LOGINหลิงเยว่ตื่นขึ้นมาในร่างของหญิงสาวที่มีชื่อเหมือนกันกับเธอ แต่ชีวิตใหม่กลับไม่สวยงามอย่างที่คิด นางกลายเป็นหญิงร้ายในสายตาทุกคนในจวนเหอ สามีไม่รัก พ่อแม่สามีไม่ชอบหน้าแม้กระทั่งลูกชายยังหวาดกลัวนาง
View Moreตอนที่1 ชีวิตใหม่ในร่างหญิงร้าย
“อื้อ... อา...” เสียงครางแผ่วเบาดังขึ้นในความมืด ร่างของหญิงสาวสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นปราดไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อยที่รู้สึกถึงความร้อนผ่าวและแรงกระแทกเป็นจังหวะ หลิงเยว่ลืมตาขึ้นอย่างสับสน สิ่งแรกที่เธอเห็นคือ ชายหนุ่มรูปร่างกำยำ ใบหน้าหล่อเหลาแต่เคร่งขรึม ผมยาวสีดำของเขาถูกมัดรวบไว้อย่างหละหลวม บางส่วนตกลงมาปรกใบหน้าของเธอ เธอกวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องอย่างมึนงง แสงเทียนสลัวๆ ส่องให้เห็นว่าเธออยู่ในห้องที่ไม่คุ้นเคย ทั้งเตียง ผ้าม่าน และข้าวของทุกอย่างล้วนเป็นสไตล์จีนโบราณ และแล้วความรู้สึกเสียววาบก็แล่นผ่านร่างกายของเธออีกครั้ง หลิงเยว่ก้มมองลงไปและต้องอ้าปากค้างด้วยความตกใจ “เจ้าพอใจแล้วหรือยัง?” เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มดังขึ้น แววตาเย็นชาจ้องมองเธอ “ข้าทำตามที่เจ้าต้องการแล้ว อย่าได้แตะต้องเสี่ยวอันอีก” หลิงเยว่อ้าปากค้าง ไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้า เมื่อครู่เธอยังนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศอยู่เลย ทำไมตอนนี้เธอถึงมาอยู่ในห้องนอนสไตล์จีนโบราณ และมีชายแปลกหน้ากำลัง... "เหอ...เหอเจี้ยนหลง” คำพูดหลุดออกจากปากของเธอโดยที่เธอไม่ได้ตั้งใจ ราวกับร่างกายนี้จดจำชื่อของชายตรงหน้าได้เอง ชายหนุ่มขมวดคิ้ว “ห้ามเรียกชื่อข้า!” หลิงเยว่รู้สึกสับสนอย่างหนัก ความทรงจำจากร่างเดิมพรั่งพรูเข้ามาในหัว หวังหลิงเยว่ผู้หญิงคนนี้มีชื่อเหมือนกับเธอ แต่นิสัยแต่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง นางคือฮูหยินน้อยตระกูลเหอ ภรรยาพระราชทานของเหอเจี้ยนหลง แต่กลับเป็นที่รังเกียจของตระกูลเหอ เพราะนิสัยหึงหวงสามีเกินเหตุ และชอบทำร้ายบ่าวไพร่ แม้แต่ลูกชายวัยห้าขวบของตัวเองก็ไม่เว้น ส่วนเธอเป็นหญิงสาววัย 28 ปี ทำงานเป็นพนักงานบริษัทธรรมดาในปักกิ่ง ไม่เคยแต่งงาน ไม่มีแฟน ชีวิตจำเจซ้ำซากทุกวัน จู่ๆ ก็มาอยู่ในร่างของสตรีร้ายกาจ เจี้ยนหลงลุกขึ้นจากร่างของนาง ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าสายตาของเขากลับเย็นชายิ่ง “เจ้าได้สิ่งที่ต้องการแล้ว ข้าขอตัว” “รอก่อน!” นางรีบคว้าแขนเขาไว้ “ท่าน... จะไปไหน?” “กลับห้องของข้า” เขาตอบเสียงเย็น “หรือเจ้ายังไม่พอใจ?” “ขะ..ข้าไม่ใช่…” “พอเถอะ” เจี้ยนหลงสะบัดแขนออก “เจ้าใช้ลูกมาข่มขู่ให้ข้ามาหาเจ้าทุกคืน ข้าทนไม่ไหวอีกแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเสี่ยวอัน ข้าคงไม่มีวันแตะต้องเจ้าอีก” คำพูดของเขาทำให้หลิงเยว่ช็อก เจ้าของร่างเดิมเป็นคนแบบนั้นหรือ? ใช้ลูกตัวเองมาเป็นเครื่องมือบีบบังคับสามี? ความทรงจำของร่างเดิมยิ่งทำให้นางรู้สึกแย่ หลิงเยว่คนเดิมเป็นคนใจร้าย ชอบทุบตีบ่าวไพร่ หึงหวงสามีอย่างไร้เหตุผล และไม่เคยสนใจดูแลลูกชายตัวเอง ที่สำคัญไม่เป็นที่ชอบใจของพ่อแม่สามี เหอเจี้ยนหลงสวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วและเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้หลิงเยว่นั่งงงงันอยู่บนเตียง “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” นางพึมพำกับตัวเอง มือลูบใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย เมื่อลุกไปสำรวจตัวเองที่กระจกทองเหลืองในห้อง พบว่าตัวเองอยู่ในร่างของหญิงสาวอายุราวยี่สิบกว่า ใบหน้างดงามแต่มีแววตาเย็นชา “ชื่อเหมือนกันแต่หน้าไม่เหมือนกัน...” นางพึมพำ มองดูรูปร่างของตนเองเพราะก่อนหน้านั้นตกใจเลยไม่ได้สนใจ ร่างนี้มีหน้าอกอวบอิ่มขนาดใหญ่ สะโพกผาย เอวคอด แม้ร่างนี้จะผ่านการมีบุตรมาแล้วก็ตาม แต่รูปลักของนางช่างยั่วราคะบุรุษยิ่งนัก ขนาดนางเองยังกลืนน้ำลายลงคอ ต่างจากร่างเดิมของนางที่ทั้งเตี้ยและอวบอ้วน หลิงเยว่ลุกขึ้นจากเตียง ร่างกายยังรู้สึกอ่อนแรงจากกิจกรรมก่อนหน้านี้ นางค่อยๆ สวมเสื้อผ้าที่วางอยู่ข้างเตียง ชุดนอนผ้าไหมบางเบาสีแดงอ่อน แล้วเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง “ฮูหยินน้อยเจ้าคะ” เสียงเรียกแผ่วเบาดังมาจากประตู ตามด้วยเสียงเคาะเบาๆ “เข้ามา” หลิงเยว่ตอบโดยอัตโนมัติ สาวใช้วัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามา ใบหน้าของนางมีรอยแผลเป็นเล็กๆ ที่แก้ม ดวงตาหวาดระแวง “ฮูหยินน้อย ข้าเห็นท่านเสนาบดีออกไปแล้ว จึงมาดูว่าท่านต้องการสิ่งใดหรือไม่เจ้าคะ” หลิงเยว่มองสาวใช้ตรงหน้า ความทรงจำของร่างเดิมบอกว่านี่คือชุนเฟย สาวใช้ประจำตัวที่นางเคยทำร้ายหลายครั้งเวลาไม่ได้ดั่งใจ เมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของอีกฝ่าย หลิงเยว่ก็รู้สึกสะอิดสะเอียนตัวเองในร่างนี้ “ชุนเฟย...” นางเรียกเบาๆ สาวใช้สะดุ้งเล็กน้อย “เจ้าคะ ฮูหยินน้อย” “เจ้า... ช่วยเล่าให้ข้าฟังหน่อยได้ไหม ว่าตอนนี้เป็นเดือนอะไร ปีอะไร และ... เรื่องราวของข้ากับเหอเจี้ยนหลงเป็นยังไง” ชุนเฟยมองนางอย่างประหลาดใจ “ฮูหยินน้อยเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ? ตอนนี้เป็นเดือนสี่ ปีที่สิบสองในรัชสมัยจักรพรรดิเฉียนหลง ท่านแต่งงานกับนายน้อยมาหกปีแล้ว และมีคุณชายน้อยเสี่ยวอันอายุห้าขวบ” หลิงเยว่พยักหน้า ข้อมูลตรงกับความทรงจำที่ได้รับมา “แล้ว...ความสัมพันธ์ข้ากับเขาเป็นอย่างไรบ้าง?” ชุนเฟยลังเลที่จะตอบ “ข้าน้อย... ไม่กล้าพูดเจ้าค่ะ” “ไม่เป็นไร เจ้าพูดมาตามตรงเถอะ ข้าจะไม่ทำโทษเจ้า” หลิงเยว่พูดด้วยน้ำอ่อนโยน ซึ่งทำให้ชิงเอ๋อร์ยิ่งแปลกใจ “นายน้อย...ไม่ค่อยมาค้างที่เรือนของฮูหยินนัก นอกจากเมื่อท่าน...” ชุนเฟยหยุดพูด และรีบก้มหน้า “ขู่ว่าจะทำร้ายคุณชายน้อย ท่านเสนาบดีจึงจำใจมาเจ้าคะ” “หยางซื่อ..” จู่ ๆ ชื่อนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวของหลิงเยว่ หยางซื่อคือน้องสาวบุญธรรมของเจี้ยนหลง เป็นบุตรสาวของสหายบิดาเจี้ยนหลง ที่ถูกวางตัวให้เป็นฮูหยินใหญ่ของจวนเหอตั้งแต่ยังเด็ก แต่เมื่อมีพระราชโองการให้เจี้ยนหลงแต่งกับหลิงเยว่ จึงทำให้นางต้องรอไปก่อน ตอนแรกนายท่านเหอจะแต่งนางให้เป็นอนุของลูกชายตั้งแต่ปีแรกที่แต่งหลินเยว่เข้ามาด้วยซ้ำ แต่หลิงเยว่ไม่ยอมอาละวาดจนจวนเหอแทบลุกเป็นไฟ เจี้ยนหลงต้องคุยกับบิดาใหม่อีกครั้ง และทำให้หยางซื่อต้องรอแล้วรออีก รอจนมาถึงบัดนี้ หยางซื่อเป็นที่รักของทุกคนในจวน ทั้งฮูหยินใหญ่ นายท่านเหอ และแม้แต่เสี่ยวอัน ลูกชายของหลิงเยว่เอง ก็รักและสนิทกับหยางซื่อมากกว่ามารดาแท้ๆ “ไม่แปลกที่ทุกคนจะเกลียดหลิงเยว่” นางถอนหายใจ นี่มันนางร้ายในนิยายชัดๆตอนที่ 7 แอบออกจากจวนอีกแล้วเช้าวันต่อมา หลิงเยว่ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ นางรู้สึกว่าร่างกายของนางอ่อนล้า แต่ความร้อนรุ่มที่เคยมีเมื่อคืนได้หายไปแล้วนางหันไปมองข้างๆ ตัว พบว่าเจี้ยนหลงไม่ได้อยู่บนเตียงแล้ว นางลุกขึ้นนั่ง มองไปรอบๆ ห้อง แต่ก็ไม่พบร่องรอยของเขาหลิงเยว่ลุกขึ้นจากเตียง นางรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งร่าง โดยเฉพาะบริเวณต้นขาและหว่างขาเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ตามด้วยเสียงของชุนเฟย “ฮูหยินน้อย ตื่นแล้วหรือยังเจ้าคะ?”“เข้ามาเถิด” หลิงเยว่ตอบ พลางดึงเสื้อคลุมมาสวมให้เรียบร้อยประตูเปิดออก ชุนเฟยเดินนำหน้าสาวใช้อีกสามคนที่ถือถังไม้ใส่น้ำอุ่นเข้ามา ใบหน้าของพวกนางเรียบเฉยแต่ดวงตากลับมองมาที่หลิงเยว่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น“ฮูหยินน้อย บ่าวเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้แล้วเจ้าค่ะ” ชุนเฟยกล่าว พลางส่งสัญญาณให้สาวใช้คนอื่นๆ เทน้ำลงในอ่างไม้ใหญ่ที่วางอยู่มุมห้อง“ขอบคุณ” หลิงเยว่ตอบเสียงเบา นางรู้สึกถึงสายตาของสาวใช้ทุกคนที่จับจ้องมาที่นาง โดยเฉพาะบริเวณลำคอที่มีรอยจ้ำสีแดงระเรื่อหลายจุดชุนเฟยไล่สาวใช้คนอื่นออกไปจากห้อง ก่อนจะหันมาช่วยหลิงเยว่ถอดเสื้อผ้า“ฮูหยินน้อย ให้บ่าวช่วยเจ้าค่ะ” ชุนเฟยเอ่ย ขณะ
ตอนที่ 6 แรงปรารถณาเจี้ยนหลงเดินออกจากเรือนของตน มุ่งหน้าไปยังเรือนของหลิงเยว่ ระหว่างทางเขาครุ่นคิดถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของภรรยาเมื่อมาถึงหน้าเรือนของหลิงเยว่ เขาพบว่าไฟในห้องยังคงสว่างอยู่ แสดงว่านางยังไม่นอนเจี้ยนหลงยืนอยู่หน้าประตูเรือนของหลิงเยว่ เขาลังเลเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นเคาะ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ เขาเป็นถึงเสนาบดี เป็นสามีของนาง ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตก่อนเข้าห้องภรรยาตัวเอง เสียงประตูที่เปิดออกทำให้หลิงเยว่สะดุ้ง นางกำลังใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวอยู่ เสื้อผ้าของนางเปียกชื้นติดเนื้อ เผยให้เห็นเรือนร่างอวบอิ่มที่แม้จะผ่านการมีบุตรมาแล้ว แต่ก็ยังคงงดงามน่าหลงใหล“ท่านเสนาบดีเหอ” หลิงเยว่เอ่ยเสียงแผ่วเบา ใบหน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นบนหน้าผากเจี้ยนหลงขมวดคิ้ว รู้สึกแปลกใจและไม่พอใจกับคำเรียกนั้น “เรียกข้าว่าท่านพี่เหมือนเดิม”หลิงเยว่ไม่ตอบ นางเพียงก้มหน้าลงและวางผ้าชุบน้ำลงในอ่าง มือของนางสั่นเล็กน้อย แม้จะดื่มยาถอนพิษที่หมอจางให้มาแล้ว แต่อาการของนางกลับไม่ดีขึ้น ความร้อนในร่างกายยังคงแผดเผา“วันนี้เจ้าไปไหนมา?” เจี้ยนหลงถามเสียงเข้ม เขาเดินเข้ามาใกล้ สังเกตเห็นความผิด
ตอนที่ 5 ถูกพิษหลายวันผ่านไปหลังจากการเผชิญหน้ากับแม่สามี หลิงเยว่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่แต่ในเรือนของตน ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเช้าวันนี้ หลิงเยว่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกแปลกประหลาด ความร้อนวูบวาบแล่นไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อย นางรู้สึกกระสับกระส่าย ไม่สบายตัว“ฮูหยินน้อย ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ?” ชุนเฟยเดินเข้ามาพร้อมน้ำล้างหน้า“อืม...” หลิงเยว่ลุกขึ้นนั่งบนเตียง พยายามข่มความรู้สึกแปลกๆ ในร่างกาย “ชุนเฟย...ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย”“ฮูหยินน้อยเป็นอะไรหรือเจ้าคะ?” ชุนเฟยวางอ่างน้ำลงและเดินเข้ามาใกล้“ข้าไม่แน่ใจ... รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว”ชุนเฟยมองนางด้วยสายตาประหลาดใจ “ฮูหยินน้อยต้องการให้ข้าไปเชิญนายน้อยมาหรือไม่เจ้าคะ?”หลิงเยว่ส่ายหน้าทันที “ไม่! ไม่ต้อง”หลิงเยว่ลุกขึ้นล้างหน้า แต่ความรู้สึกร้อนวูบวาบกลับทวีความรุนแรงขึ้น นางรู้สึกหงุดหงิดและอารมณ์เสียโดยไม่มีสาเหตุ“เจ้าเอาชุดอะไรมาให้ข้า?” หลิงเยว่ถามเสียงดังเมื่อเห็นชุดที่ชุนเฟยเตรียมไว้ “ข้าเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าไม่ชอบสีนี้! ทำไมไม่จำ!”ชุนเฟยก้มหน้างุด “ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าจะไปเปลี่ยนชุดใหม่ทันที”
ตอนที่ 4 เดินตลาดตลาดในเมืองเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้า กลิ่นอาหารหอมกรุ่น และสินค้านานาชนิดทำให้หลิงเยว่รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ออกมาจากจวนครั้งแรก“ฮูหยินน้อย ระวังด้วยนะเจ้าคะ” ชุนเฟยเตือนขณะที่พวกนางเดินฝ่าฝูงชน“ไม่ต้องห่วง ข้าระวังตัวอยู่” หลิงเยว่ตอบพลางมองไปรอบๆ อย่างตื่นเต้น “เราไปดูร้านผ้าก่อนเถอะ”พวกนางเดินไปตามถนนจนมาถึงร้านผ้าขนาดใหญ่ ภายในร้านเต็มไปด้วยผ้าหลากสีหลายลวดลาย หลิงเยว่เดินชมอย่างสนใจ“ยินดีต้อนรับเจ้าค่ะ ฮูหยิน” เจ้าของร้านเป็นหญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาทักทาย “วันนี้ต้องการผ้าแบบไหนเจ้าคะ?”“ข้าอยากได้ผ้าสำหรับตัดชุดใหม่” หลิงเยว่ตอบ “ขอสีอ่อนๆ ลวดลายเรียบๆ”“เชิญทางนี้เลยเจ้าค่ะ” เจ้าของร้านพาหลิงเยว่ไปยังมุมหนึ่งของร้าน “ที่นี่มีผ้าไหมเนื้อดีหลายสี ทั้งสีฟ้าอ่อน สีชมพูกลีบบัว และสีเขียวอ่อน”หลิงเยว่จับผ้าไหมอย่างระมัดระวัง “ผ้าสวยมาก ข้าจะเอาสีฟ้าอ่อนและสีเขียวอ่อนอย่างละสองพับ”“ได้เจ้าค่ะ” เจ้าของร้านยิ้มกว้างหลังจากเลือกผ้าเสร็จ หลิงเยว่ก็ให้เจ้าขอร้านนำผ้าพวกนั้นไปส่งที่จวนเหอ จากนั้นพวกนางก็เดินต่อไปยังร้านรองเท้าพวกนางเดินผ่า











