LOGIN"บนบัลลังก์คืออำนาจล้นฟ้า ใต้ร่างคือตัณหาร้าย... คืนนี้ มังกรจะสอนให้หงส์รู้ว่าใครกันแน่ที่ต้องสยบอยู่แทบเท้า!" ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและการทรยศหักหลังในวังหลวงต้าหยางอันกว้างใหญ่ “หยางเหวินหลง” ฮ่องเต้ผู้มีฉายาว่า ‘มังกรทรราช’ ผู้ปกครองแผ่นดินด้วยความเหี้ยมโหดและเด็ดขาด กลับต้องตกอยู่ในกรงขังแห่งเสน่หาของสตรีเพียงหนึ่งเดียว... “จ้าวลี่อิน” นางคือหญิงสาวผู้มีเบื้องหลังลึกลับและฝีมือทางพิษที่หาตัวจับยาก จากเถ้าแก่เนี้ยหอคณิกาสู่ตำแหน่งฮองเฮาผู้กุมชะตาชีวิตของจักรวรรดิ การพบกันของพวกเขาไม่ใช่เพียงเรื่องของความรัก แต่มันคือการหลอมรวมระหว่างมังกรผู้โหดเหี้ยมและหงส์ผู้เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมพิษร้าย เมื่อศัตรูรอบทิศจ้องจะพรากบัลลังก์และพรากนางไปจากอ้อมอก ทั้งสองจึงต้องผนึกกำลังกันกวาดล้างกบฏและเหล่าขุนนางกังฉินให้ราบเป็นหน้ากลอง ท่ามกลางสมรภูมิรบและการเมืองวังหลังที่เต็มไปด้วยอันตราย ความสัมพันธ์ของพวกเขายิ่งทวีความรุนแรงและเร่าร้อนดั่งไฟสวาทที่ไม่มีวันดับมอด... เมื่ออำนาจคือสิ่งที่ต้องแลกมาด้วยชีวิต และความรักคือสิ่งเดียวที่มังกรและหงส์ยอมมอบให้แก่กัน เรื่องราวบทใหม่ของต้าหยางจึงถูกจารึกไว้ด้วยเลือดและบทเพลงสวาทอันเป็นนิรันดร์... ใครเล่าจะกล้าท้าทายอำนาจของพวกเขาทั้งสอง
View Moreบทนำ: ภายใต้หน้ากากและม่านมุก
กลิ่นกำยานดอกมู่หลานผสมผสานกับสุราท้อแดงลอยอวลอยู่กลางอากาศ มันคือกลิ่นหอมรัญจวนที่มอมเมาบุรุษทั่วทั้งเมืองหลวงให้ลุ่มหลงจนโงหัวไม่ขึ้น... ‘หอหมื่นบุปผา’ สถานเริงรมย์อันดับหนึ่งที่ซ่อนเครือข่ายข่าวกรองที่ใหญ่ที่สุดเอาไว้ในเงามืด
หลังม่านมุกระย้าในห้องลับชั้นบนสุด ร่างระหงในชุดกระโปรงผ้าไหมสีแดงเพลิงเอนกายอยู่บนตั่งเตียงนุ่ม มือเรียวขาวผ่องดุจหยกสลักแกว่งจอกสุราไปมาอย่างเชื่องช้า ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยชาดสีสดเหยียดยิ้มเย้ยหยันให้กับโชคชะตา
ใครจะไปคิดว่า ‘จ้าวลี่อิน’ บุตรสาวภรรยาเอกแห่งจวนอัครเสนาบดี สตรีร้ายกาจที่ผู้คนทั้งแคว้นต่างก่นด่าและรังเกียจ จะตื่นขึ้นมาในร่างนี้หลังจากการถูกลอบวางยาพิษเมื่อสามปีก่อน... จากจุดจบที่ควรจะตายอย่างอนาถตามหน้าประวัติศาสตร์เดิม เธอพลิกกระดานอำนาจทั้งหมด รวบรวมสวะที่สังคมทิ้งขว้างมาสร้างขุมกำลังใหม่ และสถาปนาตนเองเป็น ‘เถ้าแก่เนี้ย’ ผู้ลึกลับที่ไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าใต้ผ้าคลุมหน้าครึ่งซีกนี้
ปัง!
เสียงถีบประตูไม้แกะสลักดังสนั่นจนบานพับแทบหลุดกระเด็นทำลายความเงียบงัน ลมพายุขนาดย่อมพัดเอาม่านมุกปลิวว่อน พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ที่แผ่รังสีสังหารกดดันจนอากาศในห้องแทบจะถูกสูบออกไปจนหมด
‘หยางเหวินหลง’ ชินอ๋องผู้กุมอำนาจทางการทหาร บุรุษที่ได้ชื่อว่าดุดัน อำมหิต และไร้หัวใจที่สุดในแคว้น... และเป็นบุรุษที่เกลียดชังจ้าวลี่อินเข้ากระดูกดำ!
"ส่งตัวสายลับของแคว้นเยี่ยนที่ซ่อนอยู่ในหอนี้มาให้เปิ่นอ๋อง... หรือจะให้เปิ่นอ๋องเผาที่นี่ทิ้งซะ" เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าว นัยน์ตาดุดันดั่งพญาเหยี่ยวตวัดมองสตรีในชุดแดงที่ยังคงนั่งนิ่งไม่สะทกสะท้าน
"ช่างใจร้อนเสียจริงพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง" จ้าวลี่อินจงใจดัดเสียงให้แหบพร่าและเย้ายวน เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืน กรีดกรายเรือนร่างที่ถูกเน้นสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ผ้าไหมบางเบาเดินเข้าไปหาเขาทีละก้าว "หอหมื่นบุปผาของหม่อมฉันมีแต่สุราเลิศรสและสาวงาม... หาได้มีสายลับที่ท่านอ๋องตามหาไม่"
"อย่ามาเล่นลิ้นกับข้า!"
เพียงพริบตาเดียว หยางเหวินหลงก็พุ่งเข้ามาประชิดตัว มือหนาหยาบกร้านจากการจับดาบคว้าหมับเข้าที่รอบลำคอระหง ออกแรงดันร่างของเธอจนแผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับเสาไม้สลักลายอย่างแรง!
"อ๊ะ..." จ้าวลี่อินเผลอหลุดเสียงครางในลำคอเมื่อความจุกแล่นริ้ว ทว่าแววตาของเธอกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอกลับช้อนตามองเขาด้วยสายตาท้าทาย ระยะห่างที่ลดลงจนเหลือเพียงคืบ ทำให้ลมหายใจร้อนผ่าวของบุรุษตรงหน้ารินรดลงบนผิวแก้มของเธอ
กลิ่นอายบุรุษเพศที่ผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ จากตัวเขา กระตุ้นสัญชาตญาณบางอย่างในกายให้ตื่นตัว
หยางเหวินหลงจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตที่โผล่พ้นผ้าคลุมหน้าสีแดงเพลิง ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกพลันชะงักงันเมื่อได้กลิ่นหอมประหลาดจากกายสตรีใต้ร่าง... มันไม่ใช่กลิ่นน้ำอบราคาถูก แต่เป็นกลิ่นหอมหวานที่ทำให้เส้นสติของเขาตึงเครียด สายตาคมกริบเลื่อนต่ำลงมามองเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหอบหายใจ
แทนที่จะบีบคอให้ตายคามือ... นิ้วโป้งสากของเขากลับเผลอไล้ไปตามแนวกรอบหน้าของเธออย่างลืมตัว ผ่านเนื้อผ้าที่ปิดบังริมฝีปากนั้นเอาไว้
"เจ้าคิดว่ามารยาตื้นๆ พวกนี้... จะใช้กับข้าได้ผลอย่างนั้นหรือ?" เสียงของเขาลดความดุดันลง ทว่ากลับแทนที่ด้วยความแหบพร่าที่เต็มไปด้วยอันตรายบางอย่างที่ลึกล้ำกว่าเดิม ร่างกายกำยำขยับเบียดแนบชิดจนจ้าวลี่อินสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแกร่งและอุณหภูมิความร้อนที่แผ่ซ่านออกมา
"แล้วได้ผล... หรือไม่เล่าเพคะ?" เธอเชิดหน้าขึ้น ริมฝีปากภายใต้ผ้าคลุมเฉียดผ่านปลายนิ้วของเขาอย่างจงใจ
เขากัดกรามกรอด ดวงตาเป็นประกายด้วยความปรารถนาที่ถูกปลุกปั่นและความอยากเอาชนะ มือหนาอีกข้างเลื่อนขึ้นมาหมายจะกระชากผ้าคลุมหน้าที่น่ารำคาญนี้ออกเพื่อดูสิว่า... สตรีที่กล้ายั่วโมโหและปลุกปั่นอารมณ์เบื้องลึกของเขาจนแทบคลั่งผู้นี้ คือใคร!
หากหน้ากากนี้หลุดออก... หากเขารู้ว่าสตรีที่เขากำลังปรารถนาจนแทบจะกลืนกิน คือ ‘นางร้าย’ ที่เขาเคยลั่นวาจาว่าขยะแขยงที่สุด... สวรรค์คงได้ถล่มลงมาที่หอหมื่นบุปผาแห่งนี้เป็นแน่!
ตอนพิเศษ 3 : บัลลังก์รักนิรันดร์ ยามรัตติกาลล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเวลาที่เงียบสงัดที่สุด ณ ตำหนักเหมันต์ส่วนพระองค์ ที่ซึ่งมังกรและหงส์ผู้ครองแผ่นดินได้ปลีกตัวออกจากโลกภายนอก เหลือเพียงความเปลี่ยวเหงาและเพลิงปรารถนาที่แผดเผาอยู่ในใจของคนทั้งสอง แสงจันทร์นวลใยสาดส่องลอดม่านไหมสีทองเข้ามา กลิ่นหอมฟุ้งของกำยานมหาเสน่ห์อบอวลไปทั่วห้องบรรทม ผสมผสานกับกลิ่นกายกำยำและกลิ่นหอมหวานจากเรือนร่างของฮองเฮาจ้าวลี่อินหยางเหวินหลงในชุดคลุมสีดำสนิทนั่งอยู่บนเตียงไม้จันทน์หอม จ้องมองฮองเฮาของเขาที่กำลังยืนสลัดอาภรณ์ออกทีละชิ้นจนร่างเปลือยเปล่าปรากฏแก่สายตา ผิวพรรณของนางขาวผ่องดุจหยกสลักตัดกับความมืดมิดของห้อง ร่องรอยสีแดงจากการร่วมรักในค่ำคืนก่อนๆ ยังคงจางๆ แต่งแต้มอยู่บนผิวกาย ยิ่งปลุกเร้าให้ความดิบเถื่อนในใจเขาลุกโชน"เจ้าช่างงาม... งามเกินกว่าจะบรรยายเป็นถ้อยคำได้" หยางเหวินหลงพึมพำเสียงพร่า เขาผุดลุกขึ้นแล้วก้าวเข้าหานาง สองมือหนารวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัว ดันร่างของนางให้ชิดกับผนังห้องที่ปูด้วยพรมขนสัตว์นุ่มหนาจ้าวลี่อินเชิดหน้าขึ้นรับสัมผัส นางตวัดเรียวแขนโอบรัดรอบลำคอแกร่งของเขา นัยน์ตาสีครามฉ่ำปรือไป
ตอนพิเศษ 2: ทายาทมังกร สายลมยามบ่ายพัดผ่านตำหนักมรกตอันร่มรื่น เสียงหัวเราะสดใสของ ‘หลงเอ๋อร์’ องค์รัชทายาทตัวน้อยดังก้องไปทั่วสวนหลวง ทารกวัยสามเดือนที่มีดวงตาสีอำพันดุจดั่งมังกรทองส่องประกายยามต้องแสงอาทิตย์ ยามที่เขาขยับตัวกวัดแกว่งแขนขา ออร่าสีทองจางๆ มักจะปรากฏรอบกายดั่งปราณเทพยดา แสดงให้เห็นถึงสายเลือดมังกรที่เข้มข้นที่สุดในรอบพันปีหยางเหวินหลงประทับนั่งอยู่บนตั่งไม้แกะสลัก มองดูบุตรชายในอ้อมกอดของจ้าวลี่อินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจ ฮ่องเต้ผู้เคยเย็นชาและเหี้ยมโหด บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงพระบิดาผู้หลงไหลในทารกน้อยจนไม่ยอมห่างไปไหน"ดูสิ ลี่อิน... หลงเอ๋อร์มีดวงตาเหมือนเจ้า แต่มีพลังดุจพยัคฆ์มังกรเหมือนเจิ้น" หยางเหวินหลงกระซิบพลางใช้นิ้วหนาเกลี่ยแก้มเนียนของบุตรชายอย่างแผ่วเบา"เขารับเอาความดื้อรั้นและเอาแต่ใจจากท่านมาเต็มๆ ต่างหากเพคะ" ลี่อินแย้มยิ้ม นางประคองมังกรน้อยให้นอนหลับในเปลทองคำ ก่อนจะหันมาสบตาสวามี "แต่ก็น่าแปลก... ยามใดที่เขาส่งเสียงร้อง ดูเหมือนว่าพลังปราณทั่ววังจะสั่นสะเทือนตามอารมณ์ของเขาไปเสียหมด""เพราะเขาคือ ‘มังกร’ ที่จะครองแผ่นดินนี้ต่อจา
ตอนพิเศษ 1: ค่ำคืนแห่งบุปผาโปรยปราย ยามราตรีล่วงเข้าสู่ช่วงดึกสงัด ณ ‘ตำหนักเหมันต์นิรันดร์’ ตำหนักลับส่วนพระองค์ที่ตั้งอยู่ลึกที่สุดภายในอุทยานหลวง ซึ่งถูกเนรมิตขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อการปลีกวิเวกจากราชกิจอันน่าเบื่อหน่ายกลิ่นหอมหวานเย้ายวนของดอกเหมันต์พันปีผสมผสานกับน้ำมันหอมระเหยกลิ่นกฤษณา ลอยอบอวลฟุ้งไปทั่วห้องสรงน้ำหยกขาวบริสุทธิ์ ไอน้ำสีขาวขุ่นลอยอวลตัดกับแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างแกะสลัก พื้นหยกถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบแดงฉานละลานตา ทว่าสิ่งที่งดงามและโดดเด่นยิ่งกว่าสิ่งใด คือเรือนร่างเปลือยเปล่าของฮองเฮาจ้าวลี่อินที่กำลังเอนกายแช่อยู่ในสระน้ำอุ่นผิวเนื้อเนียนละเอียดดุจหยกสลักถูกความร้อนของน้ำพุเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อ หยดน้ำเกาะพราวตามลาดไหล่เนียนและเนินอกอวบอิ่มที่อุดมสมบูรณ์ ทรวงอกคู่งามที่ผ่านการให้น้ำนมมาแล้วยิ่งอวบอิ่มและเต่งตึง หัวนมสีระเรื่อชูชันท้าทายสายตาในวินาทีนั้นเอง บานประตูหยกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงใหญ่กำยำของฮ่องเต้หยางเหวินหลงก้าวเข้ามา นัยน์ตาสีรัตติกาลทอดมองภาพนางพญาผู้เลอโฉมในสระน้ำประกายวาววับดั่งพยัคฆ์ร้ายที่พบเหยื่ออันโอชะ เสื้อคลุมสีด
บทที่ 52: บทเพลงสวาทนิรันดร์ (จบบริบูรณ์)สามเดือนผ่านไปนับแต่เสียงร้องของรัชทายาทน้อยก้องกังวานทั่วตำหนักเฉียนชิง แผ่นดินต้าหยางและแคว้นหานหลอมรวมเป็นหนึ่งอย่างมั่นคง ภายใต้การปกครองอันเกรียงไกรของฮ่องเต้หยางเหวินหลงและฮองเฮาจ้าวลี่อินยามค่ำคืนนี้ ทารกน้อยถูกส่งไปให้แม่นมดูแลยังตำหนักแยกชั่วคราว เพื่อคืนความเป็นส่วนตัวและความเงียบสงบให้กับมหาบุรุษผู้หิวกระหายและนางพญาผู้เลอโฉม ภายในห้องบรรทมส่วนพระองค์ที่ปิดสนิท แสงประทีปสีส้มสลัวสาดส่องกระทบม่านไหมทองคำ บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานหอมละมุนผสมผสานกับกลิ่นกายกำยำที่แผ่ซ่านความเร่าร้อนออกมาอย่างชัดเจนจ้าวลี่อินในอาภรณ์ผ้าไหมสีแดงสดเนื้อบางเบา กำลังยืนอยู่หน้าคันฉ่องทองสัมฤทธิ์ เรือนร่างอวบอิ่มที่ผ่านการให้กำเนิดบุตรมีความสมบูรณ์แบบและเย้ายวนยิ่งกว่าเดิม สะโพกผายดินระเบิด ทรวงอกอวบอิ่มที่อัดแน่นด้วยน้ำนมแม่ขยายใหญ่ขึ้นจนล้นทะลักสาบเสื้อ หน้าท้องแบนราบที่กลับคืนสู่สภาพเดิมยิ่งขับเน้นเอวคอดกิ่วให้ดูโค้งเว้าราวกับนาฬิกาทราย เส้นผมสีหมึกสยายยาวคลอเคลียแผ่นหลังเนียนเปลือยทันใดนั้น วงแขนแกร่งคุ้นเคยก็โอบกอดรัดเอวคอดของนางจากด้านหลัง สัมผัส











