LOGINสี่ปีที่หลอกให้เลี้ยงลูกน้องสาว พอความจริงเปิดเผย สามีสารเลวก็พรากเด็กไปคืนให้ จุดจบนางร้ายในนิยายคือความตาย เมื่อนางร้ายคนใหม่ลืมตาขึ้น ในเมื่อเขาเลือกน้องสาว นางก็ขอหอบลูกหนี เชิญรักกันให้พอใจเถอะ
View Moreชั่วชีวิตของจ้าวเหมยไม่เคยรักใครมาก่อน ทว่าพอได้รักแล้ว หัวใจดวงนี้ก็มิเคยเป็นของผู้ใดอีก ตลอดเวลาหลายปี นางพึงใจใคร่เพียงโจวเหล่ย ท่านอ๋องศักดินาผู้มากด้วยความสามารถและรูปโฉมหล่อเหลา
คำว่ารักข้างเดียว แค่ฟังก็เจ็บปวดหัวใจแล้ว หากแต่ความจริงโหดร้ายยิ่งกว่า นอกจากไม่รักนาง สตรีที่เขารักตลอดหลายปีคือน้องสาว
แม้ว่าตนแต่งให้โจวอ๋องห้าปีกว่าแล้ว หัวใจสามีก็ยังมีเพียงน้องสาวของนางที่หายตัวไป เพราะโจวอ๋องออกตามหาจ้าวโม่อยู่ตลอด
เสียงสวบสาบดังขึ้นจากห้องข้าง ตามมาด้วยร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งชำระกายแล้วเสร็จ เขาก้าวเข้ามาในส่วนเรือนนอนหลังใหญ่ของจวน จ้าวเหมยมองสามีไม่ละสายตา หัวใจเต้นระรัวดั่งตีกลองเสมอยามอยู่ใกล้เขา
“ท่านอ๋อง” เอ่ยเรียกเสียงหวาน แววตาระยิบระยับพร่างพราวประดุจดวงดาวบนท้องฟ้า
โจวอ๋องมีรูปร่างสูงโปร่ง ร่างกายแกร่งกำยำ ไหล่กว้างตั้งตรงอย่างคนไม่ยอมก้มให้ผู้ใด ใบหน้าคมคาย ดวงตาลึกล้ำสงบแต่กดดัน
คิ้วของเขาพาดตรงเหนือดวงตา จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากบางมักเหยียดตรง มิเคยเผยอารมณ์ออกมาง่าย ๆ
โจวเหล่ยเม้มปากเงียบ ดวงตาลึกล้ำจ้องมองจ้าวเหมย ท่ามกลางแสงสลัวจากตะเกียง นางงดงามและเย้ายวนมาก
ใบหน้าของนางรูปไข่ได้สัดส่วน งดงามละมุน ดูอ่อนโยนทุกครั้งที่เห็น คิ้วเรียวโค้งดุจเส้นวาด ดวงตาคู่สวยใสสงบ จมูกได้รูปปลายเชิดเพียงเล็กน้อยอย่างพอดี รับกับริมฝีปากสีแดงเรื่อ ทุกอย่างช่างเข้ากันไปหมด
“เหนื่อยหรือไม่เจ้าคะ” เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง พลางมองสำรวจร่างกายแกร่งว่าได้รับบาดเจ็บที่ใดหรือไม่
โจวอ๋องจากเมืองหลวงไปครึ่งปีแล้ว เนื่องด้วยกบฏชายแดนเหิมเกริม คิดยึดครองดินแดนใต้ของแคว้นตงเซี่ย เขาที่เป็นแม่ทัพใหญ่จึงเดินทัพไปปราบปรามด้วยตนเองจนได้รับชัยชนะ เพิ่งกลับถึงเมืองหลวงวันนี้
“แม้เหนื่อยแต่คุ้มค่า” เอ่ยตอบแล้วยื่นมือหนาไปจับแก้มเนียน ลูบไล้แผ่วเบา ก่อนจะก้มใบหน้าลงบดจูบนางอย่างดุดัน
จ้าวเหมยตกใจ แต่เพียงครู่เดียวก็ยอมปล่อยให้เขาจุมพิต จูบของสามีครั้งนี้เต็มไปด้วยความกระหาย เขาจูบนางอย่างบ้าคลั่ง แทบพรากลมหายใจไปจนหมด คล้ายวิญญาณจะออกจากร่างทุกเมื่อ
จุมพิตกินเวลาเนิ่นนาน รู้ตัวอีกทีร่างกายทั้งคู่ก็เปล่าเปลือย จ้าวเหมยถูกดันไปเรื่อย ๆ จนนอนราบกับเตียง เพียงครู่เดียวคนตัวสูงกว่าก็ตามมาทาบทับ กักขังนางไว้ใต้อาณัติ
โจวเหล่ยผละกายออก จับจ้องร่างงามของจ้าวเหมย ยามนี้หญิงสาวกำลังมองมาด้วยสายตาเย้ายวน อกอวบตรงหน้าเต่งตึง ยอดเกสรชูช่อโดดเด่น คล้ายชักชวนให้เขาก้มลงไปครอบครอง
ยิ่งไปกว่านั้น กลางกายสาวของนางที่มีบุปผา กลีบของมันกำลังปิดสนิท กลับดึงดูดยิ่งกว่า พอสายตาลึกล้ำจับจ้องมองตรง ๆ เรียวขาสวยก็หุบเข้าโดยพลัน
มือหนาจับเรียวขาสวยไว้แล้วจับแยกออก ก้มใบหน้าลงไปจูบตรงนั้นเบา ๆ ลิ้นอุ่นโลมเลียติ่งอ่อนไหวไปมา จ้าวเหมยเสียวมาก หญิงสาวเด้งสะโพกขึ้นไปรับพลางจับศีรษะเขากดย้ำหนักกับสิ่งหวงแหนของนาง
“อ๊า... ข้าเสียว”
เสียงครางหวานกระตุ้นอารมณ์ชายหนุ่ม เขารับรู้ว่าแท่งเนื้ออุ่นที่มีเส้นเลือดปูดโปนล้อมรอบกำลังปวดหนึบ ลิ้นร้อนตวัดเลียติ่งอ่อนไหวขึ้นลงรัวและถี่ขึ้น น้ำหวานกลางกายสาวไหลออกมาไม่หยุด เคล้าไปกับเสียงครางกระเส่าทรมาน
โจวเหล่ยผละใบหน้าออก เขาจับความแข็งขืน แล้วนำไปจดจ่อร่องสวย ถูขึ้นถูลง ก่อนจะส่งส่วนหัวบานหยักเข้าไปด้วยความทรมาน
“แน่น...” ชายหนุ่มกัดฟัน ใบหน้าหล่อเหลาเหยเกทรมาน เพราะช่องทางรักหวานของนางกำลังบีบรัดอย่างรุนแรง
“ข้าเสียว” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นไปมองเขา โจวอ๋องคือบุรุษที่นางแอบรักมาตลอด วันที่รู้ว่าน้องสาวคือคู่หมั้น หัวใจสตรีผู้นี้ก็แตกสลาย นางพยายามทำใจยอมรับว่าความรักครั้งนี้ไม่มีวันเกิดขึ้น
ทว่าก่อนงานแต่งเพียงไม่กี่วัน น้องสาวนามจ้าวโม่ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย งานแต่งมิอาจยกเลิก ตระกูลจ้าวจึงเปลี่ยนให้นางแต่งงานกับโจวอ๋อง กลายเป็นตัวแทนของน้องสาว
เมื่อนางมีวาสนา จ้าวเหมยจึงพยายามใกล้ชิด ทำทุกวิถีทางเพื่อให้โจวอ๋องรัก หากสามีเหน็ดเหนื่อยก็เคี่ยวน้ำแกงให้ คอยเป็นกำลังใจยามอ่อนแอ หวังให้เขามองมาสักเสี้ยวจิบชาก็ยังดี
หากแต่มันไม่เคยเกิดขึ้นสักครา เขายังตามหาจ้าวโม่ทุกวันคืน ซึ่งนางเดาออก หากวันใดที่พบจ้าวโม่แล้ว เขาคงหย่ากับนางแล้วแต่งจ้าวโม่แทน เพราะสตรีที่เขารักมาตลอดคือน้องสาว
โจวเหล่ยกัดฟันแน่น ช่องทางรักของนางบีบรัดเขาจนทรมาน ชายหนุ่มส่งสะโพกสอบเข้าออกเร็วและแรง ตอกอัดกระหน่ำเข้าไปสุดกำลัง เสียงครางหวานของสตรีใต้ร่างเร้าอารมณ์เขาให้พุ่งทะยานขีดสุด
“อา...”
เรียวขาจ้าวเหมยถูกแยกอ้าออกจนกว้าง ชายหนุ่มจับขาข้างหนึ่งพาดกับไหล่กว้าง แล้วสอดตัวตนเข้าออก กระแทกกระทั้นรุนแรงจนมิดด้าม เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังตับ ๆ ทั่วเรือนนอน เคล้ากับเสียงครางของบุรุษและสตรี
“ข้าเสียว” จ้าวเหมยแอ่นอกส่ายไปส่ายมาเพราะซ่านเสียวจนจะไม่ไหว ยามที่ความใหญ่โตครูดไถส่วนอ่อนไหว นางก็แทบจะถึงฝั่งฝัน
“ข้ารักท่าน” บอกเขาฝ่ายเดียวมาตลอด แม้เจ็บปวดที่ความรักของนางไม่เคยได้กลับคืน แต่ขอได้รักก็พอแล้ว
เพราะสตรีที่เขารักคือจ้าวโม่ น้องสาวของนาง
โจวอ๋องไม่เคยมีสตรีผู้นี้ในหัวใจสักครา
“ห้ามรักข้า เพราะข้าไม่เคยรักเจ้า” เอ่ยเสียงกระเส่าพลางส่งตัวตนเข้าออกไม่หยุด ช่องทางรักของจ้าวเหมยคับแน่นมาก จนเขาอยากปลดปล่อยความต้องการเข้าไปในกายสาวตอนนี้
“พระชายา ฮ่องเต้ทรงส่งสิ่งนี้ถึงเจ้า” เซียวหยางพูดขึ้น หลังจากเดินเข้ามาในเรือนนอนตอนกลางวันเขาทำงานในค่ายทหาร จู่ ๆ ก็มีขันทีคนสนิทของฮ่องเต้เดินทางมาหาโดยที่มิได้แจ้งข่าวล่วงหน้า ผลปรากฏว่านำจดหมายฉบับนี้มอบให้ กล่าวว่าฮ่องเต้ทรงมอบแก่พระชายาเซียวอ๋องเขาถามขันที เหตุใดไม่นำไปที่จวนเซียวอ๋อง มอบถึงมือพระชายาในคราวเดียว เหตุใดต้องทำให้ยุ่งวุ่นวายด้วยขันทีตอบว่า ‘เป็นพระประสงค์ของฝ่าบาท’ประโยคนี้เขาไม่กล้าถามต่อแล้ว เพียงแต่รับจดหมายมาอย่างเงียบ ๆ เมื่อถึงเวลาเลิกงานก็ปรี่มายังเรือนนอนทันทีหลี่ซูเม่ยชะงักมือที่กำลังนั่งปักผ้าเช็ดหน้า นางวางอุปกรณ์ในมือลงโดยพลัน แล้วเงยหน้าสบสายตาสามีอย่างไม่เข้าใจนักนางอยากได้คำอธิบายเพิ่มเติมเซียวหยางมองออกว่าหลี่ซูเม่ยต้องการคำอธิบายเพิ่ม ทว่าเขาไม่มีให้นาง “กงกงกล่าวเพียงเท่านี้ ฝ่าบาทคงอยากให้เจ้าอ่านจดหมายเท่านั้น”หลี่ซูเม่ยจึงรับจดหมายมาจากสามี “ท่านพี่กลับมาเหนื่อย ๆ นั่งพักเถิดเจ้าค่ะ” นางพูดหลังรับจดหมายมาแล้วเซียวหยางเชื่อฟังภรรยา ชายหนุ่มจึงนั่งลงบนตั่งนิ่มข้างกายนาง ระหว่างนางเปิดจดหมาย เขาจะไม่ก่อกวนหลี่ซูเม่ยพินิจมองจดหมายในมือเ
หลี่ซูเม่ยนอนหลับใหลในอ้อมกอดสามี นางหลับตาพริ้ม ไม่อยากตื่นเลยสักนิด แม้สายมากแล้วก็ตาม มักกล่าวว่าคนเราจะนอนหลับอย่างไร้สิ่งกังวลก็ต่อเมื่ออยู่ในอ้อมกอดบุรุษอันเป็นที่รัก เดิมทีนางมิเคยเชื่อเลย ทว่ายามนี้นางเชื่อเช่นนั้นหญิงสาวรู้สึกตัว แต่ยังไม่ยอมตื่น ทว่าโผเข้าไปในอ้อมกอดอบอุ่นของบุรุษนามเซียวหยางความรักของนางที่มีให้เขา กระทั่งวันนี้ยังมิเคยลดน้อยลงเลยสักนิด หลี่ซูเม่ยตระหนักแล้วว่าตนรักสามีมากจริง ๆด้านเซียวหยางเพิ่งลืมตาตื่น ช่วงนี้เขาฝึกฝนทหารมือซ้ายและมือขวาให้ช่วยงาน จึงออกคำสั่งในจวน แวะเวียนไปค่ายทหารเท่าที่จำเป็นเพราะอยากมีเวลาให้ภรรยาและลูกมากกว่าเดิม เขาจึงเลือกทำเช่นนี้สายตาคมกริบทอดมองสตรีในอ้อมกอด มุมปากหล่อเหลาโค้งขึ้นด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นขนตานางแนบลู่ไปกับใบหน้า ช่างน่ารักเสียจริงชายหนุ่มอดทนไม่ไหว เขาก้มใบหน้าลงประทับจุมพิตริมฝีปากงามแผ่วเบายามนั้นหลี่ซูเม่ยก็ขยับเปลือกตา เงยหน้ามองเขา เอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา “ท่านพี่”“เจ้าตื่นนานแล้วหรือ” เอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงอ่อนหลี่ซูเม่ยผงกศีรษะ “ตื่นนานแล้วแต่ยังไม่ลืมตา หากข้าไม่ตื่นก็คงไม่รู้ว่ามีคนจะลักหลับข้า”เซียว
เมื่อได้ยินประโยคเมื่อครู่จากปากภรรยา ชายหนุ่มก็ผละออกจากนางทันที เขาส่งสัญญาณเรียกองครักษ์คนสนิทบอกหมอตำแยและจัดเตรียมสถานที่ ตั้งแต่พานางมาพักในคฤหาสน์แห่งนี้ เขาก็เตรียมการทุกอย่างเป็นอย่างดี เพราะพระชายาเซียวอ๋องคลอดได้ทุกเมื่อ ด้วยอายุครรภ์ที่มากแล้ว คฤหาสน์ตากอากาศของเซียวอ๋องวุ่นวายยิ่งนัก เหล่าข้าราชบริพารวิ่งสวนกันจนเกิดความวุ่นวาย การจัดเตรียมห้องคลอดต้องรวดเร็ว เพราะความปลอดภัยของพระชายาเซียวอ๋องเป็นสิ่งสำคัญ เซียวหยางอุ้มหลี่ซูเม่ยไปยังห้องทำคลอด หลังจากทุกอย่างพร้อมสรรพ แล้วเขาก็ถูกหมอตำแยเชิญออกด้านนอก “ท่านอ๋อง ห้องคลอดไม่เหมาะกับบุรุษ ขอเชิญด้านนอกด้วยเจ้าค่ะ” “ข้าอยากอยู่ที่นี่” ใครเป็นคนตั้งกฎเกณฑ์ว่าบุรุษต้องห่างภรรยายามคลอดบุตร ข้าจะอยู่ให้กำลังใจนาง หลี่ซูเม่ยใบหน้าซีดเซียวซาบซึ้งที่สามีเป็นห่วง ทว่าห้องคลอดควรสะอาด ไม่ก่อกวนการทำงานของหมอตำแยและผู้ช่วยหมอตำแย หญิงสาวค่อย ๆ อ้าปากพูดด้วยความยากลำบาก “ท่านอ๋อง หมอตำแยอยากให้การคลอดลูกปลอดภัย ข้าเข้าใจว่าสามีห่วง แต่รอข้าข้างนอกเถิด”
ดินแดนเหนือกลับมาสงบสุขดังเดิม ชนเผ่าถูกกำจัดจนสิ้นซาก ส่วนผู้คนของชนเผ่า ถูกเกณฑ์มาเป็นแรงงานให้กับดินแดนเหนือ ฉะนั้นหลังจากนี้จะไม่มีกบฏอีกแล้ว ค่ายทหารถูกจัดระเบียบ คนที่ได้รับบาดเจ็บมีวันหยุดพัก จึงจำเป็นต้องรับทหารใหม่ ฝึกฝนให้พร้อมอยู่เสมอ ด้วยไม่ทราบว่าอนาคตอะไรจะเกิดขึ้น หากมีการซ่องสุมกำลังอีก ก็พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ เซียวหยางจัดการงานต่าง ๆ จนเสร็จเรียบร้อย พริบตาเดียวหลี่ซูเม่ยก็ตั้งครรภ์เก้าเดือนแล้ว เขาพานางเดินทางไปพักผ่อนที่คฤหาสน์ตากอากาศ หวังว่าอากาศอันบริสุทธิ์ บรรยากาศเงียบสงบจะช่วยให้จิตใจภรรยาผ่อนคลาย ปลอดโปร่งโล่งสบาย หลี่ซูเม่ยท้องโตมากแล้ว ยามเดินเหินไม่สะดวกนัก เซียวหยางทนไม่ไหว ถึงขั้นอุ้มนางไว้ในวงแขน “เจ้าจะไปไหน” เอ่ยถามหลังอุ้มภรรยา เมื่อครู่นางกำลังจะเดินออกจากเรือนนอน เขาเห็นอากัปกิริยาเชื่องช้าจึงเป็นห่วง อุ้มนางเสียเลย หลี่ซูเม่ยยกแขนขึ้นคล้องคอสามี เงยหน้ามองเขาตาแป๋ว “ท่านพี่ ข้าอยากไปนั่งเล่นศาลากลางทะเลสาบเจ้าค่ะ” “ได้ตามที่เจ้าต้องการ” เข












reviews