تسجيل الدخول"จะบอกให้นะ คุณคงเป็นผู้หญิงคนแรกมั้งที่เป็นคู่หมั้นที่น่ารังเกียจที่สุด แค่ผมมองหน้าคุณ ผมยังอยากควักลูกตาตัวเองออกมา"
عرض المزيدเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังก้องไปทั่วโถงทางเดินของโรงพยาบาลเอกชนหรู เมลดาในชุดเดรสสีแดงกำมะหยี่รัดรูปก้าวเดินด้วยท่วงท่าที่จองหอง ใบหน้าสวยจัดถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงจนดูไร้ที่ติ แต่แววตาของเธอกลับแข็งกร้าวราวกับจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า
เธอกระชากประตูห้องพักฟื้นวีไอพีออกโดยไม่คิดจะเคาะ สิ่งแรกที่เห็นคือภาพของภริช ชายหนุ่มที่เป็นทั้งคู่หมั้นและผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจ กำลังประคองแก้วน้ำให้เนตรทราย พนักงานสาวในบริษัทที่เขามักจะให้ความเมตตาเสมอ "สร้างภาพเก่งจังเลยนะแม่คุณ สำออยจนผู้ชายเขาต้องมาคอยประเคนน้ำประเคนท่าให้ถึงเตียง" น้ำเสียงเหยียดหยามของเมลดาทำให้บรรยากาศที่เคยสงบเงียบพังทลายลง ภริชขมวดคิ้วแน่น เขาวางแก้วน้ำลงแล้วลุกขึ้นยืนบังหน้าเนตรทรายเอาไว้ทันที "เมลดา คุณมาทำไมที่นี่ ผมบอกแล้วไงว่าทรายเขาป่วยเพราะทำงานหนักให้บริษัทผม คุณไม่ควรมาหาเรื่องเขาในที่แบบนี้" "ทำงานหนักงั้นเหรอ?" เมลดาหัวเราะขึ้นจมูก พลางก้าวเข้าไปใกล้จนเกือบจะปะทะหน้ากับภริช "หรือว่านอนหนักจนไม่มีแรงลุกกันแน่คะภริช คุณก็ซื่อบื้อให้ยัยนี่ปั่นหัวอยู่ได้ มันก็แค่ผู้หญิงหิวเงินที่อยากจะอัพเกรดตัวเองขึ้นมาเป็นเมียน้อยคุณนั่นแหละ!" "หยุดพูดจาสกปรกนะเมลดา!" ภริชตวาดเสียงดัง "ทรายเขาเป็นคนดี ไม่เหมือนคุณ ที่วันๆเอาแต่ใช้เงินทิ้งขว้างและเที่ยวระรานคนอื่นไปทั่ว" คำว่าไม่เหมือนคุณเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มแทงลงกลางใจเมลดา แต่เธอเลือกที่จะฉาบใบหน้าด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน เธอเดินอ้อมไปข้างเตียงก่อนจะคว้าแจกันดอกไม้ราคาแพงที่ภริชเป็นคนซื้อมาวางไว้ แล้วเหวี่ยงมันลงพื้นจนแตกกระจาย เพล้ง! เนตรทรายสะดุ้งสุดตัวด้วยความกลัว น้ำตาคลอเบ้า "คุณเมลดาคะ ทรายขอโทษค่ะ ทรายไม่ได้คิดอะไรกับคุณภริชจริงๆ" เนตรทรายพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว "หุบปากไปอีนางเอกลิเก ของของฉัน ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะ" เมลดาถลาเข้าไปกระชากผมเนตรทรายจนหน้าหงายขึ้นมา ภริชรีบเข้ามาคว้าข้อมือเมลดาแล้วบีบอย่างแรงจนเธอต้องยอมปล่อย "ออกไป!" ภริชคำรามข้างหูเธอ "ก่อนที่ผมจะเรียก รปภ. มาลากตัวคุณออกไป และจำใส่หัวไว้ด้วยนะเมลดา งานแต่งงานของเราที่พวกผู้ใหญ่คุยกันไว้ ผมจะไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด ผู้หญิงใจทรามอย่างคุณ ผมรังเกียจจนไม่อยากจะหายใจร่วมชั้นบรรยากาศด้วยซ้ำ!" เมลดาชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่แข็งกร้าวสั่นเครือเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะปรับเป็นด้านชาเหมือนเดิม "รังเกียจเหรอคะ? ดีค่ะ! รังเกียจให้มากๆ เลยนะคะ เพราะฉันเองก็เกลียดขี้หน้าคุณจนอยากจะอ้วกเหมือนกัน ที่ตามหึงตามหวงอยู่นี่ก็เพราะไม่อยากเสียหน้าว่าโดนผู้หญิงชั้นต่ำแย่งแฟนเท่านั้นแหละ!" เธอกระแทกไหล่ภริชอย่างแรงก่อนจะก้าวออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับไปมอง ทันทีที่ประตูห้องปิดลง เมลดาเร่งฝีเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปที่ลานจอดรถ เธอรีบเปิดประตูรถปอร์เช่คู่ใจแล้วกดล็อกทันที ความเงียบสงัดภายในรถทำให้กำแพงที่เธอสร้างไว้พังทลายลง เมลดาซบหน้าลงกับพวงมาลัยแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างสุดจะกลั้น ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไปตามจังหวะการสะอื้น "ขอโทษ ภริช ฉันขอโทษ..." เธอกระซิบคำเดิมซ้ำๆพร้อมกับเอื้อมมือไปเปิดเก๊ะหน้ารถดึงเอาซองเอกสารลับที่แสงดาวส่งมาให้ข้างในคือแผนการที่พ่อของเธอร่วมมือกับพี่ชาย เตรียมจะวางยาภริชในงานเลี้ยงวันมะรืนนี้เพื่อเซ็นเอกสารโอนหุ้นบริษัททั้งหมดมาเป็นของตระกูลเธอ เมลดาจำใจต้องร้าย เธอต้องทำตัวให้น่ารังเกียจที่สุดเพื่อให้ภริชประกาศตัดขาดกับเธอ และเพื่อให้เขาโกรธจนไม่ยอมไปร่วมงานเลี้ยงที่มีแผนการชั่วร้ายนั้นรออยู่ เธอค่อยๆ ถลกแขนเสื้อเดรสตัวหรูขึ้น รอยช้ำสีเขียวม่วงที่เกิดจากฝีมือของ มนตรี ผู้เป็นพ่อ ปรากฏให้เห็นเด่นชัด มันคือบทลงโทษที่เธอจงใจทำให้การเจรจาธุรกิจเมื่อสัปดาห์ก่อนพังลง "ถ้าคุณเกลียดฉัน คุณก็จะไม่เชื่อคำพูดฉัน เพราะงั้นฉันต้องทำลายทุกอย่างด้วยมือของฉันเอง" เมลดาหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวผืนเก่าที่เก็บไว้ในกล่องคอนโซลรถขึ้นมาซับน้ำตา มันเป็นผ้าเช็ดหน้าผืนเดียวกับที่ภริชเคยใช้ซับน้ำตาให้เธอตอนที่เธอยังเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ถูกพ่อดุด่าในวันนั้น เธอสะอื้นจนตัวโยน ในโลกนี้ไม่มีใครรู้เลยว่า ภายใต้หนามกุหลาบที่ทิ่มแทงทุกคนที่เข้าใกล้ เมลดากำลังใช้เลือดและน้ำตาของตัวเองหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้ชายที่เธอรักที่สุดเอาไว้ เธอมองกระจกส่องหลัง เห็นดวงตาที่บวมแดงของตัวเองแล้วฝืนยิ้มออกมาอย่างสมเพช "ร้ายให้สุดนะเมลดา ร้ายจนกว่าเขาจะปลอดภัย แม้ว่าในตอนจบ เขาจะตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงที่เลวที่สุดในโลกก็ตาม" จบตอนที่1เย็นวันนั้น เมลดาในชุดเดรสสีดำเรียบหรูแต่ดูภูมิฐาน เธอใส่แว่นดำบิ๊กไซส์เพื่อปกปิดดวงตาที่บวมเปล่งจากการร้องไห้อย่างหนักมาทั้งวัน เธอหอบดอกไม้ช่อใหญ่มาที่สุสานเงียบสงัด เธอนั่งลงหน้าหลุมศพของแม่ด้วยร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรง และทรุดฮวบลงบนผืนหญ้า มือที่สั่นเทาลูบไล้ไปตามรูปภาพของหญิงสาวที่หน้าตาคล้ายเธอด้วยความคิดถึงจับใจ นี่คือสถานที่เดียวที่เธอจะได้ระบายความทุกข์ทั้งหมดที่มี "แม่คะ... หนูเหนื่อยจังเลย" เสียงของเมลดาแหบพร่า "หนูพยายามปกป้องเขา แต่เขายิ่งเกลียดหนูมากขึ้นทุกวัน พ่อกับพี่ชายเขากลายเป็นปีศาจไปแล้วค่ะแม่ ถ้าหนูไปอยู่กับแม่ตอนนี้ แม่จะยอมให้หนูอยู่ด้วยไหมคะ หนูไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว...ฮึกกๆ" เธอซบหน้าลงกับแท่นหินเย็นเฉียบ สะอื้นไห้จนตัวโยนในที่ที่ไม่มีใครเห็น ความอ่อนแอที่ถูกสะกดกลั้นไว้ต่อหน้าโลกภายนอกระเบิดออกมาจนหมดสิ้น เธอเล่าทุกอย่างให้แม่ฟัง เล่าถึงความรักที่ต้องแลกด้วยชีวิต และความเสียสละที่ไม่มีใครเคยมองเห็น "แต่หนูจะไม่ยอมค่ะแม่ สิ่งที่พ่อกับพี่เมฆทำ พวกเขาต้องชดใช้ เมย์จะขัดขวางทุกวิถีทาง ถึงเมย์จะต้องตายก็ตามค่ะแม่" หลังจากออกจากสุสาน เมลดาไปห้างสรรพสิ
ความเจ็บปวดที่แผ่นหลังยังไม่ทันทุเลา เมลดาก็ต้องกลับมาเผชิญกับนรกบนดินอีกครั้ง ทันทีที่เธอเดินเข้าสู่ตัวบ้าน บรรยากาศเงียบเชียบ แต่ทว่ากลับรู้สึดถึงแรงกดดันทำเอาเธอแทบหยุดหายใจ มนตรีและเมฆานั่งรออยู่แล้ว ราวกับมัจจุราชที่รอขยี้วิญญาณของนักโทษ "แกมันไม่ได้เรื่อง เมลดา!" เพียะ! ฝ่ามือของมนตรีฟาดลงบนใบหน้าสวยที่บวมช้ำอยู่แล้วจนเมลดาล้มคว่ำลงกับพื้น ความคาวของเลือดคลุ้งไปทั่วปาก เมฆาก้าวเข้ามาเตะซ้ำที่ชายโครงจนเธอตัวงอเป็นกุ้ง "ทำไมคะ..." เมลดาเค้นเสียงสะอื้นออกมา "หนูยังเป็นลูกสาวพ่อ ยังเป็นน้องสาวพี่อยู่หรือเปล่า ทำไมถึงทำกับหนูเหมือนไม่ใช่คนแบบนี้?" มนตรีหัวเราะในลำคอ แววตาไม่มีความเมตตาแม้แต่นิดเดียว "ก็เพราะแกเป็นลูกสาวไง ถึงต้องมีประโยชน์ต่อตระกูลอัครเดชเดชา ความมั่งคั่งในอนาคตมันแลกมาด้วยความลำบากแค่ไม่กี่อย่าง แต่นังคนโง่อย่างแกกลับทำแผนพังทุกรอบ!" "หนูแค่ไม่อยากให้ใครต้องตาย เรามีวิธีอื่นอีกมากมาย อย่าถึงกับฆ่าใครเลยนะคะคุณพ่อ พี่เมฆ..." "หุบปาก!" เมฆาตะคอก "ต่อจากนี้ไป แกไม่ต้องมายุ่งเรื่องนี้อีก ฉันกับพ่อจะจัดการไอ้ภริชเอง ปล่อยให้คนโง่ๆ อย่างแกทำหน้าที่ข
"หึ... หมดสภาพจนต้องมาเกาะงานการกุศลหาข้าวกินแล้วเหรอเมลดา?" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยทำให้เมลดาชะงัก เธอค่อยๆ หันไปพบกับ ภริช ที่ยืนถือแก้วแชมเปญเคียงคู่กับเนตรทราย สายตาของเขามองเธอด้วยความดูแคลนอย่างถึงที่สุด "ภริช..." เมลดาพยายามกลืนอาหารลงคอที่แห้งผาก "ผมเพิ่งรู้นะว่าตระกูลอัครเดชเดชาตกอับจนไม่มีข้าวจะให้ลูกสาวกิน ถึงได้มายืนโซ้ยอาหารในงานอย่างกับคนตะกละแบบนี้ ดูสิ... ปากเปรอะเปื้อนไปหมด น่ารังเกียจจริงๆ" "มันเรื่องของฉัน คุณมายุ่งอะไรด้วย" เมลดาโต้กลับทั้งที่มือยังสั่น เธอพยายามจะเดินหนี แต่ภริชกลับคว้าข้อมือเธอไว้ แรงบีบมหาศาลทำให้จานอาหารในมือเธอหลุดร่วงลงพื้น เพล้ง! อาหารที่เธอโหยหาตกลงไปกองกับพื้น แตกกระจายไม่ต่างจากศักดิ์ศรีของเธอ เมลดาเซเล็กน้อยจากแรงผลัก เธอจ้องมองเศษอาหารบนพื้นด้วยความรู้สึกใจจะขาด... นั่นคืออาหารมื้อแรกในรอบสามวันของเธอ "คุณทำบ้าอะไรภริช?" เมลดามองจานที่ตกกระจายลงพื้น ขอบตาร้อนผ่าว แต่ต้องเก็บอาการ "ทำไม เสียดายเหรอ อยากจะก้มลงไปกินบนพื้นด้วยไหมล่ะ?" ภริชถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา เมลดาเงยหน้าขึ้น ผู้คนในงานต่างเดินมามุง เสียงซุบซิบ เสียงหัวเราะทำให้เธอร
เสียงล้อรถที่บดลงบนกรวดหน้าคฤหาสน์อัครเดชเดชาดังราวกับเสียงตัดสินโทษประหาร เมลดาพยุงร่างกายที่บอบช้ำลงจากรถแท็กซี่ เธอไม่มีแม้แต่แรงจะเชิดหน้าชูคอเหมือนทุกครั้ง แผ่นหลังที่เพิ่งถูกทำแผลมายังคงแสบแปลบทุกจังหวะที่ขยับเขยื้อน ยังไม่ทันที่เธอจะก้าวเท้าเข้าสู่ตัวบ้าน ประตูบานใหญ่ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของ เมฆา ที่พุ่งเข้ามาคว้าหมับเข้าที่กลุ่มผมยาวสลวยของเธอแล้วกระชากอย่างแรง "ฤทธิ์มากนักนะอีเมลดา ก่อเรื่องจนเข้าโรงพยาบาลเพื่อให้ไอ้ภริชมันสงสารงั้นเหรอ ที่จริงมันต้องนั่งรถคันนั้นไปแล้ว เมืื่อไหร่แกจะเลิกบ้าผู้ชายสักที!" "โอ๊ย! พี่เมฆา... หนูเจ็บ!" เมลดาครางประท้วง น้ำตาเอ่อคลอหน่วยตาขณะถูกลากเข้าไปในห้องโถงที่มี มนตรี นั่งจิบไวน์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย "แกทำให้ฉันขายหน้า เมลดา ทำเสียงานไม่รู้กี่ครั้ง ไร้ประโยชน์สิ้นดี" มนตรีวางแก้วไวน์ลงเสียงดังปัง "แกทำงานพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนฉันเริ่มสงสัยว่าแกตั้งใจจะทรยศฉัน" เมลดาใจหายวาบ เธอรู้ดีว่าถ้าพ่อสงสัยมากกว่านี้ ชีวิตของภริชจะตกอยู่ในอันตรายทันที เธอจึงฝืนกลั้นความเจ็บปวด คลานเข่าเข้าไปกอดขาผู้เป็นพ่ออย่างอ้อนวอน ภาพคุณหนูผู้สูงส่งห











