登入“เอ๊ะ! ชัชนี่ยังไง” ดมิสาพูดอย่างโมโหที่โดนด่าว่าเอาแบบนี้
“อย่าทะเลาะกันเลยนะ เราขอ” พลอยใสรีบพูด ศึกระหว่างชัชวินทร์กับดมิสาจึงจบลงแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก
กลับถึงบ้านเย็นนั้น พลอยใสเข้ามาในห้องของมนัสวีด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบ จะเรียกว่าเธอแอบย่องเข้ามาในห้องของอีกฝ่ายก็ย่อมได้ เป็นปกติที่เธอต้องเข้ามาทำความสะอาดห้องพักในบ้าน เพราะเป็นแค่ผู้อาศัยต้องทำงานทุกอย่างที่เจ้านายสั่ง
ดมิสาเพื่อนรักของเธอฝากของมาให้มนัสวี เป็นผ้าเช็ดหน้าปักลวดลายสวยงาม แต่เธอดันลืมการ์ดที่จะเอามาให้เขาน่ะสิ เลยหมุนตัวทำท่าจะกลับออกไปเอาการ์ด คิดว่าค่อยเอาของขวัญชิ้นนี้กลับเข้ามาวางเอาไว้ในห้องให้มนัสวีใหม่คงไม่เป็นไร
“อุ๊ย!” ร่างบอบบางหันมาชนกับร่างสูงเพรียวของมนัสวีเข้า เธอเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าเขาจะกลับบ้านเร็วถึงขนาดนี้
“ทำอะไร” เสียงติดจะห้วนห้าวของมนัสวีเอ่ยถามออกไป พลอยใสหน้าซีดเผือด
“คือว่าพลอย คือว่า...” เธอลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ไม่รู้ทำไมแค่เห็นหน้ามนัสวี เธอก็ไม่กล้า ยิ่งสบตายิ่งแล้วใหญ่ เธอไม่กล้าสบตาคนอย่างเขา
“เข้ามาขโมยอะไร”
“พลอยเปล่านะคะ คือดมิสา เพื่อนของพลอยฝากของมาให้คุณนัสค่ะ”
“ของดมิสาเพื่อนเธอหรือของเธอกันแน่” เขาคว้ากล่องของขวัญสีสวยนั้นมาถือเอาไว้ พลอยใสสะดุ้ง มองอย่างหวาดๆ
“ของดมิสาจริงๆ ค่ะ แต่พลอยลืมการ์ดที่เพื่อนฝากมาให้ เดี๋ยวพลอยจะไปเอามาให้นะคะ”
“เดี๋ยวสิ” เขารั้งแขนเธอเอาไว้ พลอยใสผวา แต่ต้องกรีดร้องเมื่อโดนกดลงไปบนเตียงนอนหนานุ่ม
“คุณนัส!” เธอผวาเมื่อร่างเพรียวสมส่วนทาบทับมาหา มนัสวียกยิ้มมุมปาก ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของวัยสาว
“อุ๊ย! ปล่อยนะคะคุณนัส” เธออุทาน ก่อนจะร้องเสียงหลง
“อยากให้ปล่อยจริงๆ น่ะเหรอ” มนัสวีเลิกคิ้วขึ้นถาม พลอยใสโดนกดไปกับเตียงกว้าง เขาสอดมือเข้ากดทับมือบอบบางของเธอเอาไว้
“อย่าทำแบบนี้นะคะ”
“ทำแบบไหนล่ะ”
“อุ๊ย!” เธออุทานเมื่อโดนหอมแก้มอีกฟอดใหญ่
“เห็นสนิทสนมกับผู้ชายตั้งหลายคน ทีกับฉันทำเป็นหวงเนื้อหวงตัว”
“คุณนัสจะทำอะไรคะ”
“ทำอะไรดีนะ ยิ่งเห็นเธอตัวสั่นแบบนี้ ฉันยิ่งอยากจะแกล้ง” มนัสวียื่นหน้าเข้ามาหาหญิงสาวที่ตัวสั่นหนักกว่าเดิมเสียอีก และไม่ทันให้คนที่กำลังหวาดกลัวตั้งตัว เขาก็ประกบจูบปากนิ่มของพลอยใสทันที
พลอยใสเบิกตากว้าง ก่อนจะหลับตาพริ้มเมื่อโดนจูบเข้าไปเต็มๆ ปากนิ่มของมนัสวีทำให้เธอเคลิบเคลิ้มอย่างมิอาจต้านทานได้
ก่อนที่เธอจะตกจากสวรรค์ เพราะโดนผลักอย่างรังเกียจ
“ง่ายจริงๆ เลยนะ แค่จูบก็เคลิ้ม กับผู้ชายพวกนั้นคงถึงไหนต่อไหนแล้วสิ”
“พลอยไม่เคย”
“อย่าแก้ตัวอะไรเลย ฉันรู้ทาสแท้ของเธอไม่ต่างจากแม่หรอก” มนัสวีพูดอย่างเกลียดชัง มองลูกติดของเมียน้อยบิดาด้วยความรังเกียจ
“คุณนัสเกลียดพลอยมากขนาดนี้เลยเหรอคะ” เธอมองคนที่แอบรักหมดหัวใจด้วยน้ำตานองหน้า มนัสวีอึ้งไป เขายักไหล่ไม่ได้ใส่ใจกับน้ำตาของคนตรงหน้า
“อย่ามาบีบน้ำตาแถวนี้ ฉันไม่ได้โง่พอที่จะเชื่อคนอย่างเธอหรอกนะ”
“ในสายตาของคุณนัส พลอยคงไม่มีอะไรดีเลยใช่ไหมคะ”
“ใช่ รู้แล้วก็อย่ามาบีบน้ำตาต่อหน้าฉันอีก” มนัสวีบีบคางสวย จนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“งั้นพลอยขอตัวก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวก่อนสิ” มนัสวีรั้งแขนเธอเอาไว้ พลอยใสมองอย่างสงสัยระคนหัวใจเต้นแรง ทุกครั้งที่อีกฝ่ายสัมผัสเนื้อตัว เธอก็รู้สึกร้อนวูบวาบเสียทุกคราไป
“มีอะไรคะ”
“ฉันอยากอาบน้ำ ไปผสมน้ำให้หน่อยสิ”
“ค่ะ” คนที่ไม่เคยปริปากบ่นว่าอะไรรับคำอย่างว่าง่าย
มนัสวีถอดเสื้อผ้าออกจากกาย หุ่นของเขาแข็งแรงเพราะชอบออกกำลังกายอยู่เสมอ รูปร่างสูงเพรียวสมชาย คิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ปากสีแดงจัดจนผู้หญิงยังต้องอิจฉา
“อุ๊ย!” พลอยใสหันมามองก่อนจะหน้าแดง เห็นเจ้านายเดินเข้ามาในห้องน้ำด้วยสภาพเปลือยเปล่า มนัสวีหุ่นน่าซบมากในความรู้สึกของเธอ ไม่ต่างจากที่ดมิสาเพื่อนรักของเธอพูดเอาไว้
“จะไปไหน มานี่ก่อน” มนัสวีรั้งแขนของอีกฝ่ายเอาไว้ เขารู้ดีว่าพลอยใสชอบแอบมองตน สายตานั้นสื่อสารความนัยให้รับรู้ แต่อีกฝ่ายก็ชอบหลบหน้าหลบตาด้วยเช่นกัน
เธอชอบมีท่าทีเหมือนอยู่ใกล้แล้วรังเกียจ ซึ่งคนที่ถูกตามใจแต่เด็ก ไม่ชอบเอาเสียเลย
“คุณนัสต้องการอะไรอีกคะ”
“ถูหลังให้ฉันก่อน จะรีบไปไหนล่ะ เธอไม่มีงานอะไรทำแล้วไม่ใช่เหรอ”
“เอ่อ... ค่ะ” คนฟังหน้าแดงจัดลามไปถึงใบหู มองร่างสูงเพรียวที่เดินลงไปแช่น้ำอย่างเขินอาย
“เพื่อนเธอคนไหนล่ะที่ชอบฉัน” ประโยคของอีกฝ่ายทำให้พลอยใสชะงักฟองน้ำที่จะถูเนื้อตัวให้เจ้านายหนุ่ม ก่อนจะกล้ำกลืนฝืนทนตอบออกไปด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทา
“ดมิสาค่ะ คนที่ชอบอยู่กับพลอย ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด”
“ฝากไปบอกด้วยนะว่าขอบใจมาก ฉันพอจะนึกออกแล้วล่ะว่าคนไหน หน้าตาน่ารัก ไม่ขี้เหร่เหมือนเธอ”
ชัชวินทร์พาเด็กน้อยมาถึงโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด พอสายน้ำเข้าห้องฉุกเฉินเขาก็ทรุดตัวนั่งลงใกล้ๆ กับดมิสาที่นั่งหมดแรงอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว“ชัชใจเย็นๆ นะ แกต้องไม่เป็นอะไร”“ไอ้สารเลวนั่น ถ้าสายน้ำเป็นอะไรไป ชัชไม่เอามันไว้แน่”“เขาได้รับผลกรรมของเขาแล้วละชัช”“เพื่อนของมิเป็นตำรวจเหรอ”“ค่ะ” แล้วเธอก็เล่าทุกอย่างให้เขาฟัง“ไอ้ชาติชั่วไม่สมควรที่จะเป็นพ่อคน มันเลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเสียอีก”“สายน้ำต้องไม่เป็นอะไร เชื่อมิสิ” เธอบีบมือของเขาอย่างให้กำลังใจ“ชัชขอโทษนะที่ตำหนิมิเสียงดัง”“มิไม่โกรธหรอก เพราะมิผิดจริงๆ ที่ปล่อยสายน้ำไว้คนเดียว ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ถ้าสายน้ำเป็นอะไรไป มิคงไม่ให้อภัยตัวเอง”“สายน้ำต้องไม่เป็นอะไร” เป็นเขาเองที่ต้องปลอบเธอแทน เพราะสีหน้าเป็นกังวลของเธอทำให้เขาต้องกลับมาเข้มแข็งอีกครั้งดมิสาขยับร่างไปหาก่อนจะใช้ศีรษะซบไหล่กว้างของเขาเอาไว้ การรอคอยที่แสนยาวนานสิ้นสุดลงเมื่อคุณหมอบอกว่าเด็กชายตัวน้อยไม่เป็นอะไรแล้วชัชวินทร์ดึงร่างดมิสามากอดแนบอก ถอนหายใจอย่าง โล่งอกเด็กชายสายน้ำเข้ารับการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวที่เป็นอยู่โดยใช้ยาเคมีบำบัดร่วมกับ
ผิวเปลือยของเขาที่ปรากฏแก่สายตา ทำให้เธออดใจไม่ไหวต้องแตะลิ้นลามเลียเบาๆ ชัชวินทร์ร้องครางเสียงแหบพร่า ยามปลายลิ้นร้อนชุ่มฉ่ำสัมผัสกับผิวเนื้อของเขา ความเป็นชายที่อยู่ในอุ้งมือนิ่มตื่นตัวและแข็งชันยามเธอไล้ไปมาไม่หยุดหย่อนปากของเธอขบเม้มเบาๆ จัดการลอกคราบเขาจนหมดสิ้น ดูเหมือนว่าเขากำลังสะท้านอย่างรอคอยดมิสาใจเย็นและค่อยๆ สัมผัสเขาจนถ้วนทั่ว ความรู้สึกของการสำรวจตรวจตราทำให้เธอใจสั่นระริกเมื่อจับต้องความเป็นชายมาเสียดสีอยู่กับความฉ่ำเยิ้มกลางกายร่างกายที่หลอมรวมประสานเข้าหาเป็นสัดส่วนเดียวกัน ให้ความรู้สึกอบอุ่นซาบซ่าน เนื้อกายอ่อนนุ่มเสียดสีรัดรึง เธอเห็นใบหน้าของคนใต้ร่าง เหยเก ซี๊ดปากเหมือนกินพริกเผ็ดๆ เข้าไปกำมือใหญ่ มือนิ่มของเธอกดลงบนหน้าท้องแกร่งของเขา ก่อนที่สะโพกผายจะค่อยๆ ขยับขับเคลื่อนอยู่บนเรือนกายแกร่งชัชวินทร์มองความอบอุ่นที่สวมครอบเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยไฟเสน่หา ร่างของเธอขยับขึ้นลงทำให้กายของเขารุกล้ำเข้าไปอย่างล้ำลึกมิดเม้นอุ้งมือใหญ่รวบสะโพกผายของเธอเอาไว้ก่อนจะคุมจังหวะรัก จับกดลงมาบนเรือนกายแข็งแกร่งที่กระแทกขึ้นไปจนทำเอาร่างน้อยสั่นคลอนไปตามแรงโยกร่างหน
“ตามสบายเลยจ้ะ ขอบคุณนะคะที่อยู่คุยกับเพื่อนของมิ”“ครับ” ชัชวินทร์รับคำเสียงขรึมก่อนจะเดินเข้าห้องทำงาน พอคล้อยหลังร่างสูงสง่าร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรไปแล้ว ดาหลาก็หลุดหัวเราะออกมา“แฟนเธอนี่ผีดิบหรือเปล่า”“บ้า!”“เป็นไง มั่นใจในตัวเขาหรือยังล่ะ ฉันยั่วสุดฤทธิ์แทบถอดผ้า สองตาเขายังไม่ชายตาแลเลย”“อืม...” ดมิสาอมยิ้มให้เพื่อนและญาติฝั่งมารดาของเธอดาหลาเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน และเป็นญาติฝั่งมารดา หญิงสาวเป็นบุตรสาวคนเล็ก เจ้าของฟาร์มมุกที่ร่ำรวยที่สุดในจังหวัด หล่อนไม่ชอบทำฟาร์มมุกแต่อยากเป็นตำรวจตั้งแต่เด็ก สอบจนได้เข้าเรียนโรงเรียนตำรวจ จบออกมาบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจดั่งใจหมายจำได้ว่าเธอเจอกับดาหลาเมื่อหลายวันก่อนและเล่าเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับชัชวินทร์ให้ฟัง“เดี๋ยวฉันจะช่วยแกเอง” นั่นเป็นประโยคของดาหลาในวันนั้น ก่อนที่เพื่อนจะแกล้งไปเดินชนกับชัชวินทร์ รวมถึงกดโทร. หาเธอ จะได้ฟังเสียงสนทนากันด้วยว่าอยู่ลับหลัง เขาเป็นยังไงกับผู้หญิงคนอื่น แล้วยิ่งโดนอ่อยเขาจะทำยังไง"แล้วแกเป็นยังไงบ้าง คดีนายพัฒนพงศ์ไปถึงไหนแล้ว”“ใกล้แล้ว อีกไม่กี่วันจะรวบตัวมันเข้าคุก” พัฒนพงศ์หรือ
เธอโตแล้ว ดมิสาบอกตัวเองแบบนั้น เธอจะแต่งงานก่อนมีลูก หรือมีลูกก่อนแต่งงาน มันก็เป็นสิ่งที่เธอจะตกลงกับคนรักเพียงสองคน เหตุผลของเธออาจจะไม่ใช่เหตุผลของคนอื่นที่อาจจะสงสัยว่าทำไมต้องท้องก่อนจะแต่งงานกฎเกณฑ์ที่สร้างขึ้น ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติเสียทั้งหมด มนุษย์สร้างมันขึ้นมาและบอกว่าอันนี้ดี อันนี้ชั่ว กะเกณฑ์ให้คนอื่นทำตามใจตัวเอง“มีลูกสักหลายๆ คน แต่งงานกันท่ามกลางลูกๆ มีความสุขจะตายไป”“นี่ความฝันของที่รักเหรอ” เธอยิ้มขำเขา“ครับ”“ความฝันของมิก็อยากแต่งงานที่ชายหาดสวยๆ ในงานมีญาติสนิทและเพื่อนที่เรารักก็พอ มิไม่ต้องการงานแต่งงานใหญ่โต แต่ต้องการผู้ชายที่รักมิจริง” เธอกุมแก้มของเขาเอาไว้ ชัชวินทร์วางมือกับหลังมือนุ่มของเธอก่อนจะบดจูบปากน้อยแสนหวานแล้วร่างกายท่อนล่างก็ขยับเบาๆ เข้าจังหวะ“อ๊า...” ดมิสาร้องครางด้วยความเสียวซ่าน เธอหยัดสะโพกรับการโจนจ้วงของเขา แท่งร้อนเสียดสีเข้ามาในความชุ่มฉ่ำสะโพกสอบของเขาขยับขึ้นลง เนินสาวตอดรัดโอบอุ้มความแข็งแกร่งที่สอดประสานเข้าหาทุกทิศทาง มือหนาสอดแทรกเข้าไปในอุ้งมือนิ่ม กดแนบไปกับพื้นเตียงแล้วห่มสะโพกเข้าหาเตียงกว้างไหวยวบเสียดสีเลื่อนลั่น เสีย
“แกน่าสงสารนะคะ เป็นโรคร้ายแรงขนาดนี้แต่ก็ยังยืนหยันมาได้”“อาจเพราะแกยังเด็ก ไม่รู้หรอกว่าโรคร้ายแรงที่เป็นน่ะน่ากลัวแค่ไหน ในขณะที่เราเป็นผู้ใหญ่กลับกลัวแทนแกเสียเอง” ชัชวินทร์บอกเธอหลังจากที่ส่งลูกชายเข้านอนเรียบร้อยแล้ว“ชัชสอนให้เขาเข้มแข็ง การเจ็บป่วยคือสิ่งที่เราไม่สามารถฝืนได้ ถ้ามันจะป่วยก็คงต้องป่วย แต่ใจเราต้องสู้ก็เอาชนะทุกอย่างได้แล้ว”“มิเคยคิดว่าโรคนี้รักษาไม่หายเสียอีก” เธอบอกเขาหลังจากเดินออกมานั่งชมวิวที่ระเบียง กิจกรรมที่เขากับเธอทำร่วมกันคือนั่งดูดาวและนั่งคุยกัน มีหลายเรื่องมากๆ ที่ทั้งสองกลับมานั่งคุยกันอีกครั้งด้วยความรู้สึกขำๆ เรื่องในอดีตมีหลายอย่างให้จดจำไม่ว่าจะเป็นตอนที่เขาชอบแกล้งเธอ หรือรวบรัดจับเธอเป็นแฟนก็ตามที“ชัชก็เคยคิด แต่คุณหมอบอกว่ามันสามารถรักษาให้หายขาดได้แต่ก็ต้องดูว่าแกจะตอบสนองต่อการรักษาได้มากน้อยแค่ไหน” คุณหมอเจ้าของไข้บอกเขาว่า มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่นชนิดโครโมโซมที่ผิดปกติใน ไขกระดูก ภาวะภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยแต่ละราย เขาจึงพยายามดูแลสายน้ำให้ดี ให้กินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอและไม่ทำอะไรเสี่ยงๆ ที่จะทำใ
“น่ารักแบบนี้ต้องให้รางวัลเสียหน่อย” เธอไล้อกกว้างของเขา เลื่อนลูบมาที่กระดุมเสื้อแล้วช้อนสายตาขึ้นมอง“พี่พัฒน์รู้ไหมคะว่ารางวัลของดาน่ะต้องให้สมน้ำสมเนื้อนะคะ” สายตาของเธอยั่วเย้า ลิ้นเล็กๆ สีชมพูที่เลียไปเบาๆ รอบๆ ริมฝีปากทำให้พัฒนพงศ์ครางเบาๆ ด้วยความหิวกระหาย“รู้สิ เพราะพี่ก็จะจัดให้สมน้ำสมเนื้อ ไม่ให้ดาต้องผิดหวังแน่ๆ” เขาละห่างจากเธอ ก่อนจะขับรถมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางคือที่พักของเขา ความพิศวาสร้อนแรงกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า แค่คิดเขาก็รู้สึกหิวโหยเรือนห่างหอมกรุ่นนี้อย่างบอกไม่ถูกในขณะที่ดาหลายกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ โดยที่พัฒนพงศ์ไม่ทันได้เห็นหลายวันต่อมา...“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ” ดาหลาเอ่ยขอโทษเมื่อเดินชนเข้ากับชัชวินทร์ ชายหนุ่มกำลังอุ้มลูกชายตัวน้อยอยู่ เขายื่นมือข้างหนึ่งมาช่วยดึงเธอขึ้นเพราะเธอหกล้ม“เป็นยังไงบ้างครับ” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างสำเร็จตรวจตรา เขากลัวเธอได้รับบาดเจ็บ“ดาหลาค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” ดาหลายื่นมือมาให้ชายหนุ่มตรงหน้า ชัชวินทร์มองมือของเธอก่อนจะยื่นไปสัมผัสเบาๆ ผู้หญิงตรงหน้าเป็นหญิงสาวตาคมผมย
“คุณก็เลยบอกว่าฉันจะเป็นแม่ใหม่นี่นะ”“ใช่ ชัชให้แกดูรูปของมิตั้งแต่เด็ก แกก็เลยจำฝังใจว่าต่อไปจะได้เจอมิ มีมิเป็นแม่”“คุณนี่มัน” เธอไม่รู้จะด่าเขาว่ายังไงดี“ชัชรู้ว่ามิคงอยากด่าชัช แต่แกน่าสงสารมาก แกป่วยหนัก” ชัชวินทร์ถอนใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะบอกอาการป่วยของเด็กชายสายน้ำ“แกป่วยเป็นอะไรคะ” ดมิส
“ไปกับชัช ชัชจะจัดการเอง”“จัดการอะไรไม่ได้หรอกชัช เขามีอิทธิพลมาก เราเดินเข้าไปมีหวังโดนเขาทำร้ายเอา”“ชัชไม่กลัว” ชัชวินทร์ดึงมือดาราวดีให้ลุกตาม เขาไปเรียกร้องหาความเป็นธรรมให้เธอ แต่สิ่งที่พัฒนพงศ์ตอบกลับมาทำเอาต้องสะอึก เลือดขึ้นหน้าแถมยังมีเรื่องชกต่อยกันอีกพัฒนพงศ์ไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น เ
“อย่าไปกวนแม่มิมากนะครับสายน้ำ แม่มิต้องทำงาน”“ครับ” เด็กน้อยรับคำก้มหน้าเหมือนเคย ร่างผ่ายผอมนั้นทำให้เธอเวทนาอยู่ลึกๆ“พักที่ไหนคะ” เป็นคำถามที่ชัชวินทร์เองก็ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากอดีตแฟนสาว สีหน้าของเขามีความหวังสว่างวูบขึ้นมาในทันที“โรงแรมใกล้ๆ ร้านอาหารของคุณครับ” รีสอร์ทของเขาอยู่ไกลออกไปม
“จะทำอะไรให้กินเหรอ”“อาหารญี่ปุ่น”“อาหารญี่ปุ่น เดี๋ยวนะคงไม่ใช่มาม่าหรอกนะ” เธอดักคอ... อาหารญี่ปุ่นในความหมายของเพื่อนสำหรับเพื่อนที่ไม่มีเงิน แต่พูดกันให้ดูหรูหราคือมาม่าหรือบะหรี่สำเร็จรูปดีๆ นี่เอง มันก็อร่อยอยู่หรอก แต่กินบ่อยๆ ไม่ดีต่อสุขภาพ แถมยังจะขาดสารอาหารอีกด้วย“อาหารญี่ปุ่นจริงๆ”“







