Share

แฝงตัว(ต่อ)

last update publish date: 2026-10-12 23:05:09

“ไม่ได้!!! ไม่ได้เด็ดขาด!!!” ชายชราแผดเสียงดังลั่นจนรู้สึกปวดหู พร้อมกับยืนขึ้นกำลังลุกเดินหนีไป เป็นภรรยาของเขาที่ปรามเขาไว้แล้วให้อยู่ฟังต่อ

“ข้ารู้ดี การกระทำเช่นนี้คือการหลอกลวงเบื้องสูง มีโทษประหาร ทว่าพวกท่านก็น่าจะรู้ดีว่ายามนี้ผู้ปกครองฝ่ายในคือฮองเฮาหลี่ นางโหดเหี้ยม ปกครองอย่างทารุณ ผู้ใดไม่เป็นไปตามที่นางต้องการย่อมโดนลงโทษจนบาดเจ็บเจียนตาย พวกท่านจะส่งนางไปยังสถานที่ที่ไม่ต่างอะไรจากนรกเช่นนั้นหรือ” คำพูดเช่นนี้ทำให้พวกเขาหยุดชะงักนิ่ง เพราะมันคือความจริงที่เจียงหลีกำลังเผชิญอยู่

“แล้วเจ้าต้องการอะไร ทำไมต้องการใช้ชื่อลูกสาวข้า” หลังจากพวกเขานั่งกระซิบกระซาบกันอยู่สักพัก ฝ่ายชายเลยประเด็นอีกครั้ง

“ข้าไม่ได้ต้องการอะไรหรอก ข้าแค่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น พวกท่านก็ไม่ต้องรับโทษจากการเลือกนางกำนัล ชนะทั้งสองฝ่าย ไม่ดีหรือ จ้าวซินเหยียน แต่เล็กจนโตไม่เคยออกนอกจวนแม้ครึ่งก้าว ย่อมไม่มีใครรู้ว่านางหน้าตาเช่นไร ข้าไม่พูด พวกท่านไม่พูด ผู้ใดจะล่วงรู้”

“ถ้าแม่นางคิดเห็นเช่นนั้น พวกเราขอปรึกษาสักครู่” พวกเขาเดินออกไปปล่อยให้นั่งรอต่อไป มันมีโอกาสสูงมากที่พวกเขาไม่ยินยอม ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเสียอย่างใครจะยอม หรือข้าต้องขโมยเทียบนั้น และแล้วพวกเขาเดินกลับมา

“พวกเราปรึกษาแล้ว พวกเราจะให้เจ้าใช้ชื่อลูกสาวข้าได้ แต่มีข้อแม้ว่าห้ามทำให้ชื่อเสียงลูกสาวข้าเสียหาย ไม่อย่างนั้นข้าจะบอกกับทุกคนว่าเจ้าเป็นตัวปลอม” นางเอ่ยกับข้าด้วยน้ำเสียงแกมดุและคาดคั้น หวังไม่ให้ข้าทำเสียชื่อเสียง

“ขอบคุณท่านทั้งสองที่ช่วยเหลือ”

“พรุ่งนี้เช้าจะมีขันทีมารับตัวไปในยามซื่อ   คืนนี้เจ้าก็พักที่นี่เสียเลย ข้าให้บ่าวไปจัดห้องไว้แล้ว เจ้าตามข้ามา” หลังจากที่เคารพฮูหยินแล้ว ข้าเดินตามหลังใต้เท้าจ้าวไปยังเรือนด้านซ้ายในจวน

“เจ้าพักห้องนี้แหละ ตอนเย็นข้าจะจัดเตรียมอาหารไว้ให้” เขาผลักประตูเข้าไปเผยให้เห็นในห้องที่มีแค่เตียงนอนตู้ไม้เล็กๆ และหน้าต่างอย่างละหนึ่งเท่านั้น ถึงห้องนี้จะเล็กแลดูโทรมไปเสียหน่อย ทว่าข้าก็อยู่ได้

“ข้าไม่รบกวนท่านเรื่องมื้อเย็น อย่างไรเสียข้าข้อให้ท่านนำเทียบเชิญมาให้ข้าด้วย”

“ได้ ประเดี๋ยวข้าจะให้บ่าวนำเทียบเชิญมาให้” แล้วเขาก็เดินจากไป ปล่อยให้ข้าพักผ่อนภายในห้อง เมื่อร่างกายข้าอยู่บนเตียงนอนหัวถือหมอน เปลือกตาค่อยๆ ปิดลง ด้วยร่างกายที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน

**********

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ไม่นะ ไม่!!!” ข้าสะดุ้งตื่นจากฝันขึ้นมาในห้องที่ไม่คุ้นเคย แต่กลับมืดสนิทไร้แสงเทียน เมื่อมองออกไปนอกหน้าก็ไร้วี่แววผู้คน บรรยากาศเช่นนี้ ยิ่งทำฝันร้ายที่ติดเป็นวังวนในความทรงจำนับปีนั้นชัดเจน ภาพเหตุการณ์ทุกอย่างไม่เคยลบออกจากใจได้แม้แต่เสี้ยวเดียว และทุกครั้งที่ข้าฝันเช่นนี้ข้าย่อมข่มตาหลับต่อไม่ลง จนกว่าพระอาทิตย์จะขึ้นในอีกวัน หันไปทางด้านซ้ายเห็นเทียบเชิญวางไว้ที่ข้างหมอนแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่ต้องกังวลแล้ว

**********

“แม่นาง ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ”

“ข้ายังไม่ได้นอนเลยต่างหาก รุ่งสางแล้วหรือ” บ่าวรับใช้นางหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมด้วยอ่างล้างหน้าทองเหลือง และผ้าซับหน้า ส่วนบ่าวอีกคนก็ถือสำรับอาหารมา

“เวลานี้ปกติคนในจวนยังไม่ตื่นเลยเจ้าค่ะ แต่ว่าใต้เท้าสั่งการไว้แล้วเจ้าค่ะ” ...ดีเลยจะได้ไม่ต้องยุ่งยากอะไรมาก

“คุณหนูเจ้าค่ะ เหล่าขันทีมาแล้วค่ะ” ...ขันทีมาถึงหน้าจวนในขณะที่ข้ายังทานอาหารไม่เสร็จ ไม่ได้การแล้ว... หลังจากนั้นจึงรีบทานไม่กี่คำแล้วเดินออกไปพร้อมกับสัมภาระและเทียบเชิญพร้อมไว้ในมือ เดินไปหาขันทีที่รออยู่หน้าประตูจวน

“คุณหนูจ้าวซินเหยียนใช่หรือไม่”

“เจ้าค่ะ กงกง” ข้ายื่นเทียบเชิญให้ขันทีตรวจสอบมาพร้อมกับเหล่าขันทีอีกสี่คน แล้วมีแถวเรียงหนึ่งยาวประกอบด้วยหญิงสาวมากหน้าหลายตาเป็นสิบ มีขันทีสองคนยืนประกบหัวแถวอยู่ ท่ามกลางฝูงชนที่อยากรู้อยากเห็นอีกมากมาย

“คุณหนู ท่านไปยืนท้ายแถว หน้าขันทีได้เลย” เขายื่นเทียบเชิญกลับมาพร้อมผายมือไปมีขันทีอีกสองคนที่ประกบท้ายแถว ข้าเดินไปที่ท้ายแถวตามคำบอกกล่าว ...นี่มันนักโทษหรือไงกัน...

“ก็แค่ลูกสาวขุนนาง ก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นนางกำนัลแล้วหรือ” ในขณะที่ขบวนแถวเคลื่อนไปยังวังหลวง เสียงนี้ดังมาจากหน้าแถวที่ถัดไปเพียงคนเดียว ทางที่หยิ่งผยองของนางทำเอาไม่เป็นปลื้มเอาเสียเลย

“พวกเราได้รับคัดเลือกเหมือนกัน ดังนั้นจึงสิทธิ์เท่ากัน อีกอย่างที่มายืนตรงนี้ได้เพราะราชโองการกับเทียบเชิญไม่ใช่หรือไง”

“คุณหนูจ้าว ใครๆ ต่างรู้กันเจ้าอ่อนแอตั้งแต่เยาว์วัย เข้าไปเป็นนางกำนัลทั้งที่สภาพร่างกายเป็นเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับส่งไปตาย”

“นี่หรือมารยาทของคุณหนูผู้สูงศักดิ์ ช่างไม่ต่างอะไรจากคนไร้ศักดินา”

“นี่เจ้า...”

“จ้าวซินเหยียน เฉินฉินอวี่ พวกเจ้าหยุดได้แล้ว” เสียงขันทีคนหนึ่งดังมาจากด้านหลังเพื่อเตือนให้สงบสติอารมณ์ ...สกุลเฉิน?? ก็แค่สกุลธรรมดาที่มีความดีความชอบตอนสงครามล่าดินแดน ยังจะมายิ่งผยองในอำนาจอีก...

ต่างคนต่างไม่พูดไม่จาอะไร เดินตรงไปข้างหน้า ไปยังรั้วสีขาวที่สูงใหญ่ประตูเหล็กสีนิลบานใหญ่ ข้างบนนั้นมีหลังคากระเบื้องปกคลุมยาวเท่าประตูเหล็ก มีทหารเรียงรายคุ้มกันแน่นหนาจำนวนมาก เมื่อย่างก้าวเข้าประตูนั้นไปเสมือนตัดขาดจากอีกฟากฝั่งตรงข้าม ทางเดินที่ทำจากหินกล้า สิ่งปลูกสร้างที่ใหญ่โตอลังการที่ต้องเงยหน้ามองจึงจะเห็นครบถ้วน รูปแกะสลักมังกรอยู่ทั่วทุกมุม ตำหนักสีทอง แดง ดำ ตัดสลับกันไป มองไปสุดลูกหูลูกตายังไม่เห็นรั้วกำแพงมาบรรจบเลย

ทว่าสังเกตไม่ได้ละเอียดมากนัก เพราะที่ข้าเข้ามาเพราะงานฝ่ายใน จนเดินมาถึงศาลาแห่งหนึ่งที่มีเหล่าขันทียืนอยู่ห้าคนเรียงแถวหน้ากระดาน ส่วนขันทีที่นำพวกเรามาออกคำสั่งให้หยุดที่หน้าศาลานั้น แล้วให้เรียงแถวหน้ากระดานแบบยืนซ้อนกันประมาณหกแถว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   แฝงตัว(ต่อ)

    “ไม่ได้!!! ไม่ได้เด็ดขาด!!!” ชายชราแผดเสียงดังลั่นจนรู้สึกปวดหู พร้อมกับยืนขึ้นกำลังลุกเดินหนีไป เป็นภรรยาของเขาที่ปรามเขาไว้แล้วให้อยู่ฟังต่อ“ข้ารู้ดี การกระทำเช่นนี้คือการหลอกลวงเบื้องสูง มีโทษประหาร ทว่าพวกท่านก็น่าจะรู้ดีว่ายามนี้ผู้ปกครองฝ่ายในคือฮองเฮาหลี่ นางโหดเหี้ยม ปกครองอย่างทารุณ ผู้ใดไม่เป็นไปตามที่นางต้องการย่อมโดนลงโทษจนบาดเจ็บเจียนตาย พวกท่านจะส่งนางไปยังสถานที่ที่ไม่ต่างอะไรจากนรกเช่นนั้นหรือ” คำพูดเช่นนี้ทำให้พวกเขาหยุดชะงักนิ่ง เพราะมันคือความจริงที่เจียงหลีกำลังเผชิญอยู่“แล้วเจ้าต้องการอะไร ทำไมต้องการใช้ชื่อลูกสาวข้า” หลังจากพวกเขานั่งกระซิบกระซาบกันอยู่สักพัก ฝ่ายชายเลยประเด็นอีกครั้ง“ข้าไม่ได้ต้องการอะไรหรอก ข้าแค่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น พวกท่านก็ไม่ต้องรับโทษจากการเลือกนางกำนัล ชนะทั้งสองฝ่าย ไม่ดีหรือ จ้าวซินเหยียน แต่เล็กจนโตไม่เคยออกนอกจวนแม้ครึ่งก้าว ย่อมไม่มีใครรู้ว่านางหน้าตาเช่นไร ข้าไม่พูด พวกท่านไม่พูด ผู้ใดจะล่วงรู้”“ถ้าแม่นางคิดเห็นเช่นนั้น พวกเราขอปรึกษาสักครู่” พวกเขาเดินออกไปปล่อยให้นั่งรอต่อไป มันมีโอกาสสูงมากที่พวกเขาไม่ยินยอม ชื่อเสียงวงศ์ตระก

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   แฝงตัว

    เวลานี้ในราชสำนักมีขั้วอำนาจอยู่สองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือ ฮ่องเต้ หานกว่างเสี้ยว สกุลหานที่ปกครองเมืองเจียงหลีมาช้านาน กับ ฮองเฮา หลี่เจียฉิน บุตรสาวของหลี่หงปั๋วที่ได้ก้าวขึ้นสู่อำนาจจากนางสนมฐานะปานกลางสู่มงกุฎหงส์นี้ได้เพราะอำนาจจากบิดาของตน ทำให้ราชสำนักเองต้องแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจนเช่นกัน“คนมุงดูอะไรกัน ไม่ใช่ว่าประกาศจับข้าหรอกนะ” ในเมืองที่ผู้คนเดินจับจ่ายใช้สอยอย่างพลุกพล่าน ตลอดแถวถนนนี้มีแผงร้านค้าจับจองพื้นที่จนไม่มีที่ว่าง ทว่ากลับมุมหนึ่งที่ผู้คนต่างให้ความสนใจเป็นจำนวนมากคือ ที่ปิดป้ายประกาศ มันคงเป็นเรื่องสำคัญ ข้าเลยตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ๆ“ขอโทษนะ ขอโทษนะ” ข้าฝ่าด่านผู้คนเข้ามาเพื่ออยู่ใกล้กันใบประกาศที่สุด ในนั้นระบุไว้ว่าตำหนักของฮองเฮารับคัดเลือกนางกำนัลประจำตำหนัก นี่แหละหนทางในการแก้แค้นของข้าภายในหกปีที่ข้าใช้ชื่อเยว่เหยานั้นได้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ตั้งแต่ฆ่าล้างสกุลหนานกงจนสองให้ปีให้หลังฮองเฮาเหอ เหอจวินหลิง ได้สวรรคตไป หลี่หงปั๋วก็กดดันฮ่องเต้ให้ลูกสาวตนเป็นฮองเฮาได้สำเร็จ ไม่นานนางคงจะกุมอำนาจราชสำนักไว้จนหมดแน่นอน ...ช่างเถอะใครสนกันว่าราชสำนักจะเป็นตายร้ายดี

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   เริ่มต้นใหม่(ต่อ)

    “เจ้ามาแล้วหรือ มาๆ มาทานข้าวได้แล้ว” หญิงชราที่เลี้ยงดูนางมาตลอดหกปี กล่าวทักนางเมื่อเห็นว่ามาถึงแล้วพร้อมด้วยข้าวของในมือ “ได้จ้ะ เดี๋ยวข้าเก็บของที่ซื้อมาก่อน แล้วจะมาทานด้วยกัน” “อืม รีบไปรีบมา เดี๋ยวเย็นชืดหมด” นางเข้าไปหอมแก้มยายแล้วเดินเข้าไปที่ครัว ล้างมือเสร็จรีบมาทานข้าวอย่างไว “ยายก็กินด้วยกันสิ ทำไมปล่อยให้ข้ากินอยู่คนเดียว” “เจ้ากินเถอะ ข้าไม่หิว” “ยายกินเถอะ เดี๋ยวต้องดื่มยาอีก” หญิงชรามีโรคมารุมเร้าตามวัย บัดนี้ร่างกายของเขาไม่เป็นก่อนแล้ว ป่วยกระเสาะกระแสะอยู่ทุกวัน ด้วยความที่อยู่กันสองคนจึงต่างต้องประคองกันไป “ข้ารู้ดีว่าร่างกายข้าเป็นยังไง ข้ามีชีวิตอยู่ต่อได้ไม่นาน ยานั่นไม่จำเป็นหรอก” “ไม่พูดแบบนี้สิ ท่านยายต้องอยู่กับข้าก่อน ข้าเสียพ่อแม่ไปอย่าต้องเสียท่านยายไปอีกคนเลย” “ข้าก็อายุมากแล้ว สรรพสิ่งย่อมเวียนว่ายในวัฏสงสาร ข้อนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยข้าก็ดีใจนะ ที่มีลูกหลานอย่างคนอื่นเขาเหมือนกัน” “ข้าเสียพ่อแม่ไปแล้ว อย่าให้ข้าต้องเสียท่านยายไปอีกคนเลย” นางรีบเข้าไปคุกเข่านั่งลงข้างท่านยาย หัวนางวางลงบนตัก มือทั้งเกาะกุมมืออีกฝั่ง “พอได้แล้ว ไปกินขะ.

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   เริ่มต้นใหม่

    “ข้ามาอยู่ที่ตำหนักได้ยังไงกัน” ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาอยู่ที่เตียงนอนทรงวงกลมกลางตำหนักสีทองและฟ้าที่โอ่อ่ากว้างขวาง ประดับด้วยผ้าแพรสีเข้มล้อมรอบ ภายในตำหนักมีชั้นเก็บตำราหกชั้นเรียงรายอยู่มุมห้อง ภาพสุดท้ายของเขาคือกำลังเสพสุขอยู่ที่หอคณิกาแล้วมีชายสองคนบุกเข้ามา ถ้าคาดเดาไม่ผิดคงเป็นเหล่าพี่น้องอย่างองค์รัชทายาทและน้องสี่แน่นอน “ตื่นแล้วหรือ ลูกตัวดี” คนเป็นแม่รีบเดินมาพร้อมจับใบหูของลูกชายตัวแสบดึงลงสุดแรงจนใบหูแดงก่ำ อีกฝ่ายต้องเอามือประคบ “อะไรกันเสด็จแม่ ข้าแค่ร่ำสุรา ไม่ได้มีสิ่งอื่นเลย” “แต่รู้ไหมว่าเสด็จพ่อเจ้าทนข้อครหาจากเหล่าขุนนางไม่ได้ เป็นถึงราชวงศ์กลับประพฤติตนเช่นนั้น พวกขุนนางถึงขึ้นตั้งข้อหาปลดตำแหน่งเจ้า อับอายสิ้นดี” “เสด็จแม่ ข้าผิดไปแล้ว ข้าจะไม่ไปหอคณิกาอีกแล้ว” เขาทรุดตัวลงต่อหน้า กอดขา ส่งสายตาอ้อนวอนแม่ของตนหวังให้ใจเย็นลงและไม่ให้เสด็จพ่อทราบเหตุการณ์ในวันนี้ “ช่างเถอะ ไม่ว่าอย่างไรก็สายไปแล้ว เสด็จพ่อเจ้ากำลังคัดเลือกหญิงงามที่เหมาะสมเพื่อจัดงานอภิเษกให้เจ้า เพื่อทีเจ้าจะเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา” “ไม่ได้เด็ดขาด ข้ามีสัญญาอภิเษกกับอวี้ชิงไปแล้ว ไม่ว่าอย่างไรตำ

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   ก้าวข้ามหิมะ(ต่อ)

    วันรุ่งขึ้นยายปลุกข้าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างให้ออกมาวิ่งรอบป่าไผ่ นั่งสมาธิใกล้ลำธาร แต่ข้าดันแอบหลับเสียจนได้ จึงโดนปลุกด้วยน้ำจากในลำธารสาดกระเซ็นมาโดนกายด้วยกระบี่ที่ตวัดในลำธารแล้วจึงตื่นขึ้นมา ไม่ว่าจะฝึกวิชากระบี่ ยิงธนู การใช้มีดสั้น วรยุทธ์ต่างๆ ไปเรื่อยทั้งวัน ตกเย็นยายก็สอนวิชาพิษไหนจะการค้าขายกับข้าอีก ส่วนงานบ้านงานเรือนนั้นแน่ว่า.....ข้าทำไม่ได้ อะไรก็ไม่รู้ยิบย่อยไปหมด ซื้อที่ร้านอาหารกินเอาจะง่ายกว่าไหม ทั้งยังอุดหนุนกิจการคนอื่นอีก...“อัครเสนาบดีหลี่ ท่านจะทำยังไงต่อไป ในเมื่อข้าแทบพลิกแผ่นดินหาป้ายคำสั่งนั่นแล้วก็ไม่เจอ” ชายคนนั้นผู้ที่ฆ่าล้างสกุลหนานกงเอ่ยขึ้น เพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่นายต้องการคืออะไร แต่บัดนี้กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาแทบจะรื้อจวนหาแล้วก็ยังไม่พบ“ในเมื่อใช้ป้ายคำสั่งนั้นไม่ได้คงต้องใช้แผนสำรอง เจ้าตามข้ามา” เขาเอ่ยเป็นนัยเพื่อให้ผู้ที่บังคับรถม้าที่พวกเขานั่งสนทนากันอยู่นั้น พาไปที่ชายแดนเมืองเจียงหลี ที่แห่งนี้มีหมู่บ้านเล็กๆ มีคนอาศัยอยู่นับร้อยคนได้ ต่างปลูกเรือนใกล้ชิดติดกันขนาบสองข้างซ้ายขวา ตรงกลางเป็นทางเดินแล้วยังเป็นตลาดที่ให้คนมาจับจ่ายกั

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   ก้าวข้ามหิมะ

    “ถ้าอย่างนั้นเจ้ามาเป็นหลานข้าก็แล้วกันนะ เยว่เหยา” “เช่นนั้น ท่านมีนามว่าอะไร” “ข้าชื่อ เจียอี ดีเหมือนกันข้าเองก็แก่เต็มทน ไม่มีลูกหลานไว้ดูแล คงต้องฝากฝังไว้ที่เจ้าแล้วละ” “เจ้าค่ะ” “เยว่เหยา เจ้ากินข้าวได้แล้ว” เมื่อปรับความเข้าใจแล้ว ต่างฝ่ายต่างจับตะเกียบทานข้าวกัน พูดคุยถามไถ่กันจนรู้ว่าพ่อแม่ของนางถูกฆ่าตายจากคนที่ปองร้าย แต่ยายกลับไม่รู้ว่าพ่อแม่นางคือใคร “กินข้าวเสร็จแล้ว ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามานอนได้แล้ว นี่ดึกมากแล้ว” “เจ้าค่ะ” “ไม่ต้องพูดเจ้าค่ะกับข้าก็ได้ ที่นี่ไม่ใช่วังเสียหน่อย” “แต่ว่าข้าทำงานบ้านไม่เป็น คงต้องรบกวนท่านยายแล้ว” “ไม่เป็นไร เจ้ายังเด็กสามารถเรียนรู้อะไรได้อีกมาก ตามมา” ยายเรียกให้นางตามมาสำรวจภายในเรือนหลังนี้ตามมุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนที่ตนอยู่นั้นที่โปร่งโล่งเพราะมีหน้าต่างถึงสองบาน ฟูกนอนและผ้าห่มสีขาวบนที่นอนไม้ที่อยู่ซ้ายบนของห้อง ส่วนที่เหลือก็เป็นตู้เก็บของต่างที่วางอย่างเป็นระเบียบอยู่ สูงระดับเอวของเจ้าของบ้าน ในกลางวันอากาศในวันที่มีแดดคงจะดีมาก เมื่อเดินออกมาตรงกลางเรือนนี้เป็นเหมือนส่วนกลางที่เอาไว้รับแขกมีโต๊ะสูงสี่เหลี่ยมพร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status