเอาโซเฟียต้องเงยหน้าขึ้นมองเพื่อเดาว่าเขากำลังจะมาไม้ไหนหรือมุกอะไรจะได้รับมุกได้ถูก“วันศุกร์” หล่อนตอบ“ไม่เคยจำ...วันนี้วันครบรอบที่โซวผลักแซมตกสระไง จำไม่ได้หรือ”เขาเฉลยทำให้โซเฟียตาเบิกตากว้างก่อนจะปล่อยก๊ากออกมาอย่างทนเก็บเอาไว้ไม่ไหว“ว้อท...เกี่ยวอะไรนะ นั่นมันสมัยพระเจ้าเหาแล้วนะ” หล่อนพูดไปหัวเราะไป“อ้าว ทำเป็นจำไม่ได้ว่าแซมต้องเย็บถึงห้าเข็มน่ะ เพราะโซวผลักแซมไปโดนขอบสระน่ะ”เขาทบทวนความ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 จัดไปอย่าให้เสีย...
​หลังจากทานข้าวเสร็จ ทั้งคู่ก็แยกย้ายกันไปแปรงฟัน ซึ่งเป็นกิจวัตรที่หมอแซมเคร่งครัดมาก คือถ้าหากอยู่บ้านหลังทานข้าวแล้วต้องแปรงฟันทันทีวันนี้วันศุกร์ เป็นวันที่แซมมักโทรไปหาสเตฟานพี่ชาย วีรตาและพวกเด็กๆ“พร้อมหรือยัง แซมจะโทรแล้วนะ”ชายหนุ่มตะโกนถาม โซเฟียแปรงฟันปะแป้งเด็กจนหน้านวลเสร็จก็เดินมานั่งข้างๆ แซมกดโทรศัพท์เป็นวิดีโอโทรหา สเตฟาน แม็คเคนซี่ พี่ชายคนเก่งวัยสามสิบเจ็ดปีของเขา ซึ่งได้แต่งงานกับวีรตา เพื่อนรักของเขากับโซเฟียเมื่อห้าปีก่อน เวลานี้ทั้งสองมีพยานรักด้วยกันสองคนคือ เจฟิโอวัยสี่ขวบกับดิเอโก้วัยหนึ่งขวบทางลาสเวกัสยังคงเป็นเวลากลางวัน สเตฟานกับวีรตานั่งอยู่บนโซฟาห้องรับแขก พี่ชายโอบเอวเมียรักไม่ยอมให้นั่งห่างจนวีรตาแทบจะนั่งเกยไปบนตัก แซมรู้ดีว่าพี่ชายของเขาทั้งรักทั้งหลงและติดเมียยิ่งกว่าอะไรที่เขาติดกันในโลกนี้“สวัสดีค่ะพี่ฟาน ไวน์จ๋าคิดถึงจังเลยจุ๊บๆ”โซเฟียร้องทักทายพร้อมกับโบกไม้โบกมือ แซมเองก็โบกมือและทักทายเช่นกัน“หวัดดีแซมโซว เจฟี่ ดีน สวัสดีอาแซมกับอาโซวก่อนเร้ว”สเตฟานร้องเรียกเจฟิโอที่กำลังนั่งสอนน้องน้อยดิเอโก้เล่นต่อเกมแข่งรถอยู่บนพื้น ส
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status