Share

ตอนที่10อ่อนแอ

last update Tanggal publikasi: 2026-03-16 17:57:50

"ปล่อยข้านะ ปล่อยเดี๋ยวนี้"คนข้างหน้าจู่โจมเข้าใส่ กดร่างบางให้นอนราบกับพื้นเฟิ่งหลิวทั้งถีบทั้งกัด

"ช่วยด้วย อุ๊ป.."ปากบางโดนรวบปิดจนแน่นหมดหนทางต่อสู้ดิ้นรน ส่งเสียงอู้อี้ด่าทอ

อาภรณ์ถูกเลิกขึ้นสูงขาเรียวถูกตรึงไว้เฟิ่งหลิวยังคงดิ้น อีกคนจับไหล่อีกคนคร่อมร่างไว้ ดิ้นรนจนหมดเรี่ยวแรงกลัวจนแทบสิ้นสติ นึกหาหนทางที่จะเอาตัวรอด แต่ไร้หนทางเหนื่อยแสนเหนื่อย ดิ้นรนจนเหนื่อยหอบ ปากถูกปล่อยให้เป็นอิสระ

เฟิ่งหลิวกัดฉับเข้าที่ไหล่ของคนที่คร่อมร่างอยู่

"โอ้ย"ยกฝ่ามือฟาดลงบนแก้มเนียนจนใบหน้าสะบัดไปตามแรงมือ น้ำตาไหลริน ด้วยความกลัวและความเจ็บปวด รอยฝามือแดงเป็นทาง

อวิ้นกุ้ย โผล่เข้ามาชักกระบี่จี้ไปที่คอยหอยของคนที่จับไหล่อยู่ ใช้เท้าถีบเข้าที่ คนที่คร่อมร่างของเฟิ่งหลิวอยู่ หลานซานกัดฟันถีบร่างใหญ่ของอีกคนด้วยรู้สึกเจ็บแค้นแทนเฟิ่งหลิวที่ถูกย่ำยี

เฟิ่งหลิวทะลึ่งพรวดลุกขึ้นทั้งๆ ที่อาภรณ์หลุดหลุย อวิ้นกุ้ยรับร่างบางไว้ทันก่อนที่เฟิ่งหลิวจะล้มลงกับพื้นหมดสติไปในอ้อมแขน หลานซานจ้อ

มองใบหน้าที่บวมแดงสงสารจับใจ

หมิงซื่อชักกระบี่จากฝักออกมาเสียบเข้าไปที่ยอดอกของทหารนอกแถวว่องไวปานสายฟ้า ล้มลงขาดใจตายทั้งสองคน

อวิ้นกุ้ยหอบเอาร่างบางไว้ในอ้อมแขนถอดเสื้อคลุม คลุมให้เฟิ่งหลิวซึ่งบัดนี้เสื้อผ้าหลุดหลุยบ้างแห่งก็ขาดวิ่น เช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มออกให้ ใจเขาอ่อนโยนลงอย่างประหลาด ดวงหน้างามในอ้อมแขนทำเอาใจแม่ทัพหนุ่มสั่นไหว ริ้วสีแดงจากการถูกฟาดด้วยฝ่ามือใหญ่ที่ใบหน้างามแดงซ้ำจนใจหาย

หมิงซื่อเดินมาตรงหน้า

“จัดการกับทหารนอกแถวพวกนี้เสียอย่าให้อุจาดตา

ออกคำสั่งอวิ้นกุ้ย รับร่างหมดสติของเฟิ่งหลิวอุ้มพาเดินกลับกระโจมใหญ่

วางร่างอ้อนแอ้นลงบนแท่นนอน ใจนึกสงสารเมื่อเห็นรอยช้ำบนใบหน้า ยกมือขึ้นลูบรอยช้ำเบาๆ เหมือนกับอยากให้มันหายไป แต่อีกใจกลับสมน้ำหน้า นางคงชอบแบบนั้นอยู่แล้วบางทีพวกเขาอาจไปขัดจังหวะนางก็เป็นได้

"เจ็บ อย่าๆๆ ปล่อยข้า"ผวาสุดตัว กอดร่างใหญ่ของหมิงซื่อไว้แน่น มือใหญ่ยกขึ้น หมายจะลูบหลังให้ แต่กลับเปลี่ยนใจในทันที

ผลักร่างบางให้นอนลงกลับแท่นนอน

เฟิ่งหลิวลืมตาขึ้นช้าๆ หมิงซื่อลุกออกจากกระโจมไปทันที

นางรนหาที่เองเขาจะสงสารนางทำไม

อวิ้นกุ้ยกับหลานซานยืนรีรออยู่หน้ากระโจม เหมือนต้องการถามไถ่ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปาก หากอยู่กับหมิงซื่อมานานก็จะรู้ว่าเขาเป็นคนที่ค่อนข้างดุดัน ไม่ชอบให้ใครทำตัวอ่อนแอหรือแสดงความสงสารออกมาให้เห็น แต่ตัวเขาเองก็มิเคยได้ระรานใครก่อนเพียงแต่การปกครองคนหมู่มากจำเป็นต้องเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว

"นางปลอดภัยแล้ว"

ทั้งสองคนถอนหายใจพร้อมกัน หมิงซื่อส่ายหน้าไปมานาง สร้างความวุ่นวายอย่างนั้นหรือ หรือว่าจะมาสร้างความร้านฉานในหมู่พวกเขากันแน่ ก็ในเมื่อสายตาห่วงใยและสายตาอ่อนโยนของอวิ้นกุ้ยและหลานซานที่เขา แน่ใจแล้วว่ามีให้เฟิ่งหลิวอย่างแน่นอน

 “มีใครยังอยากให้ข้าปล่อยนางไว้กลางป่าเขาอีกหรือไม่” หมิงซื่อโยนหินถามทางอวิ้นกุ้ยกัยหลานซานหลุบตามองพื้น

“หลานซานว่าอย่างไรข้าควรปล่อยนางไว้ที่นี่ไหน ในเมื่อที่ผ่านมานางทำให้เราสูญเสียกำลังพลไปถึงสองคน”

“ทหารเลวสองคนนั่นควรตาย” หลานซานพูดขึ้นเบาๆ

“จะว่าไปจะกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของสองคนนั่นก็ไม่ถูกหญิงคณิกาเช่นนางผ่ามือชายมาไม่น้อยแต่กลับไม่รู้สันดานบุรุษที่ห่างภรรยามานานเช่นสองคนนั่น”

“นางน่าสงสาร” แอวิ้นกุ้ยกล่าวเบาๆ

“พูดมาามตรงท่านทั้งสองกำลังจะบอกว่า นางน่าสงสารแต่ข้ากำลังจะบอกว่านางแสร้งทำให้เจ้าสองคนสงสารนางเพื่อสร้างความร้าวฉานในหมู่พวกเราเหลือเวลาอีกนานกว่าจะหลับถึงวังหลวงเช่นนั้นในทุกวันจะต้องมีสักวันที่นางจงใจสร้างความร้าวฉานให้พวกเราเช่นนั้นข้าจะปล่อยนางไว้ที่นี่”

“ไม่พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาทๆ ได้โปรด” พูดรัวเร็วแทบจะพร้อมกันทั้งอวิ้นกุ้ยและหลานซาน

หมิงซื่อถอนหายใจยาว

“เสี่ยวหานยกเนื้อกระต่ายป่าย่างหอมฉุบมาวางตรงหน้าเฟิ่งหลิว หลานซานถือชามข้าวต้ม อวิ้นกุ้ย กำห่อซาลาเปาไส้ถั่วแดงไว้ในมือ

เฟิ่งหลิวยิ้มเจื่อนๆ จะกินอย่างไรจะหมด

“ขะขะขอบคุณพวกท่านที่ห่วงใยข้า แต่ตอนนี้ข้ากินอะไรไม่ลงจริงๆสิ่งที่ข้าต้องการตอนนี้คือ ยาสมานแผล”

หมิงซื่อยัดยาสมานแผลขวดเล็กในมือเฟิ่งหลิวแล้วก้าวเดินจากไปพร้อมกับถอนหายใจยาว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่42ต่อไปนี้

    “ตราบนี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าหมิงซื่อจะไม่มีทางปล่อยมือจากเจ้า”มืออบอุ่นกุมมือของเฟิ่งหลิวไว้แน่น อ้อมกอดแข็งแรงประคองร่างบางแนบชิดราวกับกลัวว่านางจะเลือนหายไปอีกครั้ง“ข้ารักเจ้าเฟิ่งหลิว”ดวงหน้าใสยิ้มกว้าง ซุกหน้าลงบนอกกว้างอย่างอ่อนโยน“ขอเวลาข้าสะสางเรื่องวุ่นวายให้ผ่านพ้นอีกไม่นาน”“ทุกอย่างล้วนเป็นสวรรค์กำหนด”หมิงซื่อยกมือขึ้นลูบแก้มนุ่มเบาๆ“มีเพียงข้าเท่านั้นที่กำหนดเฟิ่งหลิว เจ้าและข้าที่กำหนดทุกอย่างด้วยตัวเอง หากจะเป็นสวรรค์จริงๆ ข้าก็พร้อมฟันฝ่าเพื่อให้ได้เคียงข้างเจ้า”ใจสองดวงบัดนี้คล้ายหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว...วังหลวงหมิงซื่อกระโดดลงจากหลังม้า ก่อนจะส่งมือให้เฟิ่งหลิวที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหน้า ร่างบางถูกอุ้มลงมาอย่างทะนุถนอม อ้อมแขนของฮ่องเต้ยังคงโอบรอบเอวบางไว้ไม่ห่างอวิ้นกุ้ยเหลือบตามอง ก่อนประสานมือคารวะ“ฝ่าบาท ลู่ตั๋วและลู่กังหลบหนีไปได้ ส่วนทัพแคว้นเหนือบางส่วนหลบหนี บางส่วนถูกควบคุมตัวเรียบร้อยแล้ว รอเพียงบัญชาของฝ่าบาทว่าจะจัดการเช่นไร”ยังไม่ทันที่หมิงซื่อจะเอ่ยตอบ อิงเผยก็รีบวิ่งเข้ามา ใบหน้างดงามเต็มไปด้วยความยินดี“ฝ่าบาท...”หมิงซื่อปรายตามองนิ่ง“อ

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่41ได้โปรด

    เฟิ่งหลิว ปาดหยาดน้ำตาอาดูรทิ้งไปใบหน้าซีดขาวสะท้อนความเจ็บปวดที่ยากจะกลบเกลื่อน หมิงซื่อกอดร่างของหยิ่วเย่วแนบอกแน่นราวไม่ยอมปล่อย แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีวันกลับมาแล้วลู่กัง ดึงตัวลู่ตั๋ว ออกจากตรงนั้นทันทีเช่นกันเมื่อรู้ว่าหยิ่วเย่ว หมดลมหายใจแล้ว อวิ้นกุ้ยสะอึกหมายจะตามไปหมิงซื่อโบกมือห้าม“ปล่อยพวกเขาไป”เฟิ่งหลิว ยืนนิ่งน้ำตายังไหลอาบแก้ม สงสารหยิ่วเย่วจับใจ"ปล่อยพวกเขาไปนะ"เสียงนั้นต่ำและนิ่ง แต่แฝงความเหนื่อยล้าหมิงซื่อลุกขึ้นทันที ก่อนจะคว้าข้อมือบางของเฟิ่งหลิวแน่น"ฝ่าบาทปล่อยเฟิ่งหลิวเดี๋ยวนี้"แต่คำพูดนั้นไร้ผล ร่างบางถูกดึงขึ้นหลังม้าในพริบตาม้าพุ่งทะยานออกไปจากตรงนั้นทันทีสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นหลิว ใบเขียวอ่อนลู่ลมไหวงดงามราวภาพวาด แต่บรรยากาศกลับเงียบงัน ม้าที่ควบมาด้วยความเร็วสูงกลับถูกกระตุกบังเหียนให้เหยาะย่างไม่มีคำพูดใดใดหลุดออกมาจากปากคนทั้งสอง มีแต่เพียงความคิดเท่านั้นที่แล่นวนอยู่ในหัวเฟิ่งหลิวก้มหน้า นางคิดว่าหมิงซื่อคงเสียใจไม่น้อยกับการจากไปของหยิ่วเย่ว ความเงียบของเขาทำให้นางยิ่งสงสาร แต่หมิงซื่อกลับคิดอีกแบบเขาคิดว่านางกำลังเสียใจที่ถูกเขาชิงตัวก

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่40ความเจ็บปวดของใครกัน2

    อิงเผยเดินนวยนาดจากไป หยิ่วเย่วลุกขึ้นเขย่าลูกกรงประตูไปมาเป็นห่วงทั้งลู่ตั๋วลู่กัง เฟิ่งหลิวและพรรคพวกที่ไม่อาจไหวตัวทันอาจ ต้องมาสังเวยชีวิตเพราะทัพของแคว้นเหนือที่มาสมทบหรืออาจจะต้องตายเพราะเงื้อมมือของหมิงซื่อในยามที่เขาโกรธหยิ่วเย่วรู้ดีว่าไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งเขาได้ตะวันยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า ทัพของหมิงซื่อกำลังพลนับหมื่นยืนม้าคอยอยู่ที่หน้าวังหลวง หมิงซื่อควบม้ามายืนตรงหน้าถัดมาเป็นอวิ้นกุ้ยหมิงซื่อชูดาบขึ้นสุดแขน“เดินทัพ ชิงตัวองค์หญิงเฟิ่งหลิว”เสียงโห่ร้องอื้ออึง เสียงฝีเท้าม้ากระโจนไปสู่ที่หมายข้างในนั้นเสี่ยวหาน เปิดกรงขังให้หยิ่วเย่วตามบัญชาของหมิงซื่อ“พระสนม ท่านไปเสียฝ่าบาทไม่อยากทำร้ายท่าน หากฝ่าบาทกลับมาเกรงว่าจะเห็นท่านอยู่แล้วจะอดใจไม่ลงโทษท่านไม่ได้ ก่อนไปจึงบอกให้ปล่อยท่านไปเสีย”หยิ่วเย่วน้ำตารื้นขอบตา เสี่ยวหานส่งบังเหียนม้าให้“เสี่ยวหาน เจ้าดีกับข้าไม่น้อย ข้าชาตินี้เป็นคนของฝ่าบาทชาติหน้าก็ยังเป็นคนของฝ่าบาท ลาก่อน”เสี่ยวหานโบกมืออำลา หยิ่วเย่วควบม้าออกจากตัววัง แต่พอพ้นจากประตูวังกลับเปลี่ยนทิศทางไปตามทางที่เคยเป็นที่ซ่องสุ่มของพวกฝ่ายซ้ายกองทหารของหมิงซื่

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่39ความเจ็บปวดของใครกัน

    ก่อนหน้านั้น “หมิงหยวนมิใช่ผู้ที่ไว้ใจได้ความสามารถโดดเด่นเกินกว่า จะอยู่ในตำแหน่งต้าหวางได้เนิ่นนาน คาดว่าไม่นานอาจคิดการใหญ่”เฉินจงเต๋อพูดขึ้นกับลู่ตั๋วในค่ำคืนหนึ่ง “ฝ่าบาทหมิงหยวนกับข้านับถือเป็นพี่น้อง เรื่องราวของเขาก็เหมือนเรื่องราวของลู่ตั๋ว ข้าพระองค์ตักเตือนเขาจะดีไหม” เฉินจงเต๋อส่ายหน้า “ไม่มีผลหากเขาตกลงใจที่จะทำมันแล้ว หมิงหยวนแม้ไม่เคยแข็งข้อแต่หลายอย่างในตัวเขาไม่เหมาะกับการเป็นผู้ตาม”ลู่ตั๋วถอนหายใจ ตระกูลลู่ถูกสังหาร รวมกันห้าสิบหกศพรวมทั้งมารดาของลู่กัง เช่นนั้นแล้วความแค้นเคืองทั้งหมดของผู้ใดกัน หากไม่ใช่ของเขาและลู่ตั๋วที่ในตอนนั้นตั้งใจอารักขาเฉินจงเต๋อแต่ต้องรีบกลับมายังตระกูลลู่แล้วพบว่า ไม่มีใครรอดชีวิตนอกจากลู่กังที่พ่อบ้านนำตัวไปปะปนอยู่กับบรรดาขอทานข้างถนน และในตอนนั้นเองที่ลู่ตั๋วรับ หยิ่วเย่วและหลานซานมาเป็นลูกบุญธรรมเลี้ยงดู เสมือนลูกเพื่อรอวันทวงคืน แล้วยังจะความรู้สึกผิดที่ไม่อาจอารักขาเฉินจงเต๋อปล่อยให้ถูกสังหารง่ายดายหมิงซื่อนอนหนุนตักไทเฮาเหมือนเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ไม่ใช่ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ไทเฮาลูบหลังเขาเบาๆ อย่างอ่อนโยน“ไม่ใช่ความผิดของลูก”ห

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่38บทลงเอยของใครกัน

    ลู่กังนั่งนิ่งอยู่บนระเบียงไม้ ดวงตาหม่นเศร้าทอดมองออกไปยังความมืดไกลสุดสายตา ลมกลางคืนพัดชายอาภรณ์ให้พลิ้วไหว แต่กลับไม่อาจพัดพาความหนักอึ้งในใจเขาให้เบาบางลงได้เลยแสงจันทร์ซีดจางตกกระทบใบหน้าคมสันของเขา เผยให้เห็นแววตาที่อ่อนล้า ราวกับคนที่เพิ่งสูญเสียบางสิ่งที่สำคัญยิ่ง“เสี่ยวกัง”เสียงทุ้มของลู่ตั๋วดังขึ้นเบาๆ จากด้านหลัง ลู่กังหันไปมองก่อนจะลุกขึ้นเล็กน้อย“ท่านพ่อ”ลู่ตั๋วเดินเข้ามาช้าๆ แล้วหย่อนกายนั่งลงข้างบุตรชาย ดวงตาของชายชราสงบนิ่งแต่แฝงความเข้าใจในความรู้สึกของอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้ง“หลายสิ่งที่เราคาดหวัง มักไม่เป็นอย่างที่หวัง เลิกเศร้าโศกเสียทีเถิด คนเราแม้ได้ทุกอย่างที่ต้องการ ก็ยังต้องมีบางอย่างที่ต้องผิดหวัง”ลู่กังหัวเราะเบาๆ เป็นรอยยิ้มที่เศร้าจนเจ็บปวด“หลานซานแต่เดิมเป็นคนที่มีน้ำใจมาก ชั่วชีวิตเขาไม่เคยพบความสุขสมเลยสักครั้ง แต่ก่อนตายเขากลับเพียงเอ่ยว่าต้องการหยุดอยู่ที่ใครบางคน”เสียงของลู่กังแผ่วลงเมื่อเอ่ยถึงคนที่จากไป“ตอนนั้นลูกคิดว่าเขาเพียงพูดเล่น แต่ตอนนี้ลูกเข้าใจแล้ว...นั่นคือคำสั่งลา”ลู่ตั๋วทอดถอนใจยาว“ที่ผ่านมา หลานซานช่วยเรามามาก พ่อตั้งใจรับศพเขา

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่37แย่งชิง

    “เป็นข้าที่พานางกลับมาที่นี่ ใช่ไหม”หมิงซื่อนั่งนิ่งอยู่ริมเตียง สองมือกำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นชัดเจน เสียงแหบราวกับถามตัวเองมากกว่าถามผู้ใด แววตาที่เคยหนักแน่นบัดนี้เต็มไปด้วยความสับสน ไทเฮามองบุตรชายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบช้าๆ“ไม่ใช่ลูกหมิงซื่อ แต่เป็นสวรรค์ ที่ต้องการให้นางกลับมานางควรมาและสวรรค์แค่พานางมา”หมิงซื่อเหม่อมองออกไปไกลนอกหน้าต่าง ความเงียบปกคลุมอยู่พักใหญ่ ในใจเขายุ่งเหยิงเกินกว่าจะจับต้นชนปลายได้ หากเป็นสวรรค์จริง เหตุใดสวรรค์จึงต้องเล่นตลกกับเขาเช่นนี้ ให้เขาได้พบหญิงที่รักที่สุด แล้วกลับบอกว่านางคือคนที่ควรเกลียดชังเขามากที่สุด...ตำหนักฮ่องเต้...หยิ่วเย่วยืนรออยู่หน้าตำหนักมานานเกือบสามชั่วยามแล้ว นางยืนนิ่งใต้แสงโคมที่ริบหรี่ แม้ลมกลางคืนจะหนาวเพียงใด นางก็ยังไม่ขยับไปไหนในที่สุดหมิงซื่อก็เดินกลับมาแต่ไม่ใช่หมิงซื่อที่สงบนิ่งเช่นทุกวัน หากเป็นหมิงซื่อที่เมามายจนแทบยืนไม่อยู่ เสี่ยวหานรีบประคองเขาไว้ แต่หมิงซื่อกลับสะบัดแขนออกอย่างแรง“ฝ่าบาท ระวังเพคะ”หยิ่วเย่วรีบก้าวเข้าไปช่วยพยุงอีกด้าน แต่ยังไม่ทันแตะตัว เขาก็สะบัดมือออกทันทีหมิงซื่อเดินโซเซเข้าไปในห้อง

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่11แคว้นใต้

    ...ใกล้จะถึงแคว้นใต้แล้ว …..องค์หญิงสิบสี่อิงเผยในอาภรณ์แบบชาวบ้านธรรมดา เดินอยู่บนทางทอดยาวสู่ตัวเมืองหลวง ปาดเหงื่อที่ไหลรินพร้อมกับความหิวที่เพิ่มขึ้นในยามสาย เสียงตะโกนดังลั่นมาแต่ไกล"หลบไปหลบไป ..ฝ่าบาทยกทัพกลับมาแล้ว...วววว"ชาวบ้านที่เดินอยู่พากันแหวกช่องตรงกลาง แล้วนั่งคุกเข่าก้มหน้า"ฮ่อง

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่9โดนย่ำยี

    ชุดสีฟ้าสดรับกับใบหน้าใสกระจ่างตา เอวบางคอดกิ่ว สวยสะคราญพี่สาวนางหนึ่งในหอนางโลมเคยกล่าวว่า"เฟิ่งหลิว หากจับนางมาขัดสีฉวีวรรณเสียหน่อย แต่งตัวด้วยอาภรณ์ดีดีเสียนิด นางจะสวยที่สุดในบรรดาเหล่านางโลมทั้งหลายที่นี่"เมื่อจับเฟิ่งหลิวให้หมุนตัวไปมาตรงหน้า“ข้าว่าเราฝึกนางเสียหน่อย ตำแหน่งอี้จีเหมาะกับ

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่8ก่อนนั้น

    ก่อนหน้านั้น…"เงินนี่เจ้ารับไปเสีย แล้วดื่มชาเสีย"ท่านแม่เฒ่าแก่เนี้ยสือหรู รีบรับเงินในมือของหญิงนางหนึ่ง เทเงินออกมานับดวงตาเบิกโพลง ในตอนนี้ความโลภก็เข้าครอบงำนางเสียแล้ว"ข้านำเงินไปให้มารดาข้าก่อนแล้วจึงจะกลับมาดื่มชา จะได้ไหม ""น่าเฟิ่งหลิวเจ้าไม่ไว้ใจข้าหรือไร ไม่มีเวลาแล้วเจ้าดื่มชาเสีย ข

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตแนที่7แต่ละคนใจร้ายทั้งนั้น

    "หลานซานคิดว่านาง มาเพื่อถ่วงเวลาฝ่าบาทคงเป็นองค์หญิงสิบสี่ที่ส่งนางมา รั้งนางไว้มีแต่ยุ่งยาก ปล่อยนางไปเสียกลางทางนี้เถิดขอรับ""ไม่ไม่ไม่ จะให้มาอยู่กลางหุบเขาหันหน้าหันหลังไม่มีใครอย่างนั้นหรือ"เมื่อเช้าลองชะโงกหน้าออกไปดูที่นี่มีแต่หุบเขา ไม่คุ้นตาว่าแต่เป็นที่ไหนกัน ทีแรกคิดว่ายังอยู่ไม่ไกลจา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status