LOGINอดีตเขาเคยทิ้งเธอด้วยความไม่ไยดี แต่มาวันนี้เขากลับต้องการ 'ทวงสิทธิ์' ความเป็นพ่อของลูกและสามีของเธอ
View Moreบทนำ
ความจริงที่ไม่อยากยอมรับ
บรรยากาศในคอนโดฯ หรูมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงาน โดยมีร่างเล็กของ ‘พรีมลภัส’ ที่กำลังจ้องมองนาฬิกาสลับกับเค้กก้อนโตบนโต๊ะหน้าโซฟาด้วยอาการว้าวุ่นใจ เธอกำลังรอคนรักกลับมาฉลองวันเกิดครอบรอบ 22 ปีของเธอ แต่เธอรอเขามาตลอดหกชั่วโมงเต็มแต่ก็ยังไร้ร่างสูงใหญ่ที่บอกว่าจะมาให้ทันวันเกิดของเธอ
วันนี้นอกจากจะเป็นวันเกิดของเธอแล้ว และเป็นวันที่เธอจะบอกความจริงบางอย่างให้เขารับรู้ และเขาต้องดีใจมากๆ กับสิ่งที่เธอจะมอบให้เขาวันนี้
มือน้อยๆ กำที่ตรวจครรภ์แน่นเพราะมันคือสิ่งที่เธออยากจะบอกเขามากที่สุด ความจริงที่เธอเองก็เพิ่งรับรู้ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง เธอลูบหน้าท้องเบาๆ กับความตื้นตันใจกับสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เรียกว่า ‘ลูก’ ที่เกิดจากความรักของเธอและเขา
“พี่ภูต้องดีใจแน่ๆ ถ้าเขารู้ว่าเรากำลังมีลูกด้วยกัน” เธอลูบหน้าท้องบางด้วยอย่างมีความสุขและคิดว่าเด็กคนนี้คือของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตของเธอ
คนตัวเล็กนั่งรอเจ้าของห้องตลอดหกชั่วโมงแต่ก็ไร้ร่างสูงใหญ่ เธอจึงตัดสินใจโทรศัพท์หาเขาด้วยความร้อนใจเพราะปกติชายหนุ่มมักจะกลับห้องไม่เกินเที่ยงคืน แต่นี่อีกไม่กี่นาทีจะเลยวันเกิดของเธอแล้ว แต่ก็ไร้เงาของเขา
“ไปไหนของพี่นะ”
ตู๊ด!
(ฮัลโหล...)
“พี่ภูอยู่ไหนคะ ทำไมวันนี้กลับห้องช้าจัง ไหนว่าวันนี้เราจะมาฉลองวันเกิดพรีมไงคะ” เสียงใสถามคนปลายสายด้วยความเป็นห่วงเพราะกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา เพราะปกติชายหนุ่มไม่เคยกลับบ้านดึกมาก่อน
(วันนี้พี่ไม่ว่างแล้ว)
“มะ...หมายความว่ายังไงคะ”
(ก็ไม่หมายความว่ายังไง พี่ไม่ว่างก็คือไม่ว่าง พรีมอย่าถามเซ้าซี้ได้ไหม)
“ตะ...แต่ตอนนี้พี่ภูบอกว่าว่าง อีกอย่างวันนี้วันเกิดพรีม และเป็นวันครบรอบสองปีที่เราคบกันด้วย พี่ทำอะไรอยู่คะถึงไม่ว่าง บอกพรีมมานะ” เธอถามกลับเสียงสั่น ก่อนที่เสียงปลายสายจะเงียบไป สักพักเธอก็ได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่ดังลอดเข้ามาราวกับรำคาญในสิ่งที่เธอกำลังบอก
(เพราะพรีมเป็นอย่างนี้ไงพี่เลยเบื่อ พอครบกันแล้วพรีมรู้ตัวบ้างไหมว่าพรีมทำตัวน่าเบื่อแค่ไหน พี่ต้องทำงานไม่ได้มีเวลามารายงานพรีมหรอกนะ)
“พี่ภู...” เสียงหวานเรียกชื่อเขาอย่างสั่นๆ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาดุเธอราวกับรำคาญเต็มทน
(พี่ว่าเรื่องระหว่างเราพอแค่นี้เถอะ)
“มะ...หมายความว่ายังไงคะ”
(ทำไมเป็นคนเข้าใจอะไรยากแบบนี้วะพรีม ต้องให้พี่พูดตรงๆ ใช่ไหมถึงจะเข้าใจ!) ภูวริชบอกเสียงแข็งกระด้างจนเธอรับรู้ถึงความหงุดหงิดของเขา
“พี่ภูกำลังบอกอะไรพรีม”
(พี่ว่าเราสองคนพอเท่านี้เถอะ เลิกกันเถอะนะพรีม)
คำพูดของเขาเหมือนฟ้าผ่ากลางใจของพรีมลภัส เพราะเธอไม่คิดว่าจะมาได้ยินคำคำนี้จากปากของเขา ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาดูรักเธอมาก ไม่ว่าเธออยากได้อะไรเขาก็ทำให้เธอมาตลอด แต่มีช่วงหลังๆ ที่เขาพยายามทำตัวห่างเหิน ซึ่งเธอก็คิดว่าเขาอาจจะทำงานเยอะจนไม่มีเวลา
“ทำไมคะ ทำไมพี่ภูพูดแบบนี้ ไหนพี่ภูบอกว่ารักพรีม ทำไม...”
(รักได้ก็หมดรักได้ อีกอย่างพี่ว่าเราสองคนไปกันไม่รอดหรอก เราสองคนต่างกันเกินไป แล้วอีกอย่างพี่ขอพูดตรงๆ นะ ว่าพี่เบื่อพรีมแล้ว)
“พี่ภู...ไม่จริงใช่ไหม ไหนเราสัญญาว่า...”
(ลืมสัญญาไปเถอะพรีม พี่เหนื่อยต้องอธิบายให้พรีมเข้าใจแล้ว พี่ให้เวลาพรีมหนึ่งอาทิตย์ แล้วย้ายข้าวของออกจากห้องของพี่ด้วย และถ้าพรีมไม่รู้จะไปไหน พี่จะให้เงินพรีมก้อนหนึ่งไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ พี่ไม่ใจร้ายถึงขนาดไม่ให้อะไรพรีมติดตัวไปหรอก) คำพูดผลักไสของคนตัวโต ทำเอาพรีมลภัสหัวใจสลาย มือที่กำที่ตรวจครรภ์สั่นระริก ข่าวดีที่เธอกำลังจะบอกเขาคงไม่ได้บอกอีกแล้ว เพราะต่อให้เธอพูดไปเขาคงไม่สนใจเธอ
“พรีมไม่อยากได้เงินของพี่ ถ้าพี่หมดรักพรีมแล้ว พรีมจะไปค่ะ ไปจากชีวิตของพี่อย่างที่พี่ต้องการ งั้นเราสองคนจบกันเท่านี้ค่ะ พรีมเองก็ไม่อยากได้ความรักของพี่แล้วเหมือนกัน แค่นี้นะคะ”
(พรีม!) ยังไม่ทันที่ภูวริชจะได้พูดอะไรต่อ นิ้วเล็กก็กดตัดสายทันที ก่อนที่เธอจะปล่อยโฮด้วยความเสียใจ มือทั้งสองข้างยกขึ้นปิดใบหน้าหวานของตัวเอง จนเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าน้ำตาของตัวเองไหลออกมามากแค่ไหน เพราะมือของเธอชุ่มไปด้วยน้ำตามากมายเหลือเกิน
“ฮือๆ”
ความรู้สึกเจ็บปวดมันแทรกซึมทุกอณูของร่างกาย เธอไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้ เพราะที่ผ่านมาเขาเองก็ดูรักเธอ แม้เธอจะรู้ดีว่าฐานะของเธอและเขาต่างกันมากแค่ไหน แต่เธอก็คิดว่าเธอจะพยายามสู้ไปกับเขา สุดท้ายแล้วมันคงไม่มีความหมายเพราะเขาเลือกที่จะสลัดความรักของเธอทิ้ง
มือน้อยๆ จัดการลบเบื่อของเขาทิ้ง รวมถึงคอนแท็กติดต่อทุกอย่าง แม้จะเสียดายความรักตลอดสองปีที่ผ่านมา แต่เธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่ยอมคุกเข่าอ้อนวอนขอความรักจากเขาเหมือนกัน แต่ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะปิดโทรศัพท์มือถือ หญิงสาวก็เห็นบางอย่างผ่านโซเชียล เป็นภาพของภูวริชที่กำลังโอบเอวดาราสาวอย่าง ‘ไอริ’ ดาราลูกครึ่งไทย – ญี่ปุ่นที่กำลังดังในช่วงนี้ เธอไม่รู้ว่าทำไมภาพของภูวริชถึงอยู่เคียงข้างผู้หญิงคนนั้น แต่ถ้ามองเผินๆ คนก็คงคิดว่าทั้งสองคือคนรักกัน ภาพของชายหนุ่มฉีกยิ้มกว้างขณะโอบเอวบอบบางของไอริ จนเธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมภูวริชถึงบอกเลิกเธอในวันนี้
“ที่แท้พี่ก็เจอคนใหม่ที่สวยและเหมาะสมกับพี่สินะ พี่เลยเลือกที่จะทิ้งพรีมไปหาเขา”
หญิงสาวพูดทั้งน้ำตา ก่อนจะจัดการปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเอง จากนั้นก็เดินไปเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า และเธอไม่เอาของที่ชายหนุ่มซื้อให้ไปเลยสักชิ้น เพราะเธอไม่อยากมีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับผู้ชายใจร้ายคนนี้อีกแล้ว
“แม่ขอโทษที่แม่ทำให้หนูต้องขาดพ่อ ต่อไปเราไปอยู่ด้วยกันสองคนนะลูก แม่จะดูแลหนูเอง”
มือบางลูบที่หน้าท้องแบนราบที่อนาคตท้องของเธอจะใหญ่โต แม้จะรู้สึกเสียใจที่ทำให้ลูกกลายเป็นเด็กไม่มีพ่อ แต่เธอไม่สามารถใจร้ายที่จะทิ้งเด็กน้อยคนนี้ได้ เพราะถึงยังไงเด็กคนนี้คือของขวัญที่ดีที่สุดของเธอ
“อดทนไปกับแม่นะลูก...”
“ฉันยกให้เอง ขึ้นไปนั่งบนรถกับลูกซะ” แม้เสียงจะบอกอย่างติดรำคาญ แต่ชายหนุ่มกลับเดินลงมายกกระเป๋าใบใหญ่ของหญิงสาวขึ้นรถไป จากนั้นก็เดินกลับมานั่งประจำที่อีกครั้ง บรรยากาศภายในรถเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด ลูกน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของพรีมลภัสผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย จนในรถเงียบเชียบอย่างน่าอึดอัด “หิวอะไรไหม” “ไม่ค่ะ” “แต่เธอไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่เหรอ” เขานึกขึ้นได้ว่าคนตัวเล็กยังไม่ได้กินอะไรเลย เพราะมาถึงเขาก็เปิดประเด็นเรื่องลูกเลย จึงไม่ได้มีเวลาให้เธอกินข้าว “ฉันไม่หิวค่ะ” “เราไปหาอะไรกินก่อนกลับบ้านดีไหม” “ไม่ค่ะ ฉันไม่อยากกินข้าวกับคุณ” คำพูดสั้นๆ ที่ทำให้อารมณ์ชายหนุ่มขาดผึงทันที เขากำพวงมาลัยแน่น แล้วเหยียบคันเร่งเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่น “กินข้าวกับฉันมันจะตายหรือยังไง ทีเมื่อก่อนเธอไม่ใช่เหรอที่รอฉันกินข้าวทุกวัน!” ภูวริชบอกด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้นเมื่ออีกฝ่ายกำลังทำท่าทีต่อต้านและแสดงความรังเกียจใส่เขาอย่างชัดเจน “เหมือนคุณจะลืมไปแล้วว่านั่นมันเรื่องอดีต
“เย้ๆ น้องลูกพีชจะมีคุณพ่อจริงๆ แล้วเหรอคะ น้องลูกพีชดีใจที่สุดเลย” ใบหน้ายิ้มแย้มและมีความสุขของลูกสาวกลับทำให้หัวใจของภูวริชกระตุกอย่างแรง ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดที่จะมีลูกเลยด้วยซ้ำ ไม่เคยแม้แต่จะจริงจังกับคู่นอนคนไหนแม้แต่พรีมลภัส แต่ ณ เวลานี้เขากลับรู้สึกตัวเองเลวเหลือเกินที่ปล่อยให้ลูกสาวของไปมีชีวิตลำบากแบบนี้ “แล้วน้องลูกพีชอยากไปอยู่กับคุณพ่อไหมคะ” เป็นภูวริชที่ถามลูกสาวออกมา เพราะอยากรู้ว่ทาลูกสาวจะคิดยังไง “ไปค่ะ หนูอยากไปอยู่กับคุณพ่อ แต่หนูขอให้คุณแม่ไปด้วยนะคะ หนูอยากให้เราอยู่ด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูก” คำพูดของลูกกลับเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจของพรีมลภัสให้กลัดหนองมากขึ้น บาดแผลเดินโดนกรีดซ้ำ เธอเองก็เคยคิดอยากสร้างครอบครัวกับเขา แต่เขากลับมองเธอเป็นเพียงของเล่นที่มีเอาไว้ฆ่าเวลา แต่พอมาตอนนี้เธอคิดว่าสิ่งเดียวที่เธอจะให้ได้คือหน้าที่ของพ่อแม่ลูกเท่านั้น ส่วนคำว่าครอบครัวมันคงไม่มีทางเป็นจริงได้ สภาวะจำยอมทำให้พรีมลภัสตัดสินใจยอมย้ายไปอยู่บ้านของภูวริช แม้ใจจะไม่อยากทำแบบนั้นก็ตาม แต่เพราะคำขู่ที่ว่าเขาจะทำทุกอย่าง
บทที่ 7อยากทวงความเป็นพ่อ หลังจากที่ไปตรวจดีเอ็นเอกันเมื่ออาทิตย์ก่อน วันนี้ผลตรวจก็ออกแล้ว โดยภูวริชตัดสินใจนัดพรีมลภัสมาเจอกันที่ร้านอาหาร คราแรกเขาบอกจะไปรับเธอ แต่คนตัวเล็กกลับปฏิเสธจนเขารู้สึกหงุดหงิดใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อผลทุกอย่างมันชัดเจนแล้ว ไม่เกินหนึ่งชั่วโมงเจ้าของร่างเล็กก็จูงมือลูกน้อยเดินเข้ามาในร้านอาหารด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ผิดกับเขาที่กำลังดีใจสุดขีด “อันนี้ผลตรวจ” นิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มเลื่อนซองสีขาวที่มีข้อมูลผลตรวจดีเอ็นเอ แต่พรีมลภัสกลับแค่ปลายตามองมันแต่ไม่ได้หยิบมันขึ้นมาอ่านแต่อย่างใด “ไม่คิดจะอ่านมันหน่อยเหรอ ผลตรวจน่ะ” พรีมลภัสยังคงนิ่ง แล้วพูดบางอย่างกับชายตรงหน้าจนเขากระหยิ่มยิ้มออกมากับความเด็ดขาดของเธอ “คุณต้องการอะไรก็รีบพูดมาเถอะค่ะ ฉันจะได้กลับ” “เหอะ...เธอรู้คำตอบนั้นดีอยู่แล้ว แต่ยังคิดจะต่อต้านฉันเนี่ยนะ” มุมปากหยักของภูวริชยกขึ้น เมื่อคนตรงหน้ายังคงพยายามท้าทายอำนาจของเขา “แล้วยังไงคะ จริงๆ ฉันว่าเราสองคนไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องอะไรกัน
“ปล่อยมือของฉันนะ” “ไม่ปล่อยมีอะไรไหม และถ้าเธอยังดิ้น เกิดรถแหกโค้งขึ้นมา อย่ามาโทษฉันก็แล้วกัน” พรีมลภัสนั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง แต่ก็มิวายมองมือเล็กที่ถูกมือแกร่งของภูวริชจับเอาไว้ตลอดการเดินทาง และเหมือนว่าชายหนุ่มจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ในขณะที่เธอหน้าบึ้งมาตลอดทาง “ถึงแล้วค่ะ จอดให้ฉันกับลูกลงด้วย” ภูวริชมองบ้านหลังเล็กที่ไม่ได้เก่ามาก เขาเพิ่งรู้ว่าเธอหายไปหลายปีเพราะมาอยู่บ้านหลังนี้ “ห้าปีที่ผ่านมาอยู่ที่นี่มาตลอดเลยเหรอ” “ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องรู้ค่ะ” “อย่ามาประชดประชันฉัน ฉันถามก็ตอบ!” “ใช่ค่ะ แค่นี้ใช่ไหมคะที่คุณอยากรู้” เธอถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนกับความเอาแต่ใจของชายตรงหน้า “เล็กยังกับรูหนู อยู่เข้าไปได้ยังไง” “ถึงที่นี่จะเล็กกว่าบ้านของคุณ แต่อย่างน้อยมันก็อบอุ่นและเป็นที่ให้ฉันซุกหัวนอนแล้วกันค่ะ อีกอย่างน้องลูกพีชเองก็มีความสุขที่ได้อยู่ที่นี่” “แน่ใจเหรอว่าน้องลูกพีชมีความสุข ถ้าน้องลูกพีชเป็นลูกฉันจริงๆ ฉันจะไม่มีวันยอมให้ลูกต้องมาอยู่บ้
“เธอคิดว่าจะปิดเรื่องนี้กับฉันได้เหรอ ฝันไปเถอะ เพราะถ้าน้องลูกเป็นลูกของฉันจริงๆ คนที่มีแต่ตัวอย่างเธอสู้อะไรคนอย่างฉันได้” ชายร่างสูงบอกอย่างข่มขู่ จนหัวอกคนเป็นแม่เจ็บร้าว เขาก็คือเขาที่ยังคงใจร้ายกับเธอเหมือนเดิม “คุณมันเลวที่สุด เลิกกันแล้วแทนที่จะจบกันไป” “หึ...อะไรที่
ใบหน้าสลดของเชนธวัชตกอยู่ในสายตาของภูวริช และเขาก็แสยะยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อกำลังจะกำจัดอีกฝ่ายให้พ้นทาง เขาเป็นผู้ชายทำไมจะมองไม่ออกว่าผู้ชายคนนี้คิดจะจีบพรีมลภัส “พอดีคุณภูเขาบอกว่าอยากจะถ่ายงานนี้เองน่ะจ้ะ เพราะเป็นแบรนด์แม่และเด็กที่เปิดใหม่ เลยอยากทำมันด้วยตัวเอง”
เชนธวัชมารับสองแม่ลูกไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งเพื่อนัดคุยเกี่ยวกับสัญญา รวมไปถึงรายละเอียดงานต่างๆ ที่จะเริ่มถ่ายในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า “เข้าร้านกันเถอะ” เชนธวัชเอื้อมมือมาจับมือบอบบางของพรีมลภัสจนรับรู้ว่ามือของเธอมันชื้นแฉะด้วยเหงื่อ เขาจึงได้รู้ทันทีว่าเธอกำลังประหม่า “ต
“ไม่ยอมก็เรื่องของผู้หญิงคนนั้น และถ้าน้องลูกพีชเป็นลูกของฉันจริง ฉันไม่มีทางปล่อยพรีมลภัสไปแน่ โทษฐานที่ปกปิดเรื่องลูกกับฉันมาตลอดห้าปี” วัฒนาเพียงส่ายหน้าเบาๆ ความรู้สึกสงสารพรีมลภัสท่วมท้นอยู่ในอก หากเด็กน้อยคนนั้นเป็นลูกสาวของภูวริชจริง อย่างน้อยที่สุดเธอก็ไม่ควรต้องมาแบกรับความคลุม






reviews